กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ออกมาตรการใหม่มีผลบังคับใช้ในปีการศึกษา 2026 ขยายข้อห้ามการใช้สมาร์ทโฟนและสมาร์ทวอทช์สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา จากเดิมที่ห้ามใช้งานในระหว่างชั่วโมงเรียน ให้มีผลตลอดเวลาที่นักเรียนอยู่ในโรงเรียน จึงรวมถึงช่วงเวลาพักกลางวัน กิจกรรมชมรม และกิจกรรมเสริมอื่น ๆ ทั้งหมด
ข้อกำหนดนี้ระบุว่า อุปกรณ์ของนักเรียนจะต้องเก็บไว้ในกระเป๋านักเรียน หรือในพื้นที่จัดเก็บที่โรงเรียนจัดไว้ให้ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียน ทั้งนี้โรงเรียนอาจอนุญาตให้ใช้งานสมาร์ทโฟนได้เฉพาะกรณีที่จำเป็น ส่วนระดับชั้นประถมศึกษานั้นมีกำหนดนี้มาก่อนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามคำสั่งนี้เป็นเพียงมาตรการเท่านั้น จึงเปิดให้โรงเรียนสามารถปรับแก้ไขระเบียบนี้ได้ ซึ่งเหตุผลสำคัญมาจากต้องการลดการเสพติดการใช้งานสมาร์ทโฟน และเพิ่มคุณภาพชีวิตของนักเรียน
นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำการตั้งเวลานอนหลับ ที่ควรงดใช้งานสมาร์ทโฟนสำหรับเด็ก จากเดิมกำหนดที่เวลา 23:00น. ปรับให้เร็วขึ้นเป็น 22:30น.
ที่มา: Channel News Asia ภาพ Pixabay
on
ห้ามในเวลาพักเที่ยงมันก็มีทั…
suriyan2538 Mon, 01/12/2025 - 09:34
ห้ามในเวลาพักเที่ยงมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียนะผมว่า
ข้อดีคือ นักเรียนจะได้เน้นความสนใจไปที่เพื่อนรอบตัว หรือการทำกิจกรรมระหว่างกันได้ดีขึ้น
แต่ข้อเสียก็มี เช่นเวลามีเหตุฉุกเฉินอะไรก็ตามแต่ ช่องทางโซเชียลคือเร็วสุด ถ้ามีอะไรเร่งด่วน นักเรียนจะรับรู้ข่าวได้ช้ามาก
น่าจะแก้ไขได้ไม่ยากนะครับ…
btoy Mon, 01/12/2025 - 09:51
In reply to ห้ามในเวลาพักเที่ยงมันก็มีทั… by suriyan2538
น่าจะแก้ไขได้ไม่ยากนะครับ โรงเรียนอาจจะมีหน่วยงานให้ผู้ปกครองติดต่อนักเรียน ซึ่งสมัยนี้ ด้วยเทคโนโลยีปัจุบันแล้ว สะดวกมากๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์หรือช่องทางออนไลน์
ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉินส่วนตัว…
iqsk131 Mon, 01/12/2025 - 10:26
In reply to ห้ามในเวลาพักเที่ยงมันก็มีทั… by suriyan2538
ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉินส่วนตัว คิดว่าช่องทางที่เร็วสุดไม่ใช่โซเชียลแต่เป็นโทรศัพท์มากกว่าครับ ซึ่งถ้าอ่านตามบทความคือไม่ได้ห้ามพก แล้วก็ไม่ได้ห้ามใช้เวลามีเหตุจำเป็น จริงอยู่ว่าโรงเรียนสามารถตั้งกฎห้ามพกได้ แต่วิธีแก้ก็ไม่ได้ยากอะไร อย่างที่ความเห็นบนว่าครับ แค่โรงเรียนมีช่องทางติดต่อฉุกเฉินสำหรับผู้ปกครองก็ได้แล้ว (ซึ่งโรงเรียนที่ออกกฎพวกนี้อย่างพวกโรงเรียนประจำก็น่าจะเตรียมเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว)
เหตุฉุกเฉินอื่นๆที่โซเชียลอาจจะไวกว่า ผมนึกออกแค่เหตุฉุกเฉินระดับที่ส่งผลกับคนจำนวนมาก (เช่น ภัยธรรมชาติ ก่อการร้าย) แต่เหตุพวกนี้ โรงเรียนก็ควรจะรับรู้ก่อนและรับมือได้อยู่แล้ว (ถ้าโรงเรียนรู้ช้าอันนี้สมควรด่าโรงเรียน)
จะมีก็แต่เหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นไกลๆ เช่น เกิดภัยธรรมชาติที่บ้านญาติที่ต่างจังหวัดอะไรแบบนี้ แต่เคสนี้คงเกิดกับสิงคโปร์น้อย และถึงนักเรียนรู้ไปก็คงทำอะไรมากไม่ได้อยู่แล้ว
มีอะไรฉุกเฉินที่ต้องใช้โซเชี…
shub Mon, 01/12/2025 - 14:21
In reply to ห้ามในเวลาพักเที่ยงมันก็มีทั… by suriyan2538
มีอะไรฉุกเฉินที่ต้องใช้โซเชี่ยลหว่า ไม่รู้สึกว่าโซเชี่ยลมันเคยมีอะไรฉุกเฉินให้ใช้เลย ตามเผือกข่าวดราม่าแบบทันท้วงทีเหรอ ตอนแผ่นดินไหวก็วิ่งก่อนจะมีเวลาเปิดดูเฟสด้วยซ้ำหรือน้ำท่วมก็ไม่ได้มีประโยชน์เพราะเน็ตตัดหมด ถ้าจะบอกไว้ตามข่าวก่อนน้ำท่วมอันนั้นมันไม่ฉุกเฉินป่ะข่าวมันมีเวลาให้ตามตั้งหลายวันแล้วใครจะมานั่งอัพเดทเฟสเรียลไทม์เพื่อหาข่าวฉุกเฉินไม่รู้เฟสจะฟีดอะไรมาให้แล้วแต่บุญแต่กรรม
คิดว่าคน 10-20…
ipats Tue, 02/12/2025 - 15:34
In reply to ห้ามในเวลาพักเที่ยงมันก็มีทั… by suriyan2538
คิดว่าคน 10-20 ปีที่แล้วเขาทำยังไงกันอะครับ
ฉุกเฉินในระดับสาธารณะ ถ้าจำเป็นโรงเรียนเขาก็ประกาศอยู่แล้ว
ถ้าเรื่องครอบครัว ผู้ปกครองก็ติดต่อผ่านโรงเรียนได้อยู่ดี
ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ช่องทางโซเชียลเลย
ไทยลอกเขาหน่อย…
atit19299 Mon, 01/12/2025 - 12:04
ไทยลอกเขาหน่อย แล้วมาบังคับใช้หน่อย เห็นครูบ่นเด็กแอบเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียน จนไม่มีสมาธิในการเรียน
บางโรงเรียนใช้อยู่นะครับ…
phenocalypse Mon, 01/12/2025 - 15:33
In reply to ไทยลอกเขาหน่อย… by atit19299
บางโรงเรียนใช้อยู่นะครับ แต่เฉพาะนักเรียนที่เข้าปีแรกเท่านั้น
เรื่องดีๆแบบนี้…
jakapong Tue, 02/12/2025 - 06:07
เรื่องดีๆแบบนี้ ทำตามเขาก็ดีนะครับ จะได้เท่าเทียม ไม่กดทับกันไง