China

รัฐบาลจีนตั้ง China Integrated Circuit Industry Investment Fund (ICF) กองทุนสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมชิปเป็นกองทุนที่สาม และนับเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุด มูลค่า 344,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท

ICF ก่อตั้งครั้งแรกในเฟสหนึ่งเมื่อปี 2014 มูลค่าประมาณ 7 แสนล้านบาท เฟสสองเมื่อปี 2019 มูลค่า 1 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมาลงทุนในบริษัทเซมิคอนดักเตอร์จของจีนหลายบริษัท เช่น SMIC, YMTC, Tsinghua Unigroup, และ ZTE

แม้ว่าจะยังไม่มีแนวทางการลงทุนเผยแพร่ออกมา แต่ Reuters ก็ระบุว่ากองทุนรอบนี้เตรียมลงทุนในเครื่องจักรผลิตชิปเป็นหลัก นับว่าสมเหตุสมผลหลังจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมชิปจีนถูกสหรัฐฯ บีบไม่ให้เข้าถึงเครื่องจักรสมัยใหม่

ที่มา - Channel News Asia

ภาพโดย Leslin_Liu

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ไม่มีใครบังคับให้ซื้อนิ ผลิตล้นไม่มีคนซื้อ จีนจะได้รับความเสียหายเอง ไม่ต้องห่วงเค้าหรอก ผลิตล้นดีกว่าผลิตไม่เป็นตั้งเยอะ

Mario Tue, 28/05/2024 - 14:11

ถ้าสำเร็จ จีนจะได้เปรียบเรื่องต้นทุนวัตถุดิบตั้งต้นเลยมั้ยครับ เช่นมีในประเทศเยอะแล้ว แต่คู่แข่งต้องนำเข้า

น่าตื่นเต้นกับอนาคตมาก ๆ เลยครับ
อาจจะได้เห็นการก้าวกระโดดอีกครั้ง จากการแข่งกันที่รุนแรง

ถ้าเมกามันไม่ปั้นให้เกิดสงครามก่อนอะนะ

อาวุธสมัยนี้แอบน่ากลัวกว่าสมัยก่อนมากอะครับ
กลัวมันจะลากให้ย้อนกลับไปสมัยก่อน

อยากให้มากสุดก็แค่สงครามเย็นก็พอ

Rote Tue, 28/05/2024 - 17:38

ดีครับ การแข่งขันทำให้ผู้บริโภคได้เปรียบ

การตลาดแบบความคิดส่วนใหญ่ในจีนคือผลิตเยอะๆเน้นขายจำนวนไม่เน้นราคาเป็นแบบนี้แทบจะทุกผลิตภัณฑ์ยิ่ง copy ได้ก็ทำไปเลยไม่เห็นจะมีใครสนใจไหนๆก็มีผู้บริโภค

สิ่งสำคัญคือสิทธิบัตรไม่งั้นขายที่อื่นในโลกไม่ได้(พวกบอกว่าขายในจีนก็พอแล้วไม่ง้อที่อื่นในโลก ดูค่ายมือถือดังก็แล้วกัน)

ทำได้แต่ถ้าแค่ต่อยอดจากของคนอื่น ก็โดนเรื่องสิทธิบัตร (หรือจะอ้างว่าต่อยอดจากเทคโนโลยีที่สิทธิบัตรหมดอายุแล้ว?)

ยกเว้นคิดใหม่ทำใหม่เลยซึ่งก็ไม่รู้จะทำได้ไหม ขนาดสถาปัตยกรรมchip ยังไปเอาopen source มาทำต่ออยู่เลย

สิทธิบัตร มันก็แค่การเมืองรึเปล่าครับ เช่น จีนมาขายไทยทั้งๆที่ละเมิดสิทธิบัตร แต่ไทยบอกชั้นไม่สน จะซื้อเพราะอะไรก็ว่ากันไป
อนาคตเมื่อจีนมีอำนาจมากขึ้น มีของดีเยอะขึ้น ราคาถูกมาก ประเทศต่างๆ อาจจะให้ความสนใจได้
ในขณะที่ข้อต่อรองทางการเมืองเดิมที่สร้างกฎเกณฑ์ไว้ก็อาจจะถูกลดความสำคัญลง
คือแต่ละประเทศก็ต้องมองว่าอะไรดีต่อตัวเองที่สุดอ่ะนะ

