Facebook

รายงานวิจัยเฟซบุ๊กกลายเป็นข่าวในบ้านเรามาอีกครั้ง แม้ตัวรายงานวิจัยถูกรายงานมาตั้งแต่หกสัปดาห์ที่แล้ว โดยข่าวมักถูกสร้างความหวือหวาด้วยการระบุว่านักวิจัยของเฟซบุ๊กต้องปิดการทำงานของแชตบ็อตเมื่อมันสร้างภาษาของมันเองขึ้นมา รายงานนี้มักถูกเขียนจากหลายแหล่งแต่มักอ้างอิงไปจากรายงานของ Fast Co. Design ที่พาดหัวว่า "AI กำลังสร้างภาษาที่มนุษย์ไม่เข้าใจ และเราควรหยุดมันหรือไม่" พาดหัวถูกแปลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็น "เฟซบุ๊กหยุดการทำงานบอตหลังมันเริ่มสร้างภาษาที่เราไม่เข้าใจ" ใน GlobalNews

ย้อนกลับไปที่รายงานของเฟซบุ๊กครั้งแรก มันคือรายงานวิจัย__การสร้างแชตบอตสำหรับการเจรจา__ โดยรายงาน "Deal or No Deal? End-to-End Learning for Negotiation Dialogues" (รายงานฉบับเต็มใน ArXiV) เป็นการฝึกบอตจากภาษาธรรมชาติ เพื่อการเจรจาแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน งานวิจัยนี้สมมติเหตุการให้ มีของอยู่จำนวนหนึ่งที่มีคนสองคนแบ่งของกัน โดยยกตัวอย่าง หนังสือ, หมวก, และลูกบอล จากนั้นมีคนสองคนที่ให้มูลค่าของสองอย่างไม่เท่ากัน เช่น คนหนึ่งอาจจะอยากได้ลูกบอลเป็นสองเท่าของหนังสือ อีกคนไม่อยากได้หมวกเลย ทั้งสองคนต้องเจรจากันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหาข้อยุติได้ว่าจะแบ่งของกันอย่างไร

โมเดล AI ที่เฟซบุ๊กพยายามฝึกต้องทำสองอย่างพร้อมๆ กัน คือการจำลองการพูดภาษามนุษย์ ไปพร้อมๆ กับการเจรจาเพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด เฟซบุ๊กพบว่าหากพยายามฝึก AI ให้จำลองภาษามนุษย์มากๆ จะกลายเป็นผู้เจรจาที่ไม่ดีนัก จึงต้องหาทางปรับให้ AI สามารถเจรจาได้ดีขึ้นโดยที่ยังคงความสามารถในการพูดคุยให้เหมือนภาษามนุษย์ ด้วยการฝึกให้มันเจรจากับตัวเองไปพร้อมๆ กับการฝึกการพูดให้เหมือนมนุษย์

ไม่มีใครกลัวที่ AI ขึ้นมาสร้างภาษาของตัวเอง (นอกจากนักข่าวบางสำนัก) การที่ AI สร้างภาษาที่คนอ่านไม่รู้เรื่องคือความล้มเหลวของงานวิจัย และทีมวิจัยได้หาทางออกที่เหมาะสมได้สำเร็จ ไม่มีใครปิดการทำงานของบอตตัวนี้เพราะกลัว ผลสำเร็จของงานวิจัยสามารถสาธิตด้วยการทดลองกับมนุษย์และพบว่าคนส่วนมากไม่รู้ตัวว่ากำลังเจรจากับบอต ความสามารถในการเจรจาของบอตสุดท้ายกับมนุษย์ ได้ผลดีที่สุดพอๆ กับแย่ที่สุด

เฟซบุ๊กปล่อยซอร์สโค้ดของบอตตัวนี้บน GitHub ทุกคนสามารถนำไปรันเองได้ ไม่ต้องกลัวมันกลายพันธุ์ มันใช้ PyTorch ในการพัฒนาโมเดล และตัวโค้ดมาพร้อมกับชุดข้อมูลที่เฟซบุ๊กใช้ฝึก

ที่มา (อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่สำนักข่าวอื่นที่อ่านต่อมา) - Facebook Research

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

grenadin Mon, 31/07/2017 - 11:38

แสดงว่าการเทรน ยังขึ้นกับมนุษย์อยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งส่วนมากคือช่วงเริ่มต้น
ที่มนุษย์ยังเป็นคนเลือก นึกถึงซิมลูกเจี๊ยบ

อ่านแล้วพอจับใจความได้ว่าภาษาใหม่มันมาจากไหน (ถึงแม้จะไม่เข้าใจชัดเจนก็ตามที) แต่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่านักวิจัยไม่ได้ปิด AI เพราะความกลัว แต่ว่าเขาปิดเพราะอะไร?

