เกมขับรถชื่อดังบนพีซี Need for Speed ที่ออกเกมต่อเนื่องกันมาถึง 18 ภาค (ดีบ้างแย่บ้าง) กำลังจะกลายเป็นหนัง โดยต้นสังกัดอย่าง EA เพิ่งจ้าง George Gatins และ John Gatins คู่พี่น้องผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Real Steel มาเขียนบท Need for Speed ภาคภาพยนตร์กับเขาบ้าง
ตอนนี้มีค่ายหนังรายใหญ่แสดงความสนใจว่าจะซื้อสิทธิของ Need for Speed ไปทำหนังแล้ว ได้แก่ Warner Bros., Sony Pictures, Paramount โดยข่าวบอกว่า Paramount มีสิทธิมากที่สุด ส่วนค่าย Universal ไม่สนใจเพราะมีหนังแบบเดียวกันชุด Fast and Furious อยู่แล้ว
ตัวเกมภาคล่าสุดคือ Need for Speed: The Run ก็เริ่มใส่เนื้อหาแบบภาพยนตร์เข้ามา และจ้างนักแสดงอาชีพมาเป็นตัวละครภายในเรื่องด้วย
ที่มา - WorstPreviews, SlashGear
Mikael Hed ซีอีโอของ Rovio เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่ากำลังทำ Angry Birds ให้เป็นการ์ตูนแอนิเมชัน ตั้งแต่เมื่อต้นปี 2011 ตอนนี้มีรายละเอียดเพิ่มเติมของเรื่องนี้มาแล้ว
ในงาน MIPTV ซึ่งจัดขึ้นในเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส Nick Dorra หัวหน้าฝ่ายแอนิเมชันของ Rovio ได้ประกาศว่าจะมีการฉายการ์ตูน Angry Birds ในช่วงเดือนกันยายนของปีนี้ โดยจะเป็นการ์ตูนสั้น 52 ตอน แต่ละตอนมีความยาวประมาณ 2.30-3.00 นาที
Dorra เสริมว่าแอนิเมชันดังกล่าวจะถูกทำเป็นแอพด้วย เพื่อให้สามารถรองรับเครื่องเล่นได้หลากหลายยิ่งขึ้น และคาดว่า Smart TV ของซัมซุงน่าจะมีแอพดังกล่าวเช่นกัน หลังจากเพิ่งเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
นอกจากการ์ตูนแอนิเมชันบนทีวีแล้ว ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับภาพยนตร์ว่าอยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่จะยังไม่ฉายเร็วๆ นี้ ต้องรอลุ้นอีกทีว่าจะมาทันปี 2014 รึเปล่า
ที่มา - The Guardian
แม้จะเสียชีวิตไปเกือบครึ่งปีแล้ว แต่เรื่องราวของสตีฟ จ็อบส์ ยังมีให้เราติดตามอย่างไม่รู้จบ ทั้งการได้รับรางวัลเกียรติยศจากเวทีแกรมมีอวอร์ด หรือรายการแฟนพันธุ์แท้ของบ้านเรา รวมทั้งโครงการภาพยนตร์ของค่ายโซนี่พิคเจอร์ส ที่จะมีเนื้อหาตามหนังสือชีวประวัติของจ็อบส์ โดยวอลเทอร์ ไอแซคสันด้วย
ในขณะที่ข่าวคราวจากทางโซนี่ดูจะเงียบหายไป ค่ายภาพยนตร์อินดี้ CAA ก็กำลังเตรียมสร้างภาพยนตร์เรื่อง "JOBS" ที่เป็นเรื่องราวชีวิตของสตีฟ จ็อบส์ เช่นกัน ซึ่งผู้ที่จะมารับบทเป็นสตีฟ จ็อบส์ ในเรื่องนี้ได้แก่นักแสดงหนุ่ม แอชตัน คุทเชอร์ ที่คอหนังอาจคุ้นเคยดีในหนังโรแมนติคคอเมดีหลายต่อหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้หลายคนอาจกังขาว่าเขาจะเป็นสตีฟ จ็อบส์ได้ดีแค่ไหน คุทเชอร์ก็น่าจะได้ใจสาวกทั้งหลายไปตั้งแต่หนังยังไม่เริ่มถ่ายทำ ด้วยหน้าตาที่ละม้ายคล้ายคลึงกับจ็อบส์ในวัยหนุ่มอยู่ไม่น้อย (ดูรูปได้ท้ายข่าว)
ภาพยนตร์เรื่อง JOBS เขียนบทโดย แมตต์ ไวท์ลีย์ กำกับโดย โจชัว ไมเคิล สเติร์น มีกำหนดเปิดกล้องในเดือนพฤษภาคมนี้
