Adobe

Adobe ถือเป็นบริษัท Software as a Service (SaaS) ที่ประสบความสำเร็จ ทำรายได้สูงสุดทุกแทบทุกไตรมาส ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับตัวครั้งสำคัญ เปลี่ยนโมเดลจากขายขาดโปรแกรมมาเป็นขาย Subscription มุ่งสู่บริษัท Cloud-based SaaS เต็มตัวมาตั้งแต่ยุคปี 2000 ต้นๆ ก่อนที่คลาวด์จะได้รับความนิยมในวงกว้างมากเท่าทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปยังจดจำภาพของ Adobe ในฐานะผู้สร้างโปรแกรมสายศิลปะ เจาะกลุ่มผู้ใช้งานฝั่งครีเอทีฟ แต่ Adobe ยุคปัจจุบันไปไกลกว่านั้นมากแล้ว ฉีกตัวเองออกมาสร้างโปรแกรมเจาะกลุ่มผู้ใช้งานฝั่งธุรกิจองค์กรด้วย คือการตลาด-บริการลูกค้า (Experience Cloud) และงานเอกสาร (Document Cloud) มาได้พักใหญ่แล้ว

บทความนี้ เรามาเจาะดูธุรกิจทั้งสามขาของ Adobe กัน

ธุรกิจหลักสามอย่างของ Adobe

Adobe แบ่งธุรกิจหลักของตัวเองเป็น 3 ส่วน โดยใช้ชื่อว่า Cloud ทั้งหมด ได้แก่ Creative Cloud (CC), Document Cloud (DC), Experience Cloud (ไม่มีตัวย่อ)

Creative Cloud

ทุกคนรู้จักโปรแกรมของ Adobe ในฝั่ง Creative Cloud จำพวก Photoshop, Illustrator, Premier Pro, Lightroom, InDesign ฯลฯ อยู่แล้ว โปรแกรมกลุ่มนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้งานบนพีซี แต่ในระยะหลัง Adobe ขยายการใช้งานจากบนพีซีไปยังมือถือและแท็บเล็ตด้วย รวมถึงขยายขอบเขตไปยังโปรแกรมชนิดใหม่ๆ ตามยุคสมัย กรณีสำคัญเช่น

  • Photoshop, Illustrator ตัวเต็มบน iPad มีเครื่องมือใช้งานครบใกล้เคียงกับพีซี
  • แอปพลิเคชั่นตัดต่อวิดีโอ Premier Rush เจาะมือสมัครเล่น
  • แอปพลิเคชั่น Photoshop Camera แต่งรูปบนมือถือสไตล์ Pop Art
  • Adobe Fresco ตัววาดรูปสมจริงบน iPad
  • Adobe XD ตัวออกแบบ UI
  • Project Aero เน้นงาน AR

Adobe Creative Cloud

จุดเด่นของโปรแกรมในชุด Creative Cloud คือการใช้ AI หรือที่ Adobe เรียกชื่อทางการค้าว่า Sensei ช่วยให้การทำงานเล็กๆ น้อยๆ ฉลาดขึ้น ทำได้เร็วขึ้น ลดเวลาการทำงานซ้ำซากของนักออกแบบ เช่น ไดคัท, แยกวัตถุออกจากพื้นหลัง, การแก้ไขเวกเตอร์ เป็นต้น

นอกจากขายโปรแกรมแล้ว Adobe ยังมีธุรกิจเสริมเป็นการขาย Assets ที่นักออกแบบสามารถนำไปใช้เพื่อการออกแบบได้ทันที คือ Adobe Stock เป็นบริการขาย subscription แยกรวมรูป, วิดีโอ, ไฟล์เสียง, เวกเตอร์, เทมเพลต,โลโก้ ฯลฯ ที่นักออกแบบสามารถเอาไปใช้ และยังเชื่อมต่อกับโปรแกรมออกแบบ Photoshop, Illustrator, Premier Pro, Lightroom, InDesign ได้ด้วย

