Tags:
Node Thumbnail

Kantar Worldpanel ComTech เผยส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนแยกตามระบบปฏิบัติการ ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2016 ผลคือ iOS ชิงส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้นในหลายภูมิภาค อันเป็นผลมาจากการวางขาย iPhone 7 นั่นเอง

ในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา iOS เติบโตมากจาก 33.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน มาเป็น 40.5% ในปีนี้ ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดของ iOS ในรอบสองปีเลยก็ว่าได้ ช่วงสามเดือนที่เก็บสถิตินี้ iPhone 7 มีส่วนแบ่งยอดขายสมาร์ทโฟน 10.6% (อันดับหนึ่ง) ส่วน iPhone 7 Plus มีส่วนแบ่ง 5.3% (อันดับสี่) ส่วน Google Pixel ก็ทำผลงานได้ดี แม้มีเวลาขายเพียง 11 วัน (20-31 ต.ค.) ก็ยังมีส่วนแบ่งถึง 0.5%

ส่วนในตลาดจีน (เฉพาะเขตเมือง) ส่วนแบ่งของ iOS ขยับขึ้นมาเป็น 17.1% ในขณะที่ Android มี 82.6% แต่ถ้าแยกตามแบรนด์ ในช่วง 3 เดือนนี้แอปเปิลสามารถเอาชนะ Xiaomi ที่มีส่วนแบ่งยอดขาย 15.9% ได้แล้ว

ที่มา - Kantar Worldpanel

No Description

Get latest news from Blognone

Comments

By: schanon
Android
on 9 December 2016 - 23:24 #957864
schanon's picture

พลานุภาพผลไม้ที่ใครก็ไม่อาจทัดทานได้

By: Masscotte
iPhone
on 9 December 2016 - 23:37 #957865

Note 7 พลาดพลั้งด้วยแหละ

By: tg-thaigamer
ContributoriPhoneAndroidBlackberry
on 10 December 2016 - 00:12 #957868
tg-thaigamer's picture

Phone 7 มีส่วนแบ่งยอดขายสมาร์ทโฟน 10.6% (อันดับหนึ่ง) ส่วน iPhone 7 Plus มีส่วนแบ่ง 5.3%

คิดว่ารุ่น Plus จะนำรุ่นธรรมดาซะอีก


มือใหม่!! ใหม่จริงๆนะ

By: ajaxpp on 10 December 2016 - 05:52 #957884

คนชอบสินค้ามีqcดีๆและมีความซับซ้อนน้อยๆ เพราะเข้าใกล้สังคมผู้สูงอายุ เดาเอา

By: isk on 10 December 2016 - 23:22 #958003 Reply to:957884

ผิดครับ ส่วนใหญ่คนซื้อเพราะอยากใช้ iOS ล้วนๆ ส่วนเรื่องความสวยงามของตัวบอดี้เป็นเรื่องรอง

By: Alios
iPhoneAndroidWindows
on 11 December 2016 - 13:59 #958044 Reply to:958003

ถูกครับ Andriod เดี๋ยวนี้สวยๆ วัสดุดีกว่ามีเยอะเลย เพียงแต่มันเป็น IOS หลายคนจึงย้ายไปไหนไม่ได้

By: Perl
ContributoriPhoneUbuntu
on 10 December 2016 - 08:06 #957886
Perl's picture

หวังลุ้นให้มันร่วงเพราะไม่มีช่องหูฟังซะหน่อย แต่ก็สู้พลังศรัธธาไม่ไหว

By: iamfalan
iPhoneAndroidWindows
on 10 December 2016 - 08:15 #957887 Reply to:957886

ผมว่าสุดท้าย คนส่วนมากก็ไม่แคร์ครับ เพราะใช้หูฟังในกล่องที่แถมมา
พวกที่กระทบ คงเป็นพวกที่ใช้หูฟังคุณภาพสูงนั่นแหละ

By: nessuchan
iPhoneAndroidWindows
on 10 December 2016 - 10:33 #957912 Reply to:957887
nessuchan's picture

