Bill Gates

บิล เกตส์ เปิดเผยตั้งแต่ปี 2017 ว่าเขาใช้ Android เป็นหลัก ล่าสุดเมื่อคืนนี้เขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าว Andrew Ross Sorkin บน Clubhouse (ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีบน Android) ในหลายประเด็น แต่ก็มีแตะถึงเรื่อง Android ด้วย

เกตส์บอกว่าเขามีทั้ง Android และ iPhone เพราะอยากลองใช้ทุกอย่าง แต่มือถือเครื่องที่เขาเลือกพกติดตัวเป็น Android ด้วยเหตุผลว่า Android บางยี่ห้อพรีโหลดแอพของไมโครซอฟท์ ทำให้เขาทำงานง่าย และ Android เป็นระบบปฏิบัติการที่ยืดหยุ่นกว่า

อย่างไรก็ตาม เกตส์ก็บอกว่าเพื่อนของเขาจำนวนมากใช้ iPhone ดังนั้นเรื่องนี้ไม่มีผิดถูก และไม่ใช่เรื่องศาสนาแต่อย่างใด

ระหว่างที่เกตส์ให้สัมภาษณ์ Paul Davidson ผู้ร่วมก่อตั้ง Clubhouse ก็เข้ามาแจม โดยบอกว่าแอพเวอร์ชัน Android ถือเป็นความสำคัญสูงสุดของบริษัทในตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม

ที่มา - Android Authority, ภาพจาก Bill Gates

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

"เป็นระบบปฏิบัติการที่ยืดหยุ่นกว่า" ให้ความรู้สึกว่าเป็นการมองอย่างช่างเทคนิค
ส่วนผมมองอย่างคนทั่วไป เลือกที่ใช้ง่ายกว่า

น้องสาวผม low tech มากเลยครับ ใช้ iPhone มาก่อน พอมาใช้ Android เพราะความสะดวกในการใช้งานบางเรื่อง ซึ่งหลังจากนั้น มันก็ไม่กลับไปใช้ iPhone กับ iPad อีกเลย

ปัจจุบันไม่รู้เป็นอย่างไงบ้างแล้ว เหตุผลใช้ Android ยังสะดวก ง่ายกว่า iPhone เหมือนเดิมไหม ก็ไม่รู้ครับ รู้แต่บอกว่าเครื่องหน้าจะเปลี่ยนเร็ว ๆ นี้ ก็เป็น Android เหมือนเดิม

แต่น้องผมมันไม่ได้เล่นมือถือจริงจัง มันใช้มือถือเพื่อการทำงานจริงจังมากกว่า

ความเห็นผมนะเอาจริง apple ขายของให้คนมีเงินแค่หยิบมือในราคาที่แพงก็ได้กำไรไปเยอะเหมือนกันนะ แต่ android ผมก็ใช้นะเพราะไม่มีเงินซื้อ iPhone

ยืดหยุ่นไม่ได้แปลว่ายาก

และมัน "เป็นไปไม่ได้" ที่จะออกแบบให้ทุกคนใช้ง่าย (ยกตัวอย่างง่ายๆ บางคนมองว่ามือถือเครื่องเล็กใช้ง่าย บางคนมองว่ามือถือเครื่องใหญ่ใช้ง่าย และมันไม่มีทางออกแบบให้ทั้งสองคนใช้ง่ายด้วยเครื่องเดียวกัน)

คุณอาจโชคดีที่สิ่งที่ Apple ตีกรอบให้มันง่ายสำหรับคุณ แต่สำหรับผมไม่ใช่ (และถึงใช่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอนาคต Apple มันจะบังคับอะไรอีกในอนาคต เหมือนอย่างตอนตัดพอร์๖ 3.5mm มันไม่ทำให้ผมรู้สึกง่ายขึ้นเลย) ผมจึงเลือกใช้ Android ที่ทำให้ผมเลือกเครื่องที่ง่ายสำหรับผมได้ ทั้ง Software และ Hardware

คุณยังใช้คำว่าส่วนใหญ่ในประโยคนี้เลยนั่นหมายความว่าถ้าเป็น android คุณยังมีทางเลือกแต่ถ้าเป็น iPhone คุณจบ

