Browser

หลังจากที่เพิ่งออกตัว Beta ไปได้ไม่นาน (Beta 2 นั้นเพิ่งออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) วันนี้ Opera ก็ได้ปล่อยตัวจริงของ Opera 10.50 สำหรับ Windows มาให้ใช้กันแล้วครับ โดยสามารถไปดาวน์โหลดได้จากหน้า Download ครับ

รุ่นสำหรับ Mac/Linux นั้นยังไม่คลอดตัวเต็มแต่คาดว่าคงรอกันอีกไม่นาน ทบทวนกันอีกทีในรุ่น 10.50 นี้มีคุณสมบัติหลักๆ คือ

  • ปรับปรุงส่วนติดต่อกับผู้ใช้สวยขึ้น ดูสะอาดขึ้น บนแท็บจะมีตัวอย่างหน้าเว็บพรีวิวไว้อยู่ (Opera เรียก Visual tabs) และเมนูจะไปรวมกันอยู่บนปุ่มตัว O ด้านซ้ายมือบนของหน้าจอ
  • ปรับปรุงการใช้งานร่วมกับ Aero Glass, Aero Peek และ Jump Lists ของ Windows 7
  • เอนจิ้น Presto 2.5 สนับสนุนการทำงานกับ HTML5, CSS, SVG ได้ดีขึ้น
  • เอนจิ้นจาวาสคริปต์ตัวใหม่ Carakan โฆษณาว่าเร็วกว่าเดิม 7 เท่า
  • สนับสนุน Private Browsing แล้ว
  • อื่นๆ รวมถึงสิ่งที่เปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ จาก Beta 2 นั้นดูได้จาก Changelog ครับ

เท่าที่ทดลองใช้ดูพบว่าตัดคำไทยยังไม่ค่อยได้เรื่องเหมือนเดิมครับ

ที่มา: TechCrunch

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ไม่เป็นไรครับ จริงๆจะเขียนตั้งแต่เช้าแล้ว แต่มัวแต่อู้ lol

ปล.จริงๆแล้ว Opera 10.50 ยังมี RC อีก 5 รุ่นนะครับ (ระห่ำมาก ออก 5 RC ใน 2 วัน)

ตอนแรกเห็น ยังไม่มีใครเขียน เลยดาวน์โหลดมาลองซะเองดีกว่า เข้ามาทดสอบตัดคำที่หน้า blognone ..ยังตัดคำภาษาไทยไม่ดีเหมือนเดิม ..คงต้อง uninstall ออกอีกเช่นเคย กลับไปใช้ google chrome เหมือนเก่า ...versionหน้า ค่อยมาลองใหม่

ไม่ใช่ตัดคำไทยไม่ได้เรื่องมั้งครับ ผมว่ายังไม่ได้ตัดมากกว่า

แต่ส่วนติดต่อกับผู้ใช้มีคนบอกว่าน่าเกลียดจนต้อง uninstall ในทันทีนะครับ

รู้สึกจะเป็นพี่ mk คนนึงครับ ไม่ถูกกับ O Menu จนต้องเอาออกในทันที ฮ่าๆ

ปล.หน้ามันดูดีใน Windows 7 นะ แต่บน Windows XP อืมม แย่นะ

jirayu Wed, 03/03/2010 - 13:13

In reply to by oakyman

ต้องรอดูว่าถ้า Firefox 4 เกิดใช้เมนูแบบนี้บ้างตาม Mockup จะมีคน uninstall ทิ้งในทันทีด้วยหรือเปล่า

ปล.ผมรู้สึกว่าตอนนี้เบราเซอร์แต่ละค่ายมันจูนหน้าตาเข้าหากันเรื่อยๆแล้วครับ ต่อไปหน้าตาคงจะเหมือนๆ กันหมด

  • แน่นอน มันยังไม่ได้ - -"
  • ปกติผมเปิด ClearType ของ Windows มันก็ได้แล้วนี่ครับ ? (ของ Linux ก็ด้วย เวอร์ชั่นแมคไม่เคยลอง)
  • หมายถึง Personal bar หรือเปล่าครับ ? ถ้าใช่ ไปที่ O Menu > Appearance > Toolbar ติ๊กถูกหน้า Personal Bar หรือถ้ามันแสดงอยู่แล้ว ให้คลิกที่แถบ Personal Bar แล้วในไดอะล็อก ตรง Placement ให้ประบเป็น top ครับ - http://yfrog.com/08clipboard1aj

เอ้า ใช้ ctrl+scroll ซะเพลิน เพิ่งเห็นว่า Opera 10.50 ทำ Page Zoom ใหม่

ผมดูในเว็บของ Opera แล้ว พบว่า Opera 10.5 ไม่มีอะไรใหม่เลย ฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามา เป็นการตามให้ทันคู่แข่งเท่านั้น

ซึ่งก็เป็นเรื่องดี

เพราะต่อไปนี้ สาวก Opera จะได้เลิกพูดเสียทีว่า "Opera ทำก่อน" ซึ่งเป็นประโยคที่ผมรำคาญมาก ถ้าทำก่อนแล้วดีจริง ป่านนี้คงไม่มีส่วนแบ่งตลาดแค่นี้หรอก

จริงๆแล้ว เบราเซอร์อื่นผมก็ไม่เห็นจะมีอะไรพัฒนาไปมากกว่าที่ Opera มีนะครับ (เอ่อ ยกเว้นเรื่องตัดคำไทยและส่วนขยาย อันนี้ยอมรับจริงๆว่าโอเปร่าแพ้หลุดรุ่ย)

อืม จริงๆแล้วก็มีการรองรับ CSS ที่อยู่นอกมาตรฐานอย่างพวก webkit- หรือ moz- อะไรพวกนี้ (อันนี้สงสัยเหมือนกันทำไม Opera ไม่ทำบ้าง) และ JS บางอย่างที่ไม่ทำงานบน Opera (อันนี้ผมไม่รู้ว่ามันเขียนผิดจากมาตรฐานเองหรือ Carakan ไม่รองรับนะ)

คงเป็นอย่างที่ใครหลายๆคนบอกเอาไว้ Opera เป็น Internet Suite ที่ดี แต่เป็น Browser ที่แย่

ตรงส่วนนี้ผมว่าเราควรจะเลิกพูดถึงใครทำก่อนใครทำหลัง แล้วหันไปสนใจเรื่องใครทำได้ดีกว่ากันดีกว่าครับ เพราะเรื่องพวกนี้มันก็เลียนแบบกันทั้งนั้นแหละ เอาหลายๆอย่างมายำกันแล้วเกิดใหม่อีกที เช่น Opera เอาแนวคิด GUI มาจาก MS Office แต่พอ Firefox จะทำบ้างหลายๆคนกลับหาว่าเลียนแบบ Opera ซะงั้น

ขอบคุณเรื่อง bookmark bar ครับ ช่วยได้มากจริงๆ ตอนนี้กำลังฝึกให้ชินอยู่ ส่วน font-smoothing ของผมทำอย่างไรก็ไม่ smooth ครับ กำลังปล้ำกับมันอยู่

ถูกครับ

เอาเข้าจริงแล้วการเปิดเว็บแบบแท็บก็ไม่ได้มาใน Opera เป็นเจ้าแรก (แต่ MDI เป็นเจ้าแรก) ซึ่งพอโอเปร่าเอามาทำ ก็ดันกลายเป็นทำได้ดีกว่าเจ้าแรกไป

ก็ว่ากันไปครับ (ส่วนตัวแล้วผมชอบความสามารถของ Weave Sync นะ มันซิงค์ได้มากกว่า Opera Link มาก อันนี้เป็นตัวอย่างว่าทำตามแต่ทำได้ดีกว่า)

อืม ถ้า Weave sync ใช้งานได้ดีผมอาจจะต้องเริ่มมองมันบ้างละ รอ FF มาพร้อมกับ Speed dial โดยที่ไม่ต้องหา extension ได้เมื่อไหร่อาจได้มีย้ายค่าย เพราะ Opera ยังไม่ยอมทำตัวเองให้ใช้งาน FB ได้ 100% เสียที (ไม่รู้ว่าผิดที่ใครล่ะ ไม่สน)
เรื่องภาษาไทยไม่ได้แคร์เท่าไหร่ เพราะใช้จนชินแล้วด้วยมั้ง ส่วน M2 นี่ ถ้าต้องย้ายจริงๆคงต้องไปนั่งตามหา Mail client แจ่มๆสักพัก (ผมให้ M2 เป็น Killer feature นึงของ Opera เลยล่ะ)

jirayu Wed, 03/03/2010 - 17:35

In reply to by polaromonas

บน Windows นี่จะว่าไปผมยังไม่เจอตัวไหนที่มันเร็วเหมือน M2 เลยครับ

จริงๆแล้วถ้า Firefox มันไม่อืดอาดขนาดนี้ ผมก็พร้อมจะย้ายนะ แต่มันอืดเกินจนผมลงแล้วต้อง uninstall ทิ้งในทันที เอ้ย ปิดลงไปในทันที ใช้เฉพาะจำเป็น

