บริษัทในสหรัฐอเมริกา ที่นำพนักงานต่างชาติเข้าไปทำงาน จะต้องยื่นขอวีซ่าประเภท H-1B ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐต้องอาศัยวีซ่าประเภทนี้ด้วยเช่นกัน เช่น Amazon มีพนักงานที่ถือ H-1B มากถึง 14,000 คน, ไมโครซอฟท์มีประมาณ 5,000 คน, แอปเปิลและกูเกิลราว 4,000 คน
ในอดีตที่ผ่านมา มีคำวิจารณ์เรื่องการนำคนต่างชาติเข้ามา "แย่งงาน" แรงงานในสหรัฐเอง โดยเฉพาะในยุค Donald Trump ที่สหรัฐอเมริกาเริ่มมีมาตรการจำกัดการเข้าเมืองของแรงงานต่างชาติ
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ออกมาตรการหลายอย่างด้านแรงงานต่างชาติ ได้แก่
- ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B เป็น 100,000 ดอลลาร์ เพื่อคัดกรองเฉพาะแรงงานระดับสูงที่ยังขาดแคลน เช่น สายงานเทคโนโลยี
- ออก "บัตรทอง" Trump Gold Card ที่เปิดโอกาสให้บุคคลต่างชาติจ่ายเงิน 1 ล้านดอลลาร์ เพื่อเข้ากระบวนการเร่งรัดวีซ่าแบบพำนักในสหรัฐแบบด่วนพิเศษ
- ออก "บัตรแพลตินั่ม" Trump Platinum Card ราคา 5 ล้านดอลลาร์ อยู่ในสหรัฐได้นาน 270 วันโดยไม่ต้องจ่ายภาษีรายได้จากนอกประเทศ
- ออก "บัตรทองบริษัท" Trump Corporate Gold Card จ่าย 2 ล้านดอลลาร์ แลกกับเข้าคิวพิเศษในการขอวีซ่าให้พนักงาน
ปกติแล้ว วีซ่า H-1B มีอายุ 3 ปี อนุมัติให้แรงงานต่างชาติปีละ 65,000 คน โดยมีอีกส่วนสำหรับคนต่างชาติที่จบการศึกษาขั้นสูงในสหรัฐ 20,000 คน การที่มีจำนวนวีซ่าจำกัดทำให้ต้องกระจายวีซ่าแบบสุ่ม (lottery) ส่วนการที่ Trump หันมาใช้กลไกเรื่องราคาในการคัดกรองวีซ่าแทน ก็เป็นสิ่งที่ต้องถกเถียงกันต่อไปว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมหรือไม่
ที่มา - Whitehouse, CNN, CNBC
President Trump's Gold Card will realign Federal immigration policy with the Nation’s interests and bring prosperity to America. 🇺🇸https://t.co/1VkgDsV9Id pic.twitter.com/Pg98yUO8fI
— The White House (@WhiteHouse) September 20, 2025
on
ยังงงๆเรื่องราคาอยู่ ว่าเป็น…
jumpingkick Sun, 21/09/2025 - 15:13
ยังงงๆเรื่องราคาอยู่ ว่าเป็น 100,000 ดอลลาร์ จากเท่าไหร่ หรือก่อนหน้าเป็นอย่างไง ในย่อหน้าสุดท้าย
จำเป๊ะๆไม่ได้ (ห้าหกปีแล้ว) …
Tg Sun, 21/09/2025 - 21:26
In reply to ยังงงๆเรื่องราคาอยู่ ว่าเป็น… by jumpingkick
จำเป๊ะๆไม่ได้ (ห้าหกปีแล้ว) แต่ที่ทำงานผมเคยให้ขอวีชานี้ ราคาแถวหลักพันดอลล่าห์ (น่าจะ 2-4 พันมั้ง ของสองครั้ง ครั้งแรกธรรมดา ครั้งที่สองด่วน...)