ที่ผมใช้ส่วนใหญ่ เพราะยังมีเหลือบางยี่ห้อ(ที่ผมไม่รู้) ว่าเป็นรุ่นเรือธง และยังมี port 3.5 ครับ และถ้าอยากได้ port 3.5 แต่ต้องเลือกรุ่นที่ตัวเองไม่ชอบจะต่างอะไรกับไม่มีทางเลือกละครับ

ต่างสิครับ เพราะมันยังมียี่ห้ออื่น หรือรุ่นอื่น ให้คุณเลือกรุ่นที่ใช้ 3.5 ไงครับ แต่ iphone ไม่มีทางเลือกให้คุณเลย คนบางคน ลงทุนกับอุปกรณ์หูฟังราคาแพงที่ใช้ jack 3.5 แพงกว่าราคา iphone ด้วยซ้ำ ทั้งหูฟัง ทั้ง amp ถ้าตัด port นี้ทิ้ง ก็ต้องไปใช้ตัวแปลง หรือไม่งั้นก็เลิกใช้ Iphone ถ้าคุณใช้ android คุณก็ไปเลือกยี่ห้อที่เค้ายังมี port 3.5 อยู่ หรือยี่ห้อเดิม ที่มี port อยู่ Android ไม่ใช่ Iphone นะครับ ที่ไมมีตัวเลือกให้ แต่ละยี่ห้อ ไม่ได้มีแค่รุ่นเรือธงให้เลือก หรือเรือธงตกรุ่นเท่านั้นนะครับ แล้วตัด port ก็ไม่ได้ตัดทุกรุ่นนะครับ ดังนั้น มันห่างจากคำว่าไม่มีทางเลือกเยอะเลยครับ มันก็เหมือนกับบอกว่าคุุณชอบโทรศัพท์รุ่นนึง แต่มันมีแค่ลำโพงเดียว คุณอยากได้สองลำโพง คุณคงไม่บอกว่ามันไม่มีทางเลือก เพราะถ้าเป็น android คุณก็ไปเลือกรุ่นอื่น ยี่ห้ออื่น ที่มันมีสองลำโพงไงครับ ไม่ได้มาทะเลาะกันนะครับ แลกเปลี่ยนมุมมองกันเฉย ๆ ครับ :)

แต่ผมพูดถึง"เรือธงส่วนใหญ่"นะครับ คุณบอกผมยังใช้คำว่าส่วนใหญ่ที่ผมพูดถึง แต่พอพูดถึงตัวเลือกกลับ กลับบอกว่าไม่ใช่ว่ามีแต่เรือธง และตัดคำว่าเรือธงที่ผมอ้าวถึงไปด้วย ถ้าจะอ้างถึง ควรอ้างทั้งคำที่ผมใช้หนะครับ

เราเข้าใจนะ
มันก็ต้องใช้คำว่าส่วนใหญ่
ใครจะไปรู้จักและรู้สเปคทุกเครื่องแอนดรอยด์บนโลกนี้
รู้จริงนักก็ให้พูดชื่อแบรนด์และรุ่นเรือธงมาสิ เอาให้ครบนะ
บนโลกใบนี้
ใช่ป่ะ

บางคนเขาย้ำคิดย้ำทำ กะคำบางคำมากเกินไม่สน
Main Idea ก็ปล่อยไปเถอะ

3.5mm ผมแค่ยกตัวอย่างครับ ยังมีอีกหลายๆอย่างที่ Apple บังคับและผมไม่ถูกใจ และถึงหลายๆยี่ห้อจะตัด 3.5mm ไปสำหรับเรือธงก็ยังเหลือรุ่นรองอยู่ คือไม่ได้บังคับหรือมีแนวโน้มจะบังคับเบ็ดเสร็จแบบ Apple ซะทีเดียว

แน่นอนว่าสำหรับคนที่อยากได้เรือธงที่มี 3.5mm ก็คงเหลือตัวเลือกไม่มากนัก (เท่าที่ผมรู้ก็มี Sony LG Motorola) แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้เลือกเลยครับ