The Girl with the Dragon Tattoo เป็นนิยายชื่อดังของ Stieg Larsson ที่ขายดีแบบถล่มทลายในโลกตะวันตก เนื้อเรื่องเกี่ยวกับแฮกเกอร์สาวที่ไปพัวพันกับโลกอาชญากรรมอันซับซ้อน
นิยายเรื่องนี้ถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์สองครั้ง โดยครั้งล่าสุดเป็นภาพยนตร์เวอร์ชันฮอลลีวู้ด นำแสดงโดย Daniel Craig (เจมส์ บอนด์ คนล่าสุด) เพิ่งเข้าฉายในโรงบ้านเราไปไม่นานนี้เอง
ล่าสุดหนังออกเวอร์ชันแผ่นแล้ว และเนื่องจากเนื้อเรื่องมีความเกี่ยวข้องกับแฮกเกอร์และวัฒนธรรมไซเบอร์ ทางต้นสังกัดคือ Sony Pictures จึงเลือกใช้ลายบนแผ่นดังรูป
Facebook จับมือกับบริษัทเอเยนซี่ดิจิทัล Definition 6 ออกเครื่องมือแนวทดลองชิ้นใหม่ ให้เราสามารถสร้างคลิปสั้นๆ จาก Timeline ของเราเองได้
วิธีการก็เข้าไปเล่นกันที่ Timeline Movie Maker โดยต้องอนุญาตให้แอพตัวนี้เข้าถึงข้อมูลบน news feed ของเราด้วยนะครับ
ผลที่ได้เราจะได้คลิปสั้นความยาว 1 นาที ย้อนอดีตที่เคยผ่านมา แอพตัวนี้จะคัดเลือกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราเคยแชร์ลงใน Facebook ว่าเหตุการณ์ไหนที่น่าจะเป็นเหตุการณ์สำคัญ จากนั้นนำข้อมูลมาเรียงต่อๆ กัน และเลือกใส่เพลงเข้ามาได้ หนังที่ตัดเสร็จแล้วสามารถแชร์ลง Facebook ให้เพื่อนๆ ดูได้ด้วย
ที่มา - ZDNet
รายงานภาพยนตร์ที่ถูกดาวน์โหลดแบบผิดกฎหมายมากที่สุด 10 อันดับจาก TorrentFreak ในปีนี้ อันดับหนึ่งตกเป็นของ Fast Five ด้วยยอดดาวน์โหลดทั้งหมด 9,260,000 ครั้ง หากเทียบกับ Avatar อันดับหนึ่งของปีที่แล้วนั้น จำนวนครั้งห่างกันมากพอสมควร ส่วน Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ที่กวาดรายได้มากที่สุดในปีนี้นั้นอยู่ในอันดับที่ 10
กูเกิลประกาศความร่วมมือกับค่ายหนังใหญ่ Disney (รวม Pixar) และ DreamWorks สำหรับการเช่าหนังบน YouTube
หนังช่วงแรกที่ให้เช่า มีทั้งหนังเก่าอย่าง Alice in Wonderland ไปจนถึงหนังใหม่อย่าง Cars 2 และ Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides ซึ่งจะทยอยเพิ่มรายการหนังให้เลือกเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
บริการเช่าหนังบน YouTube ยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐเท่านั้น แต่ข่าวนี้แสดงให้เห็นว่ากูเกิลพยายามจะปั้น YouTube ให้มีวิดีโอคุณภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลัง และเราคงได้เห็นข่าว YouTube เซ็นสัญญากับค่ายหนัง-ทีวีอื่นๆ ตามมาอีกเยอะ
ที่มา - YouTube Blog
เมื่อปีที่แล้ว YouTube ร่วมกับผู้กำกับ Ridley Scott และ Kevin Macdonald เปิดโครงการภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Life in a Day โดยเปิดให้คนทั่วโลกส่ง "คลิปวิดีโอของวันที่ 24 กรกฎาคม 2010" เข้ามาเป็นฟุตเตจ จากนั้นทีมงานจะคัดเลือกและนำฟุตเตจมาตัดต่อเป็นภาพยนตร์ Life in a Day ที่กล่าวถึงชีวิตของคนทั่วโลกในวันเดียว ถือเป็นภาพยนตร์ที่สร้างด้วยแนวคิด crowdsourcing นั่นเอง (ข่าวเก่า)
