Special Report

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2011 เป็นวันประวัติศาสตร์ที่วงการมือถือและวงการไอทีต้องจารึกไว้ เหตุเพราะบริษัทมือถืออันดับหนึ่งของโลกและบริษัทซอฟต์แวร์อันดับหนึ่งของโลก ประกาศจับมือกันผลักดันยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อสู้ศึก "สมาร์ทโฟน" ที่ทั้งสองบริษัทกำลังเพลี่ยงพล้ำอยู่ในช่วงหลัง

ใจความหลักของงานแถลงข่าวไม่มีอะไรผิดคาดจากข่าวลือต่างๆ ก่อนหน้า (Elop ก็บอกใบ้เรื่องนี้เองไม่กี่วันก่อนผ่านบันทึกภายใน) นั่นคือโนเกียจะหันมาใช้ Windows Phone เป็นระบบปฏิบัติการ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ก็ติดตามได้ในบทความนี้ครับ

งานนี้ Stephen Elop ซีอีโอคนใหม่ของโนเกีย (ย้ายข้ามมาจากฝ่าย Office ของไมโครซอฟท์ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว) นั่งแถลงการณ์คู่กับเจ้านายเก่าของเขา สตีฟ บัลเมอร์ที่กรุงลอนดอน

รายละเอียดของการแถลงข่าวแบ่งได้เป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้

ระบบปฏิบัติการ: Windows Phone, Symbian, MeeGo, S40

ประเด็นที่ทุกคนจับตาคือการ "หักมุม" ทางยุทธศาสตร์ด้านระบบปฏิบัติการแบบเฉียบพลัน นั่นคือโนเกียจะใช้ Windows Phone ของไมโครซอฟท์

Windows Phone

ประโยคสำคัญที่สุดในการแถลงข่าวครั้งนี้คือ

Nokia will adopt Windows Phone as its primary smartphone strategy

ตอนนี้เรายังไม่มีรายละเอียดใดๆ ว่า Nokia Windows Phone จะมีหน้าตาอย่างไร มีจำนวนกี่เครื่อง ออกเมื่อไร สิ่งที่เรารู้คือโนเกียจะไม่เป็นเพียงคนขอใช้ WP7 แต่จะมีส่วนร่วมกับการพัฒนาด้วยจำนวนหนึ่ง

Stephen Elop ตอบคำถามในช่วงแถลงข่าวว่า โนเกียจะมีสิทธิ์ปรับแต่ง WP7 บนฮาร์ดแวร์ของตัวเองได้ตามต้องการ แต่ในการปฏิบัติจริง โนเกียจะไม่ปรับแต่งมากจนเกินไป และพยายามรักษาความเข้ากันได้ของระบบมากกว่า - Engadget

สตีฟ บัลเมอร์ ตอบคำถามว่าดีลกับโนเกียครั้งนี้ "ไม่ exclusive" แต่ไมโครซอฟท์จะยื่นผลประโยชน์ที่ "ไม่ซ้ำใคร" (unique) ให้กับโนเกีย ซึ่งยังไม่บอกว่าเป็นอะไรบ้าง

Elop ยังเล่าว่าโนเกียเคยไปคุยกับกูเกิลว่าจะใช้ Android แต่สุดท้ายไม่เลือกทางนี้เพราะไม่เห็นหนทางที่จะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ ไมโครซอฟท์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

Symbian

คำถามต่อมาที่ทุกคนอยากรู้คือ Symbian จะเป็นอย่างไรต่อไป คำตอบของโนเกียก็คือ มีแผนจะขายอุปกรณ์ Symbian อีก 150 ล้านเครื่อง ฟังแล้วดูดี แต่ในสไลด์ที่โนเกียนำเสนอต่อนักลงทุนกลับไม่เป็นเช่นนั้น


จากภาพจะเห็นว่าอนาคตของ Symbian จะถูกแทนที่ด้วย Windows Phone ทั้งหมด เพียงแต่ในสไลด์ไม่ระบุว่าเป็นเมื่อไรเท่านั้นเอง (คาดกันว่าถึงปี 2012)

ที่มา - Engadget

MeeGo

แม้ว่าสไลด์ข้างต้นจะยังเหลือ MeeGo ไว้ให้เห็น แต่ในช่วงตอบคำถามนักข่าว Stephen Elop บอกว่าเขาไม่เชื่อว่าโนเกียจะสร้างสภาพแวดล้อมรอบ MeeGo ได้ทันท่วงที แม้โนเกียยืนยันว่าจะวางขายอุปกรณ์ MeeGo ในปีนี้ (เพียงรุ่นเดียวด้วย) แต่มันไม่ใช่ยุทธศาสตร์หลักของบริษัท เป็นแค่ "โอกาสในการเรียนรู้" และหลังจากวางขายได้แล้ว ทีม MeeGo จะหันไปโฟกัสยังแพลตฟอร์มในอนาคต

โนเกียอาจเลี้ยง MeeGo เอาไว้เผื่อพลาดกับ Windows Phone แต่ในระยะสั้นแล้วคงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เอาตัวให้รอดด้วย Windows Phone ก่อน ส่วน MeeGo ไว้ว่ากันทีหลัง

ข้อมูลส่วนตอบคำถามจาก - Engadget

S40

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่าระบบปฏิบัติการเก๋ากึ๊กอย่าง S40 ยังอยู่รอดปลอดภัยดีไม่มีปัญหา เหตุเพราะมีตลาดที่แยกกันชัดเจน และยังแข็งแกร่งอยู่มากในตลาดล่างนั่นเอง (อ่านหัวข้อ "โนเกียจะปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ขนานใหญ่" ประกอบ)

