Tags:
Node Thumbnail

ช่อง JSBC ของจีนรายงานข่าวสาวแซ่ Yan ที่ระบุว่าเธอได้รับเงินคืนจากแอปเปิลหลังจากเพื่อนของเธอสามารถปลดล็อก iPhone X ได้สำเร็จ

เธอระบุว่าคอลเซ็นเตอร์ไม่ยอมเชื่อเธอในตอนแรก จนกระทั่งเธอต้องเดินทางไปที่ร้าน หลังจากทางร้านพบว่าเพื่อนของเธอสามารถปลดล็อกเครื่องได้จริง จึงยอมคืนเงิน

เธอนำเงินที่ได้คืนมาไปซื้อ iPhone X อีกครั้งแต่ก็พบว่าเพื่อนของเธอสามารถปลดล็อกได้อยู่ดีจึงได้รับคืนเงินอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้มีกรณีคล้ายกันคือสองพี่น้องที่จงใจตั้งค่าหลอก iPhone X ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถปลดล็อกได้จากใบหน้าทั้งสองคน กรณีนี้ก็น่าสนใจว่าจะซ้ำรอยเดิมหรือไม่

ที่มา - South China Morning Post

Face ID

Get latest news from Blognone

Comments

By: whitebigbird
Contributor
on 15 December 2017 - 11:46 #1023864
whitebigbird's picture

สิริ: คนเอเชียหน้าเหมือนกันหมด ...

By: mehn
iPhone
on 15 December 2017 - 11:54 #1023869 Reply to:1023864
mehn's picture

สิริ racist

By: xnone
AndroidWindows
on 15 December 2017 - 12:06 #1023874

ว่าแต่ไปซื้ออีกทีทำไมคิดว่าเครื่องแรกมีปัญหาเหรอ

By: freeriod on 15 December 2017 - 15:20 #1023915 Reply to:1023874
freeriod's picture

ก็ต้องพิสูจน์

By: Mars2005
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 15 December 2017 - 12:09 #1023875
Mars2005's picture

เพิ่งจะออกมาโม้ว่า Face ID ของตัวเองดีที่สุด ของคนอื่นห่วยสุด ๆ แท้ ๆ

By: TheOne
iPhoneWindows Phone
on 15 December 2017 - 12:53 #1023881 Reply to:1023875
TheOne's picture

เทคโนโลยียืนยันตัวตนด้วยใบหน้าของสมาร์ทโฟนรายอื่น "ห่วยทั้งนั้น" ?

By: Neroroms
Windows
on 15 December 2017 - 13:10 #1023885 Reply to:1023875

คงโดนล้อยัน Tim Cook ออกจาก CEO

By: A_Hawkins on 15 December 2017 - 17:16 #1023942 Reply to:1023875

ก็ยังเป็นไปได้ว่าดีที่สุดอยู่นะครับ ดีที่สุดไม่ใช่ Perfect 100%
iPhone X อาจทำได้ 99.999% ถ้ายี่ห้ออื่นทำได้ 99.99% ก็ยังพูดได้ว่าดีที่สุดอยู่
คิดง่ายๆว่า iPhone X ขายได้เป็นสิบล้านเครื่อง ตอนนี้มีเคสแค่ 2 เคส แปลว่าผิด 2 ใน 10 ล้าน = แม่นยำ 99.99998% สูงกว่าที่ Apple ออกตัวไว้อีก

By: darkleonic
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 16 December 2017 - 19:10 #1024056 Reply to:1023942
darkleonic's picture

มันเหมือน login กับ user ที่ใช้ password 12345 ด้วย 13245 แล้วมันผ่านนะครับ

By: waroonh
Windows
on 15 December 2017 - 12:35 #1023879

No Description

เครื่องมันจะงงหน่อย ๆ ก็ไม่แปลกนะครับ

By: arjin
WriteriPhoneWindows
on 15 December 2017 - 14:07 #1023899 Reply to:1023879
arjin's picture

Reddit มีคนเปิดประเด็นนี้อยู่เหมือนกันครับ

By: errin on 15 December 2017 - 14:16 #1023902 Reply to:1023879

อันนี้จริงหรือตัดต่ออะครับ เหมือนมาก

By: impascetic
Android
on 15 December 2017 - 15:11 #1023910 Reply to:1023902

ตัดต่อสิครับ

By: devilblaze
iPhoneAndroidWindows
on 15 December 2017 - 14:25 #1023903 Reply to:1023879
devilblaze's picture

ชาวจีนนี่ผมพอแยกแยะออกนะ ชาวตะวันตกก็แยกออก เพราะดูหนังเขาเยอะ จนเกิดความเคยชิน

แต่ศิลปินเกาหลีนี่ ยอมรับเลยเรียกชื่อผิดเยอะ

By: Gored on 15 December 2017 - 17:19 #1023943 Reply to:1023903
Gored's picture

คนจีนคนฝรั่งหน้าธรรมชาติผมว่าก็แยกออกนะ แต่เกาหลีนี่สิดูรายการรันนิ่งแมนเจอแขกรับเชิญเกิร์ลกรุ๊ปนี่สิงง ใครเป็นใครนี่