โครงการนี้มีผู้เข้าร่วมหลักพันจาก 140 ประเทศ คลิปวิดีโอ 80,000 คลิป มีความยาวรวมกัน 4,500 ชั่วโมง สุดท้ายถูกตัดต่อเป็นภาพยนตร์ยาว 94 นาที เริ่มฉายครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์ Sundance เมื่อต้นปี และวันนี้มันเปิดฉายบน YouTube แล้ว
ผมแปะคลิปไว้ท้ายข่าว (ยาวหน่อยครับ 94 นาที) รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้จากหน้าเว็บของโครงการ Life in a Day ถ้าดูแล้วชอบก็สั่งซื้อดีวีดีได้เช่นกัน
ที่มา - YouTube Blog
ข่าวนี้ต้องย้อนกลับไปอ่านข่าวเก่า ค่ายหนัง-ไอทีเปิดตัว "ระบบจัดการสิทธิ์" หนังและเพลง UltraViolet ก่อนนะครับ
สรุปแบบรวบรัดมากคือ ค่ายหนังใหญ่เกือบทุกค่าย (ยกเว้นดิสนีย์) และค่ายไอทีใหญ่หลายค่าย (ยกเว้นแอปเปิล/กูเกิล - รายชื่อ) จับมือกันทำระบบจัดการสิทธิ์ของภาพยนตร์ โดยใช้หลักการว่าเราซื้อสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหนัง แล้วนำไปดูบนอุปกรณ์อะไรก็ได้ทีหลัง (คล้ายกับการซื้ออีบุ๊กของ Kindle) ตัวอย่างเช่น ซื้อดีวีดีแล้วนำสิทธิความเป็นเจ้าของไปดูแบบสตรีมมิ่งบนแท็บเล็ตได้ เป็นต้น
ระบบ UltraViolet นี้พัฒนามาสามปี และตอนนี้เริ่มทำตลาดแล้ว
มีผู้ใช้ Android รายงานว่าไม่สามารถเล่นไฟล์ภาพยนตร์ที่เช่าจาก Google Movies บนมือถือ Android ที่ถูก root แล้วได้
ทางกูเกิลเองได้ยืนยันปัญหานี้บนเว็บไซต์ Android Market ว่าเป็นความตั้งใจของกูเกิลเองที่จะปิดกั้นไม่ให้มือถือที่ถูก root เล่นไฟล์ภาพยนตร์ได้ เพราะเป็นข้อตกลงระหว่างกูเกิลกับบริษัทภาพยนตร์ทั้งหลายในเรื่องลิขสิทธิ์
ที่มา - Android Central
YouTube เริ่มให้บริการ "เช่าหนังออนไลน์" มาตั้งแต่ต้นปี 2010 โดยช่วงแรกมีแต่ภาพยนตร์จากค่ายเล็กๆ แต่ก็มีข่าวมาตลอดว่ากูเกิลพยายามเจรจากับค่ายหนังใหญ่ โดยข่าวล่าสุดก่อนหน้านี้คือเซ็นสัญญากับค่ายใหญ่เรียบร้อย
ในที่สุด YouTube ได้ประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการแล้ว ค่ายใหญ่ที่เข้าร่วมคือ Sony Pictures, Universal และ Warner Bros. (ขาด 20th Fox กับ Disney ไปสองค่าย) ภาพยนตร์ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในรอบนี้มี 3,000 เรื่อง มีเรื่องใหม่ๆ อย่าง Inception, The King’s Speech, Little Fockers, The Green Hornet ด้วย ทำให้จำนวนภาพยนตร์ของ YouTube ตอนนี้มี 6,000 เรื่อง
หลังจาก Warner Bros. นำร่อง "เช่าหนังบน Facebook" ด้วย The Dark Knight ไปแล้ว บริษัทก็เดินหน้าต่อโดยเพิ่มภาพยนตร์อีก 5 เรื่อง ได้แก่ "Harry Potter and the Sorcerer's Stone," "Harry Potter and the Chamber of Secrets," "Inception," "Life as We Know It" และ "Yogi Bear"
การเช่าหนังของ Warner Bros. ยังเปิดบริการเฉพาะในสหรัฐ ขั้นตอนการใช้งานคือกดเข้าไปที่ Page ของ Warner Bros. Entertainment จ่ายเงินเป็น Facebook Credit แล้วดูได้จากหน้าเว็บเลย ภาพยนตร์จะดูได้ไม่จำกัดภายใน 48 ชั่วโมงหลังจ่ายเงิน
