Move Forward Party

Blognone สัมภาษณ์ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (@teng_mfp) รองเลขาธิการ ฝ่ายพัฒนาระบบข้อมูลและดิจิทัล พรรคก้าวไกล ลงลึกถึงรายละเอียดทางเทคนิคของนโยบาย AI ปราบโกง ทำได้จริงแค่ไหน

วันนี้ 15 เมษายน 2566 เวลา 20.00 น. ทาง Twitter Spaces

อัพเดต ฟังรายการย้อนหลัง

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

รอฟังสายดิจิตอลของพรรคนี้ว่ามีวิศัยทัศน์ยังไงบ้าง
และทำไมต้อง AI แทน if else ธรรมดา

รมต.ดิจิตอล ปัจจุบันอย่างชัยวุฒินี่ฟังความคิดคำพูดแล้วสิ้นหวังว่าคนแบบนี้ก็ได้กุมบังเหียนกระทรวงที่สำคัญในโลกาภิวัฒน์ได้ยังไง ทำไมนายกประยุทธ์ให้คนมีความสามารถแค่นั้นมีอำนาจในสายงานดิจิตอลได้

ในทางทฤษฎีมันก็ทำได้นั่นแหล่ะครับ อย่างแรกเลยก็ TOR เอกสารที่มักมีเรื่องการ Lock Spec มันมีข้อความคล้ายกันแฝงอยู่ ถ้าเป็นคนไม่เชี่ยวชาญอ่านผ่านๆ ก็นึกว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าคนเชี่ยวชาญอ่านปุ๊บก็จะพอรู้ว่ามีเจ้าของงานแล้ว แล้วก็หาดูว่าใครยื่นซองบ้าง แล้วผู้ชนะการประมูลคือใคร แล้วทำประวัติไว้ ถ้าวันใดวันหนึ่งไปพบข้อความ Lock Spec อีก แต่เป็นคนละบริษัทมันก็จะเริ่มหาเครือข่ายของนัก Lock Spec รวมถึง Distributer ที่มีแนวโน้มจะชอบ Lock Spec ได้ ดังนั้นถ้าเป็นเครือข่ายเดียวกัน หากใครมีชื่อในรายชื่อสีเทา เมื่อมีการยื่นเอกสาร ก็อาจมีการสร้าง spider ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือเชื่อมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อดูรายชื่อผู้ถือหุ้น ซึ่งตรงนี้ยังทำต่อได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะตรวจสอบเรื่องการฟอกเงิน การกระทำผิด ประวัติอาชญากรรม เท่าที่ผมทราบ เมื่อ 3-4 ปีก่อน มีการทำเอาไว้แต่ยังไม่ได้เชื่อมโยงกัน ประวัติการทิ้งงาน ฯลฯ พวกนี้มันมีรูปแบบอยู่แล้ว แต่อาจต้องให้นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และคนในวงการที่ทราบนอกในมาช่วย review และหาความสัมพันธ์เพื่อนำไปสอน Ai อันนี้แค่เบื้องต้น จริงๆ แล้วมันมี pattern เยอะกว่านี้ แถมคล้ายๆ กันด้วย เอาเป็นว่าเป็นหน้าที่นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลดีกว่า เอาข้อมูลย้อนหลังมาวิเคราะห์ดูรูปแบบก็น่าจะหาได้ เอาแค่ราคาผู้ชนะประมูลยังบอกได้เลยว่ามีการ Lock Spec หรือเปล่า เพียงแต่หน่วยงานตรวจสอบแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็เท่านั้น เพราะขั้นตอนมันถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนเรื่องทุจริตนี่ยิ่งง่าย เพราะมันมีการประกาศรายชื่อทั้้งหมดอยู่แล้ว ทั้งกรรมการ ผู้ตรวจรับ บริษัทยื่นซอง ฯลฯ ข้อมูลพวกนี้มีประโยชน์ทั้งหมดในการหาเส้นทางการเงิน ซึ่งจะบอกได้ว่ามีการทุจริตในโครงการหรือไม่ ยิ่งมีเรื่องการชำระเงินดิจิทัลยิ่งทำให้เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องง่าย เพราะถึงแม้คุณจะรับมาเป็นเงินสด แต่เมื่อต้องใช้จ่าย หากบีบให้ไปชำระเป็นดิจิทัล มันก็จะพอนำมาเปรียบเทียบได้ว่า รายรับ รายจ่าย การชำระภาษีสัมพันธ์กันหรือไม่ และมีลักษณะกระโดดไปจากกลุ่มตัวอย่างหรือไม่