อนาคตของแบรนด์และบริการ

ส่วนบริการอื่นๆ นอกจากตัวระบบปฏิบัติการ ในแถลงข่าวบอกว่า "โนเกียกับไมโครซอฟท์จะรวมบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน" และยกตัวอย่างบริการบางส่วน

  • Bing จะกลายเป็นเครื่องมือค้นหาหลักของโนเกีย
  • Microsoft adCenter จะเป็นศูนย์กลางโฆษณาสำหรับมือถือและบริการของโนเกีย
  • Windows Phone ของโนเกียจะสามารถซื้อแอพแบบลงบิลรายเดือนได้ โดยใช้สัมพันธ์เดิมของโนเกียกับโอเปอเรเตอร์ทั่วโลก
  • Ovi Store จะถูกนำไปรวมกับ Microsoft Marketplace
  • Nokia Maps (เข้าใจว่าหมายถึง Ovi Maps) จะถูกใช้ใน Bing และ Microsoft adCenter (ไม่บอกว่า Bing Maps จะเป็นอย่างไร)
  • เครื่องมือในการพัฒนาแอพบน Windows Phone จะใช้ของไมโครซอฟท์คือ Visual Studio 2010, Expression, Silverlight และ XNA Framework ไม่มี Qt บน Windows Phone
  • Qt จะยังอยู่บน Symbian และ MeeGo
  • Forum Nokia จะยังเป็นศูนย์กลางสำหรับนักพัฒนาบน Symbian และ S40

ที่มา - Forum Nokia, Engadget

สิ่งที่เรายังไม่รู้ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น อนาคตของ "แท็บเล็ต" ของโนเกียว่าจะไปทางไหน (ไมโครซอฟท์เองก็ยังไม่มีคำตอบสำหรับสาธารณะเช่นกัน) หรือว่าซอฟต์แวร์บางตัวของไมโครซอฟท์อย่าง Office หรือ Xbox จะมาเชื่อมกับโนเกียหรือไม่อย่างไร

โนเกียจะปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ขนานใหญ่

การแถลงข่าวรอบนี้ โนเกียบอกว่าจะปรับโครงสร้างการบริหารงานของตัวเอง (ซึ่งเป็นปัญหามาโดยตลอด)

การเปลี่ยนแปลงสำคัญก็คือโนเกียจะแยก business unit ออกเป็น 2 ฝ่ายใหญ่ๆ แยกกันชัดเจน คิดกำไรขาดทุนเฉพาะฝ่ายตัวเอง ได้แก่

  • Smart Devices คุมสมาร์ทโฟนทั้งหมด ฝ่ายนี้จะรับผิดชอบการพัฒนามือถือ Windows Phone ร่วมกับไมโครซอฟท์ และดึงคนจาก 3 ฝ่ายเดิมได้แก่ Symbian, MeeGo และ Strategic Business Operations เข้ามาอยู่ใต้ฝ่ายนี้ หัวหน้าทีมคือ Jo Harlow
  • Mobile Phones คุมมือถือตลาดล่างที่ใช้ S40 เป้าหมายคือ The Next Billion หรือ "ลูกค้า 1 พันล้านคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้" ซึ่งหมายถึงลูกค้าประเทศเกิดใหม่อีก 3 พันล้านคนที่ต้องการมือถือต่อเน็ตได้ในราคาถูก ฝ่ายนี้นำโดย Mary McDowell (รายละเอียดอ่านใน Mobile Phones: The Next Billion)

ฝ่ายอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับมือถือโดยตรง ได้แก่

  • Markets ฝ่ายการตลาด รับผิดชอบการขายทั้งหมด นำโดย Niklas Savander (คนนี้เคยมาตอบคำถามผ่านทวิตเตอร์)
  • Services and Developer Experience รับผิดชอบบริการต่างๆ และการประสานงานกับนักพัฒนา
  • Design ตามชื่อครับ งานออกแบบ นำโดย Marko Ahtisaari
  • NAVTEQ ยังบริหารงานแยกเป็นอิสระ ไม่เกี่ยวข้องกับโนเกียโดยตรง

สำหรับฝ่ายอื่นๆ พวกกฎหมาย ทรัพยากรมนุษย์ การเงิน บริหารงานทั่วไป ฯลฯ คงไม่ต้องลงรายละเอียดนะครับ การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้ทำให้ข่าวลือว่าผู้บริหารบางส่วนจะถูกปลด เป็นเรื่องไม่จริง เพราะทุกคนยังอยู่ดีมีสุขในการปรับโครงสร้างรอบนี้

Stephen Elop ยังปฏิเสธข่าวการย้ายสำนักงานไปที่ซิลิคอนวัลเลย์ โดยบอกว่าโนเกียเป็นบริษัทของคนฟินแลนด์ และจะไม่ย้ายไปไหน

ข้อมูลจาก Nokia Press Release, ภาพประกอบจาก Engadget

ผลกระทบจากการปรับยุทธศาสตร์

ผลประกอบการ

สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือโนเกียประกาศเตือนนักลงทุนว่าปี 2011-2012 จะเป็น "ช่วงเปลี่ยนผ่าน" ซึ่งโนเกียจะต้องลงทุนเพิ่มเติมในสภาพแวดล้อมของไมโครซอฟท์ หลังจากนั้นโนเกียคาดว่าจะมียอดขายเกินอัตราเฉลี่ยของตลาด และมีสัดส่วนกำไรประมาณ 10% - Engadget