ท้ายที่สุดแล้ว ส่วนตัวผมคิดว่ามันไม่มีอะไรที่มีทุกอย่างที่เราต้องการ แต่อย่างน้อยการที่มีให้เราเลือกว่าจะตัดอะไรที่เราต้องการน้อยที่สุดออกก็ดีกว่าโดนบังคับตัดสิ่งที่เราต้องการมากๆออกครับ

ยืดหยุ่นนี่แหละครับที่ทำให้สามารถเกิดความยุ่งยากได้ง่ายๆ ดูแค่อย่าง Xiaomi ที่มักจะมีปัญหาเรื่อง noti ไม่เด้งกับ user ที่ใช้งานทั่วไปอยู่บ่อยๆ

ครับ มันสามารถทำให้เกิดความยุ่งยากได้ แต่มันไม่เสมอไปครับ อย่าง Xiaomi ที่คุณยกมามันก็มียี่ห้ออื่นที่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะงั้นผมถึงบอกว่ายืดหยุ่นไม่ได้แปลว่ายาก

ในทำนองเดียวกัน ไม่ยืดหยุ่นก็ไม่ได้แปลว่าง่ายเช่นเดียวกัน ผมไม่ได้ใช้ไอโฟนก็คงยกตัวอย่างให้ไม่ได้ แต่อย่าง Macbook ที่มีแค่ USB-C อย่างเดียวมันทำให้ผมยุ่งยากขึ้นไปอีกครับ

ผมไม่ได้ต้องการจะสื่อว่า Android หรือ iOS อันไหนใช้ยากง่ายกว่ากัน แต่ผมต้องการจะสื่อว่าการที่มันใช้ยากใช้ง่าย มันขึ้นอยู่กับว่าออกแบบมาดีแค่ไหน ไม่เกี่ยวว่ามันยืดหยุ่นหรือไม่ยืดหยุ่นครับ

ท้ายที่สุดแล้ว ยุ่งยากแต่ยืดหยุ่น เราอาจจะแก้ให้มันง่ายได้ แต่ยุ่งยากและไม่ยืดหยุ่น เราทำอะไรกับมันไม่ได้เลย เพราะแบบนี้คนที่เรื่องมากแบบผมก็เลยเลือกที่จะอยู่กับความยืดหยุ่นครับ

บางทีอาจจะต้องมาดูนิยามกันก่อน ซึ่งจริงๆ มันควรดูจากเป้าหมายที่ใกล้เคียงกัน เช่นต้องการทำงานหนึ่งๆ ที่มีอยู่ในทั้งสองระบบ อันนี้มันถึงจะสามารถเทียบกันได้ว่าอันไหนยากอันไหนง่ายกว่ากัน แต่ถ้าจะมาบอกว่าเพราะอีกไม่มีตัวเลือกแบบอีกระบบเลยสรุปได้ว่ามันยากกว่า อันนี้ก็คงไม่ใช่เพราะหลักการและแนวคิดมันคนละอย่างกันเลย แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่มีอันไหนที่สมบูรณ์แบบ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างหรือหลายอย่างอยู่เสมอๆ เพราะฉะนั้นชอบอันไหนก็ใช้อันนั้นแหละ

ก็นั่นแหละครับที่ผมต้องการจะสื่อ แค่ยืดหยุ่นหรือไม่ยืดหยุ่น มันสรุปไม่ได้ครับว่ามันใช้ง่ายกว่าหรือยากกว่า

และเพราะมันไม่มีอันไหนสมบูรณ์รวมถึงแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน มันจึงเป็นเหตุผลที่ผมเลือกใช้สิ่งที่ยืดหยุ่นกว่าครับ ผมขอเลือกที่จะตัดสิ่งที่ผมต้องการน้อยที่สุดออกด้วยตัวเอง มากกว่าจะให้ Apple เป็นคนเลือกครับ

ยืดหยุ่นผมว่าเป็นความชอบแต่ละคนมากกว่า ไม่ใช่เรื่องเทคนิคขนาดนั้น ใครชอบแบบไหนเลือกแบบนั้น