ข้อดีของการใช้เอไอคือมันไม่ต้องเกรงใจบิดาใคร แสดงผลข้อมูลออกสาธารณะได้เลย ถ้าใช้คนจะตรวจเก่งแค่ไหน ถ้าโดนนายบีบไข่อยู่ย่อมมิกล้าพูดอันใดมาก

สุดท้ายก็ต้องมีคนเเซ็น แล้วก็เอาคำค้านอื่นๆมาค้าน AI ก็ได้ คำค้านโง่ๆก็ใช้ได้นะ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยเห็น
เว้นแต่บอกว่า คำตัดสิน AI เป็นที่สิ้นสุด แต่หวังงว่าจะไม่แกล้ง AI โดยไปทำให้ระบบพัง/เพี้ยน/ใช้งานไม่ได้แทนละกัน

โครงการภาครัฐปีนึงไม่ใช่น้อยๆ นะครับ คนตรวจปรกติผมบอกได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเอกสารพวกนี้มีอย่างน้อยก็ 100 หน้า อ่านกันตาเหล่แหล่ะครับ แล้วคนที่ไม่เคยอ่านเพื่อวิเคราะห์จะไม่รู้เลยว่ามันล็อกตรงไหน เพราะมันไม่ได้จะแกะกันง่ายๆ คนเขียนเขาก็แอบไว้เนียนๆ อยู่แล้ว ส่วนคนเซ็นต์มันปลายเหตุ เพราะมันทุจริตมาตั้งแต่ตั้งโครงการแล้ว ตัวเอกสารมันคุมเกมส์ทั้งหมด เอาเป็นว่าในช่วงที่ผมทำงานมีเอกสาร Lock Spec ผ่านตาผมไปเป็น 100 ฉบับ แล้วก็งานเสร็จหมดแล้วด้วย แล้วอย่าถามว่าผมรู้ได้ยังไง เพราะคุณบอกว่าคุณอ่านก็รู้แล้ว

ที่มันไม่ผิด เพราะขั้นตอนมันถูกต้องตามกฎหมายไง เขาเรียกว่าการทุจริตระดับนโยบายซึ่งเป็นรูปแบบที่ตรวจจับยากสุด แต่วิธีการของเอกสารมันจะมีรูปแบบเฉพาะตัวที่ต่างจากการเดินเอกสารโครงการที่ไม่ทุจริต เอาแค่วันที่ใน Life Cycle ของโครงการก็บอกได้แล้วมีแนวโน้มจะทุจริตหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้สามารถไปหาหลักฐานมาจัดการต่อได้แล้ว

เอ ผมกำลังสงสัยว่า ถ้าปรกติแกะกันไม่ได้ง่ายๆ ถ้างั้นจะหาข้อมูล use case ที่มีปัญหาปริมาณมากเทรน AI ให้เช็คว่าอันไหนผิด แล้วผิดเพราะกรณีไหนทีละปัญหาได้ยังไงเหรอครับ หรือถ้ามีแล้วมันจะไม่ไปติดเรื่องที่เอาข้อมูลผู้เสนอราคาที่ปกปิดเป็นความลับมาสอน AI ในกรณีที่ใช้ ของบริษัทภายนอกเหรอ

