สมาคมภาพยนตร์อเมริกัน หรือ MPAA ได้ออกรายงานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของปี 2017 โดยมีตอนหนึ่งระบุว่า ภาพรวมรายได้จากการจำหน่ายตั๋วภาพยนตร์ของอเมริกาและแคนาดาทรงตัว แต่พอแยกเป็นภาพยนตร์แบบดั้งเดิม กับภาพยนตร์ 3 มิติ พบว่าส่วนแบ่งภาพยนตร์ 3 มิตินั้น ต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นปีที่ Avatar ออกฉาย และเป็นภาพยนตร์ที่ปลุกกระแสการชมภาพยนตร์ 3 มิติได้อย่างดี
คอนเทนต์ 3 มิติ ยังคงเป็นโจทย์ที่ท้าทายในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิง ทั้งจากราคาที่ผู้ชมต้องจ่ายเพิ่มเติม, การต้องใส่แว่นขณะรับชม และข้อจำกัดอีกหลายอย่าง เมื่อปีที่แล้ว LG ก็เป็นผู้ผลิตโทรทัศน์ 3 มิติรายสุดท้ายที่ประกาศหยุดผลิตสินค้า
ความหวังในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ 3 มิติรอบใหม่ อาจอยู่ที่ภาคต่อของ Avatar ที่มีกำหนดฉายในปี 2020
ที่มา: TechCrunch


on
ลำบากตรง ต้อง ใส่แว่น
tom789 Fri, 06/04/2018 - 13:00
ลำบากตรง ต้อง ใส่แว่น
ไม่น่าแปลก แรกๆอาจดูสนุก
thearm Fri, 06/04/2018 - 13:18
ไม่น่าแปลก แรกๆอาจดูสนุก แต่ถ้าตาเราต้องคอยปรับโฟกัสอยู่ตลอดเวลา เป็นชั่วโมงๆ มันไม่สนุกแน่ๆ
สู้ไปทำให้มันชัดแบบดูในจอ 4K ยังจะดีซะกว่า
ทางแก้คือออก standard ใหม่
zyzzyva Fri, 06/04/2018 - 13:24
ทางแก้คือออก standard ใหม่ พร้อมชื่อใหม่ ทำการตลาดใหม่
ได้ลองดูหลายๆ
quake_the_rock Fri, 06/04/2018 - 13:49
ได้ลองดูหลายๆ เรื่องกับภาพยนต์ 3D รู้สึกว่าสี แสง มันหมองลง เฟรมเรทก็ลดลง เจอฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ หรือคิวบู๊นี่ดูเหมือนภาพกระโดดๆ
นี่ดูในโรงหรือดูข้างนอกครับ?
hisoft Fri, 06/04/2018 - 15:23
In reply to ได้ลองดูหลายๆ by quake_the_rock
นี่ดูในโรงหรือดูข้างนอกครับ?