ถ้าถามหาความง่าย ทุกวันนี้ผมยังแนบไฟล์รูป jpg ใน Email ของ iphone ไม่เป็นเลยครับ
แนบไฟล์อื่นๆ หาในเครื่องก็ไม่เจอข้อมูล

แค่แตะตรงพื้นที่พิมพ์ข้อความในจดหมาย มันก็มีแถบไอคอนขึ้นมาให้เลือกแล้วครับ จะแทรกรูป ถ่ายรูปได้หมด

แตะที่ส่วนเนื้อหา มันจะมีรูป "<" ขึ้นมาเหนือคีย์บอร์ด พอกดแล้วจะให้เราเลือกไฟล์ที่เราจะแนบ (รูปถ่าย - กล้อง - ไฟล์แนบอื่น ๆ - ฯลฯ)
ผมลองทำมันก็แนบเป็น jpg นะครับ

ลองเข้าไปที่รายชื่อหลัก แล้วแตะที่ +เชื่อมโยงรายชื่อ จากนั้นเลือกรายชื่อที่เราต้องการเชื่อมโยงดูครับ
ไม่แน่ใจว่าใช่อย่างที่ต้องการไหม

iPhone เป็นมือถือที่ใข้งานง่ายมาก ถ้าเราใช้ตามสิ่งที่เขากำหนดหรือออกแบบไว้ให้
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องการบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่ได้ออกแบบมาให้ เมื่อนั้นจะกลายเป็นเรื่องยากทันที

Aize Sun, 28/02/2021 - 17:25

In reply to by wegang

จริงๆ แล้ว apple device ทุกอย่างทำมาเพื่อ "บังคับ" พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ให้ทำตามที่เขาออกแบบมา แม้บางอย่างมันจะดูฝืนๆ ก็ตาม 5555 หลายๆ อย่างถ้าปรับ UX นิดนึงน่าจะใช้งานง่ายขึ้น/สะดวกขึ้น/ไม่รู้สึกฝืนๆ อะไรแบบนี้

ส่วนตัวที่เลือกใช้แอนดรอย เพราะ เป็นคนไม่ค่อยถนอมสิ่งของพวกนี้ ทำตก ทำหายบ่อย ได้ไม่ต้องมาเสียดายเงิน จึงเลือกซื้อมือถือที่ราคา 10,000 ใช้ 2 ปีเปลี่ยนใหม่ทีหนึ่งได้เทคโนโลยีใหม่ ๆ

ถ้าคนชอบ customize ยังไง android ก็ดีกว่าแหละ ยืดหยุ่นกว่า
ส่วน apple ผมว่าเค้าวาง ux มาดีนะคือถ้าปรับตัวเองเข้ากับสิ่งที่ apple คิดมาได้ มันก็สะดวกดีนะ
สรุป ใช้ๆไปเถอะ เงินตัวเอง ชอบแบบไหนก็ใช้แบบนั้น

iDan Sat, 27/02/2021 - 10:40

แหม... ลุงบิลไม่ส่งคนจากไมโครซอฟท์ไปช่วยกูเกิลเขาพัฒนาแอนดรอยด์ด้วยล่ะครับ

ในที่สุดก็เจอคนที่คิดเหมือนกัน ต่อให้แอนดรอยแพงกว่าก็จะซื้อใช้ ฮ่า+++
ลงทุนล็อกอินเข้ามาเพื่อเม้นท์นี้โดยเฉพาะเลย

เนอะ เจอแต่พวกดรอดย์เกรียนๆ คิดว่าตัวเองเก่งสูงส่งตลอดเวลา แถมผู้ก่อตั้งยังไปลอกเขามาหน้าด้านๆ -,,,,,,,-

ถ้าไม่ชอบด้วยปัญหานี้ น่าจะใช้โทรศัพท์รุ่นไหนไม่ได้เลยละครับ

คนใช้ไอโฟนเกรียนๆ ก็คิดว่าตัวเองมีระดับสูงส่งกว่า แถมตัวไอโฟนก็แวะมาลอกฟีเจอร์แอนดรอยด์อยู่บ่อยๆ
แถมศาสดาอย่างจอบส์นี่ก็ไประรานคนอื่นอยู่บ่อยๆด้วยนะ