ส่วนวันที่ถ้าระบุแน่ชัด กรณีนี้น่าจะไม่ต้องใช้ AI แค่ IF Else ธรรมดาก็น่าจะได้นะ

การสอน Ai ไม่จำเป็นต้องสอนปริมาณมากก็ได้ ถ้ามีข้อมูลรูปแบบชัดเจน ไม่ได้มีค่าเบี่ยงเบนจากค่ามาตรฐานมาก แล้วการสอน Ai มันมีทั้งให้ผู้ใช้เป็นคนตัดสินให้คะแนน, ใช้ข้อมูลตัวอย่างที่มนุษย์ตัดสินให้แล้วนี่เป็นรูปแบบเฉพาะ, หรือใช้สมการช่วยหา pattern และเมื่อได้เอกสารตัวอย่างที่มีรูปแบบกราฟชัดแล้ว ก็เอาชุดข้อมูลไปหารูปแบบที่คล้ายกันเพื่อทำเป็น use case ในกรณีมันมีหลาย scenario ไม่ใช่ต้องเริ่มจาก 0 ส่วนที่ต้องใช้ parameters ปริมาณมากมันใช้กับ กรณีที่ Everything ไม่ได้มีการจำกัดขอบเขตการใช้งานแบบ ChatGPT ใช้ หรือพวกบรรดา Generative Ai ใช้กัน

ส่วนเรื่องการเอาข้อมูลผู้เสนอราคาที่ปกปิดเป็นความลับมาเผยแพร่ อันนี้มันก็เป็นเรื่องทางกฎหมายที่ต้องปรับปรุงว่ามีใครสามารถเข้าถึง หรือเข้าไปพิสูจน์สิ่งที่ Ai คัดกรองมาให้ได้บ้าง เพราะยังไงมันก็ต้องมีคอยตรวจผลในช่วงแรกเพื่อให้คะแนนว่าการคัดกรองมีความถูกต้องใกล้เคียงหรือยัง (อันนี้แบบบ้านๆ นะ ไม่ใช่ Ai ตรวจสอบและให้คะแนนกันเองแบบที่บริษัทต่างประเทศทำกัน)

เรื่องใช้ If/Else มันก็แล้วแต่คุณเพราะการ Implement Ai มันไม่ได้จำกัดว่าเงื่อนไขแต่ละแบบจะต้องประมวลผลจากข้อมูลทั้งหมด ถ้าคุณคิดว่าการใช้ If/Else มันสามารถทำงานได้ก็ใช้ได้ มันก็แค่ตัวแปรหนึ่งจากตัวแปรทั้งหมดที่ต้องมีการให้น้ำหนักอีกที แต่ถ้าคุณหารูปแบบมันได้แล้วเข้าสมการได้เลยมันจะดีกว่าเพราะเวลาต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขก็ไม่ต้องแก้ code

คงต้องออกกฏหมาย กฏกระทรวง ใหม่ให้ใช้ AI ตัดสินได้โดยไม่รอคนอนุมัติ ซึ่งจะออกข้อนี้ได้ คงยากน่าดู แถมข้อมูลที่ยัดเข้า AI ให้จะมั่นใจ ไม่มีอะไรแอบแฝงอีก บริษัทที่ได้โครงการไปได้เปรียบน่าดู

ผมก็เคยมีประสบการณ์เสนองาน
ทั้งรัฐและเอกชนได้อ่านTORก็รู้กันทั้งหมดว่าล๊อค
หรือไม่ล็อคปัญหาไม่ใช่ว่าไม่รู้แต่คือรู้แล้วทำอะไรไม่ได้

ถนนบางเส้นผู้ประมูลได้ไม่ใช่ผู้รับเหมาเจ้าประจำ พอไปทำจริงตระเวนหาคิวคอนกรีต 3-4 จังหวัดไม่ได้ แพล้นแจ้งว่าคิวเต็มหมด

สเปคเท่ากันราคาถูกกว่า แต่พอได้งานเจอพลังภายใน ทำให้ส่งงานไม่ทันกำหนด สุดท้ายผู้รับเหมารายนั้นต้องถอนตัว รัฐต้องไปจ้างผู้รับเหมาที่แพงกว่าแทน แบบนี้จะเรียกโกงได้มั้ย

ก็โกงแหละครับแค่ยังจับไม่ได้ ผมว่าการใช้เทคโนโลยีป้องกันการโกงมันไม่สามารถกันได้100%อยู่แล้วโดยเฉพาะช่วงเริ่มต้น แต่มันสามารถพัฒนาการตรวจจับได้ให้คนโกงยากขึ้นเรื่อยๆไปจนถึงจุดที่ต้องใช้ความพยายามมากขึ้นจนเริ่มไม่คุ้มความเสี่ยงที่จะอาจจะโดนตรวจเจอ