และยังมี Adobe Behance พื้นที่ปล่อยของนักออกแบบ หรือเป็นเสมือนโซเชียลมีเดียของชุมชนนักออกแบบ ที่สามารถอัพโหลดผลงานตัวเองขึ้นบนเว็บไซต์ สร้างโปรไฟล์ให้คนอื่นกดติดตามได้ คอมเม้นผลงานและกดไลค์ได้ และยังมีช่องทางไลฟ์ให้นักออกแบบ แชร์เทคนิคและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ระหว่างกัน

เรียกได้ว่า Adobe พยายามทำตัวเป็น One Stop Services ของคนสายครีเอทีฟเลย

Document Cloud

Document Cloud เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2015 เป็นการรวมเอา Adobe Reader โปรแกรมอ่านเอกสาร PDF, Adobe Scan ตัวสแกนเอกสาร, Adobe Sign โปรแกรมเซ็นชื่อแบบดิจิทัลเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ โดยมีแกนกลางสำคัญคือ Acrobat DC สำหรับสร้างเอกสาร PDF และซิงค์ทุกอย่างบนคลาวด์

จุดเด่นของ Document Cloud ช่วยแก้ปัญหาการเข้าถึงเอกสารในองค์กร ลดความยุ่งยากของการจัดเอกสารในรูปแบบกระดาษ และอำนวยความสะดวกเรื่องขั้นตอนเอกสาร (workflow) ที่ต้องอนุมัติกันเป็นลำดับขั้น ไม่ต้องมารอคอยลายเซ็นบนกระดาษเหมือนสมัยก่อน

Document Cloud เป็นบริการ subscription ที่ผนวกพื้นที่ซิงก์ข้อมูลบนคลาวด์มาให้เลย สำหรับลูกค้าทั่วไป มีให้เลือกสามระดับแพ็กเกจ ยิ่งแพงก็ยิ่งได้ความจุเยอะ และทำอะไรได้เยอะ เช่น แพ็กเกจสูงสุดได้สตอเรจ 100GB, แก้ไข PDF ได้, สร้างรหัสผ่านเพื่อป้องกันการเข้าถึง PDF ได้ เป็นต้น ส่วนลูกค้าองค์กรก็มีแพ็กเกจเฉพาะต่างหากที่มีฟีเจอร์ระดับองค์กรด้วย

Experience Cloud

Experience Cloud เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์จับตลาดมาร์เกตติ้งเน้นการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าแก่กลุ่มองค์กร โดยในบรรดา 3 ธุรกิจหลักของ Adobe กลุ่มนี้ถือเป็นน้องใหม่ที่สุด ความท้าทายคือมาจับตลาดมาร์เกตติ้งทั้งๆ ที่มีคู่แข่งเต็มไปหมด แต่ถึงมาช้าก็กลับทำได้ดี มีรายได้ในแต่ละไตรมาสทะลุ 800 ล้านดอลลาร์

Experience Cloud ชื่อเดิมคือ Marketing Cloud เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2012 แล้วมารีแบรนด์ใหม่ในปี 2017 ขยายกลุ่มโซลูชั่นให้กว้างขึ้น

กลุ่มบริการ Experience Cloud มาจากการเข้าซื้อบริษัทอื่นอย่างหนักหน่วงของ Adobe ตั้งแต่การเข้าซื้อ Omniture บริษัทวิเคราะห์การตลาดด้วยเงิน 1.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2009 และ TubeMogul ทำโฆษณาแบบวิดีโอ มูลค่ากว่า 540 ล้านดอลลาร์ในปี 2016, การเข้าซื้อ Magento ในราคา 1.68 พันล้านดอลลาร์ เพื่อคุณสมบัติด้านอีคอมเมิร์ซ ทั้งหมดเป็นไปเพื่อเสนอโซลูชั่นด้านการตลาดให้ครอบคลุม โดยตอนนี้ กลุ่ม Experience Cloud มี 4 ผลิตภัณฑ์แยกย่อยคือ

