ก่อนอื่นขออภัยเป็นอย่างสูงที่วิดีโองาน Tech Trend Thailand เมื่อปลายปีที่แล้วล่าช้าไปมาก วันนี้วิดีโอเสร็จเรียบร้อยแล้ว (อยู่ใน YouTube Tech Trend Thailand) เราจะทยอยโพสต์เนื้อหาจากแต่ละช่วงนะครับ
วิดีโอแรกที่มานำเสนอวันนี้คือการบรรยายหัวข้อ Wearable Computing: Fad or For Real เป็นการพยายามตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเวลาอ่านข่าวเกี่ยวกับ wearable computing ที่มาแรงมากๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วว่า ตกลงแล้วมันใช้งานได้จริงแค่ไหน
คนที่เราเชิญมาตอบคำถามนี้คือ พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือคุณหมอผิง จากโรงพยาบาลสมิติเวช นอกจากมีผลงานหนังสือตีพิมพ์หลายเล่มแล้ว คุณหมอผิงเป็นหมอที่ใกล้ชิดกับวงการเทคโนโลยีอย่างมาก มีผู้ติดตามกว่า 1 แสนรายในทวิตเตอร์ @thidakarn
ตัวคุณหมอเองก็ใช้อุปกรณ์ wearable หลายอย่างเป็นประจำอยู่แล้ว สามารถให้ความเห็นในฐานะแพทย์ได้ว่าแพทย์มองอุปกรณ์เหล่านี้อย่างไร และอยากเห็นอะไรจากนักพัฒนาแอพที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เหล่านี้
คุณหมอเริ่มจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ลงแข่งวิ่งระยะไกล แล้วเจอคนฟุบลงไปต่อหน้าเพราะเป็นโรคหัวใจ ทำให้ต้องปฐมพยาบาลและปั๊มหัวใจจนช่วยชีวิตได้สำเร็จ เมื่อเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนหมอฟัง ก็ได้ความเห็นประมาณว่า "โชคดีนะที่เขาล้มลงตรงหน้าหมอ"
คุณหมอเลยตั้งคำถามว่าการที่คนเราจะมีชีวิตรอดได้นั้นเป็นเพราะแค่โชคอย่างเดียวหรือ ถ้าเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยชีวิตคน โดยแจ้งเตือนอาการแบบฉับพลันลักษณะนี้ไปยังหน่วยกู้ชีพจะเป็นไปได้แค่ไหน
โรงพยาบาลสมิติเวชเองก็เห็นแนวโน้มของเทคโนโลยีนี้ เลยมีโครงการนำร่องทดสอบอุปกรณ์ wearable กับแพทย์ในสังกัดก่อน ใช้วิธีแบ่งทีมเพื่อเก็บคะแนนการนับก้าวเดิน และการบริโภคอาหาร ผลจากการทดสอบก็พบว่ามีคนกลุ่มที่เข้าใจและใช้งานได้ทันที กับกลุ่มที่ทดลองใช้อยู่ไม่กี่วันแล้ววางทิ้งไว้ ซึ่งตรงนี้เป็นโจทย์ของผู้ผลิตอุปกรณ์ลักษณะนี้ที่จะต้องหาวิธีจูงใจให้คนใช้งานได้ต่อเนื่อง
ในแง่ของความแม่นยำในการวัดค่าสถิติของอุปกรณ์ fitness tracker งานวิจัยของต่างประเทศพบว่ายังไม่ค่อยแม่นยำนัก โดยมักจะวัดอัตราการเผาผลาญแคลอรีเกินจริง ซึ่งในมุมมองของแพทย์แล้วยังถือว่าไม่แม่นยำพอ
โดยสรุปแล้ว อุปกรณ์ wearable ยังถือว่าใหม่มากสำหรับวงการการแพทย์ ซึ่งก็คงต้องอาศัยเวลาทดสอบอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มีอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจและน่าจับตา เช่น คอนแทคเลนส์วัดระดับน้ำตาลในเลือดของกูเกิล หรืออุปกรณ์วัดสัญญาณชีพ (vital sign monitoring) เป็นต้น
สไลด์นำเสนอของหมอธิดากานต์
on

ไม่ค่อยเห็นประโยชน์ของ
natawutnk Sat, 14/02/2015 - 00:16
ไม่ค่อยเห็นประโยชน์ของ wearable ต่อทางการแพทย์ แต่กลับกลายคิดว่า ทางการแพทย์จะได้รับผลกระทบจากการใช้ google ช่วยดูแลสุภาพแทนหมอสะอีก :p
แต่อย่างน้อยก็มีรพ.หนึ่งในกทม
Jonathan_Job Sat, 14/02/2015 - 07:37
In reply to ไม่ค่อยเห็นประโยชน์ของ by natawutnk
แต่อย่างน้อยก็มีรพ.หนึ่งในกทม.กำลังจะเอาไปใช้กับคนไข้นะครับ
หมอน่ารัก..
darthvader Sat, 14/02/2015 - 08:32
หมอน่ารัก.. เรื่องความแม่นยำคงลำบาก แต่น่าจะเป็นแรงจูงใจมากกว่า แต่แข่งกันแล้วถ้าไม่แม่นยำก็ไม่ค่อยอยากแข่งเท่าไหร่
แม่ผมเป็นพาร์กินสัน
ปลงนะเรา Sat, 14/02/2015 - 12:02
แม่ผมเป็นพาร์กินสัน ปีก่อนเห็นภาพหลอน(อาการของโรค) สืบไปสืบมาพบว่าก่อนเกิดอาการมีทั้งเพิ่มตัวยาใหม่และนอนไม่หลับมาหลายคืน พอบรรเทาจากอาการผมซืัอ Sleep tracker รัดข้อมือให้แกแล้วก็ดูข้อมือทุกวัน ถ้าวันไหนพบว่านอนน้อย ก็ให้นอนกลางวันชดเชยแทน ช่วยได้มากนะครับ
+1 เป็นเคสที่น่าสนใจมากครับ
AMp Sat, 14/02/2015 - 12:49
In reply to แม่ผมเป็นพาร์กินสัน by ปลงนะเรา
+1 เป็นเคสที่น่าสนใจมากครับ
เคยอ่านเจอว่า US FDA
Wizard. Sat, 14/02/2015 - 16:00
เคยอ่านเจอว่า US FDA กำลังจะควบคุมอุปกรณ์ Gadget พวกนี้เป็นอุปกรณ์การแพทย์ เพราะมีปัญหาเรื่องความไม่แม่นยำนี่แหละ ...