หรือไม่ ก็เปลี่ยนเบราเซอร์แล้วใช้ Opera ต่อไปในฐานะ Email Client ครับ :)

ยกตัวอย่างเกรียนๆ Foxmarks(2006) Opera Link(2007) Weave(2009)

ผมถึงบอกไงว่าไม่ควรดูว่าใครเลียนแบบใครหรือใครทำก่อนทำหลัง เพราะเราไม่รู้หรอกว่าอะไรมันเริ่มต้นจากที่ไหน ในเมื่อแต่ละค่ายก็เอานู่นเอานี่มายำรวมกันทั้งนั้น ให้ดูว่าอะไรทำได้ดีกว่ากัน ดีกว่าจะมามองว่า เฮ้ย!นี่มันเอามาจากอันนั้นอันนี้ เหมือนทาง Mac บอกว่า Superbar เลียนแบบ Dock โดยที่ไม่มองว่า Dock ก็มาจาก Konfabulator หรือคนบอกว่า Dock เลียนแบบ Konfabulator อาจจะลืมไปว่า Konfabulator อาจจะมาจากอย่างอื่นอีกที ซึ่งผมมองว่าการเปรียบเทียบแบบนี้(ใครเลียนแบบใคร หรือใครทำก่อนหลัง) ไม่ทำให้ได้อะไรขึ้นมา สุดท้ายก็อยู่ที่ผู้ใช้เองว่าจะชอบหรือไม่ชอบ

หลาย ๆ อย่าง Opera ก็ทำก่อนจริง ๆ นี่ครับโดยเฉพาะหน้าแรกแบบเป็นช่อง ๆ ให้เลือกกดเอา ผมจำได้แม่นว่า Opera ทำก่อนเพื่อนเลย หลังจากนั้น Firefox ก็ออก Extension มาเลียนแบบ ถัดมา Safari ก็ทำบ้างเปลี่ยนหน้าตาให้มันสวยขึ้นแล้วก็เพิ่มจำนวนเข้าไป สุดท้าย Chrome ออกมาก็ใช้แบบนี้เหมือนกันแต่ใช้เป็นแบบ Most Visited Sites แทนที่จะให้ User เลือกเอง

ผมว่าถ้า Opera จดสิทธิบัตรอันนั้นเอาไว้ป่านนี้คงรวยพอสมควร ;D

ปล. ผมชอบ Opera แต่ใช้ Chrome อยู่และไม่ชอบที่มีคนไม่ยอมรับว่าบางอย่าง Opera ก็คิดมาก่อนจริง ๆ แต่นี่ำไม่ได้หมายถึงว่าใครทำออกมาดีกว่านะ อันนั้นมันต้องเป็นอีกประเด็นหนึ่ง
ปล.2 หากผมเข้าใจผิดประการใดรบกวนแก้ไขได้เลยครับ

ไม่มั่นใจครับ ... แต่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ เป็นข้อเท็จจริง หากใครมีข้อเท็จจริงมาแย้งก็นำเสนอได้เลยครับ ผมพร้อมเปลี่ยนความคิดความเืชื่อต่าง ๆ ตามความจริืงอยู่แล้ว แต่ตราบใดที่ยังไม่มีคนมาพิสูจน์ สิ่งที่ผมพูดไปย่อมยังเป็นความจริงอยู่

ยิ่งไปกว่านั้นผมว่าต่อให้ Opera เลียนแบบมาจากเจ้าอื่นจริง ผมก็ยังมั่นใจว่าเจ้าอื่น ๆ เลียนแบบจาก Opera เพราะ Timeline มันเหมาะเจาะมากโดยเฉพาะกรณี Firefox

ถูกครับ แนวคิดของ Speed Dial มาจากการกดปุ่มบนมือถือนั่นแหละ

พัฒนาการของ SpeedDial จะเป็นลักษณะดังนี้ โดยมันเริ่มมาจาก Opera Mini หรือ Opera Mobile ผมก็ไม่แน่ใจ