  • Marketing Cloud ดูงานการตลาดมีโซลูชั่นย่อยๆ คือ Adobe Experience Manager, Adobe Target, Adobe Campaign, Adobe Social และ Adobe Primetime ช่วยให้แบรนด์จัดการและเสนอแคมเปญต่อลูกค้า เพื่อสร้างการจดจำและภาพลักษณ์ที่ต่างจากแบรนด์อื่น
  • Advertising Cloud เครื่องมือจัดการโฆษณาทางทีวีและสื่อดิจิทัล เพื่อให้การโฆษณาไปยังสื่อต่างๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยลูกค้าสามารถซื้อโฆษณาบน Search, Social, Display, Video, TV, Audio ได้ทั้งหมดภายในแพลตฟอร์มเดียวซึ่งเชื่อมต่อกับ CRM ของบริษัทได้ มีรายงานเรียลไทม์บนแดชบอร์ด วิเคราะห์แต่ละแคมเปญโฆษณาที่ซื้อออกไปได้
  • Analytics Cloud เป็นเอนจิ้นสำหรับการกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า ซึ่งในพาร์ทนี้มีคู่แข่งรายใหญ่หลายรายทำ เช่น Google, SAP, Oracle
  • Commerce Cloud แพลตฟอร์มจัดการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นแอปพลิเคชั่นใหม่สุด เปิดตัวเมื่อปี 2019 เป็นโซลูชั่นจากการเข้ากิจการ Magento

จากรูปภาพด้านบนจะเห็นภาพรวมของ Experience Cloud ที่มี 4 ผลิตภัณฑ์หลัก แต่ละแอปพลิเคชั่นแตกย่อยออกไปอีกในบรรทัดที่สอง โดยมี Adobe Sensei ปัญญาประดิษฐ์เป็นแกนกลางสำคัญในการจัดการแอปพลิเคชั่น และช่วยจัดการประสบการณ์การทำงานของฝ่ายการตลาดให้จัดการข้อมูลลูกค้ามีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น

Work From Home ดันธุรกิจ Adobe โต

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Adobe ขึ้นอยู่บนกับดิจิทัลและคลาวด์อยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อบริษัทต้อง WFH กะทันหัน Adobe จึงไม่ต้องปรับตัวอะไรเยอะ

จากปัจจัยโรคระบาดกระทบและคงอยู่นานแทบจะทั้งปี 2020 ทำให้หลายบริษัทพิจารณานโยบาย WFH ถาวร เป็นอีกปัจจัยที่ส่งเสริมให้ธุรกิจของ Adobe เติบโตขึ้นมาก อย่าง Document Cloud ถึงกับทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสล่าสุดด้วย
ในรายงานประกอบการไตรมาส 2/2020 Adobe อธิบายว่าการเปลี่ยนไปทำงานระยะไกลหรือ WFH นั้นทำให้ความต้องการเอกสารดิจิทัลเพิ่มขึ้น

  • มีการใช้งานบนเว็บบริการ PDF เพิ่มขึ้นเกือบ 40% ในไตรมาสต่อไตรมาส
  • จำนวนเอกสารที่แชร์ใน Acrobat เพิ่มขึ้น 50% ทุกปี
  • มีการใช้งานลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 175% นับตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ
  • มีการติดตั้ง Acrobat Reader บนมือถือเพิ่มขึ้น 43%

จากตารางข้างต้น จะเห็นว่ารายได้ที่พุ่งเร็วสุด ยังคงเป็นฝั่งธุรกิจ Creative Cloud และ Document Cloud มีการเติบโตคงที่และเริ่มโตเร็วในไตรมาสที่ 3 ส่วนฝั่ง Experience Cloud แผ่วลง อาจเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจช่วงโรคระบาด ทำให้บริษัทลดงบการจัดการด้านการตลาดและพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า แต่ในภาพรวมแล้ว Adobe ยังโตสูง ทำรายได้ new high ทุกไตรมาส แม้อยู่ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์เทคโนโลยี Adobe ในระยะยาว

จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด จะเห็นภาพรวมว่า Adobe ผสานทุกแอปพลิเคชั่นในสามบริการหลัก + สามารถด้าน AI (Adobe Sensei) + Content + Data และทั้งหมดตั้งอยู่บนคลาวด์ โดยตั้งอยู่บน 4 แผนการหลักซึ่ง CTO Adobe ระบุไว้ในส่วนหนึ่งของรายงานผลประกอบการในปี 2019 แต่ก็สะท้อนยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ Adobe จะยึดไว้เป็นหลักในหารดำเนินธุรกิจต่อไปอีกในอนาคตคือ