ฟังแล้ว คหสต.ไม่น่าจะครอบคลุมเท่าไหร่ แต่ก็น่าจะพอช่วยได้ระดับนึงครับ โดยเฉพาะท้องถิ่นเล็กที่โกงกันง่าย ๆ
แต่สำหรับโครงการที่เอาเนียน ๆ น่าจะยากอยู่
แนะนำเอาคนมีประสบการณ์หลาย ๆ สาย ทั้งรัฐและเอกชน มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมจะทำให้ได้ used case ที่มีประโยชน์ในการสร้างอัลกอริทึมมากขึ้นครับ
หรือเบื้องต้นถ้าขอได้ ก็ขอพวกสำนวนสอบสวนของ สตง. ปปท. ปปช. ที่ศาลพิพากษาแล้วมาศึกษาดูก็ได้ครับ น่าจะเห็นวิธีการแปลก ๆ แต่ไม่เคยรู้ว่าทำกันแบบนี้เยอะอยู่

ขออภัยครับ พิมพ์ไม่ชัด
ไม่คลอบคลุม หมายถึง อัลกอริทึมที่พูดในคลิปนะครับ ผมเห็นว่าแนวทางที่นำเสนอมันช่วยได้ครับ แต่ไม่มากเท่าไหร่

ตัวอย่างในคลิปคือผู้เสนอราคารายเดิมได้ซ้ำบ่อย ราคาที่เสนอใกล้เคียงราคากลาง ผู้เสนอราคาต่างกันน้อย ระยะเวลาโครงการกระชั้นชิด
จากประสบการณ์เท่าที่พอรู้มาการทุจริตในรูปแบบนี้มันยังมีอยู่ครับ แต่มันค่อนข้างล้าหลังแล้ว คนที่ทุจริตแบบนี้มักเป็น อบต.หรือเทศบาลขนาดเล็กที่นักการเมืองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐ เอกชน ที่ไม่ค่อยมีความรู้มากนัก และมักเป็นโครงการเล็ก ๆ

เช่น กรณีคนเสนอราคารายเดิมได้ตลอด มันก็มีเคสที่บริษัทใหม่ได้ แต่คนมาทำงานจริงเป็นรายเดิมก็มี (ใช้บริษัทอื่นเป็นนอมินีทำเหมือนตัวเองไม่ได้งาน)

หรือการจัดซื้อจัดจ้างในสิ่งที่กรมบัญชีกลางไม่มีการกำหนดราคากลางไว้ ที่ต้องมีการสืบราคากลางใหม่ ทำให้มีการกำหนดราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง แล้วให้ผู้ประมูลเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 10-20% (แต่ยังคงแพงอยู่ดี)

เลยอยากเสนอทางทีมที่จะทำว่า (ขออนุญาตมองข้ามช็อตไปถึงถ้าได้เป็นรัฐบาลสมัยหน้าแล้วนะครับ) ถ้าอยากตามการทุจริตปัจจุบันให้ทัน ลองติดต่อไปที่หน่วยงานที่มีประสบการณ์ หรือเอกชนที่มีประสบการณ์ดูครับ มันมีกรณีแปลก ๆ ที่คาดไม่ถึงเยอะมาก

อย่างแรกถ้าเอกสารทั้งหมดเป็นแบบที่เอาไปเทรนง่ายๆ แค่ใช้ทำ classification แยกกลุ่มของโครงการที่มีลักษณะคล้ายกันก็ช่วยให้จัดลำดับของโครงการที่ต้องตรวจสอบได้ง่ายขึ้นแล้วครับ ยังไม่ต้องระบุถูกผิด คนที่คอยตรวจเรื่องพวกนี้มีอยู่กันไม่กี่คน แต่โครงการปีนึงมีหลักหมื่น จะให้ดีช่วยปล่อยข้อมูลให้โหลดง่ายๆหน่อยก็ดี

  1. เริ่มจากใช้ AI ชี้เป้าบางบริษัทที่เด่นๆ ก่อน
  2. จับปรับให้บ่อยๆ
  3. เจ้าหน้าที่ก็จะเริ่มไม่กล้าทำ

เอาจริงๆ หลายคนก็รู้ว่าการประมูลงานของรัฐ มีการเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มอยู่แล้ว เช่น .. 1. กลุ่มคนรู้จักนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ 2. กลุ่มผู้ออกแบบงาน และ เขียน spec ให้ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถหรือไม่มีเวลาทำเอง