เหตุผลหลักที่ยังใช้ iPhone / iPad ต่อ เพราะ AppleCare+ จริงๆ เจ้าอื่นในไทยมันไม่มีตรงนี้ พังมาทีเกือบหมดตัว แต่ประกันของ AppleCare+ มันครอบคลุมอุบัติเหตุได้จริงถ้าตกแตกเละจนหมดสภาพ จ่ายแค่ 5-10% ของค่าเครื่องก็ได้เครื่องใหม่ (Refurbished จากแอปเปิล) แล้ว เหมือนข่าวไม่กี่เดือนก่อนที่ iPad Pro ตกแตกยับ แต่ทำประกัน AppleCare+ ไว้ ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าเคลมเครื่องใหม่ในราคาเกือบเต็มนั่นเอง

ส่วนอื่นๆผมพอใจกับระบบ iOS และ iPadOS มากๆ ในอนาคตจะไปใช้ Mac ด้วย

ผมเอาชัวร์ไว้ก่อนนี่แหละ อิอิ ส่วนประกันมือถือจากภายนอกนั้น เดี๋ยวลองไปหาดูดีกว่า เครื่องยังซื้อไม่ถึงเดือน

เท่าที่เคยลองเทียบกันดูนะครับ ผมว่าไม่ได้ดีกว่าหรือแตกต่างแบบขาดกระจุยซะทีเดียว มันมีจุดคุ้มทุนของมันอยู่

ตั้งแต่ใช้ i4s เมื่อ 8 ปีที่แล้วจากนั้นก็ไม่เคยไปหา iphone เลย ด้วยราคากระมังที่มองแล้วไม่คุ้มค่ากับที่เสียไป 20000+ต้องทนใช้อย่างน้อย 2+ ปี พอมาใช้แอนดรอยด์ระดับกลางไม่เกิน 10000 สามารถเปลี่ยนได้ทุกปีหล่นทีก็ยังไม่เสียดายเท่าราคา 20000+ แอนดรอยด์ออกใหม่ทุกเดือนแข่งด้วยนวัฒกรรม...ท้ายสุดอยู่ที่บริโภคอย่างเราจะเลือกใช้งานแบบไหน

เคยใช้ทั้งคู่แต่ iPhone ซื้อเครื่องเดียวแล้วจบ เหตุผลน่าจะคล้ายๆ กัน Android customize ได้เยอะกว่ามาก ย้ำคำว่ามากตัวโต ๆ

+1 เคยพยายามใช้ iphone แล้วมันรู้สึกขัดใจใน ux มากๆ อย่างน้อยๆ แอนดรอยก็มีปุ่ม 3 ปุ่มให้กดใช้งานเลยง่ายๆ ส่วนไอแพดนั้น จำเป็นต้องเลือกเพราะดูแล้วไม่มีแท็บเล็ตแอนดรอยไหนเลยที่ดีกว่าไอแพด 55555

ถ้าได้เข้ามาอยู่ในโลกของการออกแบบ อาจจะได้มุมมองอีกมุม การเพิ่มนั่นนี่เข้าไปมันง่าย แต่สิ่งที่ยากคือการตัดออกมากกว่า

ผมใช้แอนดรอยด์มาก่อนที่จะเลือกไอโฟน จริงอยู่ที่แอนดรอยด์มีความยืดหยุ่น แต่บางทีผมก็ชอบความ strict ของไอโฟนอยู่เหมือนกัน มารู้ตัวอีกทีหลายๆ product ก็กลายเป็นของ Apple ไปหมดแล้วครับ ติดตัวเองอยู่ในคุกกระจกไปซะแล้วจ่ายเงินไปก็เยอะแล้วด้วย ย้ายออกทีนี่คงเป็นเรื่องใหญ่เลย ?