เพราะวิจัยเสร็จครับ สั่งเทรน แล้วเอามาลองกับคน เสร็จแล้วก็เก็บโค้ด เอาเครื่องไปรันงานอื่น

ใครอยากรันต่อก็ไปโหลดโค้ดมารันได้

สุดท้ายแล้ว AI ที่จะสามารถเข้าสังคมกับมนุษย์ได้ อาจต้องสอบเทียบ ม.3 เสียก่อน มิฉะนั้นผู้พัฒนาอาจติดคุกได้

ไม่มีใครกลัวที่ AI ขึ้นมาสร้างภาษาของตัวเอง (นอกจากนักข่าวบางสำนัก) การที่ AI สร้างภาษาที่คนอ่านไม่รู้เรื่องคือความล้มเหลวของงานวิจัย

มันเหมือนเป็นการมองด้านเดียว
แล้วถ้าคนอ่านไม่รู้เรื่องแต่ AI อ่านรู้เรื่องคุยกับตัวเองรู้เรื่องด้วยภาษานี้ล่ะครับ

นึกถึงว่า AI เจรจากันเองแล้วส่งข้อมูลเป็นตัวเลขบอกว่าอยากได้ "0 2 3" แล้วเจรจากันเป็นตัวเลขไปเรื่อยๆ

เราก็ได้ AI ตัวนึงที่เจรจากันเป็นตัวเลข และอาจจะเจรจากันจนได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

แต่เราไม่สามารถนำ AI มาเจรจากับคนได้ เพราะ AI ที่สร้างขึ้นสื่อสารกับคนไม่ได้ เขาเลยคิดสารพัดเพื่อให้มันยังเรียนรู้การคุยภาษาคนไปพร้อมๆ กัน (ซึ่งยาก)

AI ที่คุยกับตัวเองรู้เรื่องอย่างเดียวจะเอามาทำอะไรได้หรือครับ มันไม่ได้คุยกันเองแบบคุยภาษามนุษย์ด้วยซ้ำ มันแค่พยายามเจรจาของระหว่างกัน

อันนี้อย่าเพิ่งคิดว่ามันฉลาดจนพูดคุยกันเองวางแผนครองโลกครับ เขาสั่งให้มันรันไปเรื่อยๆ เพื่อเจรจากันเองหาผลลัพธ์การเจรจาแบ่งของในแต่ละรอบ สั่งรันมันก็คุยกันเท่านั้นเอง

โปรแกรมคอมพิวเตอร์มันคุยกันใน format ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคนคุยกันอยู่แล้ว แต่เราต้องการสร้าง AI ที่คุยบางงานกับมนุษย์ได้

ส่วนตัวมองว่า สุดท้ายแนวคิด AI ที่ได้รับการยอมรับในอนาคตจะประมาณนี้แหล่ะ AI จะมีภาษากลางของตัวเองเพื่อใช้สื่อสารระหว่างกัน ถึงแม้ต่างค่าย ก็สื่อสารกันได้ เพื่อส่ง Knowledge และ Model ระหว่างกัน แต่พอจะสื่อสารกับมนุษย์ก็จะมีตัวแปลภาษากลาง ของ AI ให้เป็นภาษาของมนุษย์แต่ละชาติ ซึ่งก็จะเป็นหน้าที่ของแต่ผู้ให้บริการไปทำกัน เพราะส่วนตัวเชื่อว่าการสื่อสารแบบ Service ในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะใช้ให้ AI สื่อสารกัน

อนาคตอาจต้องมีองค์กรกลางควบคุมภาษาของ AI เพื่อให้แลกเปลี่ยน Knowledge กันได้ โดยเราไม่ต้อง Train ตัวเดียวทำงานได้ทุกอย่าง อันไหนไม่รู้ก็ใช้ภาษากลางไปหาว่า AI ตัวไหนรู้แล้วอาจมีทั้งใช้แค่ Knowledge เพื่อสื่อสารกับมนุษย์ หรือโหลด Model มาใช้ด้วยกรณีมีคำถามซ้ำหรือใกล้เคียงในครั้งถัดไป เพื่อจะได้ไม่ต้อง Train ซ้ำซ้อนกัน และที่สำคัญคือ ถ้าตัวใดถูก Train ให้ฉลาดขึ้นด้วยชุดข้อมูลที่แตกต่างออกไปจากตัวอื่นก็จะได้รับการโอนถ่ายฟรี หรือเสียเงินตามรูปแบบและความสามารถในการแก้ไขปัญหาจาก model มาตรฐานโดยไม่ต้องโอนชุดขีอมูลการ Train ให้ ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีภาษากลางเฉพาะของ AI และตรงนี้แหล่ะที่จะทำให้ AI น่ากลัว

ภาษากลางของโปรแกรมคอมพิวเตอร์มันคือ API อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ มันก็คุยกันเอง โดยที่เราไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว การส่งข้อมูลระหว่างคอมพ์ 2 เครื่องผ่านสายแลน ไวไฟ อินเทอร์เน็ต ถ้าเราดักกลางทาง ฟังมันด้วยหู เห็นด้วยตา เราก็ไม่เข้าใจ ทำไมต้องกลัวภาษากลางของ AI ด้วยล่ะ

และอีกอย่างหนึ่ง ต่อให้คุยด้วยภาษาที่คนเราเข้าใจได้ มันก็มีรหัสลับที่รู้กันเฉพาะกลุ่มอยู่ดี ยังรวมไปถึงต่างภาษา เช่นการนินทาคนต่างถิ่นด้วยภาษาท้องถิ่น หรือการพูดภาษาต่างถิ่น แต่คนท้องถิ่นดันเข้าใจผิดไปเอง

ภาษา อารมณ์ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากจนคนเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกดั่งที่คนพูดคนเขียนต้องการหรือไม่เสียด้วยซ้ำ