ที่มา - The Wrap
Warner Bros. ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะมีการให้เช่าหนังแบบดิจิตอลบน Facebook โดยหนังเรื่องแรกของ Hollywood (หรือของโลก) ที่จะให้เช่าดูได้คือ The Dark Knight
The Dark Knight บน Facebook นั้นจะเช่าดูได้ต้องเสียค่าเช่าเป็นจำนวน 30 เครดิตหรือประมาณ 3 ดอลลาร์ โดยราคานี้จะสามารถเช่าดูได้ 2 วันและเริ่มนับตั้งแต่จ่ายเงิน
การดูหนังเช่าบน Facebook นั้นสามารถดูแบบ Full Screen ได้ สามารถหยุดระหว่างดูได้และกลับมาดู ณ ตำแหน่งเดิมได้ และนอกจากนี้ระหว่างที่กำลังดูอยู่ยังสามารถเล่น Facebook ได้ทุกฟังก์ชั่นตามปกติอีกด้วย (แต่จะเป็นอย่างไรผมยังไม่รู้นะครับ) ผมว่าธุรกิจนี้อาจจะเป็นธุรกิจที่ไปได้ดีก็ได้นะครับ
ที่มา - Zenario Blog
- HollywoodReporter
ช่วงนี้วงการภาพยนตร์ทดลองอะไรแปลกๆ กับอุปกรณ์พกพาแบบใหม่ๆ กันเยอะ ก่อนหน้านี้เราเพิ่งมี Unstoppable ภาพยนตร์บลูเรย์เรื่องแรกที่ดูบน Android ได้ด้วย คราวนี้เป็นคิวของสตูดิโอ Warner Bros. กันบ้าง
บริษัทลูกของเครือ Warner Bros. ที่ชื่อ Warner Bros. Digital Distribution (WBDD) เริ่มทดลองขายภาพยนตร์ดังอย่าง Inception และ The Dark Knight ในรูปแอพบน iPhone/iPad/iPod โดยแอพจะใช้ชื่อว่า Inception: App Edition และ The Dark Knight: App Edition มีให้โหลดบน App Store แล้ว
20th Century Fox ออกภาพยนตร์เรื่อง Unstoppable (นำแสดงโดย Denzel Washington และ Chris Pine) ฉบับบลูเรย์ ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์พิเศษที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน นั่นคือเอาหนังไปดูบนมือถือ Android ได้ด้วย
การทำงานของมันจะผ่านเทคโนโลยี BD-Live ซึ่งอนุญาตให้แผ่นบลูเรย์ต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดเนื้อหาเพิ่มเติมอื่นๆ (ดังนั้นเครื่องเล่นบลูเรย์ต้องต่อ Wi-Fi ด้วยนะครับ) ฝั่งมือถือ Android จะต้องลงแอพชื่อ PocketBLU (มีใน Market ต้องใช้ 1.6 ขึ้นไป) ที่เหลือก็ปล่อยให้เครื่องเล่นบลูเรย์อ่านแผ่นแล้วส่งไปแสดงผลบน Android
ที่มา - Engadget
TorrentFreak ได้เปิดเผยสถิติ 10 อันดับภาพยนตร์ที่ถูกดาวน์โหลดแบบผิดกฎหมายผ่านทาง BitTorrent มากที่สุดประจำปี 2010 โดยในปีนี้ภาพยนตร์เรื่อง Avatar ครองแชมป์มียอดดาวน์โหลดสูงสุดถึง 16,580,000 ครั้ง ส่วนเรื่อง The Hurt Locker ที่ได้รับรางวัลออสการ์ อยู่ในอันดับ 9 มียอดดาวน์โหลด 6,850,000 ครั้ง
ภาพยนตร์ The Social Network ที่สร้างจากตำนานการเกิด Facebook เข้าฉายเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ผลคือเปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งของ Box Office ในสหรัฐ ทำเงินสุดสัปดาห์ได้ 23 ล้านดอลลาร์
ทาง Sony Picture คาดว่าเรื่องนี้จะทำรายได้ในสหรัฐประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ และเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ออกมาดี มีโอกาสที่จะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วย