MaxxIE Sat, 27/02/2021 - 23:08

ใช้iPhone เพราะมันปล่อยHotspotให้Macbookง่ายดี

ปกติอ่าน Blognone ไม่เคย Log in เลยครับ ลงทุน Log in เพื่อถามนะครับ ไม่ได้เชียร์อะไรทั้งสิ้น
ผมเริ่มใช้ smart phone เมื่อก่อนเป็น window phone พวก HP O2 และ HTC ชอบแครกแอพฟรีได้ (ยังเด็กยังจนไม่มีเงินซื้อแอพครับ) จน window phone ตาย
เลยเปลี่ยนมาใช้ iPhone 4 จนปัจจุบันใช้ iPhone iPad iMac (มีเพื่อใช้ แอพ Photo) และ Apple watch ออกกำลังกาย (เริ่มอายุมากและมีเงิน ซื้อแอพพอไหวครับ)
ส่วนตัวอยากเปลี่ยนไปใช้ Android มาก เพราะ เบื่อ iPhone แต่ติดเรื่องในใจตามนี้ครับ อยากฟังความเห็นหรือทางออกจากทุกคนครับ
1- ผมเคยหาข้อมูลแล้ว iPhone support นานสุด คือได้ up os นานสุดเฉลี่ย 5 ปี ทั้ง iPhone และ iPad แต่ Android ได้ up แค่ 2-3 ปีเท่านั้น ผมหมายถึง os หลักนะครับ (ต้นทุนต่อปีคำนวนแล้วถูกกว่า)
2- ผมมีแอพ ซื้อใน iPhone เยอะ ซื้อทีแชร์ได้ทั้งครอบครัว ย้ายมา Android เข้าใจว่าต้องซื้อใหม่หมด หรือมีทางออกมั้ยครับ (มี switching cost) และบางแอพที่ผมใช้ดันไม่มีใน Android เช่น แอพ Fin
3- จะไป Android ไม่รู้จะไปไหนดี Samsung Sony โอ้ย ประสาทจะแดกครับ
4- จะเอาอะไรมาแทน Apple watch ที่ใช้ได้นาน ตอนนี้ใช้ AW2 ตั้งแต่ออกใหม่ได้ เมียซื้อให้ จนทุกวันนี้ น่าจะเกือบ 5 ปีแล้วยังใช้ได้ดีอยู่เลยครับ ถ้าใช้ Android ไม่รู้จะเลือกอะไรอีก Fitbit หรือ Garmin โอ้ยประสาทจะแดกอีกเหมือนกันครับ
แนะนำหน่อยครับ อยากใช้ Android หรือผมควรเลิกคิด คือ จะซื้อมาลองใช้อีกเครื่องก็คิดว่าเวอร์ไป กลัวไม่คุ้ม ใจอยากลองใช้ Note แต่มันก็แพง แต่จะเอารุ่นอื่นมาลองก็ไม่รู้จะเอาอะไรอีกครับ

ใช้ไอโฟนต่อไป และซื้อแอนดรอยด์ที่อยากใช้อีกเครื่อง ลองให้เวลาใช้สักครึ่งปี ถ้าไม่ชอบก็ขาย
ของแบบนี้ต้องลองด้วยตัวเอง ไม่มีใครตอบแทนได้ครับ

ซื้อ Android ไม่มีสูตรสำเร็จหรอกครับว่าอันนี้ดี อันนั้นดี คุณต้อง mix & match ให้เข้ากับตัวเองครับ หรือถ้าไม่คิดอะไรก็หยิบเอาสักแบรนด์ที่เค้านิยมๆกันนั้นแหละครับ
ส่วนเรื่องย้ายแอพถ้าเป็นพวกบริการแบบ subscribe ก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าแบบซื้อขาดจาก App store ก็ต้องทิ้งครับ
เรื่องนาฬิกาขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ที่ต้องการครับเช่นกันว่าไม่มีคำตอบสำเร็จรูป แต่ส่วนใหญ่ก็พอแทนกันได้เลือกที่ชอบได้ครับ
ท้ายที่สุดแล้วถ้ามีความสุขดีกับ iphone ก็ใช้ไปเถอะครับ ถ้าแค่อยากลอง มือถือหมื่นต้นๆก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ใน iphone จำต้องย้ายมาใช้ android เป็นการถาวรอันนี้ถึงต้องคิดมากหน่อย