จะว่าไป ระบบ e-bidding ก็ช่วยลดการฮั้วลงได้ระดับนึง แต่ก็ยังไม่ 100% ยิ่งลดรูรั่วได้มากเท่าไหร เราก็จะมีเงินเหลือมาพัฒนาประเทศมากขึ้นเท่านั้น

orchidkit Sun, 16/04/2023 - 16:15

ฟังจบแล้ว ถือว่าโอเคในหลายประเด็นครับ
คือเริ่มต้น AI จาก Logic Based และจะ Learning ตามประสบการณ์แบบไวรัส-แอนตี้ไวรัส
และหลายๆประเทศที่เจริญเขาก็ทำมาแล้ว ยังไงเราก็มีตัวอย่างในการพัฒนาตามได้แน่ๆ

เข้าใจว่าต้องพัฒนาอีกมาก เพราะตัวผู้คิดก็ยังไม่มีอำนาจเข้าถึง
แต่ก็ประเมินคร่าวๆจากสิ่งที่เห็นและนำมาออกเป็นนโยบายได้ ถือว่ามีวิศัยทัศน์ครับ

ที่ผมเห็นด้วยมากๆกับเจตจำนงที่เขาทำคือ ถ้าเขาได้ทำและทำสำเร็จ มันจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะจนไม่ว่ารัฐบาลต่อไปจะเป็นใครก็ไม่มีข้ออ้างดีๆมายกเลิกสิ่งนี้ ถือว่าสร้างความเปลี่ยนแปลงแล้วไม่ย้อนกลับไป

trustme Sun, 16/04/2023 - 21:58

ปัญหาของไทย ไม่ใช่ว่าตรวจเจอว่าน่าจะโกงแล้วมันจะแก้ได้นะครับ ทุกวันนี้ watch dog group ต่างๆเขาก็จับได้และแฉอยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว มี AI มาชี้เพิ่ม ก็ไม่น่าจะต่างจากเดิมเท่าไหร่ คนโกงไม่น่าจะกลัวนะครับ (เห็นเคสที่ผ่านๆมาจะเห็นว่าเขาไม่ได้หน้าบางเหมือนพวกนักการเมืองญี่ปุ่นนะ)

คนฟันคนโกงเขาไม่ค่อยออกแอคชั่นให้สะใจคนดูเท่าไหร่น่ะครับ

ผมว่ามันเป็นปัญหา 2 เรื่องที่ต้องแก้น่ะครับ การตรวจจับ ถ้าตรวจได้เยอะมันก็ดี การลงโทษ บังคับใช้กฎหมาย มันก็เป็นอีก pillar ที่ต้องแก้

เพราะการลดปัญหาลง มันต้องประกอบไปด้วยการตรวจจับให้ได้มากๆ กับการลงโทษที่เด็ดขาด

ผมมองว่า หลายเรื่อง ต่อให้ไม่ถึงขั้นเอาคนผิดมาลงโทษได้ แต่อย่างน้อยก็ยังมีพับโครงการไปบ้าง (แต่ไม่เยอะ)

ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายมันต้องแก้โครงสร้างเลยครับ

ผมว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ผมกังวลในสองด้านพร้อมๆ กันนะครับ

  1. จับได้แล้วไม่มีใครตรวจต่อ อันนี้ที่บ่นมา ก็ได้ถามไปแล้วใน spaces
  2. มันไม่ได้โกง อาจจะซื้อมาแพงบ้าง หรือมี red flag บางอย่าง แต่ไม่ได้โกงจริงๆ คนหน้างานอาจจะทำงานล่าช้าจนต้องรีบซื้อ โครงการมันรีบ หรืองานมันเฉพาะมากจนไม่มีใครเข้ามาประมูล ฯลฯ เราก็ไม่ควรไปไล่ชี้หน้าคนหน้างานว่าเขาโกงไปหมด