ปล. อาจจะเหมือนพูดไปเรื่อย แต่อยากแสดงความคิดเห็นฮะ

ถ้ามองย้อนไประบบสิทธิบัตรทำให้เทคโนโลยีเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วครับ ไม่แปลกใจหรือทำไมเทคโนโลยีของโลกพัฒนาอย่างก้าวกระโดดหลังมีระบบสิทธิบัตร? มันคือการปฎิวัติอุตสากรรมแบบหนึ่งนั่นแหละครับ

เอาง่ายๆถ้าคุณยอมรับการละเมิดสิทธิบัตร แสดงว่าคุณไม่ยอมรับคุณค่าของความคิดนะครับ แม้แต่ open source ที่คิดว่าองค์ความรู้ควรเป็นของส่วนรวมก็ยังมีกฎเกณฑ์ในการป้องกันหลายๆอย่างเช่น license แบบ GNU ที่ห้ามเอาไปใช้ขายหาเงินต่อโดยไม่เปิดopen ตามไปด้วย(ในมุมหนึ่งคือไม่ยอมรับการละเมิดนะครับ แค่ให้สิทธิแบบเกือบจะเสรีเท่านั้น)

เรื่องพวกนี้อาจเข้าใจยาก จนวันนึงคุณโดนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คุณใช้ความพยายามคิดค้นหรือพัฒนาขึ้นมา ก็อาจจะทำความเข้าใจความสำคัญได้มากขึ้นครับ

ถ้าจีนมีอำนาจเยอะ เช่นก่อสงคราม WWIII แล้วเป็นผู้ชนะหนึ่งเดียวก็อาจจะกำหนดกฎของโลกใหม่ได้ครับ แต่ ณ ตอนนี้ถ้าไทยสนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ก็คงเหมือนเกาหลีเหนือล่ะครับคือค้าขายกับใครทั่วโลกแทบไม่ได้ นอกจากประเทศเล็กๆ

แต่สุดท้ายแล้ว ระบบสิทธิบัตรก็ถูกการเมืองครอบอยู่ดี

พอเป็นแบบนั้นมันก็เลยทำให้ระบบสิทธิบัตรไม่ได้ทำหน้าที่ตามที่มันถูกออกแบบไว้ในตอนแรกอย่างเต็มที่ (ไม่ได้ปกป้องแค่ผลประโยชน์ของผู้คิดค้น แต่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศด้วย) ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือในระบบสิทธิบัตรลดลง ทำให้บางครั้งการละเมิดสิทธิบัตรจึงถูกยอมรับขึ้นมา

ในมุมมองของผมที่ไม่ได้สนใจผลประโยชน์ของประเทศอื่นๆนอกจากประเทศไทย ผมสนับสนุนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อผลประโยชน์ของผู้สร้างสรรค์ แต่ไม่ได้สนับสนุน(หมายถึงไม่สนใจ)การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อผลประโยชน์ของประเทศอื่นครับ

ด้วยเหตุนั้น ผมจึงมองว่าการที่บางคนยอมรับการละเมิดระบบสิทธิบัตรในปัจจุบัน ไม่ได้แปลว่าเขาคนนั้นไม่ยอมรับคุณค่าของความคิดเสมอไปครับ (ไม่ได้ต้องการจะเปลี่ยนผิดให้เป็นถูกนะครับ ไม่ว่ายังไงการละเมิดสิทธิบัตรมันก็ทำให้ผู้คิดค้นเสียผลประโยชน์อยู่ดี แต่บางทีมันก็เลือกไม่ได้)

ใครยอมรับการละเมิดสิทธิบัตรหรือครับ?

ถ้ายอมรับการละเมิด แสดงว่าไม่ได้รับรองทรัพย์สินทางปัญญานะครับ

หรือจะอ้างว่าละเมิดแค่ศัตรูนะจะไม่ละเมิดพลเมืองตัวเอง?

คุณเชื่อได้ไหม?

การเมืองการปกครองมันเกี่ยวข้องกันหมดแหละครับ มันก็พัฒนามาเรื่อยๆ ถ้าเราไม่พัฒนา เราคงอยู่ยุคก่อนปฎิวัติอุตสาหกรรม เกิดมาเป็นไพร่ติดที่ดิน คิดค้นอะไรก็เป็นของเจ้านายขุนนางท้องถิ่นหมดนั่นแหละ

ถ้าคุณไม่สนใจคนอื่นละเมิดคนอื่นตามใจชอบเพื่อผลประโยชน์ตัวเองได้ แล้วจะหวังให้คนอื่นสนใจคุณ ไม่ละเมิดคุณได้หรือครับ? โดยเฉพาะว่าเราไม่ใช่มหาอำนาจ ไม่ใช่ผู้ชนะสงคราม จะอ้างสิทธิ์อะไรดี?