เค้าแถมตัวแปลงมาในกล่องครับ

By: iamfalan
iPhoneAndroidWindows
on 11 December 2016 - 11:46 #958032 Reply to:957912

มันไม่สะดวกไงครับ
ถอดเข้าถอดออก (เช่นเอาไปใช้กับแมค)
เกิดหายอีก
ของผมไม่เคยเอาออกมาจากแผงเลย ใช้แค่หูฟังที่เค้าให้มาเท่านั้น

By: tstcnr1u
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 10 December 2016 - 08:37 #957890 Reply to:957886

คนสนใจช่องหูฟังจริงๆน่าจะมีน้อยมากถ้าเทียบกับคนที่มีตังซื้อ iPhone ได้สบายแต่ยังลง App แทบไม่เป็น เท่าที่ถามแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เค้าจะไปใช้ Android เพราะ OS มันไม่ทำให้รู้สึกว่าง่ายและเค้าติดภาพไปแล้ว แถมปีนี้ SS พลาดอีก

บางคนจะประหยัดยังเลือกซื้อรุ่นที่หน้าตาคล้าย iPhone เลย

By: Perl
ContributoriPhoneUbuntu
on 10 December 2016 - 09:40 #957902 Reply to:957890
Perl's picture

ผมใช้ Monster Turbine Pro กับ iPhone ก็เลยเดือดร้อนเนี่ยหล่ะครับ กะว่าจะเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ซะหน่อย และก็ไม่เปลี่ยนไปใช้ Android ครับ เพราะลงทุนกับ App Store แล้ว และก็ยังมี Podcast ที่ฟังประจำบน iTune

By: martinjol
Android
on 10 December 2016 - 09:07 #957893 Reply to:957886

ผมใช้ iphone มาหลายรุ่น ไม่เคยแกะหูฟังออกมาใช้เลย
แทบไม่เคยเสียบช่องหูฟังเลยด้วยซ้ำ

By: isk on 10 December 2016 - 23:17 #958002 Reply to:957886

ถามคนที่ซื้อ ใช้หูฟัง lightning เวลาไปเกี่ยวสายมันหลุดจากช่องเสียบง่ายมั๊ย

By: iamfalan
iPhoneAndroidWindows
on 11 December 2016 - 11:47 #958033 Reply to:958002

ไม่เคยเกี่ยวนะครับ แต่ค่อนข้างแน่นอยู่

By: Knackii
ContributoriPhone
on 10 December 2016 - 10:23 #957909
Knackii's picture

แสดงว่าก่อนหน้านี้พวกที่เดือดร้อนคือพวกหูเทพที่ใช้ 3.5 mm แพงๆเท่านั้น...และAppleเองก็เลือกที่จะไม่แคร์คนส่วนน้อย?

By: readonly
iPhone
on 10 December 2016 - 10:53 #957913 Reply to:957909
readonly's picture

นอกนั้นก็พวกที่ต่อเครื่องเสียงในรถยนต์ผ่านช่อง 3.5mm ด้วยครับ ปกติผมจะเสียบสองสายคือ สาย jack หูฟังปล่อยเสียงไปออกลำโพงในรถ กับสายชาร์จผ่านช่องจุดบุหรี่ เรียกว่าชาร์จไปฟังเพลงไปได้สบายมาก แต่พอออกมาแบบนี้ต่อไปจะฟังเพลงก็ไม่ได้ชาร์จ ถ้าจะชาร์จก็ฟังเพลงไม่ได้ เว้นแต่จะเปลี่ยน front ในรถยนต์เป็นตัวใหม่ให้รองรับ Apple Car ซึ่งถ้าบังคับกันขนาดนี้ผมเอาเงินค่า front ตัวใหม่ไปซื้อ Android Phone รุ่นกลางๆ มาใช้แทนดีกว่า