ต่ออีกประเด็นคือราชการซื้อของแพงกว่าเอกชนนี่ปกติมาก เอกชนเราบ่นเรื่องวางบิลยากจ่ายเงินช้ากันอยู่แล้ว เจอราชการนี่ต้องวางเงินล่วงหน้า (จะขายของต้องเอาเงินไปให้เขา) หลายครั้งตรวจรับล่าช้า ตรวจเสร็จแล้วกำหนดจ่ายเงินช้า ขอเงินประกันคืนช้า ฯลฯ ก็ควรมี metric พวกนี้ออกมาด้วยเพื่อปรับปรุง ถ้าราคาไม่ได้เกินตลาดทั่วไปแบบน่าเกลียดมาก บางทีต้องระวังว่าอย่าไปตราหน้าว่าเขาโกงไปหมด

จริง เรื่องเงินช้านะครับ ของราชการ มันต้องทำเรื่องขึ้นไป กว่าจะผ่าน นานๆ ต้องหาเงินมาสำรอง ก่อน

ลองคิดตามอะไรหลาย ๆ อย่างที่ฝั่งการเมืองพยายามปลุกกระแสดูครับ
จะพบว่าจริง ๆ แล้ว มันคือ คอมมิวนิสต์ แต่มักจะอ้างประชาธิปไตยมาบังหน้า

ทั้งเรื่อง คนเท่ากัน นารวม ชนชั้น บลา ๆ ๆ
พยายามยกอคติ แล้วก็พลังอวยในใจออกให้ได้
แล้วจะมองออกได้ไม่ยากเลยครับ

ในกระแสมีคนเรียกร้องคอมมิวนิสต์ มีเรียกร้องนารวมมั้ย มีครับ แต่เป็นส่วนน้อยมาก มากๆ
คนเข้าใจผิดเรื่องคอมมิวนิสต์เยอะมั้ย อันนี้ผมว่าเยอะกันมาก
คนเท่ากันเป็นคอมมิวนิสต์มั้ย ไม่เกี่ยวกันนี่ครับ และไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตยด้วย
แล้วในกระแสที่ว่ามีคนที่ไม่ได้อยากเรียกร้องให้คนเท่ากันมั้ย ก็เยอะครับ

คนเท่ากันนี่มันพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนเลยนะครับ ไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะของคอมมิวนิสต์แต่อย่างใด
นารวมนี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันอยู่แล้วครับ ไม่ต้องกังวลกับกระแสเลย

คอมมิวนิสต์เป็นเรื่องเพ้อฝันครับ แต่เพราะอะไรล่ะครับที่ทำให้คนยอมตายเพื่อเรื่องเพ้อฝันได้?

คนเท่ากัน ความเท่าเทียม โดยไม่สนว่าคนเรามีทั้ง
คนดี คนชั่ว คนฉลาด คนโง่ คนขยัน คนขี้เกียจ
อันนั้นคือคอมมิวนิสครับ

สิ่งที่ทำให้คนยอมตายเพื่อความเพ้อฝันนั้น
จากความคิดส่วนตัว คงเพราะ โลกมันเปลี่ยนไปเร็วเกินไป
การปรับตัวไม่ทันทำให้เขามองไม่เห็นซึ่งโอกาสและอนาคตใด ๆ
ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ความผิดของเขา

แต่มันก็มีอีกทางที่ ขี้เกียจ แต่อยากได้มาก
อันนี้คือความผิดของเขาเต็ม ๆ

ผมชอบแนวคิดการบริจาคเงินส่วนเกิน ของทางอิสลามนะ
2.5% ของเงินที่วนครบปีที่มากเกินมูลค่าทอง 6 บาท
ต้องบริจาคให้กับคน 8 ประเภท ซึ่งจะดีมากถ้าให้คนที่ลำบากจริง ๆ

แต่อันนี้ก็ความฝันเหมือนกัน

แต่ถ้าให้เลือกโลกปัจจุบัน กับ โลกคอมมิวนิสต์
ผมก็ยังรู้สึกว่าโลกปัจจุบันแฟร์กว่ามาก ๆ
ใครทำมากได้มาก ใครทำน้อยได้น้อย

การจะจับให้ทุกคนได้เท่ากัน มันไม่ใช่ความยุติธรรม
มันคือการด้อยค่าคนขยันลงมาให้เท่ากับคนขี้เกียจ

เค้าไม่ใช่หมายถึงคนเท่ากันแบบที่คุณเข้าใจครับ เค้าหมายถึงการไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช้ระบบเส้นสาย ไม่พิจารณาโทษหนักเบาจากตัวบุคคล หรือสิ่งที่ผูกติดกับบุคคล