ก่อนที่จะแตกประเด็นไปเรื่อยๆ ประเด็นที่ผมต้องการจะสื่อคือประโยคที่คุณบอกว่า "ถ้าคุณยอมรับการละเมิดสิทธิบัตร แสดงว่าคุณไม่ยอมรับคุณค่าของความคิด" เท่านั้นครับ

อย่างที่คุณว่า ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกันไปหมด ระบบสิทธิบัตรในปัจจุบันมันไม่ได้มีหน้าที่แค่ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาเพียงอย่างเดียว มันถูกใช้เพื่อผลประโยชน์อื่นๆด้วย เพราะงั้นบางคนที่เขาเห็นต่างกับระบบสิทธิบัตร มันไม่ได้แปลว่าเขาไม่ยอมรับคุณค่าทางความเสมอไป

เอาง่ายๆก็คือ ผมมองว่า "ระบบสิทธิบัตรปัจจุบันมันไม่ได้สมบูรณ์แบบ" ครับ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อครับ เรื่องอื่นผมขอไม่ถกด้วย เพราะผมไม่มีความรู้เพียงพอครับ

ย้ำอีกที ผมไม่ได้สนับสนุนการละเมิด ไม่ได้เห็นผิดเป็นถูก ไม่คิดว่ามันมีเหตุผลอะไรที่ชอบธรรมพอจะละเมิดสิทธิบัตร ระบบสิทธิบัตรปัจจุบันถึงมันจะไม่ได้สมบูรณ์แบบแต่มันก็ปกป้องผู้คิดค้นได้จริง และทำให้เทคโนโลยีพัฒนามาถึงได้ทุกวันนี้ และผมก็ยังให้คุณค่ากับทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ครับ

จริงๆ ก่อนสงครามการค้า
จีนก็ไล่ซื้อ บริษัท/สิทธิบัตร นะ

อยู่ดีๆก็แบนไม่ให้ซื้อ ซึ่งจริงๆเป็นการขัดการค้าเสรี
แล้วฝรั่งก็เอาเรื่องสิทธิบัตรมาบี้จีน
มันก็ดูไม่แฟร์พอควรเลย

ปล.ส่วนตัวเชื่อว่า ถ้าจีนวิจัยแซงหน้าได้จริง
ฝรั่งจะไม่สนเรื่องสิทธิบัตรของจีนเหมือนกัน

ไล่ซื้อได้ครับแต่สิทธิบัตรระดับต้นน้ำ ยังซื้อไม่ได้ไง

อย่างเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ARM ก็เป็นของเมกัน-อังกฤษ

เทคโนโลยีการผลิตchip ก็เป็นของเยอรมัน-ไต้หวัน

เอาง่ายๆทุกวันนี้ฝั่งจีนไปผลิต chip RISC เพราะมัน open source หรือ MIPS ที่ซื้อสิทธิบัตรเก่าๆมาได้ ทำไมไม่พัฒนาใหม่เองหมดล่ะ?(ต่อให้ซื้อสิทธิบัตร/open source แต่รากฐานก็คือองค์ความรู้ของฝรั่งนะ) เพราะมันไม่ง่ายอย่างที่คิดไงครับ

ความเชื่อก็คือความเชื่อครับ ถ้าฝรั่งจะกล้าทำลายรากฐานของตัวเอง ก็คงต้องเปลี่ยนแปลงการปกครองก่อนล่ะครับ

ป.ล. เรื่องขัดการค้าเสรีนี่จีนละเมิดมากที่สุดเลยนะครับ กีดกันต่างชาติดสุดๆ อย่าอ้างเลยว่าจีนปกครองแบบเผด็จการเลยมีสิทธิ์ละเมิดคนอื่นมากกว่าประเทศปชต.ที่ควรจะเปิดเสรีนะครับ?

เสริม​จาก ป.ล. เคส​จีน​นี่​คือ​เวลา​คน​อ้าง​ประมาณ​นั้น​ก็​จะ​พูด​อยู่​บ่อย​ๆ ประมาณ​ว่า​ถ้า​เรา​มี​สังคม​เปิด​ที่​ให้​แลกเปลี่ยน​อะไร​กัน​ก็​ได้ แต่​มี​อยู่​คน​นึง​ที่​ไม่​รับ​เงื่อนไข​แบบ​ชาวบ้าน​เค้า​แต่​จะ​เข้า​มา​เอา​ผล​ประโยชน์​แบบ​เดียว​กัน​ด้วย​เนี่ย มัน​ได้​เปรียบ​คน​อื่น​เค้า​แบบ​ตั้งใจ​เอา​เปรียบ​เลย​ เรา​ก็​ไม่​ควร​ยอมรับ​การ​กระทำ​แบบ​นั้น​เพื่อ​ไม่ให้​ระบบ​มัน​พัง​มั้ย

เหมือนมีหลายๆประเด็น เอามายำ
ขอแยกเป็นประเด็นละกัน

  1. เรื่องประสิทธิภาพของระบบสิทธิบัตร
    ด้านกลับของมัน คือสุภาษิต
    Do not reinvent the wheel ครับ

ในแง่การครองสิทธิบัตร
มันเป็นการบังคับให้คนอื่นต้อง reinvent the wheel
ซึ่งมันเป็นอะไรที่ ไร้ประสิทธิภาพต่อโลกสุดๆ เลยนะ

  1. จีนไล่ซื้อสิทธิบัตร
    ด้านนึงคือ เอามาพัฒนาต่อ
    อีกด้านคือ กำลังจะซื้อสิทธิบัตรใหม่ๆ/หุ้นบ.เทคฯแนวหน้า

ตอนนี้ถ้าองค์ความรู้เท่ากันไม่ติดเรื่องสิทธิบัตร
จีนจะวิจัยแซงฝรั่งเพราะบุคคลกรด้านวิทย์มหาศาลมาก
ไม่ใช่จีนไม่มีปัญญาคิดเอง

ฝรั่งเห็นว่า ถ้าปล่อยจีนได้ไปจะหยุดจีนไม่ได้
จึงกีดกันสุดฤทธิ์

  1. ความเชื่อ กับ การปกครอง เป็นคนละเรื่องกัน
    อย่างตอนนี้ อเมริกาทิ้งความเชื่อการค้าเสรี ได้
    โดยไม่เห็นต้องเปลี่ยนการปกครอง

1.ผมก็ยังมองว่าระบบสิทธิบัตรทำให้องค์ความรู้พัฒนามาเร็วอย่างมากนะครับ แม้แต่จีนเองหลังแก้กฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทำให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนมากขึ้น และมีโอกาสเรียนรู้องค์ความรู้มากขึ้นจากสมัยปิดประเทศนะครับ อย่างรถไฟฟ้าBEV ที่จีนออกมาเป็นproductเด่นทุกวันนี้ก็เรียนรู้จากteslaนะ คุณจะโลกสวยบอกว่าองค์ความรู้ทุกอย่างเป็นทรัพย์สินส่วนรวม? แม้แต่ open source ก็ยัง"คุ้มครอง"ความคิดนะครับ แค่อนุญาตให้ไปใช้เกือบจะเสรี แต่ก็ยังแตกต่างจากแนวความคิดที่ว่าองค์ความรู้เป็นของส่วนรวมอยู่ดี(ไม่งั้นคงไม่มีข้อจำกัดการใช้สิทธิ์ระบุ) เทคโนโลยีทุกอย่างต้องใช้เงินทุนและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนกว่าผลลัพธ์จะออกมา ถ้าจะบอกว่าให้อีกฝ่ายขโมยไปใช้ฟรีๆ โดยไม่ต้องลงทุน ก็ไม่มีใครอยากลงทุนพัฒนาคนแรกหรอกครับ รอขโมยใช้ฟรีๆดีกว่า?

2.ทำไมคุณเชื่อว่าจีนจะแซงล่ะครับ มีเหตุผลอะไรนอกจากความเชื่อไหม? ทุกวันนี้ที่มีข่าวการพัฒนาchipคือการละเมิดtrade secret ด้วยการไล่ซื้อตัวนักวิจัยจากไต้หวันอยู่เลย? อย่าบอกว่าการขโมยความลับทางการค้าคือการก้าวข้ามนะครับ ยิ่งถ้าบอกว่านักวิทย์เชื้อสายจีนในสหรัฐมีเยอะ ยิ่งบ่งบอกว่าคนเก่งต้องมาอยู่สหรัฐถึงจะเก่งหรือเปล่า? (เพราะโครงสร้างการศึกษาและระบบสิทธิบัตรสนับสนุนให้เก่ง) ยังไม่นับว่าผู้ก่อตั้งบ.chipในไต้หวันก็คือคนที่ไปเรียนสหรัฐมาแทบจะทั้งนั้น

3.อเมริกันใหญ่ขนาดนี้ เพราะปกครองระบอบประชาธิปไตยไงครับ จะบอกว่าเพราะชนะWWII ก็ใช่ แค่เพราะอะไรถึงมีพลังมากพอที่จะชนะแม้แต่เยอรมัน? ผมเลยบอกว่าถ้าเมกันจะเปลี่ยนรากฐานความเชื่อตัวเองโดยเฉพาะเรื่องสิทธิบัตรก็คงต้องเปลี่ยนแปลงการปกครองก่อน เพราะรัฐธรรมนูญสหรัฐคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพลเมืองโดยพื้นฐาน ถ้าจะละเมิดระบบสิทธิบัตรก็คือไม่ต่างจากละเมิดสิทธิของพลเมืองตัวเอง

ป.ล.แต่สุดท้ายถ้าจีนชนะหมด ไม่ว่าจะชนะ WWIIIไปสักครึ่งโลก หรือชนะแบบสร้างเทคโนโลยีใหม่ที่เหนือกว่าแบบขาดลอย(เช่นได้พลังงานใหม่) อันนี้จีนก็จะเป็นผู้กำหนดกระแสโลกในยุคต่อไปครับ จีนอาจจะสร้างระบบการปกครองหรือระบบแบบอื่นที่ดีกว่าระบบสิทธิบัตรก็ได้(โดยวัดที่ผลลัพธ์) แต่ ณ วันนี้ผมยังไม่เห็นภาพนั้นเพราะยังเป็นการต่อยอดเทคโนโลยีเดิมๆของตะวันตกอยู่เลย(เช่นเรื่องchip ก็คือใช้ RISC/MIPS หรือที่มีข่าวซื้อตัวนักวิจัยจากTSMCไป) เลยยังขอให้เป็นความเชื่อต่อไปก่อนนะครับ

Hoo Thu, 30/05/2024 - 07:49

In reply to by Fourpoint

ประเด็นของผมคือ
ระบบสิทธิบัตร ตอนนี้ถูกใช้เพื่อการกีดกันจีนมากกว่า
เพราะจีนมีปัญญาซื้อสิทธิบัตร แต่กลับห้ามขายให้จีน
เพื่อบีบให้จีน reinvent the wheel สูญเสียประสิทธิภาพ

และใครที่ทำธุรกิจในจีนจะต้องเปิดเผยเทคโนโลยี
ซึ่งจีนจะปกป้องเฉพาะเทคโนโลยีนั่น
ขณะเดียวกัน มันเปิดให้คนจีนคิดต่อยอดขึ้นไปเป็นสิ่งที่ดีกว่า แล้วจดสิ่งที่คิดขึ้นใหม่เป็นของจีนเอง จนทำให้จีนแข่งขันได้

แต่ประเทศที่คิดตามระบบตะวันตกจะไม่ได้รับการเปิดเทคโนโลยีแบบจีน
จึงมืด8ด้าน ทำวิจัยต่อยอดอะไรไม่ได้ หรือโดนบังคับให้ต้องวิจัยเรื่องเดิมๆซ้ำ กว่าจะวิจัยทันเขาก็คิดต่อยอดไปอีกขั้นแล้ว เรื่อยๆๆๆ
จนไม่คุ้มค่ากับการวิจัยสุดๆ
จึงได้แต่รับจ้างผลิตแล้วรอการโดนย้ายฐานการผลิตในวันที่ค่าแรงสูง แบบที่บ้านเราและประเทศที่คิดแบบนี้โดน

คุณเชื่อว่า เคารพสิทธิบัตรเข้มข้น อย่างที่ฝรั่งอยากให้เราเป็น
จะทำให้เราพัฒนาได้ก็เชิญครับ
แต่ผมไม่เชื่อในระบบ
"ภูมิใจว่าเราไม่เคยก๊อปใคร จนทำห่านอะไรไม่เป็น" อีกแล้ว

หลักการต่างๆของอเมริกาจะปกป้องเฉพาะอเมริกา
ไม่ปกป้องประเทศอื่น
ถ้าการละเมิดประเทศอื่นทำให้อเมริกาได้ประโยชน์
อเมริกาก็จะทำ ตามสโลแกน "เพื่อผลประโยชน์ของอเมริกา"

การคิดว่าอเมริกาเจริญเพราะ ยึดมั่นในหลักการ(ประชาธิปไตย/สิทธิบัตร/การค้าเสรี ฯลฯ)
จึงเป็นความเชื่อที่ผิดจากความเป็นจริง
เพราะอเมริกา ยึดมั่นในผลประโยชน์อเมริกา ต่างหาก