เฟรมเรทมันจะเหลือครึ่งเดียว
luna777 Fri, 06/04/2018 - 22:12
In reply to ได้ลองดูหลายๆ by quake_the_rock
เฟรมเรทมันจะเหลือครึ่งเดียว เพราะหารสองตา ตาข้างละเฟรม
ถ้าที่ดูในโรงนี่เฟรมเรตเท่ากั
hisoft Sat, 07/04/2018 - 08:59
In reply to เฟรมเรทมันจะเหลือครึ่งเดียว by luna777
ถ้าที่ดูในโรงนี่เฟรมเรตเท่ากันนะครับไม่โดนหาร
หนังจะดีไม่จำเป็นต้อง 3 มิติ
zerocool Fri, 06/04/2018 - 13:54
หนังจะดีไม่จำเป็นต้อง 3 มิติ
แต่ถ้าหนังดีอยู่แล้วมี 3
hisoft Fri, 06/04/2018 - 18:55
In reply to หนังจะดีไม่จำเป็นต้อง 3 มิติ by zerocool
แต่ถ้าหนังดีอยู่แล้วมี 3 มิติด้วยก็เป็นทางเลือกที่ดีนะครับสำหรับคนที่ต้องการ เหมือนการใส่เสียงที่มีมิติเข้ามานี่แหละครับ หนังดีเสียง mono มันก็ยังเป็นหนังที่ดี
แต่ด้วยความยุ่งยากและปัจจัยอื่นๆ มันก็เลยไม่เหมาะนัก
ใช้กล้องสามมิติถ่าย
luna777 Fri, 06/04/2018 - 22:14
In reply to หนังจะดีไม่จำเป็นต้อง 3 มิติ by zerocool
ใช้กล้องสามมิติถ่าย ได้หนังทั้งแบบสองมิติ และสามมิติ
ใครไม่เคยดู Gravityแบบ3D
MaxxIE Sat, 07/04/2018 - 00:42
In reply to หนังจะดีไม่จำเป็นต้อง 3 มิติ by zerocool
ใครไม่เคยดู Gravityแบบ3D ผมบอกเลยว่าคุณโคตรพลาดครับ
เป็นหนังไม่กี่เรื่องที่ ดู3Dแล้วเวียนหัวน้อยกว่า2D แถม3Dเรื่องนี้ มิติตื้นลึกสมจริงมากด้วย ใครเคยดูแต่ 2Dแล้วรู้สึกว่าภาพมันไม่สมจริง ผมแนะนำว่าให้ไปหา3Dมาดูครับ
ขอตอบรวบยอดทุกคนด้วยการ reply
zerocool Sat, 07/04/2018 - 20:42
In reply to หนังจะดีไม่จำเป็นต้อง 3 มิติ by zerocool
ขอตอบรวบยอดทุกคนด้วยการ reply ตัวเองแล้วกันนะครับ
อย่างที่ผมบอกหนังจะดีไม่จำเป็นต้อง 3D และหลายครั้งความเป็นหนัง 3D ทำให้หนังห่วยลงได้ด้วยซ้ำ เมื่อตั้งธงว่าต้องทำหนัง 3D แล้วก็มักจะต้องมีการคำนวณปริมาณฉากที่นำเสนอความเป็น 3D ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ชมจะได้รู้สึกคุ้มค่าที่ต้องเสียเงินไปดูความเป็น 3D นี้ หากสร้างหนัง 3D มาฉายในโรงแต่มีฉาก 3D แค่ 3-4 ฉากไม่กี่นาที ผู้ชมก็คงรู้สึกไม่ชอบใจเป็นแน่ที่ต้องสวมแว่น 3D ตั้งแต่หนังเริ่มจนจบเพียงเพื่อดูฉากไม่กี่ฉาก ดังนั้นหลายครั้งหนังที่ทำโดยการตั้งเป้าเป็น 3D แต่แรกมักจะมีฉาก 3D มากเกินความจำเป็น slow motion มากเกินความจำเป็น ฝืนมุมกล้องเพื่อสร้างให้วัตถุลอยออกมานอกจอเกินความจำเป็น ทำให้สุดท้ายแล้วความเป็นหนัง ความเป็นศิลปะ การดำเนินเรื่อง การถ่ายทอดอารมณ์ อรรถรสหลาย ๆ อย่างในการรับชมหนังไม่ได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น บางเรื่องถึงกับต้องตัดบางฉากเพื่อใส่ฉาก 3D เข้าไปด้วยซ้ำเนื่องจากระยะเวลารวมที่ถูกจำกัดเอาไว้