ผมเคยใช้ window mobile 2003 ของ hp,htc ผมว่าสมัยนั้นเป็นอะไรที่สุดแล้วกับได้ปากกามาจิ้ม ต่อมาผมก็ได้มาเป็นทาสโนเกีย Symbian มันก็ยืดหยุ่นระดับหนึ่งน่ะก่อนที่ apple จะครองโลกซึ่งแอนดรอยด์ยังเป็นวุ้นอยู่เลย

ถ้าอยากจะลองแอนดรอยด์แนะนำรุ่นกลางๆ สเปกแรงๆ ราคาไม่แรงอย่าง realme,xiaomi,oppo มีหลายรุ่นลองหาข้อมูลดู ใช้แล้วไม่ชอบก็ขาย 555

ส่วนนาฬิกาผมใช้ garmin ผมว่ามันทนถึกจริงๆ 55

แบ่งเงินค่า iphone เป็น 3 ส่วน ซื้อ Android ดีๆ ไว้ใช้ได้ 3 รุ่น แต่ละรุ่น ใช้ 3-5 ปี เก่าแล้วปลดประจำการ แล้วซื้อรุ่นใหม่ของเวลานั้น

ไอ้เรื่องยืดหยุ่นอะยอมรับแต่บืดหยุ่นแค่ไหนก็ปรับแต่งให้ทำงานแบบ ios จริงๆ ไม่ได้ แม้แต่ในระดับรอม การทำงานที่ผมอยากฟีลประมาณ ios jailbreak อะ ลื่นแต่ cuztomize ยังไม่เห็นทำงาน freeze app แบบ ios ได้สะที

มันเป็นเรื่องความเห็นความชอบแต่ละคนน่ะครับไม่ใช่ fact ว่าอันไหนดีกว่า แต่คนที่ออกมาพูดก็ได้ประโยชน์กับตัวเองด้วยอีกส่วนนึง ก็ปล่อยให้พูดกันไปเถอะครับ

mr_tawan Sun, 28/02/2021 - 17:34

ผมว่า คนใช้แอนดรอยด์ตอนนี้หลายคนอยู่ในจุดที่ตั้งคำถามกลับแล้วว่า ทำไมการได้อัพเกรด OS เป็นเวอร์ขั่นใหม่ ๆ ถึงยังเป็นเรื่องสำคัญขนาดนั้น (แล้วก็ยังมีอัพเดตออกมาเรื่อย ๆ อยู่) เพราะเอาจริง ๆ OS ตัวใหม่ ๆ ที่ออกมาก็แทบไม่ได้เพิ่มอะไรที่เป็นนัยสำคัญขนาดนั้น อะไรที่น่าตื่นเต้นจริง ๆ มันมาในรูปของแอปมากกว่า

เคยซื้อด๋อยจีน ถูกๆ มา test งาน ความรู้สึก ซื้อเครื่องเหมือนไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องจริงๆ แฮะ. แอบยัดไส้โฆษณามาทุกจุด จนบางทีก็คิดน่ะว่า คนที่ใช้เครื่องแบบนี้ไม่กลัวโดนขโมยข้อมูล หรือกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้สนใจเรื่องข้อมูลรั่วกันแน่

งั้นคอมมเมนต์นี้คือสิ่งที่เป็นตัวแทนของกรอบความคิดอีกฝั่งใช่มั้ย ผมว่าก็คงไม่ใช่ เป็นแค่ความเห็นของคนๆ เดียวแค่นั้น

อันนี้ไม่หน้าถูกเท่าไรนะครับถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง มันจะไม่มีใครใช้ iPhone เลยนะครับในโลกนี้ หรืออาจใช้แค่ เดือนเดียวแล้วก็ทิ้ง ราคามันแพงมาก คนซื้อคงคิดหลายตลบเพื่อได้มันมา เพราะฉะนั้นผมมองว่าคนที่ซื้อ iPhone ก็คงคิดมาหลายรอบแล้วที่จะลงทุนกับมัน

ตายละ งั้นแม่ผมก็ตามค่านิยมงั้นสิ พึ่งเปลี่ยนจาก iPhone 5S ที่ใช้มา 5 ปี มาเป็น iPhone 7 เมื่อไม่นานมานี้นี่เองช

...ตลก