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว Facebook ได้จัดให้พนักงานชมภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกัน โดยโฆษกของบริษัทให้ข้อมูลว่าเป็นการผ่อนคลายหลังงานหนัก แต่ไม่มีรายงานว่า Mark Zuckerberg ไปชมด้วยหรือไม่
ที่มา - Reuters, TechCrunch, New York Times
หนังเรื่อง The Social Network ซึ่งสร้างจากเรื่องราวชีวิตจริงของ Mark Zuckerberg หลังจากที่เฟซบุ๊กได้ดูล่วงหน้าและแสดงอาการไม่พอใจสักเท่าใดนัก ตามรายละเอียดข่าวเก่า
ก่อนหนังจะเริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนต์ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ที่สหรัฐอเมริกา (สำหรับบ้านเรามีกำหนดฉาย 16 ธันวาคม) สำนักข่าว CNN ได้เขียนบทความเกี่ยวกับข้อเท็จจริง 6 ประการของ Mark Zuckerberg ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ รายละเอียดหนึ่งในหกประการคือ Mark Zuckerberg นั้นตาบอดสีแดง-เขียวครับ สีที่เค้าเห็นชัดและโดดเด่นที่สุดคือสีน้ำเงิน ("Blue is the richest color for me", ประโยคให้สัมภาษณ์กับ The Newyorker) จึงเป็นที่มาของโลโก้เฟสบุ๊คที่มีสีน้ำเงินด้วย
ข้อเท็จจริงอีกประการคือ Zuck (ชื่อเล่นของ Mark Zuckerberg) ไม่สนใจเงินถึงกับขนาดที่ว่า Terry Semel, ซีอีโอของยาฮูเคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยเห็นใครตอบปฏิเสธข้อเสนอมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์มาก่อนเลย ทาง Zuck เองบอกว่าเค้าไม่สนใจเรื่องเงิน เพราะเค้าเห็นเฟซบุ๊กเหมือนเด็กทารก อยากดูแลและเห็นพัฒนาการของเค้าครับ สำหรับรายละเอียดฉบับเต็มติดตามอ่านต่อได้จากที่มา
ที่มา : CNN.com
The Social Network ภาพยนตร์เล่าตำนาน Facebook จะออกฉายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากหนังสือ The Accidental Billionaires ซึ่งนำข้อมูลมาจาก Eduardo Saverin อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook อีกคนหนึ่ง ที่รู้สึกว่าส่วนแบ่งที่เขาได้รับไม่ยุติธรรมนัก โทนเรื่องจึงออกมาแนวให้ร้าย Mark Zuckerberg อยู่บ้าง
ถัดจาก The Social Network - ภาพยนตร์เล่าตำนาน Facebook (เทรลเลอร์) เราอาจได้เห็นภาพยนตร์ "The Search Engine" หรือ "The PageRank" ตามมา
ไม่ว่ามันจะชื่ออะไร แต่มันจะเป็นภาพยนตร์ที่เล่าประวัติการก่อตั้งกูเกิลของสองคู่หู Sergey Brin และ Larry Page เพราะบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ Groundswell Productions ร่วมกับโปรดิวเซอร์ John Morris ได้ซื้อสิทธิ์ของหนังสือ "Googled: The End of the World As We Know it" สำหรับทำภาพยนตร์แล้ว
โครงเรื่องจะต่างออกไปจาก The Social Network ซึ่งเน้นไปที่การหักหลังกันระหว่างกลุ่มเพื่อนที่สร้าง Facebook มาด้วยกัน ในส่วนของหนังกูเกิลจะเน้นการผลักดันอุดมการณ์ "Don't Be Evil" ของสองผู้ก่อตั้งให้เป็นจริงมากกว่า
ที่มา - Deadline