ตอนเด็ก ๆ สมัยก่อนผมก็ชอบดูหนัง 3D เพราะมันก็ได้ความรู้สึกว่าสนุกดีมีวัตถุออกมานอกจอ แต่พอโตขึ้นหลัง ๆ ดูหนังก็เพื่อเนื้อเรื่อง เสพย์อรรถรสอารมณ์ต่าง ๆ ของตัวละคร การที่มีวัตถุออกมานอกจอมันเลยกลายเป็นแค่เปลือกกลวง ๆ ที่ไม่จำเป็น และมันไม่ได้สมจริงเพิ่มขึ้น เพราะส่วนมากเราก็ดูหนังในมุมมองของบุคคลที่ 3 อยู่แล้ว ไม่ได้ดูในมุมมองของบุคคลที่ 1 หากนำไปเทียบกับระบบเสียง ผมว่าระบบเสียงสร้างความสมจริงของระยะเสียงได้ดีกว่า ถ้าให้เลือกดูหนัง 3D ระบบเสียง mono กับดูหนัง 2D แต่ระบบเสียง Dolby ผมเลือกอย่างหลังอย่างไม่ต้องสงสัย
ขนาดหนังที่ได้รับรางวัลมากมายอย่าง Gravity รางวัลทั้งหมด 7 รางวัล Acedemy Award ซึ่งผมดูรายชื่อรางวัลที่ได้แล้วก็ยังสงสัยว่า ถ้าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็น 3D จะได้รางวัลน้อยลงหรือไม่ ? ถ้าไม่ก็แปลว่าความเป็น 3D นั้นไม่น่าจะสำคัญขนาดนั้น
รายชื่อรางวัลที่ Gravity ได้รับคือ Best Director, Best Cinematography, Best Visual Effects, Best Film Editing, Best Original Score, Best Sound Editing, and Best Sound Mixing
ดังนั้นหลายครั้งหนังที่ทำโดยก
hisoft Sun, 08/04/2018 - 14:08
In reply to ขอตอบรวบยอดทุกคนด้วยการ reply by zerocool
อันนี้เห็นด้วยครับ น่ารำคาญมากกว่า ผมขอแค่มันถ่ายเหมือนหนังปกติแค่ใช้กล้อง 3D ก็พอแล้ว
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
impascetic Mon, 09/04/2018 - 12:28
In reply to ขอตอบรวบยอดทุกคนด้วยการ reply by zerocool
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
เรื่อง Gravity ผมดูสองรอบ ทั้ง 2D และ IMAX 3D คือพอเป็น IMAX มันตื่นตาตื่นใจจริงๆ แต่เป็น 2D ก็ไม่ได้รู้สึกด้อยลงหรืองานภาพมันดูสวยน้อยลงเลย จริงๆความดีของ 3D เรื่องนี้คือมันไม่มัวแต่จะพุ่งใส่คนดูแต่เน้นความลึกของภาพให้มันดูเวิ้งว้างมากกว่า
แต่ก็นั่นแหละ หนังดีไม่จำเป็นต้องเป็น 3D เลย
ชอบดูจอใหญ่ๆ โค้งๆ แบบ IMAX
Eddz Fri, 06/04/2018 - 14:25
ชอบดูจอใหญ่ๆ โค้งๆ แบบ IMAX แต่ไม่ชอบ 3D มันปวดตามากๆๆๆๆ
ขี้เกียจพกแว่น
AdmOd Fri, 06/04/2018 - 15:01
ขี้เกียจพกแว่น จะซื้อใหม่ก็เสียดาย ถถถ
ส่วนตัวไม่ค่อยชอบหนัง 3D