พนักงาน

และในช่วงตอบคำถามกับนักข่าว Stephen Elop ยืนยันว่าโนเกียจะลดพนักงานลงจำนวน "ไม่น้อย" (substantial reductions in employment) ทั้งในฟินแลนด์และที่อื่นๆ ในโลก - Engadget

สภาพการแข่งขันในตลาด

โนเกียจั่วหัวบล็อกอันหนึ่งใน Nokia Conversations ว่า Welcome to the Third Ecosystem

แม้จะไม่บอกตรงๆ แต่ทุกคนคงเข้าใจตรงกันว่า First และ Second หมายถึง iOS กับ Android

Stephen Elop ตอบคำถามว่าโนเกียเองเพียงลำพังไม่สามารถแข่งขันกับแอปเปิลและกูเกิลได้ การจับมือกับไมโครซอฟท์จะทำให้ขั้วของโนเกีย-ไมโครซอฟท์มีสภาพเป็น "ขั้วใหญ่ที่สาม" ซึ่ง Elop บอกว่ายุทธศาสตร์นี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากโอเปอเรเตอร์หลายรายที่เขาไปคุยด้วย

บทวิเคราะห์

ปี 2010

เมื่อปี 2010 วงการมือถือและอุปกรณ์พกพา มีผู้เล่นในตลาด (นับเป็นแพลตฟอร์ม) ดังนี้

  1. iOS
  2. Android
  3. Symbian
  4. BlackBerry OS/BlackBerry Tablet OS
  5. Windows Mobile/Phone
  6. webOS
  7. Maemo/MeeGo

ผู้เล่นที่สร้างโมเมนตัมได้อย่างชัดเจนมีสองรายคือ iOS และ Android ส่วนรายอื่นๆ สภาพก็แย่บ้าง เฉยๆ บ้างแตกต่างกันไป

  • Symbian ยังเป็นเบอร์หนึ่งในแง่จำนวนยอดขาย แต่ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ถดถอยลงเรื่อยๆ (เพิ่งถูก Android แซงในแง่ยอดขายไปเร็วๆ นี้)
  • BlackBerry OS ในสหรัฐอเมริกายังเป็นเบอร์หนึ่ง ในตลาดโลกยังพอไปได้ แต่มีสภาพคล้ายกับ Symbian คือระบบปฏิบัติการเก่าไม่ดึงดูด และมีส่วนแบ่งตลาดลดลงเช่นกัน ส่วน BlackBerry Tablet OS (QNX) ถือเป็นการรีบูตตัวเองใหม่
  • Windows Mobile ถือว่าตายไปแล้วในตลาดคอนซูเมอร์ ส่วน Windows Phone ถือเป็นการ "รีบูทใหม่" ที่เพิ่งเริ่มต้น สภาพแวดล้อมต่างๆ ต้องสร้างกันใหม่หมด เหมือนกับ BlackBery Tablet OS
  • webOS จุดไม่ติดจนโดน HP ซื้อ ต้องใช้เวลาในการปรับทัพอยู่บ้าง ก่อนจะกลับมาใหม่ใต้ชื่อ HP
  • Maemo จบสิ้นไปแล้ว ส่วน MeeGo ยังไม่เสร็จเสียที
  • (ผมไม่นับ Bada เพราะตลาดไม่ค่อยตรงกันนัก ซึ่งดูท่าทีของซัมซุงในช่วงหลังก็เหมือนจะเฉยๆ กับ Bada แล้วเหมือนกัน)

ปี 2011

ปี 2011 สภาพตลาดเปลี่ยนไปเยอะ

  1. iOS ยังอยู่ดีมีสุข
  2. Android เป็นแชมป์รายใหม่
  3. Symbian/MeeGo ไปรวมกับขั้วของ Windows Phone
  4. BlackBerry ฝากอนาคตไว้ที่ PlayBook/QNX
  5. webOS ใต้ชายคาใหม่ HP

สถานกรณ์ของ iOS กับ Android ยังคงเหมือนเดิมคือติดลมบนไปเรียบร้อย ส่วนขั้วที่สามของโนเกียกับไมโครซอฟท์ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะทั้งสองถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่มากในโลกของตัวเอง และมีกำลังเหลือเฟือที่จะต่อกรกับผู้นำทั้งสอง

ทางเลือกที่สาม

ในฝั่งของโนเกียนั้นชัดเจนว่า "อนาคตคือ Windows Phone" ถึงแม้จะยังเลี้ยงๆ Symbian/MeeGo เอาไว้บ้าง แต่ในทางทฤษฎีถือว่าจบไปแล้ว รอวันตาย ทุกสิ่งทุกอย่างต้องฝากไว้ที่ Windows Phone เท่านั้น ความชัดเจนในเรื่องนี้จะค่อยๆ ปรากฎขึ้นเมื่อเราเห็นข่าวมือถือ Windows Phone เครื่องแรกจากโนเกีย

ฝั่งของไมโครซอฟท์นั้นน่าสนใจกว่า เพราะ Windows Phone ไม่ได้ขายให้เฉพาะโนเกีย ยังมี HTC/Samsung/LG/Dell เป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายอื่นด้วย นอกจากนี้เรายังไม่รู้ว่าบทบาทในการพัฒนาตัวซอฟต์แวร์ Windows Phone ระหว่างไมโครซอฟท์กับโนเกียจะแบ่งกันอย่างไร ถ้ามีความเห็นไม่ลงรอยกันจะทะเลาะกันจนเจ๊งทั้งคู่หรือไม่ ฯลฯ

