Thailand

LINE ประเทศไทยได้รับการร้องเรียนจากองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ว่ามีสติกเกอร์ที่จำหน่ายใน LINE Creator Sticker โดยมีรูปล้อเลียนพระพุทธเจ้าในหลายรูปแบบ ทั้งสติกเกอร์ชุด Buddha, The Mask Revolution และชุด Saint Young Men ที่เป็นพระพุทธเจ้ากับพระเยซู ซึ่งมีความไม่เหมาะสม โดยล่าสุด LINE ประเทศไทยได้ลบสติกเกอร์ชุดดังกล่าวออกไปทั้งหมดแล้ว ยกเว้น Saint Young Men ที่ยังมีขายอยู่เพราะไม่ใช่ Creator Sticker (ขอบคุณคุณ pjmppans ครับ) แต่ก็ไม่สามารถดาวน์โหลดได้จากประเทศไทย

LINE Creator Sticker เป็นระบบร้านจำหน่ายสติกเกอร์ที่ผู้ใช้สามารถส่งรูปขึ้นไปได้เอง โดยมีทีมงาน LINE ตรวจสอบอีกหนึ่งขั้น และเพิ่งรายงานความร้อนแรงของตลาด ทำเงินกว่า 300 ล้านบาทในเวลาไม่ถึง 3 เดือน

นพ.พรชัย พิญญพงษ์ ประธานองค์การฯ ยังฝากถึงประชาชนหากเจอกรณีการนำภาพที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้ามาดูหมิ่นอย่างไม่เหมาะสมเช่นนี้ ก็ขอให้ช่วยกันแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

AdmOd Thu, 21/08/2014 - 18:16

ใช่ครับ มาล้อเล่นกับสิ่งที่คนไทยกราบไหว้บูชาแบบนี้ได้ไง :<

เคนได้อ่านข่าวว่า มีเอาตุ๊กตาฮิตเลอร์แบบการ์ตูนมาตั้งประดับหน้าร้าน
ยังโดนฝรั่งที่มาเที่ยว ถ่ายรูปแล้วเอาไปด่าและประณาม
จนเจ้าของต้องเอาออกเลยครับ

เรื่อง Saint Young Men (ที่เป็นอนิเมนะครับ) เป็นเรื่องที่ผมมองว่าสอนเรื่องศาสนาได้ดีครับ ไม่ได้เป็นการล้อเลียนไปในทางที่เสื่อมเสียด้วยซ้ำ และได้ข้อคิดมากกว่าที่เรียนมาเสียอีกครับ แต่ก็ไม่แปลกใจกับเหตุผลที่ต้องแบนสติกเกอร์ดังกล่าวครับ เพราะคนอาจจะนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ก็เป็นได้

แต่ผมก็ไม่เห็นความจำเป็นต้องเอาบุดดา กับเยซู ไปแสดงตลกคาเฟ่ เพื่อที่จะสอนศาสนาหรอกนะครับ
อีกอย่างข้อคิดที่คุณว่า ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรสำคัญไปกว่าแค่การเอามาประกอบมุกในเรื่อง

ส่วนเรื่องสติ๊กเกอร์ (ญี่ปุ่นเรียก สแตมป์ กันน่ะนะ) เห็นด้วยที่แบน
เล่นกับความเคารพความศรัทธาของผู้คนเนี่ยอย่าเลย

ลองเอาพระเยซู หรือพระมูฮัมมัดไปเล่นสิ ผมว่าคงไม่จบแค่โดนแบนหรอกมั้ง (โดยเฉพาะพระองค์หลังนี่)

"ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรสำคัญไปกว่าแค่การเอามาประกอบมุกในเรื่อง"
มุกส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่บุดดากับพระเยซูเล่นไม่ได้จริงๆ นะครับ เพราะเกี่ยวกับประวัติค่อนข้างเยอะ ซึ่งถ้ามองในมุมกลับก็เป็นการสอนประวัติตามมุมมองศาสนาพุทธของคนญี่ปุ่นไปด้วย

ศาสนาต่างๆ แต่ละประเทศก็นับถือในระดับความเชื่อที่ต่างกันไป มีตั้งแต่ทั่วๆ ไป จนถึงระดับถือเป็นสถาบันของชาติ
ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าเวลาพาดพิงเรื่องนี้ ต้องมีพวกประมาณว่า "พระมูฮัมมัดไปเล่นสิ"
อิสลามนับถือกันแบบจริงจังทุกประเทศ เลยแตะต้องไม่ได้ แทบจะไม่ต้องคิดก็น่าจะทราบเหตุผล

ผมว่า เรื่องนี้ สามารถสื่อสารเรื่องศาสนาในทางที่ดี ให้กับเด็กยุคใหม่ได้ค่อนข้างดีเลยครับ ส่วนตัวผมคิดว่า การสื่อสารหลักคำสอนให้เข้าถึงบุคคลได้ เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าการบูชาที่มากเกินไป จนคนทั่วไป รู้สึกเข้าถึงได้ยากครับ

ผมว่าศาสนามันก็คือ ไกด์ไลน์ด้านจิตใจอ่ะครับ บางทีผมก็คิดว่าคนเราไปยกมันมากเกินไป กลายเป็นว่าเจอะอะไรนิด อะไรหน่อยก็เต้น เมื่อก่อนสมัยโลกยังไม่ globalization การที่จะเปิดจิตใจหรือแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทำได้ยาก แต่สมัยนี้มันเชื่อมหากันหมดแล้ว เลยเห็นได้ว่าไม่มีศาสนากันเยอะ (คนไม่มีศาสนาผมไม่ได้มองในแง่ลบนะ แต่ผมมองว่าเค้าแกร่งด้านจิตใจมากพอที่จะนำพาตัวเองไป)

คนทั่วไปเค้าไม่รู้จักหรอกครับ ผมยังไม่รู้จักเลย การเอาออก มันง่ายกว่ามานั่งอธิบายให้คนร้อยพ่อพันแม่เข้าใจ ยิ่งสมัยนี้ลุงๆป้าๆเล่นlineกันเยอะด้วย

เอาออกดีแล้วหละครับ
ลองทำลายการ์ตูนที่ดูคล้ายหรือดูเหมือนสัญลักษณ์หรือสิ่งที่เคารพบูชาของศาสนาอื่นๆ แล้วนำไปขายในประเทศที่เค้าเคร่งครัดการนับถือศาสนานั้นๆ ก็คงโดนไม่ต่างไปจากนี้