wisidsak Fri, 06/04/2018 - 15:29
ส่วนตัวไม่ค่อยชอบหนัง 3D เหมือนกันครับ พอใส่แว่นเหมือนมีฟิลเตอร์ ภาพสีสันที่ควรจะได้มันไม่ได้เลย
พอไปดูหนังที่มีระบบ 3D เป็นตัวเลือก แต่เราไปดูเป็นธรรมดา หนังบางเรื่องจะพยายามใส่ฝุ่น ใส่วัตถุ บางอย่างเต็มเฟรม เพื่อที่จะขายความ 3D ไปอีก คือเวลาไปดู วัตถุที่ว่านี่มันจะลอยเป็นเลเยอร์ๆ แต่พอไปดูระบบธรรมดากลายเป็นรก ไปเลย
ไม่ชอบเหมือนกันครับ อยากดู
tinydavilmc Fri, 06/04/2018 - 15:33
ไม่ชอบเหมือนกันครับ อยากดู IMAX หลายทีแล้ว แต่พอเจอคำว่า 3D ก็ต้องขอลาครับ
หนังเรื่องไหน IMAX 2D นี่ผมอยากจะกราบคนทำเลยทีเดียว
ผมเป็นคนใส่แว่นสายตา
TheOrbital Fri, 06/04/2018 - 15:41
ผมเป็นคนใส่แว่นสายตา แล้วก็ไม่ชอบใส่แว่น 3D ซ้อนแว่นสายตา เลยไม่ค่อยชอบดู
ถ้าเป็น 3D IMAX ยอมรับว่าว้าวมาก ครั้งแรกที่ไปดูทึ่งสุดๆ แต่การใส่แว่นซ้อนแว่นทำให้มีขอบๆเวลาดูกลับทำให้ผมไม่ค่อยสะดวกนัก ก็ดูอีกแค่สองสามทีก็เลิก
ส่วนที่บ้าน ทั้งสองแห่งก็เป็นโทรทัศน์ 3D แถมมีเครื่องเล่น 3D Bluray ด้วย แต่ก็เห่อแค่แรกๆเหมือนกัน เพราะไม่สะดวกเรื่องแว่นอีกตามเคย และแผ่น 3D ก็หาซื้อไม่ง่ายแถมราคาก็โขอยู่(แม้จะเป็นแผ่นปลอมก็เถอะ)
3D สำหรับผมไม่มีอะไรนอกจาก
Patchan Fri, 06/04/2018 - 16:20
3D สำหรับผมไม่มีอะไรนอกจาก ฝุ่น ควัน ของต่างๆ ที่ปาใส่จอ ในฉากๆนึงที่สโลนานๆ แค่นั้นล่ะ ที่เหลือก็แลกกับสีที่เพี้ยน และ การปวดตา
เรื่องแรกที่เข้าดูโรง 3D คือ
JamesBond007 Sat, 07/04/2018 - 00:45
เรื่องแรกที่เข้าดูโรง 3D คือ Furious 7 และก็เป็นเรื่องสุดท้าย เพราะพอใส่แว่นแล้วจอเหลือเล็กนิดเดียว ฉากบู๊เร็วๆ นี่เบลอ ภาพก็ไม่คมชัด สุดท้ายต้องดูโรงธรรมดาอีกรอบ สบายตา ได้อรรถรสกว่าเยอะ
ปวดตามมากครับ
Chiron Sat, 07/04/2018 - 07:30
ปวดตามมากครับ ดูได้ครึ่งเรื่องก็จะอาเจียน เลยไม่ได้ดูมานานมาก เรื่องล่าสุดน่าจะ avartar เนี่ย
หนังส่วนมากเอาสามมิติมาใช้งาน
Gored Sat, 07/04/2018 - 13:05
หนังส่วนมากเอาสามมิติมาใช้งานเต็มที่ไหมละ Avatarใช้งานเต็มที่จนคนพร้อมจ่ายแพง ขนาดที่เรื่องอื่นมาใข้ไม่เห็นมีอะไร
หนัง 3d มันก็ 3d
luna777 Sat, 07/04/2018 - 14:13
In reply to หนังส่วนมากเอาสามมิติมาใช้งาน by Gored
หนัง 3d มันก็ 3d ทั้งเรื่องแหล่ะค่ะ ฉาก close up เห็นแต่หน้าตัวละครตอนคุยกัน มันก็ใช้กล้อง 3d ถ่าย มันจะสังเกตมิติยากหน่อยแค่จมูกนูนๆโหนกหน้าผากนูกๆ ไม่มี bg ให้เล่นระยะ