  • Escaping the Glass หรือการสร้างบริการและความสามารถใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในจอ เช่น ต้องมาพร้อมการทำงานข้ามกันได้ แสดงผลเรียลไทม์
  • Content Reimagined เปลี่ยนวิธีสร้าง content มาสร้างบนคลาวด์, ทำตัวเป็น SaaS ของ content
  • Real time data การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจแบบเรียลไทม์
  • Intelligence Everywhere หรือการนำ AI (Adobe Sensei) ไปอยู่ในทุกที่ ทุกแอปพลิเคชั่นทั้งสามบริการหลักของ Adobe

การสร้างบริการบนคลาวด์ผ่านโมเดล subscription, การขยายตัวเองไปบริการอื่นนอกเหนือจากธุรกิจออกแบบ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Adobe โตและยังแข็งแกร่งท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังช่วยส่งให้ Adobe มีพลังอำนาจในการเข้าซื้อกิจการอื่นๆ มาต่อยอดบริการของตัวเองออกไปเรื่อยๆ กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นคือ เข้าซื้อกิจการ Workfront ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านบริหารจัดการสำหรับงานด้านการตลาด ด้วยมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ และในอนาคตก็มีโอกาสสูงที่เราจะได้เห็น Adobe ไล่ซื้อกิจการใหม่ๆ เพื่อนำมาต่อยอดของเดิม และพัฒนา Sensei ให้ดีขึ้นไปอีก

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

sian Fri, 25/12/2020 - 15:44

... Adobe จะยึดไว้เป็นหลักในหารดำเนินธุรกิจต่อไปอีกในอนาคต

หาร > การ

เวลาเป็นข้อจำกัดเรื่องต้องพูดไม่ต้องพูดด้วยหรือครับ

ถ้าเป็นงั้นควรลบข้อความ "มุ่งสู่บริษัท Cloud-based SaaS เต็มตัวมาตั้งแต่ยุคปี 2000 ต้นๆ" ไหมครับ

งั้นต้องถามกลับว่า Adobe มีซื้อมา 52 บริษัท ซื้อตลอดเกือบทุกปี

ทำไมต้องพูดถึง Macromedia ที่เป็นดีลเก่ามากแล้วครับ มีความรักอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า หรือแค่หมั่นไส้เฉยๆ ไม่ได้มีเหตุผลอะไร

ดูตาม https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_acquisitions_by_Adobe

ซื้อ Macromedia ใช้เงิน $‭3,573,000,000‬ ในปี 2005
ซื้อ Omniture ใช้เงิน $‭1,800,000,000‬ ในปี 2009

ถ้าพูดถึงมีอะไรพิเศษหรือเปล่า ก็น่าจะเป็นตัวเลขการซื้อ Macromedia ใช้เงินเกือบ 2 เท่าของการซื้อ Omniture

และมีการกล่าวถึง Omniture (ไม่กล่าวถึง Macromedia)

ยกเว้นการซื้อนั้น ไม่มีผลกับการเติบโตของบริษัท ก็อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ Adobe ไม่อยากจะกล่าวถึง

ไม่ต้องเกรงใจนะครับ รู้สึกยกเลิกตอนไม่ครบปี มันจะคิดค่าปรับเอาเดือนที่เหลือหารครึ่งมั้ง สรุปใช้เดือนเดียวยกเลิกได้จ่าย 6 เดือนกว่าๆ

(ไม่แน่ใจว่า ยังเป็นแบบนี้อยู่รึเปล่า)

ขอบคุณสำหรับบทความครับ

ต้องยอมรับว่า Adobe มองขาดที่ปรับมาใช้ Cloud ตั้งแต่ยุคแรกๆ ทำให้สามารถสร้างรายได้ด้วยบิสเนสโมเดลใหม่ๆได้เร็ว (แต่ที่ทำได้เร็วก็เพราะมีซอร์ฟแวร์ที่ค่อนข้างเจ๋งและเป็นเจ้าตลาดด้วยแหละ ลูกค้าต้องตามมาใช้)