ผมว่าแยกง่ายออกครับ ผมว่าทุกศาสนาไม่ได้สอนให้ดื่มน้ำจากส้วม ไหว้วัวห้าหัว อะไรประมานนั้นนะครับ - -'

แยกไม่ยากเลยครับ คนที่แยกไม่ออกส่วนใหญ่ไม่เคยศึกษาแก่นของมัน เน้นดูแสงสีเรื่องเล่าอภินิหาร บลาๆ ก็เอาไปบูชา

เห็นมีดราม่าเรื่องทำนองนี้ทีก็มีความเห็นไล่คนไปศึกษาให้ถึงแก่นตลอด แก่นนี่มันคืออะไรครับ พูดออกมาเลยสิ ออกไปจากบ้าน เดินเข้าวัดก็เจอแต่เปลือกแล้ว ผมอยากเห็นคนที่กล้าเคลมตัวเองว่าศึกษาถึงแก่นพระพุทธศาสนาแล้วจัง ยังไหว้พระพุทธรูปอยู่มั้ย นั่นก็เปลือกรึเปล่า

พระพุทธเจ้า ไม่เคยสั่งสอนให้ผู้ศรัทธาจุดธูปไหว้ หรือสร้างและเคารพรูปหล่อ รูปปั้นนะครับ ทั้งหลายนี้ล้วนมาจากพราหมณ์

พุทธศาสนาแทบจะหายไปจากอินเดียแล้วในช่วงหนึ่ง แต่ช่วงนั้นมีการเข้ามาของชาวกรีก,โรมัน ได้มาพบเจอเรื่องราวต่างๆ และเริ่มทำรูปปั้นรูปสักการะกันในช่วงนั้น

ตาม พุทธวจน นั้น มีอยู่ด้วยกัน 150 ข้อ ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ แต่ด้วยความโลภ ความเข้าใจผิด ทำให้เกิดการแต่งเติมเพิ่มเข้าไปอีกมากกลายเป็นพุทธพาณิชย์ในปัจจุบันนี้

อันนี้ผมเห็นด้วยครับ ท่านให้เข้าใจหลักคำสอน มิใช่ให้กราบไหว้ บูชา วัตถุ ซึ่งปัจจุบันก็เป็นอย่างหลังซะมากกว่า

เขาตอบได้น่าสนใจนะครับ

ถาม : สัญลักษณ์เหล่านี้ไม่ใช่พระพุทธเจ้า เป็นเพียงอิฐ หิน ปูน ทราย ให้ยึดมั่นแต่คำสอนเท่านั้น

ตอบ : โลกมีรูปปั้นอนุเสาวรีย์เชิดชูเกียรติของบุคคลสำคัญ ไว้เพื่ออะไรเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี ของบุคคลที่ทำให้ระลึกถึง รูปปั้นเหล่านั้นก็เป็นอิฐ หิน ปูนทราย มิใช่หรือ การที่โลกเคารพรูปปั้นเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งธงชาติ เราไม่ได้เคารพ โดยความเป็นวัตถุ แต่เคารพในสิ่งหรือบุคคลที่ผู้สร้างมีเจตนาให้รำลึกถึง

ดังนั้น พระพุทธรูป พระรูป รูปวาด รูปปั้น ผู้ปั้นผู้ทำ มีเจตนาให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า แม้แต่ชื่อก็เรียกว่า พระพุทธเจ้า เมื่อเขามีเจตนาเช่นนั้น โลกก็ต้องปฏิบัติต่อพระสัญลักษณ์ด้วยความเคารพ หรือ Respect ไม่ใช่มองว่า พระรูปนั้นทำจากอะไร แต่มองให้ลึกว่า ผู้ทำมีเจตนาให้รำลึกถึงใคร

กรณีการให้ยึดมั่นแต่คำสอน ต้องถามต่อว่า แล้วใครเป็นคนสอนธรรม ในเมื่อพระพุทธเจ้าเป็นผู้สอน เราจะไม่ปกป้องพระเกียรติของพระองค์ ปล่อยให้ใครเหยียบย่ำพระสัญลักษณ์อย่างไรก็ได้เช่นนั้นหรือ ถ้าครูที่ให้ความรู้ยิ่งแก่ตน ถูกนำภาพ รูปปั้น หรือชื่อมาเหยียบย่ำทำลาย ศิษย์จะยืนอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เขาย่ำยีต่อไปโดยไม่ออกมาหยุดยั้ง หรือปกป้องเกียรติของครูเช่นนั้นหรือ

http://5000s.org/faq.php?l=th

แต่ผมว่าสิ่งที่เรียกว่า "เกียรติ" คงไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้าต้องการจะให้เรายึดติดหรอกมั้งครับ หรือจะ "สัญลักษณ์" อีก (ยึดติดในวัตถุ?)

ผมกลับมองว่า ขั้นสูงสุดที่ท่านสั่งสอนคือการปล่อยวางครับ

ที่มาโกรธ มาเกลียดพวกนี้มันกิเลสทั้งนั้น

ใช่ครับ

แต่สำหรับคนธรรมดา มาถึงให้มุ่งปล่อยวางเลย มันเป็นไปไม่ได้ครับ

เหมือนกับบัณฑิตที่ร่ำเรียนวิชา มุ่งหวังแต่วิชาเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจครูบาอาจารย์แหละครับ ผมว่า

ผมว่าคนตอบยังยึดติดกับคำว่า เกียรติ อยู่เลยนะครับ สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ส่วนลึกสุดของจิตใจนะครับ ในเมื่อไม่มีอะไรเป็นจริง ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีกลิ่น รูป รส ทุกอย่างแค่การปรุงแต่งขึ้นมา แล้วเราจะไปยึด ไปกอดไว้ให้ทุกทำไม

ธรรมะที่พระพุทธเจ้าท่านสั่งสอนมีหลายระดับนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ท่านเทศน์สอนอยู่ในระดับไหน อย่างเรื่อง ความเป็นผู้เคารพในสิ่งต่างๆ 6 อย่าง ธรรม ๖ ประการ ความเป็นผู้เคารพในพระศาสดา ๑ ความเป็นผู้เคารพ ในพระธรรม ๑ ความเป็นผู้เคารพในพระสงฆ์ ๑ ความเป็นผู้เคารพในสิกขา ๑ ความเป็นผู้ว่าง่าย ๑ ความเป็นผู้มีมิตรดี ๑ อย่างใน เทวตาสูตร http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=22&A=9915&Z=9960 ท่านก็สอนครับ