ผมคิดว่าหนทางเดียวที่ขั้วไมโครซอฟท์-โนเกียจะไปรอดได้ ก็คือแบ่งบทบาทกันอย่างชัดเจนว่า "โนเกียทำฮาร์ดแวร์ ไมโครซอฟท์ทำซอฟต์แวร์" โดยโอนพนักงานฝ่ายซอฟต์แวร์ของโนเกียไปอยู่ใต้บังคับบัญชาของไมโครซอฟท์เลย (ไมโครซอฟท์อาจตั้งบริษัทลูก Windows Phone แยกออกมาเพื่อความคล่องตัวในการบริหาร) ยุทธศาสตร์นี้จะทำให้ความร่วมมือชัดเจนขึ้น และโนเกียจะได้โฟกัสกับธุรกิจของตัวเองมากกว่าเดิม (ตอนนี้โนเกียไม่มีอะไรจะเสียแล้ว)

ถึงแม้ไมโครซอฟท์จะมีผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายอื่น และบอกว่าดีลนี้กับโนเกียไม่ exclusive แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทอย่าง HTC/Samsung/LG/Dell ก็ไม่น่าจะพอใจที่เห็นโนเกียเป็น "ความสำคัญอันดับหนึ่ง" ของไมโครซอฟท์ และน่าจะค่อยๆ ถอนตัวออกจากทีม Windows Phone ในไม่ช้า

ทางเลือกที่สี่และห้า

อีกจุดที่น่าสนใจคือ เบอร์สี่และเบอร์ห้าอย่าง BlackBerry กับ webOS จะยืนระยะได้นานแค่ไหน เพราะมีขนาดและกำลังเล็กกว่าสามอันดับแรกมาก กรณีของ BlackBerry ผมคิดว่าพอไปได้ในภาคธุรกิจที่มีตลาดเฉพาะของตัวเอง ส่วน webOS มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องม้วนเสื่อออกจากธุรกิจมือถือและแท็บเล็ต (ถ้าจุดกระแสไม่ติด) แต่อาจมีชีวิตรอดอยู่ไปใต้ในอาณาจักรของ HP เช่น เครื่องพิมพ์ หรืออุปกรณ์เฉพาะทางอื่นๆ

สรุป

กล่าวโดยสรุปก็คือ ยุทธศาสตร์การจับมือกันของโนเกียกับไมโครซอฟท์ถือว่าสมเหตุสมผล เสริมจุดอ่อนจุดแข็งซึ่งกันและกัน การรวมตัวกันรอบนี้มีพื้นฐานทรัพย์สินอิทธิพลเดิมอยู่ไม่น้อย เป็นทุนรอนไปสู้ศึกกับโลกภายนอกได้สบาย ส่วนจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ขึ้นกับผู้บัญชาการทั้งสองคนนี้แล้วล่ะครับ (อย่าทะเลาะกันเองเสียก่อนน่าจะพอไปได้นะ)

ทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์เท่าที่มีข้อมูล ณ ปัจจุบัน อาจมีผิดบ้างถูกบ้าง ลองให้เวลาอีกสักครึ่งปีแล้วเรามาดูกันใหม่ ยุทธศาสตร์ของโนเกียกับไมโครซอฟท์น่าจะเริ่มชัดเจนขึ้นครับ

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

เขียนได้เยี่ยมเลยครับ โดยเฉพาะตรงนี้

"ถึงแม้ไมโครซอฟท์จะมีผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายอื่น และบอกว่าดีลนี้กับโนเกียไม่ exclusive แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทอย่าง HTC/Samsung/LG/Dell ก็ไม่น่าจะพอใจที่เห็นโนเกียเป็น "ความสำคัญอันดับหนึ่ง" ของไมโครซอฟท์ และน่าจะค่อยๆ ถอนตัวออกจากทีม Windows Phone ในไม่ช้า"

ผมไม่คิดไกลไปถึงขั้นว่าจะถอนตัว เพราะแต่ละเจ้าก็ดูจะเป็นพันธมิตรที่ดีของ MS แต่ความไม่พอใจต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ยิ่ง Nokia ได้รับสิทธิพิเศษในการปรับแต่ง OS ด้วยแล้ว ทีม Sense ของ HTC คงเซ็งไม่น้อย

แต่ต้องยอมรับว่าทั้งสองบริษัทเสริมกันและกันได้ดีทีเดียว เกมส์นี้คงต้องดูกันไปอีกนาน ตอนนี้ที่อยากรู้คือมีคนไปสัมภาษณ์ intel รึยังเรื่อง MeeGo เนี่ย -*-

พันธมิตรที่ยอดเยี่ยมขาเก่าอย่าง HTC ก็ยังไม่ตามใจขนาดนี้เลยนี่นา

ได้ขนาดนี้เพราะเส้นสาย หรือเพราะมันจวนตัวแล้วกันแน่หว่า MS

ผมคิดว่า HTC ไม่น่ามี Mobile Service ที่เยอะเหมือน Nokia

ที่ขนาดเอามาแลกเปลี่ยนกัน แล้วพัฒนาเป็น Ecosystem ได้หน่ะครับ อีกทั้ง Nokia ยังเป็นผู้พัฒนา OS ด้วย ซึ่งในส่วนนี้ MS สามารถดูดเอาประสบการ์ณด้านนี้ของ Nokia มาพัฒนาตัวเองได้ (ในขณะที่ HTC มีแต่ Hardware [Brew OS ไม่นับเพราะไม่ติดลมบน..]) งานนี้ตามใจ Nokia แต่ MS จะได้กลับมาอีกเพียบครับ