ถึงผมจะยังใช้ทั้ง iPhone, iPad, Macbook แต่ยอมรับเลย รู้สึกว่าหลังๆ นี่ Apple ออกอ่าวไปไกลละครับ นอกจากจะขาดนวัตกรรมแล้วยังทำลายศรัทธาแฟนๆ ด้วย พอร์ตนี่ก็เปลี่ยนบ่อยเกิน ตั้งแต่ universal มา lightning ล่าสุดก็ usb-c พวกอุปกรณ์เสริมที่ถูกลอยแพเพียบเลย โดยเฉพาะชุดลำโพงต่างๆ เวลาผมไปนอน รร. ที่มีระดับหน่อยในห้องยังมีชุดลำโพงที่ต่อกับ universal port 30 pin อยู่เลย

By: john dick
iPhone
on 10 December 2016 - 11:54 #957924 Reply to:957913

เปลี่ยนฟรอนท์แบบบลูทูธจบกว่าครับ และมีช่อง usb ให้ชาร์ตไฟได้

By: Lennon
iPhoneWindows PhoneAndroidSymbian
on 10 December 2016 - 12:20 #957926 Reply to:957913

พอร์ทแปลงของ Belkin ช่วยขจัดปัญหานี้ท่านได้ครับ เขาทำมาเพื่อการนี้เลย

By: readonly
iPhone
on 10 December 2016 - 13:42 #957935 Reply to:957926
readonly's picture

ขอบคุณไอเดียทั้งสองท่านครับ รอ iPhone6+ พังคามือเมื่อไรว่ากันอีกที แต่ใจนึงก็อยากกลับไปลอง android รุ่นใหม่ๆ เหมือนกันครับ

By: peeraphat
iPhone
on 10 December 2016 - 22:27 #957997 Reply to:957913

ผมเพิ่งซื้อ Bluetooth aux adapter ครับ ราคาหลักร้อย พอใช้งานได้ เรียกว่าดีกว่าเดิมด้วยเพราะไม่ต้องคอยเสียบแจ็ค 3.5 แล้ว ใช้กับ usb ในที่จุดบุหรี่แบบสองหัว ฟังเพลงไปชาร์จไปได้ครับ ถ้าจะซื้อแนะนำหารุ่นที่มี ground noise isolation นะครับ ไม่งั้นจะมีเสียงรบกวนนิดหน่อยเวลาเปิด volume ดังๆ

By: Dewa on 10 December 2016 - 12:28 #957927

ยังไงผมก็ยังชอบ android มากกว่านะ ใช้ง่ายดี... HTC ก็ตอบโจทย์เกือบทุกข้อแล้วนะ

By: illusion
ContributorAndroid
on 11 December 2016 - 10:45 #958022 Reply to:957927
illusion's picture

นั่นสิครับ ทุกวันนี้ผมก็ยังงงว่า Android ใช้ยากตรงไหน ถ้าใช้งานทั่วๆ ไปคือมันใช้งานง่ายมากเลยนะ เกร็งว่าเรื่องนี้จะเป็นอุปทานหมู่ซะมากกว่า เพราะแอปเปิลเค้าสร้างภาพลักษณ์เรื่องสินค้าใช้ง่ายได้ดีจริงๆ มาตั้งแต่แมคแล้ว

ส่วนตัวผมกลับมองว่า usability ของ iPhone มีปัญหากว่า โดยเฉพาะการทำตัว minimal เกินไป เช่นปุ่ม home ปุ่มเดียวซึ่งใช้งานลำบากกว่า Android สามปุ่มจริงๆ (ปุ่มเดียวเหมือนดูเรียบง่าย ใช้งานง่าย แต่เอาจริงมันไม่คล่องตัว ครั้นจะใช้ gesture ก็ลำบากกว่า ออกแรงมากกว่า) หรือแม้แต่เรื่องตัดช่องหูฟังออก มันก็มีผลกระทบเหมือน คห. บนๆ ว่ามา

By: nrml
ContributorIn Love
on 11 December 2016 - 11:40 #958031 Reply to:958022
nrml's picture

ผมมองว่าในเรื่องของการใช้งานสำหรับ end user ยังไงไอโฟนก็ยังคงดูเหนือกว่าในเรื่องของ learning curve ครับ เพราะความ consistent ยังดูดีกว่าในแอนดรอยด์ แต่ถ้ากับ user ที่มีความถนัดใน os ใด os หนึ่งแล้วผลลัพธ์ตรงนี้ก็อาจจะแตกต่างไป