By: A4
iPhoneAndroidRed HatSUSE
on 15 December 2017 - 20:38 #1023959 Reply to:1023903
A4's picture

คลีนิกเดียวกัน

By: wichate
Android
on 15 December 2017 - 13:02 #1023883

โถ่ ถ้ามัน scan นิ้วได้ปัญหาไม่น่าจะบานปลายขนาดนี้

By: ReddevilboyZ
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 15 December 2017 - 13:20 #1023887

Test Team ปล่อยหลุดมาได้อย่างไร

By: thanyadol
iPhone
on 15 December 2017 - 13:27 #1023889

ไปซื้อแอนดรอยก็จบแล้ว มีสแกนนิ้ว 5555+

By: impascetic
Android
on 15 December 2017 - 13:54 #1023894

เอาจริงๆ ไม่ต้องเหยียดคนทำศัลยกรรมนะ แป้นหน้าคนเอเชียแนวตี๋หมวยนี่มันคล้ายๆกันอยู่แล้ว แล้วถ้าใช้สแกน 3 มิติดูส่วนเว้าส่วนโค้ง กลายเป็นหน้าแบนๆกันไปหมด มีจุดแตกต่างนิดเดียวเอง

By: john dick
iPhone
on 15 December 2017 - 15:00 #1023907
john dick's picture

ภาพ 2 สาว ในข่าว หน้าก็คล้ายกันจริงๆ ด้วยสิ

By: moonoiz on 15 December 2017 - 15:07 #1023909

ยี่ห้ออื่นมีคืนเงินกรณีแบบนี้บ้างไหม

By: jakapong
iPhoneAndroidBlackberryWindows
on 15 December 2017 - 15:19 #1023914

ปากไม่ดี ข่มคนอื่นไว้เยอะ ของตัวเองทำคือดี คนอื่นทำคือแย่ แต่มีดีที่สกิล Stone Skin Lv.Max เลยไม่กระเทือนเท่าไหร่

By: potter
Android
on 15 December 2017 - 18:18 #1023945 Reply to:1023914

oled?

By: Sephanov
iPhoneUbuntu
on 15 December 2017 - 15:48 #1023928
Sephanov's picture

Face ID มีโอกาสผิดพลาด 1 ในล้าน
แต่ประชากรจีนมี 1.3 พันล้าน
ดังนั้นโอกาสผิดพลาดในจีนน่าจะมีมากถึง 1300 คน สินะสินะ

By: sthepakul
ContributorAndroid
on 16 December 2017 - 03:20 #1023982

ดูภาพตามข่าวต้นทางโครงหน้าคล้ายกันมากเลย ที่ซีเรียสเพราะคนจีนกลัวมีปัญหากับระบบจ่ายเงิน WeChat Pay หรือ Alipay หรือเปล่า


my blog :: sthepakul blog

By: pexza
AndroidUbuntuWindows
on 16 December 2017 - 19:14 #1024057
pexza's picture

แหม ...

By: dtobelisk
AndroidWindows
on 16 December 2017 - 20:52 #1024063
dtobelisk's picture

เฮ้ยยยย
เพิ่งรู้ว่าใช้ matchine learning ด้วย ก็เจ๋งดีนะครับ
...ไม่เจ๋งก็ตรงที่ผู้บริหารโม้เกิน

By: Krit04
iPhoneWindows
on 16 December 2017 - 23:34 #1024072
Krit04's picture

ปัญหาน่าจะเกิดจาก machine learning รึเปล่าครับ เป็นจุดอ่อนไปซะละเหรอเนี่ย ?

By: beersonic
AndroidWindows
on 17 December 2017 - 07:12 #1024094

สมัย android เค้าลงด้วยว่า... "ใช้เพิ่มความสะดวก แต่ถ้าจะเอาปลอดภัยให้ใช้นิ้ว"

ซึ่งส่วนตัว ผมเห็นด้วยนะ ใช้หน้าปลดล็อคสะดวกจริง

แต่พอ apple ขายในแง่ safety... มันก็จะเป็นอีกประเด็น

By: Krit04
iPhoneWindows
on 17 December 2017 - 10:22 #1024109 Reply to:1024094
Krit04's picture

แต่ผมว่ามันปลอดภัยนะครับ ถ้าไม่ใช่แบบสองคนใช้เครื่องเดียวกัน แล้วเครื่องมันพยายามเรียนรู้ทั้งสองหน้า

By: impascetic
Android
on 18 December 2017 - 11:48 #1024202 Reply to:1024109

เนื้อหาในข่าวนี่บ่งบอกความไม่ปลอดภัยเลยนะครับ สแกนยังไงก็ผ่าน ไม่ใช่โอกาสผิดพลาดเป็นครั้งคราวแบบสแกนนิ้ว

By: Krit04
iPhoneWindows
on 18 December 2017 - 12:51 #1024212 Reply to:1024202
Krit04's picture