ก็ไม่ใช่เสมอไปว่าธรรมะเพียงข้อเดียวใช้ได้กับคนทุกๆระดับ ทุกๆสถานการณ์นะครับ เหมือนเป็นโรคอะไรก็ต้องทานยาให้ถูกกับโรคนะครับ ทานยาไม่ถูกกับโรค ผิดขนานก็อาจจะมีปัญหาได้ครับ

มนุษย์อย่างเราๆ ปล่อยวางไม่ได้หรอก แม้บางคนบอกว่าตัวเองปล่อยแล้ว

เปล่าเลย ที่เขาปล่อยคือใช้ความรู้ที่จดจำ สติปัญญาในการคิดพินิจเพื่อปล่อยวาง หากขาดสติจากคำสอน อาจจะลืมปล่อยวางไปเลยกลายมาเป็นยึดติดเหมือนเดิม ถ้าฝึกไปเรื่อยๆก็จะมั่นคงขึ้น และใช้ปัญญาค่อยๆเผาให้มันน้อยลง แต่อาจาร์ยท่านบอกว่าทำแบบนี้ไม่ต่างกับเอาหินทับไว้ มิอาจตัดให้ดับได้ด้วยปัญญาเพียงอย่างเดียว

การปล่อยวางมันมีหลายระดับ ตั้งแต่ หยาบจนไปถึงละเอียด แต่ถ้าปล่อยวางระดับพระที่ตัดด้านนี้ได้แล้ว จะแตกต่าง แต่จะเป็นรู้สึกอย่างไรต้องพิสูจน์เองผมเองก็ไม่รู้

สรุปแล้ว อย่าคาดคั้น ที่สุดของความดับเลย มนุษย์ที่ยังประกอบกิจกรรมในโลกแบบนี้ น้อยนักที่จะเผาสิ่งปรุงแต่งในใจได้หมด มันต้องหลุดโผล่มาบ้างเป็นธรรมดาของเราที่ยังละชีวิตแบบนี้ไม่ได้ เห็นมาเยอะละ บางคนบอกว่าตัดได้แล้ว ล้วนแล้วแต่ยังมีเชื้ออยู่ หากเกาไปโดนจุด ย่อมคัน แต่อาจไม่ปริปาก

ผมไปดูตัวอย่างของ Saint Young Men แล้วก็งงๆ รูปการ์ตูนมันไปเหยียบย่ำใครตรงไหนหว่า

คำสอนพระพุทธเจ้าท่านก็บอกอยู่แล้วว่า ให้ยึดคำสอนเป็นหลัก หลักที่มีแก่นสารสั้นๆ แค่ว่า "คิดดี พูดดี ทำดี"
แทนที่จะตั้งตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์สติ๊กเกอร์ ผมว่าเอาเวลาไปสำรวจจิตใจตนเองว่าถือศีลกันได้ครบ 5 ข้อหรือยังดีกว่านะ :-D

ไม่ใช่ครับ
แก่นของพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าสอนไว้คือ
ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส
แค่นี้ครับ

ผมเป็นพุทธศาสนิกชนเต็มตัว และก็เคารพพระพุทธรูปด้วยสาเหตุเดียวกัน แต่ก็ไม่เคยโกรธถ้าใครจะไม่เคารพครับ เพราะแก่นของศาสนาพุทธไม่ได้อยู่ที่ "ความเคารพ" ในตัวพระพุทธองค์อยู่แล้ว ก่อนที่จะดับขัณฑ์ พระพุทธเจ้ายังบอกเลยว่าให้ยึดแต่หลักคำสอนเป็นที่ตั้ง เราควรปกป้องเกียรติของพระองค์ด้วยการเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีมากกว่า ไม่ใช่มาไล่บังคับให้คนที่เขาไม่นับถือมาเคารพ ศาสนาพุทธไม่เคยบังคับให้ใครมาเข้ารีตครับ ขนาดพระพุทธเจ้ายังไม่เคยบังคับให้ใครนับถือพระองค์เลย แล้วเราจะมัวไปยึดติดเพื่อ?

ท่านได้ทรงบอกไว้ว่า สิ่งของกราบไหว้ รูปเคารพ สิ่งบูชาต่างๆ เป็น เดรัจฉานวิชา
เนื่องจากท่านได้เล็งเห็นแล้วว่า อนาคตสิ่งเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด ด้วยกิเลศของคน ทำให้เกิดมูลค่า ราคา และเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็หลุดออกจากวัตถุประสงค์ของศาสนาพุทธ ที่เน้นถึงการดับทุกข์ ดับกิเลศ

พระพุทธเจ้าบอกเองครับว่าท่านตายไปแล้ว ก็ให้ถือคำสอน(พระธรรม)เป็นศาสดาแทนท่านต่อไป ดังนั้นปกป้องคำสอนท่านดีกว่าครับ ถ้าอยากปกป้องเกียรติของพระพุทธเจ้า ควรปกป้องคำสอนที่ผ่านค้นพบและถ่ายถอดไว้จะดีกว่าไปปกป้องรูปปั้นรูปล่อ

อานนท์ ! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า “ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดา ล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา” ดังนี้.
อานนท์ ! พวกเธอ อย่าคิดอย่างนั้น.
อานนท์ ! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แก่พวกเธอทั้งหลายธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาล ล่วงไปแห่งเรา

อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดีใครก็ตามจักต้องมีตน เป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ; มีธรรมเป็นประทีป มีธรรม เป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่น เป็นสรณะ เป็นอยู่

อานนท์! ภิกษุพวกใด เป็นผู้ใคร่ ในสิกขา, ภิกษุพวกนั้นจักเป็นผู้อยู่ใน สถานะอันเลิศที่สุดแล.
..........................
มหาปรินิพพานสูตร มหา.ที. ๑๐ / ๑๕๙ / ๑๒๘

พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้กราบไว้พระพุทธรูปใดๆ ในเมื่อครูไม่สอนเราก็ไม่ทำสิครับ

ผมคิดเทียบเป็นตรรกะง่ายๆว่า ขนาดพระธรรมที่ท่านให้ถือเป็นศาสดาต่อไป ยังต้องทิ้งในตอนท้ายเลย (แต่ต้องทิ้งให้ถูกเวลาด้วย) จะป่วยกล่าวอะไรถึงรูปปั้นรูปล่อที่สร้างกันขึ้นมา