นั่นสินะครับ มันมีแต่ผลประโยชน์ทั้งนั้น มิตรเก่าไม่ต้องสนถ้าทำประโยชน์ได้ไม่ถึงขนาด

สงสาร HTC แฮะถ้าเป็นคนคงช้ำใจน่าดู = ="

ก็ Elop มาจาก Microsoft นี่ครับ
ก็คงขอ "นิ๊ดนึง" น่ะ...
แต่ถ้าให้เทียบปริมาณของผู้ใช้ระหว่าง Nokia กับ HTC มันก็คนละขุมอยู่แล้วน่ะนะ แถมเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อีกต่างหาก

Ps. แถมท้ายด้วย "ไม่มีใครไม่รู้จัก Nokia แต่มีคนถามว่า HTC นี่ขายอะไร ?"

แต่ผมว่าจะวัดแค่ผู้ใช้อย่างเดียวมันก็ไม่ค่อยเหมาะกับตลาด Smart Phone นะครับ คือคนที่ใช้ Nokia มีแค่ส่วนนึงเท่านั้นเองที่ใช้เพราะมันเป็น Smart Phone ที่ดี แต่ส่วนมากจะซื้อเพราะมันเป็นมือถือราคาถูก หรือคุ้มค่ามากกว่าที่จะเสียเงินเพิ่มเพื่อความเป็น Smart Phone จริงๆแบบที่ลูกค้า HTC เป็นอยู่

ไม่แปลกที่ MS จะเอาใจ Nokia มากกว่าเจ้าอื่น ในเมื่อ Nokia ประกาศชัดว่าเลือก WP เท่านั้น (แม้ยังมี Symbian/MeeGo อยู่ก็ตาม) แต่ HTC / Samsung / LG / Dell ไม่ได้เป็นแบบนั้น พวกเค้ายังควง Android อย่างหวานชื่นอยู่ด้วย ไม่ได้เป็นรักเดียวแบบ Nokia นี่

สรุปดีมากครับ ผมว่า NOKIA ตัดสินใจเลือก WP7 ถูกแล้ว
แต่ไป ฝากชีวิต กับ MS หมดเลยนี้จะดีเหรอเปล่า
แล้ว พวก HTC LG SS จะเอาไงต่อ ถ้าเกิด บอก MS ทำไรเนีย ไปดัน android MS ก็ลำบาก นะครับ
หรือว่า MS และ Nokia คิดแล้วว่า เราจะไปกัน 2 คนก็รอด เพราะ ถ้าไม่เดินเกมแบบนนี้ ยังไงก็ตายคู่
น่าจับตามองครับ

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ หุ้น MS และ Nokia ตก เอา ตกเอา แล้วครับ O_o

ผมว่าน่าเดิมพันกันซักตั้งนะ
ถ้ารุ่งก็รวยไปเลย แต่ถ้าไม่รุ่ง ก็ตไม่ถึงกับหมดตัว เพราะทั้งสองขั้วคงไม่เจ๊งง่ายๆ

ใครทำอะไรได้อย่างนั้นครับ ต้องทำใจ มันเป็นกรรมนะครับ

พูดก็พูดเถอนะ ถ้า symbian รู้จักพัฒนาตัวสุดท้ายคงไม่ต้องมาตายจากอย่างนี้หรอกครับ

ซิมเบี้ยนมีข้อเสียคือน่าตาไม่สวย

ส่วนข้อดีไปหาอ่านคำคร่ำครวญถึงซิมเบี้ยนที่รักได้ใน Engadget

+1
แต่ช้าไม่ได้เลย เพราะ Android 2 ปีกว่าขยายตัวสุดลูกหูลูกตา กินส่วนแบ่งตลาดเยอะมาก
iOS ก็ 3 ปี ถ้าไม่นับช่วงปีแรกของ iPhone ทุกวันนี้มี App เยอะที่สุด
งานนี้ ไมโครซอฟท์ต้องปรับ Window Phone OS ให้มีความสามารถสูสีคู่แข่งทั้งสองโดยเร็ว
ส่วนโนเกีย ถ้าลงเรือเดียวกันก็คงต้องทำงานไว ภายใน 6-9 เดือนข้างหน้าควรจะมี Nokia WP7 วางขายในตลาด

tomyum Fri, 11/02/2011 - 23:47

เด จา วู... นึกถึงสองสามปีก่อนที่ Palm ประกาศใช้ Windows Mobile รันกับฮาร์ดแวร์ตัวเอง... แยกบริษัท OS <> Hardware แล้วบอกว่าระหว่างนี้ก็จะรีบพัฒนา Palm OS6 ไปพลางๆ ขณะนั้นต้องเอาชีวิตรอดด้วย WinMo ไปก่อน ...เสร็จแล้วก็ได้แต่สาละวันเตี้ยลงๆ OS6 ก็หายไปเข้ากลีบเมฆ

แม๋!...จะยกทีมซอฟท์แวร์ให้ฟรีไปร่วมพัฒนา Windows Phone ซะอย่างนั้น บัลเมอร์บอกแจ๋ว สภาพเหมือนควบกิจการไปครึ่งนึง แต่ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อหุ้นซักแดงเดียว สถานการณ์เหมือนตอน Yahoo เลย

แต่ถ้ายังรักษาทีมซอฟท์แวร์ที่ไปทำงานที่ไมโครซอฟท์ไว้ได้แล้วแอบซุ่มพัฒนา OS platform ตัวเองภายหลังก็ยังได้นะ (เดจาวูเช่นกัน)