By: MaxxIE
iPhoneAndroidUbuntuWindows
on 11 December 2016 - 21:45 #958066 Reply to:958022
MaxxIE's picture

ลองมองถึงคนแก่ๆบ้างครับ
iOSมันโคตรของความไร้การเปลี่ยนแปลงเลยนะครับ เคยเรียนรู้มาอย่างไร รุ่นใหม่ๆออกมาก็ใช้ได้เหมือนเดิม เพราะUI/UXแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย
พ่อผมซื้อiPhoneมาใช้ผมแนะแกง่ายๆเลยว่า เบื้องต้น เข้าไปแล้วงง กดปุ่มโฮมออกมา แล้วเริ่มใหม่ ขนาดมีแค่ปุ่มเดียวแกยังงงๆเลยครับ ต้องคอยบอกแกว่ากดเลย มีปุ่มเดียวนั่นแหละกดเลย มันไม่เป็นอะไรหรอก(ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าเป็น3/4ปุ่มจะเป็นยังไง) 55555

2เดือนผ่านไป ตอนนี้ใช้คล่องปรื๋อแล้วครับ
ติดปัญหาแค่ตรงคีย์บอร์ดนี่แหละครับ แกไม่เคยจับคอมมาก่อน ก็เลยหาตัวอักษรไม่ค่อยเจอ อาศัยก๊อปรูปที่เพื่อนส่งมาทางไลน์แล้วส่งต่อแทนการพิมพ์ข้อความไม่ก็ใช้สติ๊กเกอร์เอาโทรออกก็บอกSiriเอาลำบากแค่ตอนแรกๆเท่านั้นแหละ เพราะผมต้องมาคอยสังเกตลักษณะการเล่นของแก แล้วปรับเเครื่องให้แกใช้ง่ายขึ้น

By: john dick
iPhone
on 12 December 2016 - 08:11 #958071 Reply to:958022

เกลียดปุ่ม back แอนดรอยด์
จะ back ที รัวไปสิกว่าจะเจอหน้าที่ต้องการ แถมบางทีกดเลยจนปิดแอพไปเลย

By: ideocondo on 12 December 2016 - 06:19 #958079 Reply to:958022

ขอแย้งเรื่อง usability ครับเพราะ android มันใช้ยากจริงๆ
ตามหลัก Usability กฎข้อ consistency ทุกปุ่มควรมีฟังค์ชันเดิมตลอดเวลา แต่ android
ดันไปทำปุ่ม back ถาวร ข้อนี้ตัวอย่างลองเล่นเวบอ่านการ์ตูนเอาก็ได้ เวลาคุณอ่านหน้าต่อไปต้องกด << >> ในจอ
แต่พอมีปุ่มถาวรขึ้นมา ก็จะเกิดความสับสนขึ้น เพราะมีปุ่มถึง 4 ปุ่มให้กด .
ถึงตรงนี้คนก็จะงงแล้วว่าตกลงปุ่ม back จะมีผลเหมือน << หรือปล่าว . Home หมายถึงกลับไปหน้าเพจหลักหรืออย่างไร
และก็จบด้วยการไปหาอ่าน manual .
และเมื่อใช้งานเวบไซต์อื่นต่อไปอีก และมีปุ่มที่ชื่อคล้ายกันมาอีก . ก็จะเกิดคำถามเดิมซ้ำขึ้นในใจ

การออกแบบ Android ผมคิดว่าคนออกแบบไม่ได้คำนึงถึง Usability มาตั้งแต่แรก
ปัญหาปุ่ม physical ของ Android ยังขยายตัวต่อไปอีกในยุคที่มือถือมีขนาดใหญ่ขึ้น
คลำปุ่มไม่ถึง และต้องคอยมองตลอดเวลาว่านิ้วอยู่ถูกตำแหน่งหรือไม่ อยู่ผิดปุ่มใหม ต้องละสายตาจาก screen สลับปุ่มตลอด
เมื่อก่อนมือถือขนาดเล็กการกด 3 ปุ่มยังพอเป็นไปได้ ปัจจุบันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุมด้วยมือข้างเดียว