Internet Censorship

มัลลิกา บุญมีตระกูลรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงเดินหน้าโครงการ "Fight Bad Web" โดยวันนี้ได้ทวิตเชิญชวนแนวร่วมให้แจ้งเว็บไปยังเจ้าหน้าที่และแจ้งไปยังอีเมลของโครงการ

เนื้อหาสำคัญของวันนี้คงเป็นการอ้างว่ามีเด็ก 11 ขวบเข้าร่วมกิจกรรม "นักรบไซเบอร์ฝ่ายคุณธรรม" โดยคุณมัลลิกาชวนให้เปลี่ยนจากการเล่นเกมมาเป็นช่วยกันแจ้งเว็บผิดกฎหมายทั้งมั่นคง ลามก การพนัน ยาเสพติดและหมิ่นสถาบัน

ผมยกทวิตตลอดชั่วโมงที่ผ่านมา (ยกเว้นทวิตที่คุยกับคนอื่นๆ) ของคุณมัลลิกาไว้ท้ายข่าวพร้อมลิงก์ทุกอันเป็นที่มาของข่าวนี้

  • หมดเวลาไร้สาระ ข้างหน้ามีเรื่องอีกมากที่ให้เผชิญ นักรบไซเบอร์ฝ่ายคุณธรรมเดินหน้าสู้ อย่าลืมรีพอร์ทสแปมเวลาเจอนะคะทุกคน สู้สู้ #
  • กิจกรรมนักรบไซเบอร์ฝ่ายคุณธรรม "รบกับมันในไซเบอร์"อาวุธคือปัญญา เจอหมิ่นอย่าเม้น อย่าlike อย่าแชร์ แจ้งจนท.และFightBadWeb@gmail.com #
  • ประกาศถึงนักรบไซเบอร์ เจอแล้วรายงานเว็บมาสเตอร์และแจ้งเป็นสแปมไปเจ้าของเว็บ เก็บหลักฐานมาที่FightBadWeb@gmail.com ไม่ต้องแสดงตัว! #
  • นักรบไซเบอร์ทราบ ภารกิจช่วงนี้คือต้องรายงานลับมาที่กล่องdmข้อความ ทำตัวเป็นสายลับติดอาวุธใครเจอรังควานรังแกมาบอกด่วน สู้สู้ #
  • นักรบไซเบอร์ทราบ"บัดนี้001มีกองกำลังติดอาวุธทางปัญญาและฝ่ายกฎหมายรวมทั้งกองกำลังทราบฝ่ายมาคอยดูแลทุกคน เดินหน้า สู้" #
  • ประกาศถึงพวกหมิ่นพวกล้ม! อย่ามาfollowเพื่อตามด่าไม่มีเจตนาร่วมเพื่อขจัดและปกป้องให้ไปประตูหน้า ที่นี่ไม่ว่างคุย! #
  • ยินดีต้อนรับน้องๆนักรบไซเบอร์รุ่นจิ๋วอายุ11ขวบ มาแล้วคนรุ่นเยาว์หัวใจแกร่ง ใช้เวลาวันละไม่เกิน3ชม.พอนะคะสำหรับการเล่นเน็ต #
  • เปลี่ยนจากการเล่นเกมส์มาท่องเว็บและช่วยกันแจ้งเว็บมาสเตอร์เมท่อเจอเว็บผิดกฎหมายทั้งมั่นคง ลามก การพนัน ยาเสพติดและหมิ่นสถาบัน ลุย #
  • สำหรับคนใหม่ๆย้อนดูวิธีทำงานได้ที่เพจFbของมัลลิกาFightBadWebค่ะและถ้าอาสาคุณเป็นนักรบไซเบอร์ได้เลยค่ะ 4ภารกิจตามถนัดที่สำคัญคือขจัดเว็บหมิ่น #
  • น้องๆคะ"อย่าให้เขาสบประมาท ดูถูกฝีมือเยาวชนนะคะ ทักษะมีข้อมูลพอ คู่มือพร้อม! สงสัยถาม001ค่ะ" #

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ตามเนื้อหานะครับ ปรับแก้คำแล้ว เราไม่ทราบว่าเด็กคนนั้นเข้าโครงการได้อย่างไร แต่คุณมัลลิกาเชิญชวนให้กระทำตามที่กล่าวมา

ถึงผมและคุณลิ่วจะไม่เห็นด้วยกับคุณมัลลิกาหลายเรื่อง แต่อย่างน้อยพาดหัวข่าวก็ใส่คำนำหน้าให้หน่อยก็ยังดีครับ จะเป็น คุณ นางสาว หรือ รองโฆษกพรรค ก็ยังดี

เราคุ้นเคยกับการเรียกฝรั่งด้วยชื่อเฉยๆ แต่พอเป็นในไทยแล้วเรียกชื่อห้วนๆ ฟังแล้วเหมือนแฝงอารมณ์ไม่พอใจลงไปด้วยเลย

ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นพาดหัวข่าว (ตามหนังสือพิมพ์) เค้าก็ไม่ค่อยใส่คำพวกนี้นะครับ?

ตัวอย่าง
http://www.thairath.co.th/today/2011/11/29

ยกเว้นข่าวทีวีบางช่อง ไม่สิผู้ประกาศข่าวบางคนที่จะเรียกเต็มยศเฉพาะฝั่งตัวเอง พอพูดถึงอีกฝั่งนอกจากไม่ใส่นายนำหน้ายังใส่ยศอย่างอื่นแทนอีกต่างหาก

หนังสือพิมพ์นั่นแหละครับ ตัวอย่างที่ไม่อยากให้ทำตาม -_-"

เพราะจุดประสงค์เค้ามีแค่ทำให้ตื่นเต้นให้คนอยากซื้อ

แต่ที่นี่คงอยากเน้นข้อเท็จจริงมากกว่า ความตื่นเต้น หวือหวา

ทำไมผมดูตั้งแต่ต้นยังไง ๆ มันก็แค่เกมการเมือง แค่การเมืองจริง ๆ เบื่อกับพวกที่ชอบบอกว่า "ลงเล่นการเมือง" การเมืองมันเป็นของเล่น ส.....เอ้ย

ผมเบื่อกับพวกที่เห็นว่าการพัฒนาประเทศเป็นเพียงแค่เกม ที่ตายก็กดเริ่มใหม่เปลี่ยนตัวละคร...

Majestic Wed, 30/11/2011 - 12:39

เหมือนเด็ก เค้าขอเป็นอาสา

จริงๆ แล้วใครก็เป็นอาสาสมัครได้ ไม่จำกัดอายุ
ถ้าไปพบเห็นสิ่งผิดกฎหมาย แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ ให้ติดตามและจัดการปัญหา

ข่าวต่อไป

เจ้าของเว็บข่าวไอทีชื่อดังถูกนักการเมืองหญิงนิรนามไรเดอร์คิกกลางหลัง

ฉุนเอาข้อความใน"สำเนียงสกุณา"มาเขียนข่าวโดยไม่ถาม

ชาวเน็ตยกย่องเธอเป็น sexist feminist ตัวอย่าง

อ่านต่อหน้าสาม

ตราบใดที่ท่านเจ้าของเว็บข่าวไอทีชื่อดัง ไม่กระทำตัวเยี่ยง "พ่อคนเก่ง" ก็คงไม่โดนนักการเมืองหญิงนิรนามไรเดอร์คิกกลางหลัง หรอกครับ ^^

ผมไม่เห็นคุณไม่ใช้กำลัง แต่เห็นว่านิยมใช้คำพูดกระแนะกระแหนเย้ยหยัน หยามเหยียด

ผมว่าสองสิ่งนี้ถ้าเลิกได้ก็ควรเลิกทั้ง 2 อย่างครับ

ยอมรับผิดครับ ช่วงหลังๆรู้สึกว่าตัวเองมี 2 mode พอเจอเหตุการณ์ที่มันอับจนปัญญา โหมดเหตุผลมันจะหายไป โหมดเกรียนมันจะโผล่มาอาละวาด

ถ้าเลิกได้ก็จะเลิกแต่ไม่รับปากครับ

ขอบคุณที่ตอบครับ

แต่ก่อนผมเป็นครับ พอโดนสวนกลับบ่อยๆ ก็สัญญากับตัวเองว่าจะพยายามเลิก

แต่ไม่ได้รับปากใครไว้ครับ

แต่ก่อนเชื่อว่าถ้าเปิดใจคุยกันด้วยเหตุผล มันจะมีจุดกลางที่ยอมรับได้ทั้งคู่น่ะครับ

หลังๆชนกำแพงบ่อย บางทีเลยเกรียนฉี่ใส่กำแพงเข้าให้เลย

เทียบกับ "ลูกเสือไซเบอร์" ดีมั้ยครับ

อันนั้นผมยังมองไม่เห็นจุดมุ่งหมายที่ตั้งเลยด้วยซ้ำ อันนั้นไม่รู้มีมาตั้งแต่รัฐบาลไหน

ก็เพราะอันนั้นผมยังมองไม่เห็นจุดมุ่งหมายที่ตั้งอะครับ เลยไม่ได้เอามาเทียบ

แต่อันนี้มันมีจุดมุ่งหมายชัดว่าสร้างขึ้นมาเพื่อปลุกระดมทำลายล้างกันทางการเมือง สร้างสังคมแบบ Big Brother ทุกคนหวาดระแวงจับตากัน ปลูกฝังให้เด็กเป็นเครื่องมือ เทียบได้ทั้งหมด ทั้งลูกเสือชาวบ้าน(เบา) ไปจนถึงยุวชนนาซี

+1 ลูกเสือชาวบ้าน

วิชาประวัติศาสตร์มีไว้เมื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เกิดเรื่องเลวร้ายแบบเดิมๆซ้ำๆ
แต่ประวัติศาสตร์ไทยก็ยังวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในลูปไม่ต่างไปจากเดิมสักที

"โดยคุณมัลลิกาชวนให้เปลี่ยนจากการเล่นเกมมาเป็นช่วยกันแจ้งเว็บผิดกฎหมายทั้งมั่นคง ลามก การพนัน ยาเสพติดและหมิ่นสถาบัน"

ถ้ามันสนุกกว่าผมว่าเด็กคงจะเปลี่ยนอยู่หรอก

แอบสงสัยว่า การรีพอรต์อะไรสักอย่างมันทำเป็น app ลงบราวเซอร์ แบบกดแล้วแคปหน้าจอส่งไปอัตโนมัติพร้อม url ได้ไหมนะ

ส่งมากรีพอรต์มาก ได้แต้มไปแลกของรางวัลเป็นเครื่องเล่นเกม ฮ่าๆ

ผมว่า มันไม่น่าจะเป็นข่าว IT แล้วกระมังครับ
เพราะเค้าก็บอกให้ใช้ช่องทางที่มีคือ report ไปยังเค้าแล้วเค้าจะไปดูแลต่อ

จะมองว่ามันเกี่ยวกับ censorship ก็พอได้ แต่ผมว่ามันเกี่ยวข้องแบบบางๆมาก

ผมมองว่ามันเป็นข่าวต่อเนื่องน่ะครับ เลยเสนอต่อจากข่าวเดิม

ปรกติอย่างเหตุการณ์ non-IT แต่เกิดขึนบนอินเทอร์เน็ต ผมก็เสนออยู่เรื่อยๆ (ถ้าเจอ) นะครับ อย่างตอน Liverpool ให้กำลังใจน้ำท่วม

แต่รับฟังครับว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องเริ่มบาง (และซ้ำ) ถ้าซ้ำๆ แบบเดิมอีกผมก็คงไม่เล่นข่าวแล้ว

อีเมล FightBadWeb@gmail.com นี่ตัวปัญหานะครับ สมมุติว่ามีคนพบเห็นเว็บที่กระทำผิด 112 แล้วส่งไปเนี่ย จะถือว่าเผยแพร่ต่อไหม? FightBadWeb นี่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐนะครับ

คิดเหมือนผม ให้เด็กไม่รู้กฎหมาย มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แค่แจ้งไม่เท่าไหร่ แต่ให้เก็บหลักฐานไว้นี่มันทำซ้ำ ผิดกฎหมายชัดเจน แถมยังส่งต่ออีกต่างหาก

กุมขมับ เยาวชนตกเป็นเหยื่ออีกแล้ว

เขาคงหมายถึงว่ารัฐบาลทำงานห่วยจนฝ่ายค้านต้องมาตั้งหน่วยงานให้เด็กทำงานแทนน่ะครับ

ซึ่งสำหรับผมคนที่คิดแบบนั้นถือว่าหลงกลการสร้างภาพของทางฝ่ายค้านไปเรียบร้อย

ผมไม่ได้หลงกลหรอกครับ ผมประชดความเห็นแรก(ที่ผมตอบ)

สำหรับผม ในเมื่อมีกฎหมายรัฐก็ต้องบังคับใช้ ไม่ใช่อ้างว่าทำไม่ได้ ทำยาก ไม่งั้นจะมีไปทำไม แก้กฎหมายกันเลยดีกว่าไหม

สำหรับสลิ่ม ที่ชอบ ปชป ไม่ชอบ112 ไม่ชอบพรบคอม(คือผมนั่นแหละ) ผมก็มองว่ามันเป็นเกมการเมืองเพื่อบีบรัฐบาลครับ ถ้ารัฐบาลไม่บังคับใช้กฎหมายก็จะโดนแบบตอนนี้(อาจเล่นถึงรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็ว่าไป) ทางออกคือแก้กฎหมาย ซึ่ง พท ก็จะเสียคะแนนเสียงเองจากอีกฝั่ง

iStyle Wed, 30/11/2011 - 16:03

In reply to by Thaina

ก็แก้สิครับ ผมไม่ได้ว่าอะไรซักคำ ผมจะห้ามไปทำไมอยากให้แก้ด้วยซ้ำ แก้ไปแล้วดีกับผมซะอีกทั้งได้เอากฎหมายที่ไม่ชอบออกทั้งทำให้คะแนนเสียงพรรคที่ไม่ชอบลด..

ไม่ว่าจะมีความพยายามมากแค่ไหน ผมไม่คิดว่าจะแก้กฎหมายได้ครับ เพราะตอนนี้เรื่องมันกลายเป็นเกมแห่งความจงรักภักดีไปแล้ว

ส่วนประเด็นที่เขาพูดว่าทำยากน่ะ มันคือเรื่องปิดเพจและการจับกุมนะครับ ไม่ใช่เรื่องการปิดกั้นไม่ให้ IP ไทยเข้าแบบที่ฝ่ายค้านพยายามเล่นเกมว่าตัวเองทำได้เยอะกว่า ทั้งๆที่มันเป็นคนละอย่างกัน (อ้างอิงจาก http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9540000149570)

ซึ่งจะว่าไปผมออกจะสงสารนอ.อนุดิษฐ์พอสมควร ตามประสาทหารกับเรื่องหมิ่นเบื้องสูงน่ะ เขาก็ประกาศเอาจริงเอาจังมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งแล้ว แต่โดนมรสุม demagogue จนอยู่ในลักษณะ"ทำเท่าไหร่ก็ไม่พอ"ไปเสียได้

ยังไงปชป.ก็ควรเป็นฝ่ายค้านสินะ เวลามีหน้าที่มีอำนาจไม่เห็นไฟท์ขนาดนี้ เป็นฝ่ายค้านทีไรขยันออกข่าวจริงๆ
รู้สึกว่า3ข่าวที่ออกมาเกี่ยวข้องกับคนนี้ในช่วงนี้ หวังผลให้มีชื่อออกสื่อ ว่อนเน็ต เท่านั้นเอง ยังไงมันก็การเมือง- -*

จะมีเด็กสงสัยไหมหนอว่า เว็บหมิ่น เว็บล้ม เว็บลามก ฯลฯ ที่ให้ไปตามแจ้งเนี่ยมันเป็้นยังไง? ต้องวิเคราะห์ยังไงว่าใช่? แสดงว่าก็ต้องพยายามอ่านเนื้อหาข้างในก่อน เพื่อจะนำมาไตร่ตรองว่า ควรจะแจ้ง หรือ ควรจะเก็บ!? เพื่อให้เกิดความชัดเจน เดี๋ยวแจ้งผิด :P

อ่านไปอ่านมา เดี๋ยวคนอ่านเว็บต่อจิ๊กซอได้สำเร็จ ตาสว่างวาบเลย เหมือนผมเคยนั่งลองอ่านประวัติศาสตร์
การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของขั้วอำนาจอยู่ดีๆ

วับ วับ วาบ ความสว่างเกิดในดวงตาเลย

แถมนิดนึงให้ไปอ่านเรื่อง คิมจองอิวให้ดีว่าเค้า วิจารย์
ไทยว่าอย่างไร ท่านจะตาสว่าง
ปล. ใบให้นิดนึงว่าเค้าชื่นชมไทยมาก

เรื่องทะเลสวยนี่แหละครับ XD อากงวัยเกษียณ ไปนั่งเล่นเนต3G ตกปลาริมทะเล พักผ่อนในวัยบั้นปลายกันมากมาย :P

แล้วที่ผมบอกว่าตาสว่างนี่
เพราะผมอ่านหนังสือ Quantum physic เรื่องการสลับขั้วอำนาจแม่เหล็กแล้วมันเข้าใจยาก กว่าจะเข้าใจได้นี้เหมือนตาสว่างจริงๆ

เกี่ยวกับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และ การบันเทิงน่ะครับ

สังเกตจากศิลปินเกาหลีปัจจุบัน จะใกล้เคียงกับ ศิลปิน อาร์เอสในอดีตมาก

แล้วให้มาแสดงละครเพื่อให้คนอยากไปเที่ยวที่เกาหลีบ้างครับ :P

วุฒิภาวะยังไม่แข็งพอ เจอเวบลามก ร้อยละ90ต้องดูก่อนแน่นอน ทำไมไม่หานักศึกษาที่อาสาสมัครอยากทำละครับ อย่างวัยมหาลัยบางคนก็รู้จักผิดชอบแล้วก็มีแต่เด็กๆนี่เล็กเกินไป เข้าไปเข้ามาไวรัสกินเครื่องที่บ้านซะก่อนวุ่นวายเปล่าๆ

ปล.โครงการเจตนาดีแต่ต้องดูให้กว้างกว่านี้ครับ

ผมคิดตามนี้ครับ

คล้ายๆส่งสายตำรวยเข้าวงการเภสัชกร ถ้าไม่ใจแข็งจริงๆ ตำรวยท่านนั้นจะกลายร่างเป็นดารธเวเดอร์เสียเอง

เฉพาะกรณีนี้ เด็กเอาเวลาไปเล่นเกมยังมีประโยชน์กว่าเลย พูดจริงๆ นะ

ไม่เห็นด้วยที่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ซึ่งวุฒิภาวะยังไม่ถึง เข้าไปยุ่มยามกับเว็บลามก การพนัน ยาเสพติด จริงๆ ต้องพยายามให้น้องๆ เขาห่างไกลจากเว็บเหล่านี้ด้วยซ้ำ

เอ แต่ "เว็บบางประเภท" ให้น้องๆ เข้าไปอ่านก็ดีเหมือนกัน จะได้ฝึกทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ การเชื่อมโยง การเข้าใจสังคม การรับข้อมูลรอบด้าน การมีวิจารณญาณ ฯลฯ อ่านแล้วเผื่อจะได้เป็นคนรู้จักคิด รู้จักตั้งข้อสงสัยในสิ่งที่พบเห็น รู้จักเชื่อมโยงเรื่องราวเชิงลึกในสังคม หาเหตุและผลของสิ่งที่เป็นไป จะได้ลดจำนวนพลเมืองแบบงมงาย เชื่อง่าย กล่อมง่าย จูงจมูกง่าย วันๆ ไม่คิดไม่สงสัยอะไรที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองซักทีซักที

บางทีน้องๆ อาจอึ้งไปเลยว่าสิ่งที่เขาถูกกล่อม ถูกครอบกะลาไว้มาทั้งชีวิต แต่โลกแห่งความจริงมันไม่ได้สวยงามอย่างที่โดนกล่อมมาเลย

ผมว่า อาสากันรายงาน fwd mail แหกตา ดูจะเข้าท่าและสนุกดีด้วย

อย่างน้อยต่อไปจะได้รู้ว่า ที่ทีวีเอา fwd mail มาออกรายการเนี่ย hoax ทั้งนั้นเลย

เด็กจะต้องไปค้นคว้ามาว่าเนื้อหาในนั้นจริงหรือมั่ว และได้ฝึกการวิเคราะห์ แบบที่คุณ illusion บอกเลยครับ

เหมือนสนับสนุนให้เด็กเข้าไปหาเว็บเหล่านี้เลยนะเนี่ย

จะยิ่งกลายเป็นยุยงส่งเสริมให้เด็กไปหาอบายมุขรึเปล่า?

ปรากฎว่าเด็กใช้โปรแกรมจำพวก Read later เซฟเพจเก็บไว้อ่านเล่นต่อสบายใจเฉิบ

ดีแล้วครับ ผู้แทนประชาชน ละเลยเรื่องวุฒิภาวะของผู้ที่เข้าร่วม เราควรก็ติหรือแจ้ง กลับไป

อีกเรื่องความ การแจ้ง web หมิ่น ไปยังบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ จนท.รัฐ(สส.เป็น จนท.รัฐหรือไม่?) ผิด กม. แต่ตัว กม.เอง มีข้อพิจารณายกเว้นตามเจตนาหรือไม่? แต่น่ากลัว เพราะมันตีความได้ทั้ง 2 ผล เลยทีเดียว

ม.112 ไม่มีข้อยกเว้นโทษนะครับ(คดีฆ่าคนตายยังมีข้อยกเว้น) มีแค่ทำกับไม่ได้ทำเท่านั้น สนธิ ลิ้มถึงโดนคดีนี้ด้วย เพราะดันเอาข้อความ(ที่เขาว่าหมิ่นฯ) มาเผยแพร่ต่อ แทนที่จะแจ้งจนท.อย่างเดียว คงต้องรอดูการตัดสินคดีนี้ล่ะครับ เพราะจะเป็นบรรทัดฐานกันเลยทีเดียว

้อ้อคนที่ชอบ cap รูปตาม FB แล้วมา post ต่อๆเพื่อประจานก็เข้าข่ายนะครับ ระวังด้วย แทนที่่จะประจานกลายเป็นช่วยเผยแพร่เสียเอง!

นอกเรื่องนิดนะครับอ่านมาตั้งแต่ข่าวก่อนหน้าละ พอดีเห็นบางท่านไม่ชอบมาตรา 112 แล้วบอกอยากได้ประชาธิปไตย ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน ก็ควรไปเรียกร้องกับเจ้าหน้าที่รัฐและศาลด้วย
ผมจะยกตัวอย่าง

คุณเป็นคนธรรมดาตาสีตาสา มีคนกล่าวหาให้ร้ายคุณ คนรู้จักคุณบนโลกใบนี้มีไม่กี่คน "ความเสียหาย" มันช่างน้อยนิด โทษก็ต้องน้อยเป็นธรรมดา

เจ้าหน้าที่รัฐ - ศาล มีคนกล่าวให้ร้ายหมิ่นประมาท ทำให้ผลเกิดขึ้นกับกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก เพราะความสำคัญมีมาก เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำงานให้กับประชาชน ศาลต้องใช้ความหน้าเชื่อถือ การให้ร้ายกล่าวร้าย โทษก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก

สุดท้ายก็มาตรา 112 มีไว้ปกป้องบุคคลพึงเป็นที่เคารพรักของคนเป็นสิบๆล้านหรือนับไม่ถ้วน ถูกหมิ่นประมาทให้ร้าย โทษมันก็ต้องมากขึ้นไปอีก ควรจะเป็นแบบนี้ใช่ไหมครับ

มาตรา 112 ถ้าแก้แล้วลดโทษมาเท่าหมิ่นประมาททั่วไป หรือเท่าระดับศาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐ
แล้วมีคนไปหมิ่นประมาท ติดคุกไหมครับ? และจำนวนครั้งที่ทำรวมแล้วเป็น "กี่กระทง"? สรุปผลออกมาเป็นจำคุกกี่ปี?

ใน wikipedia มีเขียนไว้ละเอียดพอสมควรเลยครับ เรื่อง "กฎหมายหมิ่นประมาท" ลองไปศึกษาหาอ่านดู มีคดีความอ้างอิงด้วยว่ามีใครโดนบ้างโดนอย่างไร จบอย่างไร

ที่คุณว่ามานั้นเป็นระบบกฎหมายแบบ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ครับ ซึ่งเป็นระบบที่ได้ผลกับบางกรณีที่เป็นคดีร้ายแรงแบบสุดปลาย เช่น การฆ่าพยาน ฆ่าเจ้าหน้าที่ในระบบยุติธรรม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพราะผู้ต้องหาหมดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปแล้ว

แต่ในคดีที่เกี่ยวกับความเชื่อแบบนี้ ผลมันจะสะท้อนกลับเป็น "ตายสิบเกิดแสน" เหมือนสมัยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่ปราบกันไม่ลงเนี่ยแหละครับ

ผมยังมองไม่เห็นว่า แก้ไปแล้วได้อะไร แต่เห็นเพียงแค่ว่า แก้ไปแล้วใครได้ประโยชน์มากกว่า
ผมเห็นด้วยกับประโยคที่ท่านนึ่งกล่าวไว้ว่า "They Do Things for Themselves"

ปล.ผมไม่ใช่พวกลัทธิคลั่งนะครับ

ผมว่าให้ไปอ่านคำตัดสินดีกว่า พิสูจน์ไม่ได้ว่าทำจริงก็สามารถอนุมานได้ว่าทำแบบนี้ก็มีด้วย ถ้าเป็นเมืองนอกกรณีแบบนี้หลุดแน่ๆ แค่ศาลรับรู้ว่าอีมี่ก้อปได้ก็จบแล้ว

ส่วนตัวผมเฉยๆกับ 112 นะ แต่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินบนฐานของความหวาดกลัวและการที่มักนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเอามาทำร้ายทำลายบุคคล เวลาขึ้นศาลก็ขาดพยานหลักฐานที่เพียงพอเพียงเพราะไม่มีใครอยากมายุ่งกับคดีแนวนี้

นอกเรื่องนิดน่ะครับ wikipedia นี่เชื่อถือได้แค่ไหนในสายตาท่านหรอครับ

ปกติผมจะหาข้อมูลจากหลายๆ เว็ปครับ :) (ส่วนตัวผมมี อคติกับ วิกินิดหน่อยตรงที่ ใครจะเข้ามาแก้ก็ได้ !!!)

ผมโคตรแปลกใจเลยครับ ในขณะที่

"บางกลุ่ม" พยายามแก้มาตรา 112

มาตรา 112
ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

แต่กลับ "ไม่แตะต้อง"

มาตรา 130 - 135 http://www.kodmhai.com/m2/m2-2/m2-130-135.html

2 มาตรฐาน ???

ที่สำคัญ "บางคน" ยังไม่เห็นข้อความใน SMS เลย ว่าเป็นยังไง

กลับ "จินตนาการน้ำแตก" ไปเรื่อย

ผมไม่เป็นกลางครับ ผมยืนข้างสถาบัน

ผมยังไม่เคยได้ยินคดีในมาตราเหล่านี้เลยนะครับ มันเคยมีคดี??? คือถ้าไม่เสนอแก้พร้อมกัน ผมว่าคนที่เสนอคงไม่มีประเด็น หรือคุณเคยเสนอเข้าไปยังกลุ่มเหล่านั้นแล้วเขาปฎิเสธ????

แต่ถ้ามันไม่เคยมีคดี หรือมีน้อยมาก มันแปลกหรือที่คนจะไม่ทันเห็นว่ามันมีอยู่???

กฏหมายบ้านเรามีปัญหาอีกจำนวนมากครับ ต้องแก้กันอีกหลายฉบับ คุณกำลังบอกว่าทั้งหมดควรเรียกร้องพร้อมๆ กัน???

ไอ้การที่คนนึงถูกตัดสินว่าผิด จากข้อความบางอย่าง ที่อ้างว่าต้องลงโทษหนักๆ เพราะกระทบคนส่วนใหญ่

แต่คนส่วนใหญ่ ไม่ได้รับรู้ และไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันคือข้อความอะไร ได้แต่เชื่อว่ามันจะกระทบ

ก็ทำให้ความน่าเชื่อถือของมาตรานี้ และกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ หล่นฮวบลงไปอีกขั้น

ผมไม่เป็นกลางครับ ผมอยู่ข้างความถูกต้อง

เท่าที่อ่านคือ ประทุษร้ายนะครับ

แต่มาตรา 112 นี่ ผมว่าอันตรายมากกว่า ... เกิดผมไปทะเลาะกับใครสักคนนึง แล้ววันรุ่งขึ้นโดนยัดข้อหาหมิ่นสถาบันให้ โดยมีคู่กรณีเปนพยาน แถมพอขึ้นศาลเจอคำตัดสินว่าไม่มีหลักฐานว่ากระทำแต่อนุมานว่ากระทำ แค่นั้นก้อจบแล้วครับ ไม่ต้องอุทรณ หรือ ฎีกา เลย เพราะยังไงขาก้อแหย่ไปในคุกตั้งแต่โดนยัดข้อหาแล้ว

แค่คู่กรณีเป้นพยานปากเปล่านี้ ศาลไม่มีทางรับฟ้องหลอกครับ เอาเข้าจริงตำหรวจมันยังไม่ทำคดีให้ซะด้วยซ้ำ

ก็มันคนละกรณีนี่ครับ การลอบสังหารหรือลอบทำร้ายประมุขของรัฐมันมีความรุนแรงต่อเสถียรภาพของรัฐอย่างชัดเจน ถึงโทษแรงก็คงไม่มีใครคัดค้าน

ส่วนเรื่องดูหมิ่นประมุขหรือสัญลักษณ์ของรัฐอื่นไม่ค่อยถูกใช้เล่นงานกันทางการเมือง กฎหมายไม่ว่าจะแรงแค่ไหน แต่ถ้าไม่ได้นำมาใช้ก็ไม่มีใครสนใจจะมาจี้ให้แก้ไขหรอกครับ

ในขณะที่มาตรา 112 มันมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมาอย่างโชกโชนตั้งแต่ต้นกำเนิดของมัน หลายครั้งที่มันกลายเป็นเครื่องมือปิดปากฝ่ายตรงข้ามของผู้มีอำนาจเพราะความคลุมเครือในการตีความของมัน กรณีที่เด่นที่สุดในยุคหลังก็ ส.ศิวรักษ์ ที่เป็นนักวิชาการ Royalist คนสำคัญ แต่กลับถูกฟ้องร้องด้วยมาตรานี้มาถึง 3 ครั้ง เพราะไปขัดตาผู้มีอำนาจเนี่ยแหละครับ

บางทีผมก็อยากถามซื่อๆเลยนะว่า จะปล่อยให้ผู้มีอำนาจเขาใช้มาตรานี้เป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามกันอีกนานมั้ยครับ

ก่อนเสื้อแดงจะถือกำเนิด มีคนเดียวนิที่โดน 112เล่นงานเพราะการเมืองจนต้องหนีออกนอกประเทศ พวกที่เหลือที่โดนมีหลักฐานกระทำผิดมาตรา 112ชัดเจน แต่ที่หน้าแปลกคือมันมาบูมก็ช่วงกีฬาสี กับวาทกรรมไพร่กับอำมาตย์ แต่ก็อย่างว่าประชาธิปไตย์ของไทยปัจจุบันคือ พวกมาก = ความถูกต้อง เพราะงั้นไม่แปลกหลอกที่จะเห้นอะไรแปลกๆกับประเทศนี้บ่อยๆ

คุณพลาดแล้ว

กฏหมาย นี้ นับแต่กำเนิด มาจาก คณะรัฐประหาร ก็ถูกใช้มาตลอด และใช้งานแบบหนัก ในทุกช่วง ของการ ทำรัฐประหาร ของประเทศนี้ครับ

การที่ กฏหมายนี้ ยังคงใช้งานอย่างหนักในช่วงนี้ ก็พออนุมาน ได้อยุ่แล้ว ว่าการรัฐประหาร ยังมีการดำเนินการอยู่ แต่ไม่ใช่รูปแบบ นำทหาร ออกมายึดอำนาจ แค่นั้นเอง

ล่าสุด ก็ใช้มาตรการ ทางกฏหมาย ที่เขียนขึ้นในช่วง รัฐประหาร เพื่อให้มีการเปลี่ยน ขั้วอำนาจ

และเปลี่ยน เหตุผล การยึดอำนาจ ซะใหม่ ว่า มันเป็นกระบวนการทางกฏหมายบัญญัติไว้

ก่อนเสื้อแดงจะถือกำเนิด มีคนเดียวนิที่โดน 112เล่นงานเพราะการเมืองจนต้องหนีออกนอกประเทศ พวกที่เหลือที่โดนมีหลักฐานกระทำผิดมาตรา 112ชัดเจน

จะบิดเบือนความจริงทำไมครับ กรณีอย่าง ส.ศิวรักษ์ ก็เห็นอยู่ทนโท่อยู่ เขาโดนครั้งแรกสมัยจอมพลป.นะครับ มีเสื้อแดงแล้วเหรอ

แล้วถ้าจะมาแก้ว่าหมายถึงพวกที่คดีถึงที่สุดเท่านั้นน่ะ ก่อนเสื้อแดงมีเยอะแยะครับ แค่ดูช่วงจอมพลสฤษดิ์ที่เป็นคนประกาศใช้กฎหมายนี้ขึ้นมาก็เยอะจนนับไม่ถูกแล้วล่ะครับ ไม่ต้องไปดูหลังจากนั้นด้วยซ้ำ

แต่ที่หน้าแปลกคือมันมาบูมก็ช่วงกีฬาสี กับวาทกรรมไพร่กับอำมาตย์ แต่ก็อย่างว่าประชาธิปไตย์ของไทยปัจจุบันคือ พวกมาก = ความถูกต้อง เพราะงั้นไม่แปลกหลอกที่จะเห้นอะไรแปลกๆกับประเทศนี้บ่อยๆ

ใครๆก็บอกว่าคนไทยส่วนใหญ่รักในหลวงเลยต้องคงกฎหมายนี้ไว้ สรุปว่ามันแปลกเหรอครับ

มาตรา 130-132 เป็นประทุษร้ายบุคคลชัดเจนครับ

มาตรา 133-135 เป็นเรื่องหมิ่น เขียนล้อกันมากับมาตรา 112 สังเกตตรงหมายเหตุ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโดยคณะปกครองแผ่นดินให้โทษหนักขึ้น เช่นเดียวกับมาตรา 112 หลังจากยึดอำนาจได้ 15 วัน

ในประเทศอารยะที่ให้คุณค่ากับสิทธิมนุษยชน ไม่มีที่ไหนหรอกครับที่จะตัดสินให้คนติดคุก 20 ปีเพราะ private SMS 4 ข้อความ ไม่ว่าข้อความในนั้นจะเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม

สำหรับประโยคสุดท้าย ผมเข้าใจว่าสถาบันกษัตริย์ควรจะเป็นกลางทางการเมืองนะครับ อย่าพยายามไปเลือกข้างให้เลย

ผมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความหนักเบาของโทษทัณฑ์จากมาตรานี้หรอกครับ แต่ปัญหามันอยู่ทีความชัดเจนของเนื้อหากฎหมายและวิธีการบังคับใช้

ถ้าคุณคิดว่า พูดด่าใครหนึ่งประโยค ควรลงโทษจำคุกห้าปี สมควรแล้ว เหมาะสมแล้ว อูราชาบู

ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดล่ะ

ผมว่าเค้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะ

แต่เค้าหมายถึงว่ากฏหมายมันบอกไม่ละเอียด มันตีความได้ครอบคลุมเกินไป ทำให้มีพวกหัวหมอเอาไปตีความเพื่อโจมตีคู่แข่งได้

พูดง่ายๆ คือข้อกฏหมายเขียนครอบจักรวาลเกินไป กรณีนี้คงคล้ายๆ กับ patent ที่จดเอาไว้กว้างๆ เปิดช่องให้หากินได้เรื่อยๆ ก่อให้เกิด patent troll

ผมเข้าใจถูกมั้ยครับคุณ zerocool

ถูกครับ เพราะไม่มีความชัดเจนในมาตรานี้ว่าแค่ไหนที่เรียกว่า "หมิ่น" กันแน่และการหมิ่นในมาตรานี้เหมือนหรือต่างกับการหมิ่นในมาตราอื่นหรือไม่อย่างไร

ผมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความหนักเบาของโทษทัณฑ์จากมาตรานี้หรอกครับ

ก็เขาพูดว่าอย่างนี้อะ

เรื่องอื่นที่เขาเห็นเป็นปัญหา ก็โอเคไง ผมก็เห็นด้วย ทั้งไอ้เรื่องข้อกฏหมายตีความกว้างไป หรือกฏหมายไม่ละเอียด นั่นก็เป็นปัญหาอีกเหมือนกัน

แต่เมื่อเขาแยกเรื่องนี้ออกมาบอกว่าไม่เป็นปัญหา ผมก็ว่าไปตามนั้น

หรือคุณ zerocool ว่ายังไงครับ?

แล้วคุณคิดว่าการด่าคน ๆ หนึ่งให้เสื่อมเสียชื่อเสียงนั้นควรมีโทษจำคุกกี่ปีปรับกี่บาทครับ? 1 ปี? 2 ปี? 3 ปี? ปรับ 10,000 บาท 50,000 บาท 100,000 บาท 200,000 บาท 1,000,000 บาท? หรือว่าไม่ต้องจำคุกไม่ต้องปรับอะไรเลย? ไม่ว่าคุณจะตอบแบบไหนก็ต้องมีคนบางคนไม่เห็นด้วยและมองว่ามันไม่เหมาะสมอยู่แล้วครับ เพราะโทษทัณฑ์ตรงนี้วัดความเสียหายจากความรู้สึกและการคาดคะเนรวมไปถึงค่านิยมประสบการณ์วัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ ไม่สามารถวัดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงได้ ชื่อเสียงของแต่ละบุคคลแต่ละอย่างมีราคาไม่เท่ากัน ปล่อยข่าวลือให้ร้ายคน ๆ หนึ่งเสื่อมเสียชื่อเสียงก็น่าจะมีความเสียหายน้อยกว่าการปล่อยข่าวลือให้บริษัท ๆ หนึ่งเสียหายสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งจากความรู้สึกส่วนตัวของผมแล้วโทษ 5 ปีสำหรับการดูหมิ่น "สถาบัน" ไม่ถือว่าเกินเลยไป ขนาดหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดายังมีโทษถึง 1 ปี หมิ่นศาลมีโทษถึง 7 ปี แล้วทำไมหมิ่นสถาบันจึงจะมีโทษถึง 5 ปีไม่ได้ แต่ถ้าต้องโทษถึง 20 ปีนี่ผมว่าเกินไปมากอยู่เหมือนกันครับ

มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 198 ผู้ใดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี หรือกระทำการขัดขวางการพิจารณาหรือพิพากษาของศาล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ในเมื่อความเสียหายจากการถูกดูถูกดูหมิ่น (หมิ่นประมาท) เป็นเรื่องที่วัดไม่ได้ชัดเจนแบบนี้ ผมถึงได้บอกว่าผมจึงบอกว่าความหนักเบาของโทษทัณฑ์นั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่วิธีการบังคับใช้และความชัดเจนของกฎหมายมากกว่า การส่ง SMS 4 ครั้งถูกพิจารณาคดีแยกเป็น 4 กระทงแต่หากขึ้นเวทีปราศรัยหมิ่นประมาท 100 ประโยคกลับถูกพิจารณาเป็นเพียงกระทงเดียว จุดนี้ต่างหากที่นับว่ามีความคลุมเครือและเป็นปัญหา นี่ยังไม่นับว่าเราควรแยกแยะ "การวิพากษ์วิจารณ์" ออกจากคำว่า "หมิ่นประมาท" อย่างไรอีกด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนมากกว่า

นี่แหละครับความคิดเห็นของผม

พูดตรง ๆ ถ้าคุณไม่รู้จักคิดให้ลึกซึ้งหรือไม่เข้าใจก็ช่วยรบกวนสอบถามตรง ๆ ไม่ต้องใช้วิธีกระแนะกระแหนแดกดันก็ได้ครับ เคยเตือนไปแล้วหลายรอบก็ยังไม่รู้จักคิดไม่รู้จักโตเสียที หลายคนเตือนแล้วก็ไม่ฟัง รอบที่แล้วโดน ban ไป 3 เดือนก็ยังไม่สำนึกตัว ถ้าแสดงความคิดเห็นด้วยคำพูดแบบที่ไม่แสดงออกว่ากำลังดูถูกคนอื่นอยู่ไม่เป็น ก็ช่วยอ่านไปเฉย ๆ เถอะครับหรืออย่างน้อยที่สุดก็ไม่ต้องมา reply ผมก็ได้ เพราะไม่ว่าผมจะเถียงกลับยังไงอธิบายแค่ไหนคุณก็ไม่เคยยอมรับผิด ไม่เคยพูดว่าขอโทษต่อคนที่คุณกล่าวหาดูถูกดูหมิ่นไปเลย

คนเราควรที่จะหัดคิดหัดฟังหัดอ่านให้เป็นก่อนที่จะหัดเขียนหัดพูดนะครับ โดยเฉพาะถ้าพวกที่พูดดี ๆ ไม่เป็นด้วยแล้ว

ผมไม่แน่ใจว่าที่โทษหนักขนาดนี้ เป็นเพราะพ่วงการดูหมิ่น(หยามศักดิ์ศรี)ท่านสมเกียรติด้วยหรือป่าว

ถ้าอย่างนั้นเกียรติของกษัตริย์ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิ์คงน้อยกว่ากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยแล้วหละครับ เพราะก่อน 2475 ความผิดฐานนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปีครับ

ก็นั่นแหละครับ ผมถึงบอกว่า ถ้าคุณคิดว่า "โทษ 5 ปีสำหรับการดูหมิ่น [สถาบัน] ไม่ถือว่าเกินเลยไป" ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง

แต่คุณคงอยู่ในอุดมคติที่ว่า ยิ่งอยากปกป้องสถาบัน ยิ่งต้องยัดโทษคนที่อยู่ตรงข้ามสถาบัน เข้าไปให้แรงๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยไม่มองว่าการกระทำแบบนี้นี่แหละมันคือการแสดงถึงความใจแคบ แล้วผลเสียจะตกอยู่กับใครเวลาที่คนอื่นมองว่า แค่มีปากเสียง ก็จะโดนโทษตั้ง 5 ปี

คนที่เขาไม่ได้เคารพอยู่แล้ว เขาไม่มองหรอกครับว่ามันคือความศักดิ์สิทธิ์ เขาหมั่นไส้
ตรงข้าม เวลาที่ไม่ถือโทษ เขาจะมองว่าใจกว้าง

ยิ่งถ้าคุณจะอ้างบริบทวัฒนธรรมไทย ศาสนาพุทธก็เน้นไปที่การให้อภัย การไม่ใส่ใจคำนินทา แต่มานั่งตั้งกฏหมายให้ขัดกับวัฒนธรรมแบบนี้ คนนอกจะมองยังไง?

ผมตอบให้ เขาจะมองว่าปากอย่างใจอย่าง มืถือสากปากถือศีล

ยิ่งเป็นปัญหาหนักกว่านั้นเมื่อเราสามารถตีขลุมคำวิจารณ์ให้กลายเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ด้วย ผมเคยไปนั่งอ่านว่าคนล้มเจ้าเขาคิดยังไงกับในหลวง มันก็มีทั้งเรื่องชีวิตส่วนตัวของในหลวง และเรื่องชีวิตการทำงานของในหลวง ผมขอบอก,คุณอาจจะไม่เชื่อ,ว่าผมไม่พอใจ คนที่เราเคารพโดนด่า ใครก็ไม่พอใจ

แต่... แล้วเราสามารถจะดำเนินคดีแบบสิ้นสงสัยได้รึเปล่าว่ามันคือเรื่องโกหกทั้งหมด? ไม่ได้ แจ้งความไปก็เข้ากฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แล้วก็ไม่ต้องสอบสวนสืบสวนอะไรทั้งนั้น ตัดสินว่าผิด แล้วไงต่อ มันก็จะ BackFire กลับไปหาในหลวงเอง ว่าไอ้ข้อความพวกนี้มันคือความจริงล่ะสิถึงได้กลัวจนต้องสั่งปิด ต้องไปปิดปากมัดมือคนเขียน

นี่คือธรรมชาติของโลกนี้ที่มันไม่เหมือนสามัญสำนึกของคนอย่างพวกคุณ(จริงๆมันก็เป็นสามัญสำนึกของคนที่คิดอะไรเป็นแพทเทิร์นกระแสหลักของสังคม) ผมก็เคยคิดแบบนั้น แต่มันไม่จริงเลย

แล้วพอเป็นแบบนี้ สุดท้ายใครเดือดร้อน?

ก็ในหลวงเดือดร้อน

แค่เพราะพวกคุณอยากจะปกป้องความรู้สึกของตัวเอง แต่ไม่รู้จักอดทน

ขอย้ำเรื่องสุดท้าย

กฏหมายหมิ่นเนี่ย ตั้งแต่สมัยก่อนโน้น ก่อนปฏิวัติ 2475 โทษเบาโหวงอย่างกับอะไร เพราะในหลวงทุกรัชกาลคิดมาดีแล้วว่ามันมีปัญหาอย่างที่ผมบอก มันเคยผ่านยุคที่ ใครหมิ่นกษัตริย์ก็จับตัดหัว มานานแล้ว กษัตริย์ไทยทราบดีที่สุดว่ามีกฏหมายแบบนี้ ตั้งโทษแรง ก็มีแต่คนเกลียดกษัตริย์ ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น

ที่มันมาตั้งโทษแรงขึ้น ก็สมัยรัฐบาลเผด็จการทหาร รัฐประหารมา แทบทั้งนั้น เอาไว้ยัดข้อหาคน ไม่ได้มีไว้ปกป้องกษัตริย์แต่อย่างใด

คุณโดนหลอกแล้ว

ต้องมองในบริบทเปรียบเทียบดังที่ได้กล่าวยกตัวอย่างไว้ด้วยครับว่าประเทศเรานี้หมิ่นศาลต้องโทษสูงสุดจำคุก 7 ปีแล้วทำไมหมิ่นสถาบันซึ่งตามหลักโครงสร้างแล้วมีความสำคัญกว่าศาลจำคุก 5 ปีถึงไม่เหมาะสม สำหรับผม 5 ปีก็ไม่ถือว่าเสียหายอะไรมากนักแต่ถ้าจะลดน้อยลงเหลือ 3 ปีผมก็เห็นด้วย ซึ่งถ้าจะลดจริงผมเห็นควรว่าควรลดโทษของการหมิ่นประมาทประเภทอื่น ๆ ด้วยให้ลดลั่นหรือเทียบเท่าเหมาะสมกัน ไม่ใช่ลดโทษเฉพาะกรณีหมิ่นสถาบัน อย่างนี้ไม่มีเหตุผล ไม่เรียกว่าเป็นการชำระกฎหมายแต่เป็นการแก้กฎหมายเอาตามใจมากกว่า

ผมไม่เคยบอกว่าไม่เห็นด้วยเลยที่จะลดโทษนะครับ เข้าใจเหตุผลทุกอย่าง ฟ้าเดียวกัน ...K...S ก็อ่านมาหมดแล้วทุกบท แต่มันก็ไม่จำเป็นที่ผมเข้าใจแล้วผมจะต้องเลือกระหว่าง "ชอบ" หรือ "ไม่ชอบ" กฎหมายมาตรานี้นะครับ โลกเราไม่ใช่ digital 0/1 ทุกอย่างมี scale ของมันยิ่งเป็นเรื่องของความรู้สึกแล้วย่อมต้องมี scale แน่นอน เพียงแค่ผมรู้สึกเฉย ๆ กับโทษทัณฑ์ของมาตรานี้ คุณก็พยายามผลักไสผมไปอยู่ฝ่ายตรงข้ามเพียงเพราะคุณคิดว่ามันไม่เหมาะสม กล่าวหาว่าผมต้องรู้สึกดีสะใจสาสมใจ มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นครับ คุณควรหัดที่จะยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นในแบบที่มันเป็นจริง ๆ ได้แล้ว และควรจะเลิกผลักไสคนอื่นไปตรงข้ามกับคุณเวลาที่ความเห็นของเขานั้นไม่ตรงกับจริตของคุณเสียที เพราะทุกครั้งที่คุณจัดกลุ่ให้คนอื่นในหัวสมองคุณเองแล้วคุณก็มักจะดูถูกคนอื่นอยู่ร่ำไป comment นี้ก็ยังไม่วายทิ้งท้ายด้วยคำพูดแนวดูถูกอีกเช่นเคยและที่สำคัญคุณไม่เคยยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองและกล่าวคำว่าขอโทษเลยสักครั้ง

ผมชักจะหมดความอดทนแล้วนะครับ อย่าให้มีคราวหน้านะครับคุณโอตาคุ Thaina ;)

ประเทศเรานี้หมิ่นศาลต้องโทษสูงสุดจำคุก 7 ปี

แปลว่ามันก็เจ๊งตั้งแต่ข้อนี้แล้ว ไม่สังเกตเหรอครับว่ามันมาเป็นแพทเทิร์น ศาลตัดสินคดียังไงก็ได้ วิจารณ์ก็โดนข้อหาหมิ่นศาล โอกาสที่จะรื้อคดีแก้คำตัดสินก็น้อยลง แล้วบรรทัดฐานเบี้ยวๆก็สะสมพอกพูน แล้วแบบนี้ใครได้ประโยชน์?

อย่างไรก็ดี นั่นคือ 7 ปีสูงสุดนะครับ? ต่ำสุดล่ะ? ถ้าไม่ตั้งต่ำสุด ก็แปลว่าจะสั่งว่า 0 ไปเลยก็ได้ แต่พอตั้งต่ำสุด แปลว่ายังไงก็ต้องให้ติด ความแรงต่างกันมากนะครับ ระหว่าง 0-15 กับ 3-15 เนี่ย

แล้วคุณก็อ้างโคตรมั่วซั่วว่ะ ก็เวลาปรับขึ้น มันปรับกฏหมายหมิ่นอย่างอื่นให้ขึ้นด้วยรึเปล่า? ต้องให้ย้ำกี่ครั้งว่า 3 - 15 มันพึ่งปรับขึ้นมาสมัยรัฐประหารรอบล่าสุดนะ ก่อนหน้านี้ไม่มีพื้นหรอกนะ มีแต่เพดานสูงสุด ซึ่ง,ตามที่บอกไป,จะตั้งว่า 0 ก็ได้

ที่ผมผลักคุณไปอยู่ฝั่งตรงข้ามผม เพราะคุณเถียงอะไรมามันไม่มีตรรกะ มั่วมาก ตลอด มันแสดงถึงฐานคิดของคุณ ว่าคุณไม่ได้ "เฉยๆ" หรอก ไม่งั้นคุณจะต้องออกมาพยายามพูดทำไม ถ้าคุณ "เฉยๆ" จริงๆ คุณก็คงไม่ต้องพยายามอธิบายแต่แรกแล้วว่าคุณ "ไม่เห็นว่ามันมีปัญหา" คุณไม่ต้องพูดตรงนี้ซักคำก็ได้

การที่คุณ "เฉยๆ" กับความอยุติธรรม หรือความไม่ถูกต้อง มันก็แสดงความคิดของคุณออกมาแล้วว่าคุณเป็นอย่างนั้น และผมกำลังบอกว่ามันคือสิ่งที่ผิดอยู่นี่ มันไม่ใช่ปัญหาว่าผมยอมรับหรือไม่ยอมรับ แต่ผมกำลังมีเหตุผลที่บอกว่าคุณผิด คุณไม่เคยรับฟังเลยต่างหาก เอาแต่ยืนยันว่าคุณแค่คิดต่าง

การคิดต่างไม่ใช่ความหมายว่าคุณจะคิดผิดก็ได้ การคิดต่างคือเราต้่องมาเถียงกันว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ้าอะไรบางอย่างไม่มีถูกผิด ก็เก็บไปก่อนได้ แต่ในเมื่อผมมีเหตุผลมาบอกว่าคุณผิด คุณจะยืนยันว่าคุณจะคิดต่างแบบนี้ต่อไปแม้ว่ามันจะผิดและไม่มีตรรกะเหตุผลอื่นใดมายืนยัน อย่างงั้นน่ะเหรอ?

ถ้าคุณเชื่อว่าโลกแบน แล้วมีคนมาบอกว่าโลกกลม คุณก็จะหาว่าพวกคนที่หาว่าโลกกลมมาผลักไสคุณ? ในเมื่อคุณไม่มีหลักฐานยืนยันว่าโลกแบน แต่ยังพยายามป่าวประกาศว่าโลกแบน คนที่เขาพยายามบอกความจริง เขาก็ต้องเห็นคุณเป็นอย่างที่คุณเป็น แต่คุณไม่ยอมรับเองว่าคุณเป็น

ผมไม่เคยเห็นคุณอดทนอะไรซักอย่าง อยากทำอะไรก็ทำสิครับ ยังจะต้องกั๊กอะไรไว้อีก?

ป.ล. ผมไม่เคยเห็นคุณขอโทษใครเช่นกัน ยังจำคดีราชบัณฑิตได้มั้ย?

แล้วสั่ง 0 ไม่ได้ สั่งต่ำสุดได้ว่าอะไรครับ?

1 ปี? 3 เดือน? มันจะมีกฏหมายที่สั่งให้จำคุก 3-6 เดือน หรือ 1-10 ปี ทำไมล่ะถ้างั้น?

หรือสั่งจำคุก 1 วัน? ขังเล่นๆไปวันนึง?

ผมเข้าใจว่า มันไม่เคยทำ แต่ไม่ใช้ทำไม่ได้นะ และยิ่งจำได้ว่ามันมีคำว่า "รอลงอาญา" ซึ่งถึงที่สุดบางทีก็ไม่ต้องติด แล้วแบบนี้ไม่ใช่ 0 ?

ผมโควต้าน้อย ขอต่ออีกนิด ถึงคุณ zerocool

ผมไม่ใช้จริตในการเถียงกับคนอื่นครับ ผมใช้ตรรกะ ผมใช้เหตุผล การที่คุณเหมาเอาว่าผมใช้จริตมาผลักไสคุณนี่ ดูเหมือนจะเป็นคุณมากกว่าที่ใช้จริตมาเถียงกับคนอื่น

ผมไม่ได้ถามคุณว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่ผมถามคุณว่าใช่หรือไม่ใช่ การที่มี scale มันก็มีจุดของมันว่าเที่ยงตรงหรือเอียงข้าง และถ้ามันไม่ตรงเป๊ะ มันก็คือเอียงไปข้างใดข้างนึง และหน้าที่ของคนที่อยู่ในปัจจุบัน คือการทำให้ scale มันเที่ยงเพื่ออนาคต

ถ้าคุณพยายามตอบคำถามของผมว่าชอบหรือไม่ชอบ แปลว่าคุณมาผิดทางแล้ว เมื่อผมเริ่มคิดเถียงกับใคร มันมีได้สามทางคือ ใช่ ไม่ใช่ และไม่รู้ ซึ่งทางเลือกที่สามคือคุณหาเหตุผลซักอย่างมาสตันให้ผมเชื่อได้ว่าผมต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม ผมก็จะขอเวลา Pause ไว้ตรงนั้น แต่ถ้ามันใช่ คุณหาข้อมูลทั้งหมดในโลกหล้ามายืนยันว่าผมผิดได้ ถึงแม้ผมไม่ชอบ ผมก็จะยอมรับมัน

และถ้าคุณคิดว่า การบอกว่าคุณโดนหลอกมานะ คือการดูถูก โดยที่คุณก็ไม่มีเหตุผลมายืนยันว่าไม่จริง
......ก็......คงเหมือนที่เขาพูดกันว่า "ยิ่งจริง ก็ยิ่งหมิ่น"

ถ้าผมโดนบอกว่าผมโดนหลอก ผมคงบอกว่าผมโดนหลอกยังไง และตรงไหนที่ผมพูดแล้วมันไม่จริงบ้าง มากกว่าที่จะมานั่งคิดว่าคุณดูถูกผม อันนี้เป็นความเห็นต่าง เป็นความคิดส่วนตัว คงไม่มีใครถูกผิด... ละมั้ง

การรอลงอาญานั่นมีการกำหนดโทษชัดเจนครับ เช่น ลงโทษจำคุกหนึ่งปี แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน ให้รอลงอาญาสองปี การรอลงอาญาเป็นการคุมความประพฤติแบบนึงครับ ถ้าภายในสองปีที่รอลงอาญาอยู่ไปทำผิดซ้ำอีก จะถูกบวกรวมโทษเข้าไปกับของเดิม โทษไม่ได้หายไปไหนแต่ให้โอกาสกลับตัว

ผมว่าคุณมีปัญหาเรื่องการอ่านจริง ๆ ครับ เสียเวลาพิมพ์ตอบคนที่ไม่อ่านอย่างเป็นที่สุด

อย่างไรก็ดี นั่นคือ 7 ปีสูงสุดนะครับ? ต่ำสุดล่ะ? ถ้าไม่ตั้งต่ำสุด ก็แปลว่าจะสั่งว่า 0 ไปเลยก็ได้ แต่พอตั้งต่ำสุด แปลว่ายังไงก็ต้องให้ติด ความแรงต่างกันมากนะครับ ระหว่าง 0-15 กับ 3-15 เนี่ย

ผม quote มาตรา 198 ไปแล้วหัดอ่านด้วยนะครับ มาบอกว่าต่ำสุด 0 ปีนี่เห็นแล้วเหนื่อยใจเลยครับ

ผมไม่เคยขอโทษใคร ? ถ้ามีตาก็ช่วยอ่านข่าวนี้ด้วยครับ ถ้าผมผิดผมก็ขอโทษอยู่แล้วครับ ไม่ได้หน้าด้านเหมือนใครบางคนที่หาว่าผม "คลั่งเจ้า" พิมพ์ไปหน้าสองหน้าทั้ง ๆ ที่ไม่มีหลักฐานไม่มีการ quote คำพูดของผมเลย ก็ยังไม่คิดจะขอโทษแม้แต่น้อยหรอกครับ ส่วนที่ผมยังไม่ขอโทษนั้นก็อนุมานได้เลยครับว่าผมยังไม่คิดว่าตัวเองผิด ซึ่งถ้าคุณยังบอกว่าคุณก็ไม่คิดว่าคุณผิดที่กล่าวหาผมอย่างนั้น ยังคงเชื่อว่าผมเป็นอย่างนั้นแม้ผมจะยืนยันว่าไม่ใช่ ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้วครับ แบบนี้มันเรียกว่ากล่าวหาตามใจฉันอย่างเดียว ฉันจัดให้คุณเป็นพวกนี้แล้วคุณก็ต้องเป็นพวกนี้ อย่ามาพูดเป็นอื่นอย่ามาขัดขืน ... ตลกสิ้นดี

แม้ผมบอกว่าผมเฉย ๆ กับเรื่องความหนักเบาของโทษทัณฑ์จากมาตรานี้ คุณก็ยังไม่เชื่อยังมารู้ดีกว่าความคิดของตัวผมเอง ยังไม่เลิกจัดกลุ่มให้ผมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คุณนี่ยิ่งกว่าพยาธิในท้องของผมอีกนะครับดูเหมือนจะรู้ดีไปหมด รู้ความคิดของคนอื่นไปหมด มีทักษะด้านจิตวิทยาสูงส่งมากทั้ง ๆ ที่แค่ปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวคุณเองคุณยังทำได้ไม่ค่อยดีเลยไม่ใช่เหรอครับ ;)

ผมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความหนักเบาของโทษทัณฑ์จากมาตรานี้หรอกครับ แต่ปัญหามันอยู่ทีความชัดเจนของเนื้อหากฎหมายและวิธีการบังคับใช้

ตกลงการที่ผมไม่ได้มองจุดนั้นว่าเป็นปัญหาสร้างความขัดแย้งในสังคม แปลว่าผมต้องรู้สึกเห็นด้วยสนับสนุนมันอย่างเต็มที่ ไม่ได้รู้สึกเฉย ๆ อย่างนั้นหรือครับ ตกลงว่าสำหรับคุณมันมีพื้นที่ตรงกลางระหว่าง "เห็นด้วย" กับ "ไม่เห็นด้วย" หรือเปล่าครับ ถ้ามันไม่มีก็ไม่ต้องมาคุยกันแล้วเพราะตรรกะพื้นฐานทางความคิดคนละอย่างกันเลย คนเรารู้สึกเฉย ๆ กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งแต่หากต้องการอธิบายใจความให้คนอื่นเข้าใจก็สามารถพิมพ์ comment ได้ไม่ใช่หรือครับ ทำไมรู้สึกเฉย ๆ แล้วต้องห้ามพิมพ์ พอพิมพ์แล้วก็กลายเป็น "พวกไม่ได้รู้สึกเฉย ๆ" เสียอย่างนั้น และยิ่งไปกว่านั้นที่ผมพิมพ์ไปนี่เพื่อตอบ comment ของคุณ ipeama นะครับ มันมีใจความและเหตุมาก่อนหน้านั้นอีกไม่ได้พิมพ์ลอย ๆ ขึ้นมาเอง คุณได้อ่านเรื่องราวครบถ้วนแล้วหรือยังครับ หรือว่าแค่เจอ id ผมก็ต้องหาทางเหน็บแนมแดกดันให้ได้ไม่งั้นคงนอนไม่หลับ ?

พูดตรง ๆ นะครับ ... ไม่ต้องพิมพ์แบบที่มันไร้สาระเถียงข้าง ๆ คู ๆ ไม่รู้จักจบสิ้นแบบเด็ก ๆ ก็จะดีมากครับ คุณเองก็อายุยี่สิบกว่าแล้วยังมีความคิดแบบที่ต้องกล่าวหาคนอื่นตลอด จัดกลุ่มคนอื่นที่ความคิดเห็นไม่ตรงจริตเสร็จสรรพ คิดแบบนี้มันไม่พาคุณไปไหนหรอกครับ เอาเวลาไปดู anime อย่างที่คุณชอบน่าจะมีประโยชน์ต่อตัวคุณมากกว่า

zerocool on 01/12/11 2:55 #359170 Reply to:359159 toggle

(-_-) ผมว่าเม้นนี้ลามปามเรื่องส่วนตัวมากไปหน่อยนะครับ ทั้งเรื่องครอบครัวและเรื่องอนิเมะ (ซึ่งมันไม่เกี่ยวอะไรกับที่เถียงกันอยู่ตอนนี้เลย)

โอเค อันนั้นผมผิดเองครับที่อ่านไม่ละเอียด แต่อย่างไรก็ดี

ตกลงการที่ผมไม่ได้มองจุดนั้นว่าเป็นปัญหาสร้างความขัดแย้งในสังคม

ใช่ครับ ผมคิดอย่างนั้น ซึ่งคุณจะไม่ต้องรู้สึกเห็นด้วยก็ได้ ถ้าคุณมีเหตุผลมาบอกได้ว่า ทำไมมันถึงไม่เป็นปัญหา,ซึ่ง,คุณก็อธิบายให้ผมฟังแล้ว และ ผมยังเห็นว่า เหตุผลของคุณมันไม่ถูก

อนุมานเอาว่ามันมีปัญหาอยู่สามจุด แต่คุณเลี่ยงไปพูดว่ามีปัญหาแค่สองจากสาม มันเหมือนกับว่าแค่แก้สองปัญหาก็จบแล้ว ทั้งที่บั๊กมันมีทั้งสามที่ แต่คุณกลับบอกว่า เฮ่ยมันมีแค่สองที่ อีกที่นึงดีแล้ว ไม่ใช่บั๊กแต่เป็นฟีเจอร์ ก็ต้องอธิบายได้ว่าทำไมสิ่งที่บอกว่ามันเป็นฟีเจอร์ที่ถูกต้องยังไง

และผมเห็นคำอธิบายของคุณมันก็ใช้ไม่ได้ คุณเอาจริตของคุณมาบอกว่าไม่เป็นไรหรอก โปรแกรมของเราก็เป็นวัฒนธรรมของเรา คุณบอกว่ามันวัดความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ ดังนั้นจะใส่เลขอะไรก็ได้ ไม่มีปัญหา มันได้ที่ไหน...ตัวเลขที่สมดุลจริงๆมันมีเสมอ ไม่งั้นทำไมเราไม่ปรับโทษขโมยของให้ตัดมือ ฆ่าคนตายให้ประหาร

ยิ่งสิ่งที่วัดไม่ได้นี่แหละยิ่งต้องชัดเจนว่าควรจะโทษเบาที่สุดที่จะเป้นไปได้ ไม่ใช่ไม่ชัดเจนเลยตั้งโทษแรงที่สุด มันผิดหลักกฏหมายชัดๆ ฆ่าคนตายยังรอลงอาญาได้เลย

หมิ่นประมาทบุคคลธรรมดามีโทษจำหรือปรับนะครับ ไม่ใช่มีแต่โทษจำคุก และมันก็มีโทษประมาณนี้มาแต่ไหนแต่ไร ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากฏหมายหมิ่นศาลปรับมาแล้วกี่ครั้งยังไงบ้าง แต่ถ้ามันจะปรับขึ้น ก็ใช่ว่ามันจะปรับกฏหมายหมิ่นธรรมดาตามซะที่ไหน ตรรกะของคุณมันจึงใช้ไม่ได้

ครั้งล่าสุดที่ คมช. ปรับกฏหมายหมิ่นเบื้องสูง ปรับกฏหมายหมิ่นตัวอื่นขึ้นตามรึเปล่า? ตอนที่คุณพูดคุณรู้ข้อมูลตรงนี้รึเปล่า? ถ้าผมจำไม่ผิดก่อนยุค คมช. น่าจะ 1-10 ปี ขั้นต่ำเท่าศาล ซึ่งก่อนหน้านั้นไปอีกหลายปี ก่อนยุค รสช. มันก็เบากว่านี้อีก

จะบอกให้ว่า ผมไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าคนพูดเป็นใคร ผมอ่านเจอคำพูดอะไรแล้วขัดใจผมก็มา reply บอกว่ามันมีปัญหา และพอเถียงกันแล้วคำอธิบายของคุณยิ่งทำให้ผมแน่ใจว่ามันเป็นปัญหาชัดๆ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงบริบทเดิมแล้วเพราะคุณก็อธิบายชัดเจนว่าคุณเห็นด้วยกับการสั่งจำคุก 5 ปี ด้วย SMS ซึ่งนั่นล่ะประเด็น และ ใช่ มันก็บอกว่าคุณเป็นคนแบบไหน คุณคิดว่าในโลกนี้มีคนที่จัด Position ทางการเมืองไม่ได้จริงๆน่ะเหรอ? ไม่มีทางหรอก ทุกคนมีจุดยืน มีแนวคิด มีคำว่าใช่กับไม่ใช่ การที่คุณไม่เห็นความอยุติธรรมอย่างนึงเป็นปัญหา คุณก็เป็นคนประเภทนึงแล้ว

คุณเคยใช้ BitFlags รึเปล่า? เลขสองตัว แค่ Bit นึงเป็น 0 อีกตัวเป็น 1 มันก็เป็นเลขคนละตัวแล้ว และมันก็เป็นความแตกต่างของ true กับ false ได้ด้วย ว่าถ้ามันมี 0 แค่ bit เดียว ก็กลายเป็น false ได้

พื้นที่ตรงกลางมันมีไว้สำหรับเรื่องส่วนตัวที่มันไม่กระทบใครครับ สำหรับเรื่องสาธารณะที่ต้องมีกฏเพื่อการอยู่ร่วมกัน ไม่มีหรอกครับ ผมย้ำอีกที มันมีแค่ใช่ ไม่ใช่ และไม่รู้ การที่คุณเห็นด้วยกับปริมาณบทลงโทษของกฏหมายข้อใดข้อนึง และผมไม่เห็นด้วย ผมเห็นว่ามีปัญหา มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องสาธารณะที่เกี่ยวพันกับชีวิตคนได้ และตราบนั้นมันไม่มีคำว่าพื้นที่ตรงกลาง มีแต่คำว่าถูกกับผิด และผม กำลัง บอกว่า คุณผิด

ไม่เหมือนกันการที่คุณจะรักสถาบันกษัตริย์ แล้วใครจะไม่รัก หรือผมที่รักในหลวงแต่ไม่นิยมสถาบันกษัตริย์ นี่คือเรื่องส่วนตัวที่มันไม่เกี่ยวกับใคร อาจจะไปเกี่ยวข้องกับคนอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เห็นตรงกัน นี่คือเรื่องของความรู้สึก เรื่องที่แยกได้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว มันก็จะไม่มีถูกผิด มันแล้วแต่คนชอบ ไม่น่าจะต้องมาเถียงกันด้วยซ้ำ (แต่ถ้าอยากนั่งเถียงกันก็ได้)

แต่สังคมวันนี้กลับกันไปหมด เรียกร้องจะให้ทุกคนคิดเห็นเหมือนกันว่าต้องรักในหลวง แต่เรื่องกฏหมายหรือนโยบายที่เป็นเรื่องสาธารณะกลับบอกว่าให้เป็นความนิยมส่วนบุคคล นี่มันวิปริตไปแล้ว

การที่ผมต้องเถียงกับคุณบ่อยๆ ไม่ใช่เพราะผมเห็นว่าเป็นคุณ แต่เพราะฐานคิดเราไม่ตรงกัน ทำให้คุณก็มักจะพูดอะไรที่ตรรกะผมรับไม่ได้ โดยที่ผมไม่จำเป็นต้องดูเลยว่าใครพูด เพราะฐานคิดของกลุ่มพวกคุณมันแสดงออกมาเหมือนๆกัน ไม่ใช่มีแค่คุณคนเดียว เหมือนที่บางทีคุณก็ไปเถียงกับคนที่ผมเห็นด้วยกับเขา คุณคิดว่าคุณเถียงกับผมอยู่คนเดียวเหรอ?

แต่การที่คุณตั้งแง่ว่าผมต้องการท้าตีกับคุณเป็นการเฉพาะ โดยไม่ได้สนใจหลักการเลย นี่ก็.....คงเป็น.... "นิสัยติดตัว" ....เหมือนกันกับที่ชอบหาประเด็นส่วนตัวมาด่าคนอื่นนะ คิดว่า

คุณจะคิดว่าผมดูถูกคุณรึเปล่าก็แล้วแต่ แต่ผมว่าวิธีการของคุณที่หาเรื่องส่วนตัวนอกประเด็นมาจิกกัดนี่ออกจะเลวกว่าเยอะนะ และขอบอกอย่างว่าการที่ผมโดนแบนไปกี่รอบก็แล้วแต่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการที่ผมเถียงกับคนอื่นเลย การที่คุณมั่วสาเหตุมาด่าคนอื่นนี่ก็ออกจะแสดงความเป็นตัวคุณออกมาได้ไม่เบาเลยเหมือนกัน

ป.ล. ถึงคุณ : iStyle

แล้วสั่ง 0 ไม่ได้ สั่งต่ำสุดได้ว่าอะไรครับ?

1 ปี? 3 เดือน? มันจะมีกฏหมายที่สั่งให้จำคุก 3-6 เดือน หรือ 1-10 ปี ทำไมล่ะถ้างั้น?

หรือสั่งจำคุก 1 วัน? ขังเล่นๆไปวันนึง?

อ่าน คห. นี้แล้วปวดตับ หัดรับฟังความเห็นคนอื่นบ้างเถอะครับ

เถียงกันแต่ไม่อ่านที่คนอื่นแย้งมา เข้าใจว่าเค้าอยู่อีกข้างแล้วก็ซัดโดยไม่ฟังเหตุผล คิดแต่ว่าคนอื่นต้องเป็นอย่างที่ตัวเองคิด ศูนย์กลางจักรวาลจริงๆ

อ้อ แล้วไม่ต้องมาว่าผมว่าไม่ฟังคุณอีกนะ เพราะหลายวันมานี้ ผมก็เริ่มเข้าใจที่สิ่งพวกคุณเรียกร้อง และก็เห็นด้วยในหลายๆ เรื่อง แต่จากที่คนอื่นอธิบายนะ ไม่ใช่คุณ เพราะคุณพูดด้วยอารมณ์และมีแต่คำพูดกระแนะกระแหนฝ่ายตรงข้าม ไร้ประโยช์ครับ ไม่มีใครฟังคุณหรอก มีแต่จะพาลอารมณ์ขึ้น

คุณล่ะครับ คิดว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของจักรวาล ถึงได้มีสิทธิ์ชี้ว่าคนอื่นเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

คุณไม่เห็นด้วยกับผม เพราะเห็นเป็นผมรึเปล่า?

ผมอธิบายเหตุผลไปตั้งเยอะตั้งแยะ ดันมาบอกว่าผมมีแต่คำพูดกระแนะกระแหน โอ้ยตาย แบบนี้ผมพูดกี่ชาติคุณก็คงไม่รู้เรื่องหรอก เหตุผลอะไรโละทิ้งหมด

ก็เพราะพูดอะไรก็มีแต่ตรรกะป่วยๆ ผมถึงได้เตือนสติด้วยคำแรงเผื่อจะได้คิดบ้าง คุณไม่เห็นมั่งเหรอว่าสิ่งที่พวกคุณพูดมาแต่ละอย่าง คนอื่นเขาค้านกันไม่ใช่มีแค่ผม

ผมไม่ขอพูดถึงคำพูดของคุณละครับ พูดไปคุณก็ไม่คิดจะฟังผม เหมือนที่คนอื่นๆหลายคนพูดแนะนำเรื่องคำพูดของคุณไง ถ้ามันไม่แย่จริง คนอื่นเค้าคงไม่พูดเหมือนกันล่ะครับ หรือกระทั่งที่เคยโดนแบนไป จริงมั้ย

ส่วนเรื่องตรรกะป่วยๆ ผมยอมรับครับ ว่าผมก็มีบ้าง ผมไม่เคยคิดหรอกที่ตัวเองคิดน่ะมันถูกต้องทุกอย่าง และผมก็ชอบที่คนอื่นมาแย้งด้วย จะได้รู้ตัวว่าผิด ไม่ใช่เอาแต่คิดว่าตัวเองถูกอยู่ตลอดเวลา ถ้าแย้งมาด้วยเหตุผลนะ ไม่ใช่แย้งแบบแถมจิกกัดอยู่ตลอดเวลา

เวลาคนเราพูดอะไรก็ต้องคิดอยู่แล้วครับว่าสิ่งที่ตัวเองพูดมามันคือสิ่งที่ถูกต้อง การที่คุณพูดว่าผม ก็เพราะว่าคุณเห็นว่าสิ่งที่ตัวคิด มันถูกต้อง ใช่หรือไม่?

ผมฟังอยู่ตลอด ไม่งั้นผมจะเถียงได้เหรอ

ผมก็ชอบที่คนอื่นมาแย้งไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ถ้าแย้งด้วยตรรกะป่วยๆผมก็เบื่อ บางเรื่องมันมีคนอธิบายไปแล้ว บางทีอธิบายไปเสร็จแล้วแต่ยังพูดย้อนผมเหมือนไม่ได้อ่าน บางทีก็ถึงระดับที่เรียกว่ารับไม่ได้กับตรรกะแบบนี้ ผมถึงได้จิกกัดกระแนะกระแหน

ถ้าจะให้พูด บ่อยไปที่ผมไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน ผมเล่นแบบตาต่อตาด้วยซ้ำ แรงมาแรงกลับ แต่พอเบาผมก็เบา

ถ้าอยากให้ผมแพ้ ก็ช่วยหาเหตุผลข้อเท็จจริงอะไรก็ได้มาสตันให้ผมรู้สึกว่า เออว่ะ ตรรกะที่ผมใช้มันผิดชัดๆ แล้วผมจะยอมแพ้ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าผมไม่เคย บางทีผมก็แพ้ได้ บางทีผมก็ยอมเพราะเถียงไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมทำมาตลอด เพียงแต่มันไม่เคยได้จากคุณ หรือบางคนที่ผมเถียงด้วยบ่อยๆเพราะฐานคิดไม่ตรงกัน(มีหลายคนอยู่) มันก็เท่านั้น

ถ้าจะอ้างมาตราหมิ่นศาลฯ(มาตรา198) ก็ต้องบอกว่าโทษในมาตรานี้ถูกเพิ่มขึ้นโดยคณะรปห.ปี2519 ซึ่งเป็นผู้เดียวกับที่สั่งให้เพิ่มโทษมาตรา 112 (จาก 7ปีในสมัยสฤษดิ์เป็น 3-15ปี) ด้วยนั่นเอง

ฉะนั้นจะอ้างว่า หมิ่นศาลฯยังโทษเท่านี้ เลยจะบอกว่าโทษหมิ่นสถาบันต้องมากกว่าตามไปด้วย ก็ต้องดูว่าเจตนารมณ์ของคนออก(คณะรปห.) เพราะเขาเพิ่มมาพร้อมๆกันเพื่อที่ปิดเงื่อนไขในการโต้แย้งคดีแบบนี้ไงล่ะครับ คือใช้ความรุนแรงของโทษมาปิดปากไปทีละลำดับนั่นเอง (และอันที่จริงมาตรา 198 น่าจะหมายถึงการขัดขวางการพิพากษามากกว่า การพูดดูหมิ่นที่โดนเหมารวมไปในมาตราเดียวกันด้วย)

และถ้าจะถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย คุณคิดว่าประกาศคณะรปห.ที่คนถือปืนสั่งให้แก้ไขตามใจชอบ กับกฎหมายที่มาจากสภานิติบัญญัติที่ได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนประชาชน แบบไหนควรค่าแก่การเคารพมากกว่า? (อันที่จริงมันผิดตั้งแต่เรายอมรับการรปห.ปี2500 ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วล่ะครับ)

คุณคิดว่ามันเหมาะสมแค่ไหน ที่การดูหมิ่นด้วยคำพูด ไม่มีโอกาสรอลงอาญาหรือมีเหตุให้ให้ยกเว้นความผิด ทั้งๆที่การฆ่าคนตายนั้นยังมีสิทธิ์? ย้ำนะครับดูหมิ่นด้วยคำพูดมันรุนแรงกว่าการฆ่าคนตายได้อย่างไร? มันคลุมเครือไปไหมที่จะเอาการ"ดูหมิ่น" มามีโทษร่วมกันกับการ"อาฆาตมาดร้าย"?

ส่วนที่บอกให้แก้กฎหมายก็เห็นด้วย แต่อันที่จริงประเทศที่เจริญแล้วแถวยุโรปเขาก็มีกฎหมายคล้ายๆกับเรา(เขามีกฎหมายที่ออกมาหลายร้อยปีและยังมีผลอยู่จำนวนมาก ยังไม่ได้ออกประกาศยกเลิกหรือแก้ไขทั้งหมด) แต่เขาจะยึดหลักในการพิจารณาบทลงโทษว่า ต้องไม่เกินกว่ากฎหมายประเภทเดียวกันในปัจจุบัน ต้องไม่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และรธน.ครับ เลยมีเคสตัวอย่างเป็นให้ลงโทษปรับ ซึ่งล้อกับคดีหมิ่นบุคคลธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้ให้ไปตัดหัวโดยอ้างว่ากฎหมายสมัยโบราณยังมีผลอยู่ครับ

แต่จะให้แก้ไขกันเต็มๆ ผมว่าคงยาก ขนาดแค่เริ่มมีการพูดถึ งก็มีขบวนการออกมาขู่ว่า ใครคิดแก้คือพวกคิดล้มฯ แล้วมันจะดำเนินไปต่อได้อย่างไร? ตราบใดที่อำนาจของเผด็จการทหารที่ใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้ามยังคงแฝงตัวอยู่ ก็คงทำอะไรกันไม่ได้ต่อไปนั่นแล

ป.ล. ดูชื่อกลุ่มที่ตั้งชื่อประมาณ ปกป้อง... ...สามัคคี ที่ออกมาโจมตีผ่านสื่อฯว่าอีกฝ่ายจะล้มฯนั่น ลองไล่ดูชื่อหัวหน้า่กลุ่ม ดูนามสกุลแล้วจะร้องอ๋อ บางคนก็มาจากกลุ่มนวพล กระทิงแดง และลูกเสือชาวบ้านในเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519นั่นเอง เขากลัวโดนย้อนโทษฆาตรกรรม(ที่ฆ่าน.ศ. มธ.) ที่เคยได้รับการนิรโทษกรรมจะโดนยกเลิกแบบคณะรปห.ไงล่ะครับ

ผมอ่านแล้วคิดถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 เลยครับ ในการใช้ไม้อ่อนจัดการคอมมิวนิสต์ของป๋าเปรมครับ

ผมขออัญเชิญพระราชดำรัสของพระองค์ท่านเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2548 มาให้อ่านกันครับ

"แต่อย่างไรก็ตาม เข้าคุกแล้ว ถ้าเป็นการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เองเดือดร้อน เดือดร้อนหลายทาง ทางหนึ่งต่างประเทศเขาบอกว่าเมืองไทยนี่พูดวิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ ว่าวิจารณ์ไม่ได้ก็เข้าคุก มีที่เข้าคุก เดือดร้อนพระมหากษัตริย์

ต้องบอกว่าเข้าคุกแล้วต้องให้อภัย ทั้งที่เขาด่าเราอย่างหนัก ฝรั่งเขาบอกว่าในเมืองไทยนี่ พระมหากษัตริย์ถูกด่า ต้องเข้าคุก ที่จริงควรเข้าคุก แต่เพราะฝรั่งบอกอย่างนั้นก็ไม่ให้เข้า ไม่มีใครกล้าเอาคนที่ด่าพระมหากษัตริย์เข้าคุก เพราะพระมหากษัตริย์เดือดร้อน เขาหาว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนที่ไม่ดี อย่างน้อยที่สุด ก็เป็นคนที่จั๊กจี้ ใครว่าไรซักนิดก็บอกให้เข้าคุก

ที่จริงพระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุก ตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อนๆ เป็นกบฏ ก็ยังไม่จับใส่คุก ไม่ลงโทษ รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ลงโทษ ไม่ได้ลงโทษผู้ที่เป็นกบฏ มาจนกระทั่งถึง ต่อมา รัชกาลที่ 9 ใครเป็นกบฏ ก็ไม่เคยมีแท้ๆ ที่จริงก็ทำแบบเดียวกันไม่ให้เข้าคุก ให้ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกแล้วก็ให้ปล่อย ถ้าไม่เข้าก็ไม่ฟ้อง เพราะเดือดร้อนผู้ที่ถูกด่า เป็นคนเดือดร้อน อย่างที่คนที่ละเมิดพระมหากษัตริย์ และถูกทำโทษไม่ใช่คนนั้นเดือดร้อน

พระมหากษัตริย์เดือดร้อน นี่ก็แปลก"

ความในพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตอนหนึ่ง , 4 ธันวาคม 2548

neogravity Wed, 30/11/2011 - 19:05

อ่านมาถึง " ใช้เวลาวันละไม่เกิน3ชม.พอนะคะสำหรับการเล่นเน็ต" นึกถึงพวกโฆษณาสแปมทำงานทางเน็ต

น่าจะเป็นของผมหรือเปล่าครับ เขียนไปก็เสียวไปอยู่เหมือนกัน คัดกรองคำพูดอยู่หลายรอบเลยทีเดียว - -

คห.นี้เป็นตัวอย่างนึงของจุดบอดในช่องกฏหมายครับ

ขนาดไหนเรียกว่าหมิ่น? ขคห.ไหนหมิ่น จิ้มไปเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจใครทั้งนั้น

พวกแนวคิดเผด็จการนี่ ทำกันเป็น pattern เหมือนกันหมด

อาศัยความยังไม่รู้เดียงสาของเด็ก ความร้อนแรงของวัยรุ่น
การที่ยังเห็นโลกมาน้อย และเป็นวัยที่เชื่อฟังมากกว่าจะตัดสินใจ
ทำลายฝ่ายที่เห็นต่าง

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงสมัย ปฎิวัติวัฒนธรรมในจีน ที่เน้นปลุกเร้า
เยาวชนให้ออกมาสอดส่องผู้ที่มีความคิดที่เรียกว่า ต่อต้านการปฎิวัติ
แล้วเอาไปกลั่นแกล้งลงโทษ ประนาม เล่นกันถึงตายก็มาก

หรือแม้แต่เขมรแดง ที่เริ่มปีที่ศูนย์ ให้เด็กเป็นผู้ฟ้องพ่อแม่ของตน ที่แสดงความไม่เห็นตรงกับ
รัฐ เสร็จแล้วเอาไป ลงโทษ เข้าเรือนจำพิเศษ หรือประหารทันที ก็มี

เห็นหลายๆเว็บไม่ให้มีกาวลรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวแนวนี้เลย

อยากรู้ว่าการแสดงความคิดเห็นเรื่องแบบนี้จะถือว่า blognone มีความผิดมั้ย หรือเกิดมีคนคิดจะหาเรื่องจริงๆ

โดยส่วนตัวบอกตรงๆว่ากลัวที่จะแสดงความคิดเห็นกับเรื่องแบบนี้ครับ

ถ้าโดนคงยกทีมครับ จะโดนหรือไม่โดนก็ไม่มีใครบอกได้ เพราะข้อกฏหมายมันเอื้อประโยชน์สให้ผู้มีอำนาจบังคับใช้กฏหมายเอาไปตีความได้ตามต้องการครับ

เอาเป็นว่า พวกผมที่เม้นๆ กันเนี่ย เห็นประตูคุกแว่วๆ แล้วครับ

จ่าไม่ลงเรื่องการเมืองครับ เคยประกาศไว้ค่อนข้างชัด

อีกอย่างเห็นมีคนเข้าไปยุในเฟสมาเหมือนกัน จ่าตอบแค่ว่า "มันไม่ดราม่าเพราะไม่มีใครเห็นด้วยกับมัลลิกาเลย"

มันฮาตรงนี้แหละ

ถ้ามีคนเขียน comment ที่ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แล้วผู้ดูแล blognone ลบไม่เร็วทันใจเจ้าหน้าที่ ก็มีโอกาสโดนได้เหมือนกันครับ ความผิดก็เป็นสิบปีเหมือนกัน (ตัวอย่างก็มีของประชาไท ที่คดียังอยู่ในชั้นศาล)

เรื่องภาระการรับผิดของตัวกลางใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรมีการถกเถียงกันครับ ที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันสร้างภาระให้กับคนทำเว็บมากๆ

พรบ.คอมพิวเตอร์ นี่โดนยัดไส้สมัยรปห.2549เลย เพิ่มโทษบางอย่างจากร่างฯเพิ่มเป็น 5 ปีกัน ทั้งๆที่มูลฐานความผิดมันไม่ได้รุนแรงขนา่ดนั้นเลยแท้ๆ

+1 ให้ Thaina ทุก comment ในนี้ครับ

คนส่วนใหญ่รักในหลวงแต่ไม่ได้รักสถาบัน เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเลยครับ

l2aelba Thu, 01/12/2011 - 18:55

ให้เด็ก 11 ขวบที่ไม่ค่อยรู้อะไร มานั่งหาเวปพวกนี้... กลัวจะตกเป็นเหยื่ออบายมุขพวกนี้แทนละสิ