คอมมิวนิสท์กับประชาธิปไตยมีหลายส่วนที่เหมือนกัน เพียงแต่คอมมิวนิสท์ที่ปฏิบัติได้จริงนี่ยังไม่เคยมีครับ เลยเป็นได้แค่การขายฝันสำหรับคนหัวรุนแรง

จากอดีตที่ผ่านมา กลุ่มเรียกร้องจำนวนมากจะเข้าใจแบบการขายฝันให้คนหัวรุ่นแรงน่ะครับ

เพราะถ้าแค่เรื่องสิทธิ์พื้นฐาน แรงจูงใจไม่พอหรอกครับ เพราะเรื่องแค่นั้น มันเป็นอะไรที่ไม่ได้ใช้ ไม่เกิดขึ้นทุกวัน ไม่มีประโยชน์แบบเห็นได้ชัด อะไรก็ตามที่พอไม่มีประโยชน์โดยตรงกับตัวเองคนจะไม่ค่อยสนใจ

กลุ่มเรียกร้องก็ต้องการผลักให้สุดอยู่แล้วครับ เหมือนต่อราคาแหละ ต่อจนคนขายอยากกระโดดออกจากเก้าอี้ แล้วค่อยมาเจอกันตรงที่พอใจ

ซึ่งพวกที่หลุดมาจากนิยายโรแมนติกของมาร์กซ์นั่นก็มีอยู่พอควร แต่มันไม่มีใครเอาด้วยหรอกครับ ให้ไปทำกันเองเป็นคอมมูนเล็กๆ ยังทำไม่ได้เลย เพราะพวกนี้ผลประโยชน์ในฉากหลังล้วนๆ

ผมเคยดูสารคดีเห็นคอมมูนที่ประสบความสำเร็จเป็นคอมมูนของที่หลบภัยหญิงแห่งนึงในต่างประเทศ เป็นอะไรที่เข้าใกล้นิยายของมาร์กซ์มากที่สุดแล้ว แต่ผมจำได้เท่านี้จริงๆ

นิยามคนเท่ากันโดยทั่วไปคือเรื่องของสิทธิมนุษยชนครับ การที่คุณบอกว่าเท่ากันคือต้องเป็นแบบคอมมิวนิสต์ ถ้าไม่เป็นคุณเองที่เพ้อฝันแบบคอมมิวนิสต์ ก็คงเป็นเพราะคุณอยู่ในชุดความคิดที่เกลียดคอมมิวนิสต์แบบสุดโต่งโดยที่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคอมมิวนิสต์ขึ้นมา

คนที่ขี้เกียจ แค่ให้ขยันยังไม่ทำ เค้าไม่ยอมตายหรอกครับ
คนเรายอมตายเพื่อความเพ้อฝันได้นั้นเพราะเค้ามีความหวังครับ ไม่ว่าจะเป็นความหวังที่เป็นจริงได้ หรือความหวังปลอมๆ ที่ถูกหลอกว่ามีจริงก็ตาม แต่ไม่ว่ากรณีใดมันก็เริ่มจากชีวิตเค้าถูกทำให้หมดหวังมาก่อนทั้งสิ้นจากผู้ที่มีอำนาจริดรอนความหวังในชีวิตเค้าไปครับ ผมเชื่อว่าความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องพื้นฐานนี่เองที่เป็นปัจจัยสำคัญ

ในทางปฏิบัติมันน่าจะเป็นไปไม่ได้ไหมนะครับ อย่างน้อยก็ในปัจจุบัน
อย่างน้อยก็ไม่เห็นมีที่ไหนพยายามทำแล้วออกมาดีหรือกระทั่งสำเร็จน่ะนะครับ

ถ้ามันดีต่อไปก็ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง ให้ AI เลือกคนมาเป็นนายก เป็นรัฐมนตรี แล้วฟังนโยบายจาก AI อีกที

แล้ว AI ประเมินผลงาน ไม่ได้ตามเป้าปรับออกหาคนใหม่
ต่อไปก็ไม่มีการทุจริต บริหารประเทศได้ราบลื่นประสานกันทุกกระทรวง แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน