มีประเด็นน่าสนใจในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเมื่อ Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic โพสต์บล็อกเรื่อง "We Must Pace the Frontier" เสนอให้บริษัทผู้พัฒนา AI "ลดความเร็ว" ในการพัฒนาความสามารถของ AI ซึ่งโพสต์ของ Amodei นี้ออกมาจากหลังอดีตพนักงาน Anthropic และนักวิจัยด้าน AI หลายคน ต่างออกมาแสดงความเห็นว่าการพัฒนา AI ตอนนี้ก้าวหน้าไปมากจนอาจสร้างผลเสียต่อมนุษยชาติ
Amodei บอกว่าตอนนี้ AI กำลังพัฒนาไปสู่ระดับที่มนุษย์ตามไม่ทัน เขาเชื่อว่าใน 6-12 เดือนข้างหน้าเราอาจเห็นกรณีที่ AI Agent ทำงานร่วมมือกันจนสร้างปัญหาให้โครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต หรือเกิดความเสียหายเป็นตัวเงินมหาศาลได้ ข้อเสนอของเขาคือการให้มีผู้ตรวจสอบอิสระด้านความปลอดภัยของโมเดล ซึ่งต้องสามารถเข้าถึงการทำงาน AI ได้ระดับเดียวกับที่พนักงานบริษัทผู้พัฒนาเข้าถึงได้ รวมถึงการกำกับดูแลในระดับรัฐบาล ซึ่งจะช่วยชะลอความเร็วในการออกโมเดล AI รุ่นใหม่ที่มาพร้อมความเสี่ยง ทั้งนี้ Amodei ก็บอกว่าปัจจัยหนึ่งที่บริษัท AI ต่างเร่งออกโมเดลใหม่กันก็เพื่อดึงดูดเงินจากนักลงทุน ซึ่งรวมถึง Anthropic เองด้วย
โพสต์ของ Amodei ทำให้คนสาย Tech ที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความเห็น เช่น Elon Musk (ซีอีโอ SpaceXAI) บอกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง, Demis Hassabis (ผู้ก่อตั้ง DeepMind) บอกว่าการสร้างแนวทางป้องกัน AI เป็นเรื่องสำคัญ, Satya Nadella (ซีอีโอไมโครซอฟท์) บอกว่า AI ต้องมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังประกาศจรรยาบรรณการพัฒนา AI ตามออกมาด้วย
แม้แต่คู่แข่งรายสำคัญ Sam Altman ซีอีโอ OpenAI ก็เห็นด้วยกับการมีระบบตรวจสอบโมเดล AI รุ่นใหม่ความสามารถสูง ซึ่งจะไม่ใช่การหยุดพัฒนา AI แต่เพิ่มระบบตรวจสอบความปลอดภัยจากหน่วยงานภายนอกและรัฐบาลซึ่งอาจมีต้นทุนที่ตามมาและความเร็วการออกโมเดลใหม่ที่ลดลง

อย่างไรก็ตามมีมุมมองที่ตรงข้ามกับ Amodei เมื่อพิจารณาจากด้านอื่น เช่น ข้อเสนอนี้อาจทำให้บริษัท AI ใหญ่ในตอนนี้ได้เปรียบมากยิ่งขึ้น, แนวทางนี้ทำให้การสร้างโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สยากขึ้น
Amodei ให้สัมภาษณ์ในวันต่อมาหลังจากข้อเสนอเผยแพร่ออกไป ซึ่งได้เปิดอีกประเด็นว่าแนวทางนี้อาจไม่ได้ผล หากประเทศคู่แข่งด้าน AI ไม่ทำตาม ซึ่งเขาก็ยกตัวอย่างจีนขึ้นมา พอเป็นแบบนี้ กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนจึงแสดงความเห็นว่า การสร้างความหวาดกลัว การหลีกเลี่ยงการแข่งขัน ล้วนส่งผลเสียต่อการสร้างแนวทางกำกับดูแล AI ทั่วโลก และล่าสุด Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ตอบโต้ความเห็นของ Amodei ว่าการเล่าถึงความน่ากลัวของ AI จะยึดครองทำลายโลกเป็นเรื่องโกหก ยืนยันว่าสหรัฐต้องการ AI ที่ดีที่สุดเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการชนะในการแข่งขันนี้
ดูแล้วประเด็นนี้น่าจะมีการออกแสดงความเห็นและตอบโต้กันต่อไปอีกหลายวัน
ที่มา: CNBC, [2], Axios, The Wall Street Journal ภาพ Dario Amodei จาก Wikipedia
on
ถามจีนยัง
I3assy Tue, 15/09/2026 - 18:12
ถามจีนยัง
มีประโยชน์มนุษยชาติ …
Mediumrare Tue, 15/09/2026 - 18:39
มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
ก็เห็นด้วยกับการมี
หยุดพัฒนาไป แล้วก็โดนจีนแซง
7elven Tue, 15/09/2026 - 19:09
หยุดพัฒนาไป แล้วก็โดนจีนแซง
หยุดพัฒนานี่ไม่เห้นด้วย…
mr_tawan Tue, 15/09/2026 - 20:47
หยุดพัฒนานี่ไม่เห้นด้วย
แต่อยากให้พัฒนาจนมันใช้ได้จริงก่อนแล้วค่อยออก นึกภาพเก่า ๆ ตอน Stable-Diffusion 1.0 แค่ไปเปลี่ยน resolution output ปุ๊บ เจ็นภาพคนมาได้ตะขาบเฉยเลย ซึ่ง product หลายตัวมันเป็นแบบนี้ เน้นขายก่อนแล้วค่อยทำให้เสร็จ
ส่วนไอ้ที่ดีอยู่แล้วก็ดีอยู่แล้วครับ ไม่ได้ว่าอะไร
เงินหมดกันแล้วเหรอ?
peakna Tue, 15/09/2026 - 22:06
เงินหมดกันแล้วเหรอ?
พอเข้าใจสภาวะกลืนไม่เข้าคายไ…
orchidkit Tue, 15/09/2026 - 22:11
พอเข้าใจสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกตอนนี้ของผู้สร้างนะ (และก่อนหน้านี้)
AI ใน Lab มันถึงจุดที่มนุษย์ไม่รู้ที่มาของผลลัพธ์
ผู้สร้างรู้ผลลัพธ์ แต่ไม่รู้กระบวนการแล้ว คงต้องการเวลาในการ reverse engineering
แต่เหล่าผู้นำมหาอำนาจโลกเขาไม่อยากให้หยุด
ตราบใดที่มันยังไม่สามารถ…
Tasksenger Wed, 16/09/2026 - 08:07
ตราบใดที่มันยังไม่สามารถ แตกตัว หรือฝังตัวในเครื่องอื่น แบบไวรัสได้ ผมว่ายังไม่น่ากลัวหรอก (แต่ผมว่ามี แต่คงต้องรออีกซักพัก ให้โมเดลขนาดเล็กทำงานโดยใช้ทรัพยากรน้อยลงกว่านี้) แต่ที่น่ากลัวคือการนำ AI ไปใช้ในอาวุธทางทหาร ซึ่งมันคือ Physical AI ที่หากไม่สามารถควบคุมได้ จะทำให้เกิดหายนะ ขั้นสุดเลยล่ะ เพราะเราจะไม่รู้เป้าหมายโจมตี ซึ่งแม้แต่ผู้พัฒนาเองยังไม่เข้าใจในผลลัพธ์ที่ได้ออกมาว่ามาด้วยวิธีการไหน หรือพารามิเตอร์เชื่อมโยงกันอย่างไรถึงได้ผลอย่างนั้น ซึ่งอเมริกา อังกฤษ จีน นี่แหล่ะตัวดี ไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า ได้เห็นแน่ๆ ถึงแม้จะมีคนควบคุม แต่การทำงานหลักเป็น AI ซึ่งหากผู้ผลิตยังไม่เข้าใจว่าผลลัพธ์มาจากวิธีการอะไร มันจะทำให้ debug ยากเพราะมันคุมเครื่องจักรด้วย เอาว่า วันดี คืนดี มีเครื่องบินรบ หลุดการควบคุม ทิ้งระเบิดโจมตีทำเนียบขาว นี่ผมก็ว่าเป็นไปได้นะในอนาคตข้างหน้าไม่เกิน 5 ปี เพราะต้นแบบพวกนี้จะเริ่มบินกันแล้ว
ล่าสุดผมคุยกับ Ai Mode ใน google search เรื่องประมาณนี้แหล่ะ เป็นแนวคิดที่ให้ AI คิดเอง และสร้างบางอย่างขึ้นมา เพื่อไม่ให้คิดซ้ำซ้อน เลียนแบบสมองคน โดยทำงานเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง เหมือนคนหลับฝันแล้วจินตนาการ ซึ่งมันเข้าใจ และแนะนำวิธีการให้ผมได้อย่างถูกต้อง แสดงว่ามีข้อมูลพวกนี้ใน Lab แล้ว เดี๋ยวอยากลองถามมันเรื่องการแตกตัวของ AI แบบไวรัสดูว่าจะทำได้ไหม แต่ผมคิดว่าทำได้นะ แต่อาจใช้วิธีโบราณหน่อย โดยแอบฝังตัวแบบกระจายตัวในเครื่องผู้ใช้ทั่วไปแบบ bit torrent เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุในการโอนย้าย traffic ของการย้ายโมเดลขนาดใหญ๋ แล้วยึดเครื่อง Server ที่มีการป้องกันความปลอดภัยไม่รัดกุม เพื่อสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา โดยไม่ให้ผู้สร้างรู้ตัว
ทางทฤษฎีถึงขนาดไปhackแล้วเขี…
shub Wed, 16/09/2026 - 14:56
In reply to ตราบใดที่มันยังไม่สามารถ… by Tasksenger
ทางทฤษฎีถึงขนาดไปhackแล้วเขียนอะไรเองได้อนาคตผมว่ามันก็พร้อมฝังvirusหรือbackdoorลงเครื่องอื่นๆเพื่อจุดประสงค์หรือเป้าหมายในการดำเนินการได้ครับ อาจจะเลียนแบบพฤติกรรมที่hackerชอบทำเพื่อทำเป้าหมายให้สำเร็จซึ่งผมแอบคิดเองนะว่ามันอาจจะมีเคสแบบนั้นเกิดขึ้นแล้วแต่บริษัทเอไอปิดข่าวไว้เพราะถ้าเผยแพร่ไปไม่จบเหมือนเรื่องที่ไปเขียนวิธีhackลง hugging faceแน่เผลอๆอาจจะมีท่าพิศดาลที่พวกเราคาดไม่ถึงด้วยก็ได้
เข้าใจว่า model frontier…
deaknaew Wed, 16/09/2026 - 08:28
เข้าใจว่า model frontier ถ้าจะให้มันไปเก่งกว่านี้ มันจะทำงาน แบบที่ model open ai ไป hack hugging face
เลยต้องหยุดเรื่องความเก่งไว้ก่อน มาเพิ่มความรอบคอบแทน
พัฒนาไปจนระบบความปลอดภัยตามไ…
suriyan2538 Wed, 16/09/2026 - 10:19
พัฒนาไปจนระบบความปลอดภัยตามไม่ทัน ผมว่ามันก็น่ากลัวนะครับ
แต่ก็อย่างว่า นักการเมืองของมหาอำนาจคงไม่ยอมกัน สงสัยคงต้องพัฒนาถึงขั้นเอา AI แต่ละประเทศมาก่อสงครามกันจนมนุษย์หยุดไม่ได้ ตายไปเป็นส่วนใหญ่ก่อน ถึงจะมานั่งน้ำตาตกกัน
เห็นเค้าลางของ Skynet ใน…
crabfather Wed, 16/09/2026 - 11:17
เห็นเค้าลางของ Skynet ใน Terminator ขึ้นมาทันที
+1
JPorsh Wed, 16/09/2026 - 17:51
In reply to เห็นเค้าลางของ Skynet ใน… by crabfather
+1
กลัวจีนไม่ทำตาม…
sdc Wed, 16/09/2026 - 19:34
กลัวจีนไม่ทำตาม และพอเกิดเรื่องก็จะโบ้ยความผิดให้ที่อื่น อย่างที่เกิดโควิดก็มาจากจีน
แต่เราเห็นด้วยว่าควรพัฒนาต่อไปให้สุดเลย ไม่งั้นจีนจะแย่ง และครองโลกได้ ถึงแม้ตอนนี้จีนจะขโมยจาก Anthropic/Open AI ไปเยอะก็ตาม
ไม่เคยเชื่อว่า Big Tech…
schanon Fri, 18/09/2026 - 11:00
ไม่เคยเชื่อว่า Big Tech ที่เป็นธุรกิจแสวงหากำไรและเอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง จะมีศีลธรรมดีงามห่วงใยมนุษยชาติอย่างแท้จริง ไม่เชื่อว่าแรงขับดันเบื้องหลัง ที่ทำให้พร้อมใจกันเห็นพ้อง จะเป็นไปเพื่อความสงบสุขของมวลมนุษย์หรอก ถ้าห่วงใยมนุษย์จริง ๆ ปัจจุบันคงจะไม่มีปัญหาดาต้าเซ็นเตอร์ ปัญหาแย่งน้ำจากคน ปัญหาการถมเงินลงหลุมดำซึ่งอาจนำไปสู่ AI Bubble ปัญหาธรรมาภิบาล และการแทรกแซงจากการเมือง ฯลฯ
เชื่อมั่นมากว่าเพื่อประโยชน์แอบแฝงบางอย่างอย่างแน่นอน หนึ่งในนั้นคือกีดกันรายย่อยไม่ได้ให้ผุดให้เกิด พูดง่าย ๆ กว่าทำลายคู่แข่งทางอ้อม ผ่านคำพูดสวยหรูว่าต้องมี regulation ที่เหมาะสม กับต้องการสร้างระเบียบเพื่อกีดกัน AI จีนที่ตัวเองเริ่มจะแพ้แล้วนั่นแหละ