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษผู้เดินทางไกล พบห้วงน้ำใหญ่ ฝั่งข้างนี้ น่ารังเกียจ มีภัยตั้งอยู่เฉพาะหน้า ฝั่งข้าโน้มเกษม ไม่มีภัย ก็แหละ เรือหรือสะพานสำหรับข้าม เพื่อจะไปสู่ฝั่งโน้น ไม่พึงมี

บุรุษนั้นพึงดำริอย่างนี้ว่า ห้วงน้ำนี้ใหญ่แล ฝั่งข้างนี้น่ารังเกียจ มีภัยตั้งอยู่เฉพาะหน้า ฝั่งข้างโน้นเกษม ไม่มีภัย ก็แหละเรือหรือสะพานสำหรับข้าม เพื่อจะไปสู่ฝั่งโน้น ย่อมไม่มี

ถ้ากระไร เราพึงรวบรวมหญ้า ไม้ กิ่งไม้ และใบไม้มาผูกเป็นแพ แล้วอาศัยแพนั้น พยายามด้วยมือและเท้า พึงข้ามถึงฝั่งได้โดยความสวัสดี. ทีนี้แล บุรุษนั้นรวบรวมหญ้า ไม้ กิ่งไม้ และใบไม้มาผูกเป็นแพ อาศัยแพนั้น พยายามด้วยมือและเท้า พึงข้ามถึงฝั่งโดยความสวัสดี

บุรุษนั้นข้ามไปสู่ฝั่งได้แล้ว พึงดำริ อย่างนี้ว่า แพนี้มีอุปการะแก่เรามากแล เราอาศัยแพนี้พยายามอยู่ด้วยมือและเท้า ข้ามถึงฝั่งได้โดยความสวัสดี ถ้ากระไร เรายก แพนี้ขึ้นบนศีรษะ หรือแบกที่บ่า แล้วพึงหลีกไปตามความปรารถนา.

ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุรุษนั้นผู้กระทำอย่างนี้ จะชื่อว่ากระทำถูกหน้าที่ในแพนั้นบ้างหรือหนอ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้อนั้นชื่อว่าทำไม่ถูก พระเจ้าข้า?

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุรุษนั้นกระทำอย่างไร จึงจะชื่อว่าทำถูกหน้าที่ในแพนั้น? ในข้อนี้บุรุษนั้นข้ามไปสู่ฝั่งแล้ว พึงดำริอย่างนี้ว่า แพนี้มีอุปการะแก่เรามากแล เราอาศัยแพนี้พยายามอยู่ด้วยมือและเท้า จึงข้ามถึงฝั่งได้ โดยสวัสดี ถ้ากระไร เราพึงยกแพนี้ขึ้นวางบนบก หรือให้ลอยอยู่ในน้ำแล้ว พึงหลีกไปตามความปรารถนา.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษนั้นกระทำอย่างนี้แล จึงจะชื่อว่ากระทำถูกหน้าที่ในแพนั้น แม้ฉันใด.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราแสดงธรรมมีอุปมาด้วยแพ เพื่อต้องการสลัดออก ไม่ใช่เพื่อต้องการยึดถือ ฉันนั้นแล เธอทั้งหลายรู้ถึงธรรมมีอุปมาด้วยแพที่เราแสดงแล้วแก่ท่านทั้งหลาย พึงละแม้ซึ่งธรรมทั้งหลาย จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมเล่า.

พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

ธรรมเปรียบเหมือนแพ

คำสอนพระพุทธเจ้ามันไม่ได้ยากขนาดนั้นครับ เอามาถ่ายถอดไปเถอะ คนรับจะได้แค่ไหนขึ้นกับอินทรีของแต่ละคน

การกราบไหว้พระพุทธรูป พระพุทธเจ้าเคยกล่าวไว้หรือไม่

ใช่ครับ แต่ไม่ใช่เพียงแต่ความโลภ ความเข้าใจผิด ที่ทำให้ กลายเป็นพุทธพาณิชย์

สิ่งที่พระสาวกท่านได้ฝึกฝนตนเอง และท่านก็พยายามที่จะช่วยสัตว์โลกให้มีโอกาสพ้นทุกข์ด้วยวิธีของท่านเอง

สิ่งแรกคือ บุญ การทำบุญให้ฉลาดต้องทำกับสิ่งที่ตนต้องการ ถ้าไปทำกับคนทั่วไปบุญนั้นอาจส่งผลให้คนนั้นมาเป็นบริวาร หรือกลับมาช่วยเหลือตนในภายภาคหน้า แม้บางคนทำด้วยความโลภ มันก็ยังรอส่งผลอยู่ แต่บุญนั้นจะไม่ส่งถ้าบุคคลนั้นยังมีกรรมจากความโลภครอบอยู่ และแน่นอน ถ้าทำบุญกับวัดศาสนาหรืออะไรก็แล้วแต่ มันย่อมส่งผลในสิ่งที่ตนทำกับสิ่งนั้น

วิชาที่พระพุทธเจ้าทรงให้แก่ชาวโลกมันก็อีกแขนง ฝึกด้วยตัวเองได้ แต่ฝึกแล้วย่อมมีคำถาม แล้วจะถามใครละ ก็ถามพระน่ะซิ เพราะฉนั้นพระก็จะมีตำราอีกแขนงที่ใช้อธิบายสิ่งต่างๆแก่ลูกศิษย์ บางท่านเป็นตำรา แต่บางท่านเป็นสิ่งที่บอกผ่านกันปากต่อปาก รุ่นสู่รุ่น และในกรรมวิธีที่จะช่วยให้คนๆหนึงได้มีโอกาส ก็คือ บุญ

แล้วจะหา บุญ ได้จากไหนละ ก็เกิดจากการลงมือทำนั้นละ สมัยก่อนไม่มีเงิน ก็ทำด้วยวิธีอื่น สมัยนีเวลามันสำคัญกว่าเงิน คนเลือกที่จะลงเงิน มากกว่าลงเวลากระทำ มันเลยทำให้เกิดเป็นพุทธพาณิชย์แบบทุกวันนี้ และที่แย่ไปกว่านั้น การสืบทอดเจ้าอาวาสไม่ได้สืบมาจากพระที่ละกิเลสได้มากที่สุด แต่สืบไปยังพระที่พัฒนาวัดได้มากที่สุดแทน

พุทธพาณิชย์ ไม่ใช่ไม่ดี แต่พลาดตรงที่ ดำเนินสายพุทธพาณิชย์อย่างเดียว ไม่ดำเนินสายปฎิบัติ ควบคู่กันไป