ขึ้นกับขนาดบริษัทครับ ประมาณ…
orchidkit Sun, 21/09/2025 - 21:27
In reply to ยังงงๆเรื่องราคาอยู่ ว่าเป็น… by jumpingkick
ขึ้นกับขนาดบริษัทครับ ประมาณ 2,000 USD ถ้าใหญ่มากด่วนมากก็หมื่น ไม่เกินนี้
ถือว่าขึ้นมามากกว่าสิบเท่าเลยครับ
เมื่อวานฟังไลฟ์นายอามเขาว่าม…
zerost Sun, 21/09/2025 - 21:28
In reply to ยังงงๆเรื่องราคาอยู่ ว่าเป็น… by jumpingkick
เมื่อวานฟังไลฟ์นายอามเขาว่ามีตั้งแต่ไม่กี่พันไปจนถึงหลายพันดอลนะครับขึ้นกับประเภทและขนาดของบริษัท ก็แสดงว่าราคาอัพขึ้นมาหลักสิบ-เกือบ100เท่าครับ
ระบบจ่ายแล้วลัตคิวนี่…
TeamKiller Mon, 22/09/2025 - 08:54
ระบบจ่ายแล้วลัตคิวนี่ เปิดโอกาศในรัฐดองเรื่องไปเรื่อยๆ จนทนไม่ไหวต้องจ่ายเงิน แทนที่จะทำงานตามคิวไปเรื่อยๆ
หน่วยงานราชการไทยก็เป็นถ้ายอ…
shub Mon, 22/09/2025 - 09:56
In reply to ระบบจ่ายแล้วลัตคิวนี่… by TeamKiller
หน่วยงานราชการไทยก็เป็นถ้ายอมจ่ายก็คิวไวไม่จับผิดเอกสารมาก ถ้าไม่จ่ายนี่พลิกไปพลิกมาจะให้ผิดให้ได้ไม่ยอมให้ผ่าน บางทีถ้าเราดื้อไม่จ่ายเค้ามีสบถด้วยว่าจ่ายก็จบแล้วแท้ๆ 555 เออหวะโกงกันจนเคยชินจนเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมในการทำงานไปแล้วสินะ
ถ้าจ่ายในระบบแบบเมกานี่จริงๆ…
lew Mon, 22/09/2025 - 15:40
In reply to หน่วยงานราชการไทยก็เป็นถ้ายอ… by shub
ถ้าจ่ายในระบบแบบเมกานี่จริงๆ คนหน้างานน่าจะแทบไม่ต้องรับรู้นะครับว่าคนตรงหน้าจ่ายหรือไม่จ่าย แค่ระบบจัดเอกสารมาให้อ่านโดยบอกว่า "ตามคิว" เท่านั้น
จริงๆก็มีเกือบทุกธุรกิจแล้วน…
tisana Mon, 22/09/2025 - 13:33
In reply to ระบบจ่ายแล้วลัตคิวนี่… by TeamKiller
จริงๆก็มีเกือบทุกธุรกิจแล้วนะครับ พวก priority pass นั่นแหละ
ข้อดีคือเหมือนห้ามกันไม่ได้ก็เอาเข้าระบบไปให้มันถูกต้องซะเลยดีกว่า
กลัวแบบทางปกติจะถูกบีบๆ…
TeamKiller Mon, 22/09/2025 - 21:00
In reply to จริงๆก็มีเกือบทุกธุรกิจแล้วน… by tisana
กลัวแบบทางปกติจะถูกบีบๆ ไปเรื่อยๆ จนช้ามากกก เรียกง่ายๆ ว่าแกล้งๆ ให้คนจ่าย VIP นะครับ ไม่รู้หลังบ้านงานเยอะจริง หรือดองทำวันละไม่กี่เคส ไม่ได้ทำตามประสิทธิภาพจริงๆ ที่ทำได้
คือแบบบ้านเราระบบ m-flow มาเปิดแล้วช่องจ่ายเงินเดิมโดนบีบๆ ให้ช่องน้อยคิวแน่นๆ ใช้เวลานาน แล้วดันให้คนมาใช้ระบบใหม่ ซึ่งแบบนี้ผมว่ามันไม่เสียหายอะไรจ่ายเท่าเดิมไม่เสียเงินเพิ่ม