ด้วยว่าโอเปร่าสำหรับมือถือในตอนนั้น ทำขึ้นเพื่อ button-based เป็นหลัก และโอเปร่าเปิดโอกาสให้สามารถปักหมุนเว็บเข้าบ่อยๆได้ 9 เว็บไว้ที่หน้าแรก จะเข้าก็กดจากคีย์แพดเอาได้ในทันที (เป็นเหตุว่าทำไม Speed Dial ถึงมี 9 อัน) ซึ่งไอเดียนี้ แรกเริ่มมันก็มาจากมือถือแหละครับ จากค่ายใดผมตอบไม่ได้ เพราะ Nokia 3310 ก็กดปุ่มเพื่อกระโดดไปยังเมนูต่างๆได้แล้ว (จำได้ว่าผมกดสองสามทีก็ได้เลนเจ้างูน้อยเลย ฮ่าๆ) และ Windows Mobile ก็มี SpeedDial เช่นกัน (แต่รายนี้ไว้สำหรับโทรออก ตรงชื่ิอเลย)

ทีนี้พอ Speed Dial บนมือถือได้รับผลตอบรับดีจากผู้ใช้ Opera จึงจับมันมาใส่ในเวอร์ชั่น Desktop ครับ (ซึ่งสามารถกด ctrl+num เพื่อเข้า SpeedDial แต่ละช่องได้) ซึ่งตรงนี้ยังสงสัยเล็กน้อยว่าเมื่อมันเอามาอยู่บนคอม มันก็น่าจะเรียงตามตัวเลขบน numpad บนคอมนะ แต่มันยังคงเรียกแบบตามมือถืออยู่ :P

จุดนี้พอจะให้พูดได้ว่าแนวคิดสำหรับ Speed Dial มีจุดเริ่มต้นมาจากการกดปุ่มบนมือถือครับ ส่วนสำหรับบนคอม ผมก็เห็นมี Opera นี่แหละที่ดึงเจ้านี่ขึ้นมาปรับปรุงใช้งานเป็นเจ้าแรก จากนั้น Safari และ Chrome ก็ปรับไปใช้ต่อ แต่เพิ่มความสามารถให้แสดงเว็บที่เข้าบ่อยลงไปด้วยครับ

จริง ๆ ผมอยากจะเรียกตัวอย่างนี้ว่าเป็นการได้รับแรงบันดาลใจมากกว่าการเลียนแบบนะครับ เพราะการกดปุ่มซึ่งเสมือนเป็น Shortcut บนมือถือสำหรับ Access เข้า Program หรืออะไรก็ตามมันก็คือหลักการของ Shortcut ทั่ว ๆ ไปซึ่งใช้กันมานานแล้วบน Windows และ Unix ในระบบ Bank ผมว่าเขาใช้การกดตัวเลขเพื่อเลือก Action ที่จะทำนานแล้วเหมือนกันนะ ทีนี้ถ้าจะเอาหลักการ Shortcut มาใช้บนมือถือก็ต้องกดด้วยตัวเลข 1-9 (และ 0) เท่านั้นเพราะบนโทรศัพท์มือถือมันมีปุ่มให้กดอื่นที่ไม่ได้แทน Menu อยู่แค่นั้น ถ้าอ้างอิงและอนุมานกันแบบนี้อีกก็จะกลายเป็นว่า Speed Dial ลอกมาจากการใช้ Shortcut อย่างนั้นหรือ? ผมคิดว่าไม่

จริง ๆ สิ่งที่ Opera ประสบความสำเร็จบน Speed Dial ไม่ใช่การกด Shortcut ด้วยตัวเลขอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าถึง Web ที่ตั้งค่าเอาไว้แต่เป็นการมองเห็นจุดเด่นที่จะนำเอา Web เหล่านั้นมาเรียงกันเพื่อให้ User กดได้ง่าย ๆ บนหน้าแรกต่างหาก เจ้าอื่น ๆ ในตอนนั้นไม่ว่าจะเป็น IE, Firefox ก็ตามพอกดหน้าแรกมามักจะเป็นหน้า Home หรือไม่ก็หน้าว่าง ๆ การคิดสิ่งที่มีประโยชน์มาแทนหน้าเหล่านั้นได้ต่างหากคือจุดเด่นของ Speed Dial และนั่นคือจุดที่ทำให้ User ประทับใจจนเจ้าอื่น ๆ ต้องเลียนแบบไป (ขออนุญาตใช้คำว่าเลียนแบบเพราะมันเหมือนกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่ได้แรงบันดาลใจ)

สาเหตุที่ต้องเรียงตัวเลข 1-9 จากบนลงล่างแทนที่จะเป็นล่างขึ้นบนก็เพราะว่าโดยปกติแล้วคนเราอ่านและเรียงลำดับจากบนลงล่างมากกว่าล่างขึ้นบน ไม่น่าจะเกี่ยวกับปุ่มกดบนมือถือหรือปุ่มกดบน Numpad ผมมองว่าปุ่มกดบน Numpad เรียงตัวเลขแบบนี้เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานด้านการคำนวณมากกว่า คนที่ทำงานด้านการคำนวณย่อมเคยชินกับการกดด้วย Layout เครื่องคิดเลขมากกว่าโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมันสวนทางกันกับการอ่านและเรียงลำดับ Object บนหน้าจอ

ยิ่งไปกว่านั้นผมว่าเราต้องไม่ลืมว่า Opera คือ Browser ไม่ใช่โทรศัพท์มือถือ และในสมัยนั้นเราต้องยอมรับว่า Browser กับโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่ต่างกันคนละประเภทอย่างเห็นได้ชัด ผมว่าต่อให้ Opera ได้รับแรงบันดาลใจ (หรือจะเรียกว่าเลียนแบบก็ได้แต่ผมไม่เห็นด้วยตามย่อนหน้าที่ 1) มาจากโทรศัพท์มือถือจริง Opera ก็ยังมีสิทธิที่จะสามารถจดสิทธิบัตรได้อยู่ดีเพราะการจดสิทธิบัตรต้องมีความจำเพาะเจาะจงในระดับหนึ่ง ขนาดสิทธิบัตรของ Apple ที่ฟ้อง HTC กันอยู่เรามองกันว่ากว้างเกินไปนั้นยังต้องระบุว่าหน้าจอโทรศัพท์มือถือแบบ Touch Screen เลย

สรุปว่าผมไม่คิดว่า Speed Dial จะเลียนแบบมาจากโทรศัพท์มือถือ เพราะบนมือถือผมว่ามันคือ Shortcut ทั่ว ๆ ไปแต่ Speed Dial คือการนำสิ่งที่คนสนใจมาไว้ในหน้าแรกของ Browser

คือว่าผมกำลังบอกว่า SpeedDial นั้นแรกเริ่มมันมาจากมือถือครับ (SpeedDial เป็นฟีเจอร์ของ Opera สำหรับมือถือ ที่ตอนหลังนำมาใส่ในเวอร์ชั่นเดสก์ท็อป) ซึ่งแรงบันดาลใจของ SpeedDial คงไม่พ้นการกดปุ่มต่างๆเพื่อเข้าเมนูของมือครับ (จะบอกว่าเอาไอเดียจากตู้เอทีเอ็มมาใช้ แล้วออกมามันเหมือนกับของโทรศัพท์ มันก็แปลกไปหน่อยใช่ไหม ?)

ผมยังไม่ได้บอกสักคำนะครับว่า SpeedDial นั้น "ลอก" มา

ผลที่ตามมาหลังจากที่ยกจากมือถือมาใส่ในเดสก์ท็อป จากเป็นแค่ลิงค์ธรรมดาก็มีการแสดงภาพตัวอย่างด้วย ทำให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดียิ่งขึ้นไปอีก จนแม้แต่เบราเซอร์อื่นๆยังนำไปปรับปรุงขึ้นเพื่อใช้กับตัวเอง

สำหรับเรื่อง Speed Dial มันเป็นอย่างที่ผมพูดจริงๆครับ คือยกฟีเจอร์บนโอเปร่าเวอร์ชั่นมือถือมาใส่ในเดสก์ท็อป (ผมจำได้ว่าเคยเจอในเว็บโอเปร่านี่แหละครับ) ไมไ่ด้อยู่ๆก็เอามาใส่ในเดสก์ท็อปแต่ประการใด

ติดกันแต่คำว่าลอก จนลืมไปแล้วมั้งว่าเราๆ ก็ "ลอก" เขามา (หลายเรื่อง อย่าพูดถึงเลย) :P

ส่วนตัวผมว่าติดเรื่องตัดคำกับ Fonts ที่เซ็ตแล้วแปลกกว่าชาวบ้าน (ไม่ได้บอกว่าชาวบ้านถูก แค่มันแปลกตา)

แต่ก็ใช้ Firefox ต่อไปเพราะ Firebug
ตัว Dragonfly ยังไม่ถูกใจเพราะมันเป็น Online โหลดนานมาก บางทีค้างไปเลย ไม่ทันใจ