ก็อย่างที่ท่านสอนนั้นละ ตั้งอยู่ และดับไป แม้กระทั้งคำสอนของพระพุทธเข้า ทุกวันนี้มีแต่เสือมลงๆ ตามกิเลสในใจคน
ถ้าอยากพ้นก็ต้องนิพพานอย่างเดียว

พุทธที่สอนให้ละ ให้ลด ไม่ยึดติด แต่คนไทยเคารพพุทธกันมาก ลดไม่ได้ ละไม่ได้ ยึดติดรูปกันแบบเต็มเหนี่ยว ไม่มีสายกลาง ไม่มีปล่อยวาง คนไทยทำสวนทางกับแนวทางของพุทธทุกอย่างเพื่อแสดงตัวว่าเป็นพุทธ

#อยู่เมืองดัดจริตชีวิตต้องป๊อบ

เหมือนคนไทยบางคนที่ยึดติดงมงายกับรัฐธรรมนูญไงครับ เห็นมันเป็นยาแก้ปวดสารพัดนึก ปัญหานาๆ ในโลกแก้ได้ด้วยฉีกของเก่าร่างของใหม่มาแทนที่ ไม่คิดกันมั่งหรือว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ตัวคนที่เอารัฐธรรมนูญไปใช้มากกว่า แล้วไม่มีทางจะร่างกฏหมายมาบังคับคนแบบนี้ได้เพราะคนที่ร่างก็เป็นคนเหมือนกัน

ประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเรื่องจำนวนรัฐธรรมนูญนะครับ น่าเรียกกินเนสบุ๊คมาบันทึกสถิติผลงานร่วมกันของมวลหมู่ประชาขนแห่งนี้

จะว่าไปประเทศนี้มันช่างงมงายกันจริงๆ

ความเชื่อพุทธในไทยไม่ได้เป็นตามแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ

ผมไม่ได้มองเรื่องนี้ในฐานะศาสนา แต่มองเป็นวัฒนธรรมนะ

ใช่ครับ คือเราก็นับถือศาสนาในแบบของเรา

มีคนแถวๆ นี้เป็นคาทอลิค แต่ไหว้เจ้าแม่กวนอิม ห้อยสร้อยพญานาค แถมดูหมอดูที่เป็นพระด้วย

ผมก็นะ ... เบิดคำเว่า

ปล. แต่ไอ้ที่อ้างว่ารักศาสนานี่สิ

ผมมองเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปกครองครับ เพราะมีหลาย ๆ อย่างช่วยส่งเสริมการปกครองจึงได้รับการสนับสนุน และสร้างให้เป็นวัฒนธรรมครับ

ตาม พุทธวจน นั้น มีอยู่ด้วยกัน 150 ข้อ ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ แต่ด้วยความโลภ ความเข้าใจผิด ทำให้เกิดการแต่งเติมเพิ่มเข้าไปอีกมากกลายเป็นพุทธพาณิชย์ในปัจจุบันนี้

พุทธวจน ไม่ได้มีแค่ 150 ข้อครับ มีเยอะมาก

คำว่า พุทธวจน, พุทธพจน์ หมายถึงคำสอนที่ออกจากปากพระพุทธเจ้าโดยตรง เอามาพิมพ์ได้เป็นคัมภีหลายสิบเล่ม ดังนั้นไม่ใช่มีแค่ 150 ข้อแน่นอน

ผมเข้าใจว่าคุณอาจจะสับสนตัวเลข 150 ข้อจากเรื่องการสวดปาฏิโมกข์ ที่พระพุทธเจ้าให้พระนำมาสวดทุกกึ่งเดือน แต่อันนั้นไม่ใช่พระธรรมทั้งหมดนะครับ คือไม่อยากให้คนมาอ่านทีหลังเข้าใจผิดว่าพุทธวจนมี 150 ข้อ

ไหนๆพูดถึงเรื่องนี้แล้วขอยกที่มาที่ไปอีกเล็กน้อย ที่เป็นข่าวเร็วๆนี้จากกรณีที่มีการโจทย์พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโลว่าตัดศีลเหลือแค่ 150 ข้อทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจขึ้นมาในสังคม คนพากันตกใจและหลายท่านอาจจะสับสนกันอยู่ ตัวพ.อจ.ท่านก็ออกมาอธิบายชัดเจนถึงที่มาที่ไปแล้ว ก็อยากให้ลอง research ข้อมูลดีๆค่อยตัดสินใจครับ คำสอนพระพุทธเจ้าฟังง่ายและลึกซึ้ง ผู้มีปัญญาย่อมเห็น แค่ขอให้รับข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้อง

กำลังกลับมาแก้โพสตัวเองแต่โดน reply ซะก่อน :P (ชอบระบบนี้จัง โดนตอบแล้วแก้ไม่ได้ พอดีผมเป็นพวกชอบ edit) จะย้อนมาแก้เพราะอ่านแล้วรู้สึกผม 'เยอะ' ไปหน่อย พิมพ์เพลิน ถ้าแก้ได้ผมจะเอาคำที่ว่า "มีเยอะมาก" ออก ไม่งั้นเดี๋ยวจะมีการเข้าใจผิดอีกว่าผมยกจำนวณมากน้อยมากล่าวอ้าง ซึ่งก็ไม่ใช่สาระสำคัญที่ผมสื่อ

ที่ท่านพิมพ์มามีประโยชน์มากครับ ผมเองก็จะกลับไปแก้โพสแรกก็ไม่ได้ครับ เลยคง 150 ข้อเอาไว้

ต้องดูเนื่องหาครับ Saint Young Men ผมว่าเนื้อหาดีนะ มันหลักการสอน เปรียบเทียบ จิกกัด มันก็แนวเดียวกับโดราเอมอน อุนต้าแมน ในวัดในโบสถ์นั้นละครับ ไม่เห็นมีใครมาวิจารย์เลย(เห็นดีเห็นงามกันด้วย) พระยังบอกเป็นกุศโลบาย บางทีสังคมไทยแปลก ผมว่ามันก็คือๆ กัน เพราะญี่ปุ่น พระท่านคนละนิกายกับเรา มีเมียยังได้ แต่เอาออกก็ดีครับ จะได้ตัดปัญหา

มันการ์ตูนที่สอนเรื่องศาสนาได้ดีเรื่องนึงเลยหล่ะ แต่ต้องมีวิจารณญาณในการเสพ
เหมาะสำหรับวัยรุ่น ที่ไม่ชอบอ่านหนังสือศาสนาเล่มโต ๆ ย่อมาไว้เป็นรูปภาพและการ์ตูนเพื่อง่ายต่อการเข้าใจ

ดีแล้วครับที่ถอดออก จะนับถือหรือไม่ไม่ใช่ปัญหา เป็นสิทธิ์อันพึงกระทำได้ แต่การลบหลู่ ดูหมิ่นศาสนาต่างๆ ที่พึ่งทางใจของคนหลากหลายเชื้อชาติ ย่อมไม่สมควรนัก

ศาสนาพุทธจะล่มสลายเพราะสติกเกอร์ไลน์หรอ ทำไมมันดูอ่อนแอขนาดนั้น คล้ายๆกับเกมๆหนึ่งที่ไทยพึ่งแบนไปเลยความมั่นคงของประเทศจะสั่นคลอนถ้าไม่แบนเกมนั้น

มันไม่ถึงกับล่มสลายหรอกครับคุณ แต่มันเป็นเรื่องของการเคารพความเชื่อของผู้อื่น
คนที่เค้านับถือศาสนา เค้าก็ไม่พอใจอยู่แล้วที่เห็นคนอื่นเอาสิ่งที่เป็นตัวแทนของศาสนาเค้ามาล้อเลียน

ทุกสังคมมีเรื่องพวกนี้อยู่หมด ไม่ว่าจะเป็นโลกที่หนึ่ง หรือโลกที่สามอย่างไทย ทุกสังคมมีวัฒนธรรม ความเชื่อของตัวเอง

shikima Thu, 21/08/2014 - 22:00

Saint Young Men เป็นการ์ตูนที่ดีเรื่องหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงคนเขียนที่เป็นคนญี่ปุ่น เข้าใจพุทธศาสนาได้ดีกว่าคนบางประเทศเสียอีก เพลียกับสังคมกระแดะแตะอะไรไม่ได้จริงๆ

gunner09 Thu, 21/08/2014 - 22:36

ดีใจจัง ไม่คิดว่าจะเห็นคนที่สนใจในพุทธศาสนาอย่างจริงจังในเว็บนี้

ความจริงเรื่องแบบนี้มันเป็นคอมมอนเซ้นส์ เจ้าหน้าที่ Line ไม่ควรให้ออกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ผมคิดว่าควรเป็นเรื่องที่คนพุทธควรปล่อยวางเอง
มันไม่ใช่เรืองดีที่จะบังคับให้คนที่คิดไม่เหมือนเราต้องคิดเหมือนเรา มันอาจเป็นการล่วงเกินไหม

เราเปลี่ยนตัวเองได้ทันที แต่เราจะเปลี่ยนคนอื่น เพื่ออะไร เพื่อใคร

TeamKiller Thu, 21/08/2014 - 22:59

น่าจะเลือก เปิดให้เห็นหรือไม่เห็นได้ด้วยนะ

คนที่ไม่ได้คิดไร ก็โดนปิดกั้นไปด้วย

เอาออกก็ดีครับ บางทีก็รู้สึกว่าลงความเห็นกันแบบไม่รู้เถียงกันทำไม ประเดือนคือมันละเอียดอ่อนอันไหนจะถูกจะผิดหรือจะดีที่สุดมันก็ตอบยากและให้ผลได้หลายอย่าง ถ้ามันไม่ได้ทำให้คนเดือนร้อนการไม่ไปแตะในทางที่สุ่มเสี่ยงเป็นการดีแล้วครับประเด็นเครียดๆในโลกนี้เยอะแล้วอย่าเพิ่มมันโดยไม่จำเป็นเลย

พระพุทธเจ้าห้ามไว้แล้วในการสร้างรูปเคารพ ทำไมเหล่าชาวพุทธถึงไม่ยอมทำตามที่พระองค์สั่งสอน ผมไม่เข้าใจหรือท่านที่เป็นเดือดเป็นร้อนในสิ่งสมมติเหล่านั้นไม่เข้าใจกันแน่

คนไทยจำนวนมากนับถือผี เลยยึดติดรูปเคารพมากกว่าคำสอนครับ

ลองดูพิธีกรรมทางศาสนาในเมืองหลวงก็ได้ เน้นไหว้ผีเป็นหลักกันทั้งนั้น แค่อ้างเอามาโยงว่าผีตนนั้นเป็นเทวดาในศาสนาพุทธให้ดูดีหน่อย(จริงๆมาจากฮินดู)

ประเด็นอ่อนไหว มันก็พูดยากล่ะ เจอบ่อยอ่อนไหวกับสิ่งที่ตัวเองเคารพ แต่ไปด่าพ่อล้อแม่คนอื่นประจำ(เปรียบเปรยนะ)

ส่วนเรื่องฮิตเลอห์ มันอ่อนไหวกับคนจำนวนมาก เพราะยังมีคนร่วมสมัยที่โดนผลกระทบโดยตรงจากการกระทำของเขาอยู่ครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อหรือการเคารพอะไรทั้งนั้น ลองผ่านไปอีกสักร้อยปี คนที่เกิดทันก็ตายหมด เหลือแค่การสอนผ่านตัวหนังสือ ความคลั่งแค้นมันก็จะลดลงไป ยกเว้นจะเจอpropagandaปลุกให้คลั่งเป็นพักๆไป(เหมือนกรณี คนไทยบางกลุ่มยังแค้นพม่าที่มาเผาอยุธยา)

พูดถึงเรื่องนับถือผี นับถือผีกันทั้งโลกล่ะครับ ทุกศาสนาเลย
เวลาเข้าในทุกศาสนสถานส่วนใหญ่ก็ขอพรจากผีทั้งนั้นแหละครับ

เอาคร่าวๆ นะครับ ถูกผิดอย่างไรก็บอกกันได้นะครับ

ถ้าบอกว่านับถือผี ก็ใช่นะครับ เพียงแต่ว่ามันเปลี่ยนตัวเองไปนานแล้วนับตั้งแต่ศาสนาของพวกบนหลังม้าที่อยู่กับคัมภีร์ เพราะความเป็นผี มันไม่มีแนวคิด omnipresence, omnipotent นะครับ

ศาสนาปัจจุบันร่วมสมัยมันอิงคัมภีร์ คุณมีแค่คัมภีร์ เป็นลายลักษณ์อักษร อยู่มุมไหนของโลก ก็เข้าถึงได้นะครับ ขณะที่ผี (ตัวอย่างเช่น การเคารพวิญญาณบรรพบุรุษในของจีน) คุณก็ได้แต่ต้องไปในสถานที่ (อย่างเช่นฮวงซุ้ย) นะครับ มันไม่ได้มีมิติความเป็นสากลไร้ของเขตขนาดนั้น