ผมก็คิดแบบนั้น เหมือน Take-over แบบ unofficial

แต่ดีลนี้ผมคิดว่าฝ่ายที่ได้ประโยชน์มากกว่าใครก็คือ MS ที่จะได้ประสบการณ์จากการพัฒนามือมือมาอย่างยาวนานของ Nokia มาช่วยกำหนดทิศทางและพัฒนา WP7 ให้เดินทางอย่างที่ควรจะเป็น อีกทั้งผนวก Service ที่แข็งแกร่งของ Nokia อย่างพวกตระกูล Ovi ทั้งหลาย ที่มีทั้ง Ovi Map,Store,Navigation ฯลฯ และประสบการณ์ในเรื่องของ การพัฒนา N-Gage ที่ น่าจะมาเสริมทัพให้กับ Xbox Live บน WP7 ได้อยู่พอสมควร (+ Office Live เข้าไปอีกก็สามารถใช้ชูเป็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครเมื่อเทียบกับเจ้าอื่นๆได้ ถ้า.. ทำแล้วออกมาดี)

ส่วนฟาก Nokia นั้น อาจจะเสียความน่าเชื่อถือไปบ้าง แต่ก็คงไม่มีอะไรต้องเสียไปมากกว่านี้แล้ว
(ล่าสุดพึ่งได้ยินข่าวว่า พนง แผนก Symbian กว่า 1,500 นั้น Walk-out จากที่ทำงาน = =" [จากไปซะแล้วเบื้องหลังความตกต่ำของ S"..])

เกมส์นี้ Microsoft มีแต่ได้กับได้ครับ แต่ Nokia มีแนวโน้มสูงเลยว่าจะได้...ไม่คุ้มเสีย แนวโน้มทีมซอฟท์แวร์แตกสูงมาก แถมอาจโดน M$ ดูดอีกตะหาก เพราะดู Road Map แล้วไม่รักษาน้ำใจกันเลย งบทีม Meegoo ก็หายไปเยอะ อย่างนี้หยุดพัฒนา Symbian...เลยดีกว่า

ในหลักเหตุผล ภาวนาเหลือเกินให้คู่นี้ไปรอดและให้เขย่าตลาดได้

แต่ในความรู้สึกส่วนตัวก็คิดว่าไม่น่าจะรอด...

ที่ผมวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้า ค่อนข้างถูก

  • primary partner
  • แชร์ r&D
  • consolidate service
  • consolidate user experience

เหลือลงตลาดล่าง อพยพผู้ใช้เดิม
ซึ่งน่าจะใช้วิธี ปรับ UI กับ service

แต่ผมมองว่า ช้าไปหนึ่งปี
เพราะดูจากข่าว apple ถ้าจะเริ่มรุกตลาดกลางล่างจริง
nokia กับ ms คงไม่ทัน

อย่างน้อยควรจะใจกล้าที่จะ rebrand ใหม่ด้วยเลย

เท่าที่ดู ผู้บริหารสองค่ายยัง มองประเด็นสำคัญไม่ออก
ยังห่วง office ซึ่งแน่นอนเป็นจุดขายได้

แต่ตอนนี้ ควรจะหันมามองเรื่อง ความบันเทิง เพลง เกมส์ หนังสือ ข่าว
คนส่วนใหญ่ไม่ใช่ซื้อมาทำงานแบบสมัยเจาะตลาดธุรกิจแบบ pda แล้ว

เห็นด้วยครับ ถ้าปีนี้ Apple ออก iPhone Mini มาเพื่อใช้คู่กับ iPad ละก็ได้ลูกค้าผู้หญิง ตลาดกลางถึงล่าง และพวกใช้ iPad เลยทีเดียว

เหตุที่ไม่เลือก android มีสาเหตุมาจากการเมืองด้วยส่วนหนึ่งครับ

เพราะ operator ทางฝั่งยุโรปทั้งหมด ไม่อยากให้ Nokia ทำ Android
เพราะไม่งั้นขั้วอำนาจทั้งหมดจะอยู่กับฝ่ายอเมริกาหมดเลย

Operator ฝั่งยุโรปให้ความเห็นไปกับ Nokia ว่า หากไปรวมกับ Android น้ำหนักต่อรองของ Nokia มีน้อยมาก เพราะ Android เห็นเสือหนุ่มตัวใหม่ที่กำลังพองอำนาจ การที่เสือลำบากอย่าง Nokia ไปเจรจานั้น ขึ้นอยู่กับว่า "เค้าจะยอมแบ่งน้ำแกง" ให้แค่ไหน ซึ่งมองโอกาสแล้วลิบหรี่ (Ovi Map คงโดนโยนทิ้ง Ovi Store คงต้องทิ้งเหมือนกัน และอื่นๆที่นึกไม่ออกว่า Google จะยอมรวมทำไม) แล้วยุโรปจะมีอำนาจต่อรองในตลาดมือถือน้อยมาก เพราะต้องพึ่งบริษัทอเมริกาหมดเลย

ทางเลือก Windows Phone เป็นทางเลือกที่ Operator ในยุโรปยอมรับ เพราะ Nokia มีโอกาสต่อรองได้มาก และสามารถทำให้มันเป็น "ยุโรป" ได้ ทำให้สามารถคานอำนาจฝั่งอเมริกาได้ ถ้าทั้งสองบริษัททำสำเร็จ