อันนี้ไม่รู้รายละเอียดนะครับ แต่ถ้าเป็นแบบที่คิด คือเครื่องมันจำหน้าทั้งสองคนไว้แล้ว (machine learning) ทำกี่ครั้งก็น่าจะผ่านครับ
แต่จาก ปสก.ตรง เครื่องในมือ ลองเอาไปให้พี่น้องลอง มันก็ไม่ได้นะครับ (Reset Face ID บ่อยมากครับ ตอนซื้อมาใหม่ ๆ กลัวมันจำหน้าคนอื่นที่มาขอเล่นเครื่อง ตอนนี้เริ่มนิ่งละ คนรอบตัวเล่นจนเบื่อละ)

By: impascetic
Android
on 18 December 2017 - 14:12 #1024227 Reply to:1024212

ถ้างั้นก็ไม่ปลอดภัยครับ ในเมื่อสร้างมาเพื่อใช้งานคนเดียว จำหน้าเริ่มต้นแค่หน้าเดียว Machine Learning ก็ควรจะปรับปรุงเฉพาะหน้าที่จำ แต่กลายเป็นไปปรับปรุงการจำหน้าคนอื่นเพิ่มขึ้นมา ไม่ต้องมีข้อแม้อะไรเลย เอาเป็นว่าถ้าหน้าเหมือนกันมากมันยังแยกไม่ได้

ซึ่งภาพจากข่าวคือเหมือนกันเกิ๊น ยังกะฝาแฝด

By: Krit04
iPhoneWindows
on 18 December 2017 - 19:57 #1024281 Reply to:1024227
Krit04's picture

ในเงื่อนไขนั้น ผมคิดว่า น่าจะต้องใช้เวลา และความพยายามในการ scan หน้าให้ผิดพลาดบ่อยครั้งมาก ๆ และอาจะหลายวันมาก ๆ ถึงจะเกิดปัญหารึเปล่าครับ (ไม่มีข้อมูล ไม่กล้าแย้งว่าใช่ หรือไม่ใช่ รอดูข่าวกันต่อไปครับ) แต่จากการใช้งานจริง Face ID นี่ทำให้ลืม Touch ID ได้จริง ๆ ครับ

By: impascetic
Android
on 19 December 2017 - 13:53 #1024388 Reply to:1024281

ถ้าตามข่าวก็ไม่น่าจะใช้เวลานานขนาดนั้นนี่ครับ เปลี่ยนเอาตัวใหม่มาลองก็เป็นอีก ผมว่ามันแค่แยกหน้าคนสองคนนี้ไม่ออกมากกว่า

หรือถึงทำอย่างนั้นแล้วมันจะเกิดปัญหา มันก็ไม่ใช่เรื่องดีอยู่ดี แค่ใช้เวลากับความพยายามนิดหน่อยไม่ต้องแฮคอะไรด้วยซ้ำ

By: Krit04
iPhoneWindows
on 19 December 2017 - 15:23 #1024414 Reply to:1024388
Krit04's picture

ในเงื่อนไขนี้ เท่าที่อ่านมา ไม่ใช่พยายามนิดหน่อยนะครับ เจ้าของเครื่องต้องรู้เห็นเป็นใจ คือพอ scan Face ID ไม่ผ่าน ต้องกด PIN 4 หรือ 6 หลัก ทำซ้ำ ๆ เพื่อให้เกิดการ learning ในสถานการณ์ประจำวัน ถ้าไม่ใช่คนใกล้ตัวจริง ๆ มาขอใช้เครื่องซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือเรารู้เห็นเป็นใจ ผมคิดสาเหตุที่จะทำแบบนี้ไม่ได้เลยนะครับ (ผมมองว่ามันเป็นการแฮ็ค หรือการโจมตีจุดอ่อนของเครื่อง เพื่อให้เป็นข่าวด้วยซ้ำ)

By: impascetic
Android
on 19 December 2017 - 16:56 #1024430 Reply to:1024414

ถ้าเงื่อนไขแค่นี้ ผมมองว่านิดหน่อยครับ แทบไม่ต้องใช้ความรู้ด้านลึกอะไรเลย คนทำไม่จำเป็นต้องมีความรู้ลึกซึ้งเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยใน OS ด้วยซ้ำ ถ้าระบบ Machine Learning มันเรียนรู้แล้วกลายเป็นจุดอ่อนมันก็ต้องปรับปรุงครับ แล้วผมว่ามันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรขนาดนั้น จริงๆมันก็คือคนสองคนหน้าเหมือนกันแล้วมันไม่ละเอียดพอที่จะแยกออกแค่นั้นเอง

By: Krit04
iPhoneWindows
on 19 December 2017 - 18:39 #1024447 Reply to:1024430
Krit04's picture

ใช่ครับ ถูกต้องเลย ระบบควรจะแยกให้ได้น่าจะดีกับผู้ใช้ รอดูรุ่นต่อไปครับ ว่าเขาจะแก้ปัญหานี้ยังไง

By: loptar on 18 December 2017 - 10:54 #1024192
loptar's picture

มันเบสบนไอเดียที่ว่า มือถือของใครของมัน เป็นอุปกรณ์า่สนตัว พอเอามาใช้ร่วมกัน โอกาสผิดพลาดก็เริ่มเยอะ