ส่วนเรื่องขอพรจากผีผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะในที่สุดแล้วแม้ผีจะดลบันดาลอะไรได้ แต่ในโครงสร้างของศาสนา ผีก็ยังคงต้องถูกกำกับจากโครงสร้างที่เหนือกว่าผี ในโครงสร้างแบบเอกเทวนิยมคือพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งมีสถานะของการเป็น 'เอก' ไม่มีทางเป็น 'ทวิ' หรือ 'ไตร' ได้ ส่วนในโครงสร้างศาสนาแบบอเทวนิยม สถานะของการ 'เวียนว่ายตายเกิด' ก็เป็นสภาพที่เป็น 'เอก' ที่ควบคุมสรรพสิ่งต่างๆ ด้วยเช่นเดียวกัน (ที่แซวๆ กันในทวิตเตอร์ว่า "มันเป็นกรรมเก่า" นั่นแหละครับ) ดังนั้นการขอพรจากผี จึงย่อมให้ผลได้ไม่ดีเท่ากับการขอพรจากโครงสร้างที่กำกับบรรดาผีเหล่านั้นแน่ๆ สำหรับศาสนาสายเอกเทวนิยม ส่วนศาสนาสายอเทวนิยมก็ต้องนับกันที่ "บุญญาบารมี" ว่าสั่งสมกันมานานแค่ไหนด้วย

ถ้าขอพรจากผีได้จริง ระบบศาสนาปัจจุบันร่วมสมัยคงล่มไปหมดแล้วครับ อันนี้จริงจังนะครับ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น กรุงโรมก็ไม่มีความหมาย ศาสนานำเข้าจากเนปาลและอินเดียก็ไม่มีความหมาย ดินแดนแถบตะวันออกกลางที่กำลังเป็นพื้นที่พิพาทก็ไร้ความหมาย เพราะทั้งหมดจะไม่ถูกยึดโยงง่ายๆ จากผู้คน ด้วยการมีผีที่เป็นท้องถิ่น (localize) ที่ให้พรถึงตัวแบบทันใจเสียยิ่งกว่าการเดินไปทำบุญครับ

ผมพูดแล้วหลายท่านอาจจะไม่เข้าใจ ลองคิดแบบนี้ครับว่า ศาสนาเกิดขึ้นได้ ส่วนหนึ่งของกระบวนการคือการต้องรบ/เปิดสงคราม กับผีท้องถิ่นนี่แหละครับ ไม่งั้นเข้าไม่ได้ครับ (ตัวอย่างเช่น ลองไปดูกระบวนการที่ St Thomas Aquinas เชื่อมโยงศาสนาคริสต์เข้ากับคำสอนของกรีกโบราณครับ)

พุทธแทบจะทั้งหมดก็ผ่านการผสานกับความเชื่อท้องถิ่นหมดแหละครับ พุทธแท้เพิ่งถูกนำมาอ้างไม่นานมานี้ ที่อ้างว่าแท้ แท้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต่างสำนักยังตีความไม่เหมือนกันเลย

เรื่อง ควร ไม่ควร นี่ผมว่าไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณ นะ ขึ้นกับบริบทมากกว่า ต่อให้กลุ่มคนเล็กๆในหมู่บ้านนึง นับถือผีตนนึง คุณก็ต้องให้เกียรติเขาอยู่ดี

ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่พุทธองค์สอนให้ละ ประเทศของเรานี้มันย้อนแย้งจริง ๆ เคารพรูปท่านแต่ไม่ปฏิบัติตามคำสอนของท่าน เหมือนเด็กไม่เรียนหนังสือแต่รักสถาบันยิ่งชีพ หลังจากเหตุการณ์นี้หวังว่าเด็ก ๆ พวกนี้จะหันมาสนใจกับคำสอนของพุทธองค์สักนิดนะ ทำตัวละลานไปตีกับโรงเรียนอื่นอยู่ได้

อ่านหลายความเห็น หลายท่านไม่ธรรมดาเลย อ่านแล้วได้ความรู้ขึ้นเยอะ อย่างผมกิเลสยังบงการให้ออกมาพิมพ์ประชดคนอื่นอยู่ดี ยินดีมากที่ได้อ่านความเห็นของท่านเหล่านั้น

อ่านหลายๆความเห็นแล้วรู้สึกตกใจ !!! ประเด็นในข่าวคือ line ทำสติ๊กเกอร์ล้อเลียนพระพุทธเจ้าในรูปแบบต่างๆผมไม่เคยเห็นแต่เดาว่าน่าจะมี ดีใจ , เสียใจ , เหงา , ร้องไห้ , ตกใจ

ซึ่งหลายท่านเห็นแล้วรู้สึกถึงความไม่เหมาะสมจึงร้องเรียนไปทาง line แล้วในที่สุดท้ายก็ลบออกก็แค่นั่นเองครับ ประเด็นคือมันไม่เหมาะสมที่จะเอาบรมครูอย่างพระพุทธเจ้าที่ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณลำบากบำเพ็ญเพียรหลายอสงไขย์เพื่อที่จะตรัสรู้ และยังนำคำสอนที่ทรงค้นพบมาถ่ายทอดถึงเราเราก็ควรเคารพในความดีงามของท่าน (ศาสดาของศาสนาอื่นก็ความหมายคล้ายกัน)

ประเด็นมันก็แค่นี้เองครับทำไมมันกลายเป็นความยึดมั่นถือมั่นไปได้ผมล่ะงงจริงๆ เลยกลายเป็นว่าคนที่ไม่เห็นด้วยที่ทาง line ทำสติ๊กเกอร์ล้อเลียนพระพุทธเจ้ากลายเป็นคนยึดมั่น ส่วนพวกที่เห็นด้วยหรือไม่เดือดร้อนกลายเป็นการปล่อยว่าง !!!

ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องปฏิบัติไปเป็นขั้นตามลำดับนะครับไม่ใช่กระโดดข้ามไปปล่อยว่าง ไปปรมันต์เลยมันจะเป็นไปได้ยังไง (ส่วนประเด็นอื่นๆอย่างเรื่องเคารพพระพุทธรูปที่จริงถือเป็นพุทธานุสสติอย่างนึงครับเป็นขั้นตอนไปสู่การปล่อยว่างที่หลาายๆท่านว่านั่นเเหละ)

คุณเอาอะไรมาเป็นตัวชี้ววัดล่ะว่าคนคนนั้นเป็นคนที่สมควรยกย่องไว้สูงๆห้ามมีการเอามาล้อเลียน ในประวัติศาสตร์บุคคลสำคัญของโลกหลายๆคนถือว่าไม่ควรเอามาทำภาพล้อเลียนหมดเลยหรือเปล่า หากมองอย่างเป็นกลางจริงๆมนุษย์หลายๆคนก็มีคุณงามความดีไม่ต่างจากพระพุทธองค์หรอก ต่างกันแค่เค้าเป็นแค่คนธรรมดาในขณะที่บรรดาสาวกของแต่ละศาสนายกย่องให้ศาสดาของตนเป็นดุจดั่งเทพเจ้า นั่นต่างหากคือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้สิ่งๆนี้แตะต้องอะไรไม่ได้

คุณถามมาผมก็ตอบไปในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิก คือทำไมเราชาวพุทธถึงบูชาพระรัตนตรัยเป็นสิ่งสูงสุด ก็เพราะความมีพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ลำบากบำเพ็ญเพียรภาวนาโดยเป็นระยะเวลาที่ยาวนานจนจิตนาการไม่ได้(หลายอสงไขย์) เพื่อตรัสรู้แล้วนำคำสอนมาเผยแผ่คุณลองนึกดูว่าชีวิตสั้นๆของเราแค่ไม่เกิน 100 ปีมีความทุกข์มากมายขนาดไหน แต่พระองค์ท่านทรงเสียสละตัวเองบำเพ็ญเพียรภาวนาเป็นเวลาที่นานกว่านั้นมากๆๆๆๆๆๆๆๆ และทำไมเราจะแสดงความเคารพต่อองค์ท่านไม่ได้ ทำแค่นี้มันมากเกินไป มันเป็นการสุดโต่ง มันยึดมั่นถือมั่นขนาดนั้นเลยเหรอกับการเคารพบรมครู !!!

ตอบตามหลักของพุทธศาสนาซึ่งคุณอาจไม่เชื่อ แต่พิสูจน์ได้ครับ พุทธศาสนาอาจจะต่างจากศาสนาอื่นตรงที่ต้นเป็นความเชื่อ แต่ปลายเป็นปัญญา พิสูจน์ได้ตามขั้นตอน ศีล สมาธิ ปัญญา

ยึดติดที่ตัวบุคคลมากกว่าสานต่อพุทธวจนะ รอวันล่มสลายเถอะครับ พระพุทธเจ้าท่านสอนอะไรไว้บ้างเคยนำมาปฏิบัติไหมเนี่ย

มันไม่เหมาะสมสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง(ลบหลู่/ไม่เคารพ/ไม่เหมาะสม) มันจึงเหมาะสมที่จะไปละเมิดสิทธิ์ของคนอีกกลุ่มนึง(สนใจ/ชอบ/เหมาะสม/เห็นต่าง)หรือครับ?
ในเมื่อไม่ชอบใจไม่พอใจกับสิ่งนั้นก็ไม่ต้องใช้ก็ได้หนิ ทำไมต้องไปร้องเรียนให้เป็นตามสิ่งที่ตนเองต้องการ!?
แล้วมันย้อนแย้งกับตัวคำสอนของศาสนาเองด้วยซ้ำ
ป.ล.บริบทเหล่านี้พบเห็นได้บ่อยๆในสังคมเราด้วยซ้ำไม่ใช่เฉพาะกับเรื่องนี้

แต่ผมอ่านคอมเม้นของคุณ รู้สึกว่าคุณไม่ได้อ่านข่าวจริงๆ
ไม่เดือดร้อนกลายเป็นการปล่อยวาง อันนี้ก็ถูกอยู่นะ ก็มันไม่ได้ทำให้เกีดเรื่องไม่ดีขึ้นสักหน่อย อีกอย่างคุณลองศึกษาเรื่อง Saint Young Men (ที่เป็นที่มาของสติกเกอร์) หรึอยังละ

ไม่น่าตกใจนะครับ

เพราะข่าวประเด็นอยู่ที่เรื่องความเหมาะสม

หลายคอมเมนท์จึงคุยกันเรื่อง "ความเหมาะสม" ไงครับ ว่าแบบไหนคือความเหมาะสม

เท่านั้นเองครับ

อีกนิดนึงครับ

"กลายเป็นว่าคนที่ไม่เห็นด้วยที่ทาง line ทำสติ๊กเกอร์ล้อเลียนพระพุทธเจ้ากลายเป็นคนยึดมั่น "

ผมว่าไม่ได้ไปในแนวทางนั้นนะ ผมมองว่าหลายๆคอมเมนท์พยายามจะสื่อคือ ยึดมั่นในอะไรครับ ในเมื่อพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแบบนั้น

ซึ่งจริงหรือไม่อย่างไร ก็มาคุยมาวิเคราะห์กันครับ

ประเด็นคือมันไม่เหมาะสม

อะไรคือการชี้วัดว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม? ความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกระโดดข้ามศาสนาได้หรือไม่? ความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมดังกล่าวเป็น "สากล" (universality) หรือไม่? โปรดอภิปรายครับ

ป.ล. ถ้าเอาเรื่องความเหมาะสม งั้นผมบอกความจริงอย่างหนึ่งว่า พระสงฆ์ในนิกายของทิเบต ทะเลาะกันเรื่อง "แย่งผู้ชาย" ศาสนาพุทธในญี่ปุ่นพระมีครอบครัว เลี้ยงเด็กผู้ชายไว้ด้วย และบอกว่านี่คือความเหมาะสมครับ ไม่ทราบว่าเหมาะสมหรือไม่ครับ (อ้างอิง: The Red Thread, Bernard Faure)

ประเด็นในข่าว คือ ชาวพุทธในประเทศไทยที่นับถือเถรวาทร้องเรียนไปทางไลน์ประเทศไทยว่าไม่เหมาะสมทางไลน์จึงปลดออกเรื่องก็จบแค่นี้ครับ ส่วนเหมาะสมหรือไม่ผมชี้บอกในมุมของผมชัดเจนไปแล้ว ส่วนในมุมของชาวคริสต์ อิสลาม ฮินดู ผมไม่รู้และไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นในข่าวบวกกับผมไม่ได้ศึกษาคำสอนของศาสนาอื่นๆในเชิงลึกจึงไม่กล้าแสดงความเห็นครับให้เป็นหน้าที่ของศาสนิกของศาสนานั้นๆมาแสดงความเห็นครับ