การ Deal ของ Nokia มันจึงซับซ้อนมากกว่าความอยู่รอดของบริษัท เพราะมันเป็นความอยู่รอดของยุโรปที่จะไม่โดนครอบงำจากบริษัทอเมริกันด้วยครับ

การให้จักพรรดิ์จากยุโรป ไปขอน้ำแกงจากอัศวินหนุ่มจากอเมริกา นอกจากจะเป็นเรื่องเสียเกียรติแล้ว ระยะยาวมีแต่ยุโรปจะโดนกลืนกินครับ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม Nokia ต้องเลือก Windows Phone

ขอบคุณครับ สงสัยมานานละ

มีข้อสงสัยอีกอย่าง เห็นยุโรปฟ้องไมโครซอฟท์อยู่บ่อยๆ ทำไมถึงร่วมมือกับเขาล่ะ
แล้วทำไมถึงไม่เอาด๋อยมาต่อยอดเป็นของตัวเองเหมือนลีนุกซ์

Jonathan_Job Sat, 12/02/2011 - 10:07

Nokia + Microsoft ท้ายสุดจะเหมือน deal 29 ปีก่อน ของ IBM + Microsoft หรือเปล่า?

bean3g Sat, 12/02/2011 - 12:06

นักพัฒนารอ "หักเงินจากค่าโทรรายเดือน" ได้นี่แหละ เพราะจะช่วยให้นักพัฒนาที่อยู่ในประเทศที่ market place ไม่ยอมรับ เช่น ไทย ได้เข้าไปอยู่ในระบบกับเขาเสียที โดยมี Nokia เป็น Developer phone และ Consumer phone ด้วยไปพร้อม ๆ กัน แบบที่ Nexus One, Two ทำได้

ผมเห็นว่าซิมเบี้ยนกำลังจะหายไป ถ้าจากแผนเดิมที่ผมจำไม่ผิด ซิมเบี้ยนจะหยุดอยู่ที่ 4 แล้วเป็นมีโกเลย แต่ถ้าดูจากรูปวันนี้ จะหมายถึงว่า มันไม่มีอีกแล้วหรือ ท่านรุ่น 4 ที่รออยู่ครับ?

joomla Sat, 12/02/2011 - 16:57

กลับมาอ่านใหม่ ตั้งใจอ่านและทำความเข้าใจ
ก่อนอื่นเลยขอชมว่า เขียนข่าวได้น่าสนใจ ใช้คำได้พริ้วอ่านสนุก

ถ้า HTC/Samsung/LG/Dell ถอนตัวออกจากทีม Windows Phone ก็หมายความว่าโเกียจะเป็นยักษ์ใหญ่ไปทันที เชื่อว่าดีลครั้งนี้จะเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย ที่เห็นชัดๆ คือแอปที่จะรันบนวินโฟนน่าจะมีเยอะ ไมโครซอฟท์เองก็มีทีมพัฒนาที่แข็งแกร่ง และโนเกียยังแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ดีและประสบการณ์ในการผลิตมือถือคุณภาพที่ผู้ใช้ทั่วไปจะนึกถึงก่อน เขาไม่สนใจหรอกว่าจะโอเอสอะไร ที่เหลือคงต้องฝากไว้ให้กับทีมออกแบบเครื่องกับอินเตอร์เฟซหน้าจอ ส่วนแอปไม่น่าจะกังวลมากในเมื่อไมโครซอฟท์เองเป็นถึงยักษ์ใหญ่ขนาดนี้ และถ้าได้อินเทลเข้ามาร่วมด้วยไม่แน่อะไรหลายๆ อย่างอาจจะผนวกรวมกันเป็นหนึ่ง ทุกอุปกรณ์ภายใต้วินโดว์เข้าถึงกันไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน ไหนจะยังมีพันธมิตรของไมโครซอฟท์อื่นๆ อีก เช่น ไอบีเอ็ม ซิสโก้ ออราเคิล เอชพี เฟซบุ๊ค ซึ่งกลุ่มนี้อยู่คนละข้างกับกุเกิ้ลอยู่ด้วย ถ้าหากไม่ร่วมมือกันโดนกุเกิ้ลกวาดทุกตลาดแน่ แต่มีเงาลางๆ ว่าในอนาคตโนเกียอาจจะถูกไมโครซอฟท์ดูดไปทั้งหมด

หลังจากการร่วมมือ ตลาดในเมกายอดขายโนเกียน่าจะกระเตื้องขึ้น....ผมว่างั้น

ผมว่า nokia มีทิฐิ มากเกินไป ที่ว่า ผู้เสียเปรียบต้อง จับมือกันผู้เสียเปรียบ เท่านั้น
จริงๆ แล้ว ถ้า nokia เปลี่ยน strategy เป็น open os phone ที่เปิดรับทุก os (แบบ HTC) และ ใช้โอกาสนี้ เรียนรู้ concpet ของ os ของแต่ราย แล้ว จึงนำ มา พัฒนา os ของตัวเองไปด้วย (เหมือน samsung) ก็น่าจะดีไม่น้อย...

นึกถึง Ballmer ตอนหัวเราะใส่ Apple เมื่อครั้งที่ประกาศ iPhone G1
เห่อๆ สุดท้ายเป็นไง แต่เอาใจช่วยครับ

*ส่วนตัวไม่เคยชื่นชม Baller วิสัยทัศน์ไม่เทพเหมือน Gates

zinazisc Sun, 13/02/2011 - 18:56

รูป slide แรก มันคือปรากฎการณ์วินโนโน่

เกิดจากกระแสน้ำทะเลอุ่น มาปะทะเข้ากับกระแสน้ำจืดเย็น ก่อให้เกิดชั้นตะกอนจมอยู่ด้านล่าง :P

pines Sun, 13/02/2011 - 23:17

Nokia ไม่เลือก Android ถูกแล้วครับ ถ้าคำนึงถึง Strategic Management จะต้องไม่เลือก droid ครับ อิอ

โนเกียกับไมโครซอฟท์ ต้องทำตัวให้เป็นพระเอกให้ได้อ่ะ ถึงจะมีคนมีนิยมมากๆ แต่ก็ยังคิดไม่ออกนะ ว่าจะเป็นพระเอกเรื่องอะไร
แล้ว apple กับ Android เนี่ย จะต้องเป็นอะไรที่ผู้ใช้เบื่อหน่ายจนลูกค้าอยากเปลี่ยน แต่คงไม่มีวันนั้น
เหมือนดูหนังจบแล้วยังไงก็ไม่รู้

ผมว่ามันก็มีบางข้อได้อยู่ ที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่ปิดแบบ Apple แต่ใช้งานก็ต้องง่ายเหมือน Apple
Android ผมว่ามันยืดหยุ่นไป บางอย่างก็ให้ความรู้มากไป เอา apple กับ Android มาหาร 2
ก็โอเคนะสำหรับผม แต่ปัญหาคือจะทำได้ทันหรือเปล่า

อาลัยอาวรกับ symbian แต่ไม่ว่าอย่างไรการปรับตัวก็ต้องมี เพราะคนที่จะอยู่รอดในตลาดได้ไม่ใช่คนที่เข้มแข็งที่สุดในเมื่อวาน แต่เป็นคนรู้จักปรับตัวในวันนี้ เพื่อที่จะอยู่รอดในวันพรุ่งนี้ วันนี้ก็ภูมิใจกับ symbian ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่เมื่อไหร่ที่ Nokia ออกรุ่ง PW7 มา ผมจะไปสอยมันทันที ...(ขอบคุณที่ Nokia ทำเพื่อลูกค้า และไม่ยอมทำตามใจตนเอง)

ดีแล้ว ละ คับ ไม่ว่า จะเกิดอะไร ขึ้นกะพวก เขาอย่างน้อย ms กพ nokia จะเป็น ขั้วที่ 3 ที่ พอจะ สู้กะ google แล้วก็ apple ได้ บ้าง ถ้าปล่อย ให้ ต่างคนต่างสู้ๆๆ คงไม่ไหว แน่ๆๆ (แต่จริงๆๆ MS ทำอย่างนี้ ไม่ ซื้อ Nokia มัน ซะเลย ละ คับ)

ไก่งวง 2 ตัว featuring กันไม่ได้สร้างพญาอินทรี Nokia พลาดแล้วอย่างมหันต์ที่ไปรวมกับ Microsoft จอมอืดอาด จะพากันลงเหวด้วยกันทั้งคู่ ทุกวันนี้ MS เองก็สร้างรายได้จาก Android มากกว่าขายโทรศัพท์ Windows Phone ของตัวเองตั้งไม่รู้กี่เท่า เหมือนตบกะบาลเก็บค่าต๋ง Android เอาไปถมเหว Windows Phone ที่ไม่มีวันเต็ม Nokia มองไม่ออกหรืออย่างไรถึงยังจะไปสังฆกรรมกับเขาอีก ของดีในมือตัวเองมีแท้ ๆ ไม่รู้จักปั้น เช่น MeeGo ที่น่าจะเป็น Android beat ได้ไม่ยากเลยกลับทิ้งขว้างแบบไม่ใยดี Symbian ก็ตายไปแล้วกับความภาคภูมิใจโง่ ๆ ที่หลงอยู่กับอดีต เลยไม่ยอมพัฒนา ผมยังจำได้ตอนเปิดตัว iPhone ครั้งแรกเมื่อปี 2007 Nokia พูดว่า iPhone ไม่มีวันตีตลาดบนอย่าง N Series ไปได้หรอก . . . สุดท้ายเป็นอย่างไรล่ะ ? ของดีมีก็ทิ้งมิหนำซ้ำยังไปคว้าของที่ไม่มีอนาคตมากอดไว้อีก ถ้าตอนนั้นตัดสินใจทำ Android ตั้งแต่แรกก็คงจะรุ่งไปแล้วป่านนี้ เพราะ Nokia เองมีจุดแข็งหลายอย่างที่ Samsung ยังเทียบไม่ได้ คิดว่าน่าจะเบียดตลาดขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเลย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอกระมัง สุดท้ายเป็นอย่างไรก็ต้องหันไปยืมจมูกเขาหายใจอีกอยู่ดีแถมเป็นจมูกเน่าด้วย รอดู Nokia ล่มสลายอย่างเดียว ถามจริงๆ เถอะ นอกจากสังคม Geek ในนี้มีใครบ้างที่อยากใช้ Windows Phone/Windows Tablet จนตัวสั่น ? สังคมทั่วไปภายนอกเขายังไม่รู้จัก Windows Phonw/Windows Tablet เลยด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร ข้ออ้างเรื่องเพิ่งจะเปิดตัวไม่ใช่ประเด็นเลยเพราะมันเปิดตัวมานานแล้วแต่กระแสก็ยังเงียบ ถ้าของมันดีจริงคงจะบูมไปนานแล้วไม่ต้องรอระยะฟักตัวแบบนี้ซึ่งคนที่เขาทำแล้วประสบความสำเร็จมีให้เห็นอยู่คือ Apple