Enterprise

ในช่วงนี้ที่กระแสการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากำลังมาแรง Hillary Clinton หนึ่งในผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต กลับถูกโจมตีจากสาธารณะอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของการตั้งและใช้อีเมลส่วนตัว เพื่อใช้ในการสื่อสารข้อมูลที่เป็นทางการ ขณะดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ (ข่าวเก่า) ซึ่งผู้ตรวจการประจำกระทรวง ออกมาระบุแล้วว่าเป็นการละเมิดระเบียบของรัฐบาลกลาง

แม้จะเป็นประเด็นเรื่องการเมือง แต่การใช้อีเมลของ Clinton ในลักษณะนี้กลับสะท้อนถึงปัญหาการใช้ระบบหรือโครงสร้างไอที ซึ่งทำกันเองหรือองค์กรไม่ได้อนุญาต ที่เรียกว่า “Shadow IT” ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ของบทความชิ้นนี้ บทความชิ้นนี้พยายามจะนำเสนอถึงปัญหาของ “Shadow IT” ว่าเป็นอย่างไร มีผลกระทบอย่างไร และควรจัดการอย่างไรครับ

กรณี Clinton ไม่ใช่แค่เอาอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ แต่สร้างระบบใหม่ใช้คู่ขนาน

กระแสเรื่องของการนำเอาอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (BYOD: Bring Your Own Device) เป็นเรื่องที่องค์กรหลายแห่งต้องเจอ และอาจจะคุ้นชินไปแล้วในปัจจุบัน รวมไปถึงการพัฒนาด้านซอฟต์แวร์บริหารอุปกรณ์เคลื่อนที่​ (MDM: Mobile Device Management) ที่ดีขึ้นมาก ก็ทำให้องค์กรต่างๆ สามารถจัดการกับข้อมูลบนเครื่องส่วนตัวพนักงานเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ตาม กรณีของ Clinton มีความแตกต่างออกไปจากปกติ เพราะมีการตั้งอีเมลเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองขึ้นมาต่างหาก โดยจ้างเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นการนอกเวลา เพื่อให้ติดตั้งระบบดังกล่าว โดยเธอระบุเมื่อการแถลงข่าวตอนสิ้นปีที่แล้วว่า ทำไปเพราะ “ความสะดวก” ในการทำงาน และบอกว่าระบบของเธอมีความปลอดภัย และได้รับการดูแลจากหน่วยงานรักษาความปลอดภัยและความลับของสหรัฐ (USSS: United States Secret Services)

กรณีดังกล่าวนี้ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์เป็นวงกว้างจากสาธารณะและผู้เชี่ยวชาญ ถึงการใช้อีเมลส่วนตัวที่ไม่ได้ความปลอดภัยตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด แต่ที่สำคัญที่สุดคือการออกรายงานถึงสภาคองเกรสโดยผู้ตรวจการของกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า Clinton ละเมิดกฎของรัฐบาลกลาง ซึ่งรวมไปถึงการสื่อสารอื่นๆ ที่ไม่จำกัดแต่เพียงอีเมลเท่านั้น แต่ยังมีทั้งการสนทนาทางโทรศัพท์หรือส่งเอกสารผ่านโทรสารแบบไม่ปลอดภัยด้วย

ที่เรื่อง Clinton เป็นเรื่องใหญ่มากในอเมริกา ส่วนหนึ่งมีประเด็นเรื่องของการเลือกตั้งประธานาธิบดีเข้ามาเกี่ยว (ที่หลายคนมองว่าเรื่องนี้เป็น “เผือกร้อน” สำหรับเธอ ที่มาได้ไม่ถูกจังหวะ) แต่เรื่องสำคัญกว่านั้นคือข้อมูลนโยบายทางการทูตที่สำคัญ ขณะเธอเป็นรัฐมนตรีนั้น ตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แม้เธอจะออกมาระบุว่า ยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะเพราะเธอเชื่อว่าไม่ได้ใช้ติดต่อเรื่องสำคัญ (ซึ่งในบางกรณีก็ไม่จริง เพราะมีคำสั่งขอให้ศาลดึงเอาข้อมูลอ่อนไหวบางอย่างออกไปจากการเปิดเผย)

Shadow IT ปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกที่ทุกองค์กร

กรณีของ Clinton นั้นแม้จะเป็นกรณีซึ่งโด่งดัง (ส่วนหนึ่งเพราะคนทำเป็นนักการเมืองที่มีคนรู้จักในสหรัฐอเมริกา) แต่สิ่งที่ต้องตระหนักคือ เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับทุกองค์กรในทุกที่ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นหน่วยงานภาครัฐเสมอไป แม้เราจะเห็นตัวอย่างจากภาคเอกชนน้อยกว่าที่อื่นๆ (จากประสบการณ์ส่วนตัว การติดต่อหน่วยงานราชการบางแห่งยังคงใช้อีเมลภายนอกองค์กร ติดต่อเรื่องสำคัญ)

สภาพการสร้างโครงสร้างไอทีที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือระบบที่ใช้งานกันอย่างลับๆ ในองค์กรดังกล่าว มีภาษาที่เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า “Shadow IT” หรือ “ระบบไอทีเงา” ซึ่งมักจะเป็นการใช้ระบบไอทีภายนอก โดยที่บริษัทหรือฝ่ายไอทีขององค์กรไม่รู้ ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือการติดตั้ง Wi-Fi Access Point ของตัวเอง ซึ่งอาจจะใช้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยไม่ตรงกันองค์กร (เช่น องค์กรบังคับใช้ WPA 2 + RADIUS แต่ access point ตัวนั้นอาจจะใช้แค่ WEP) หรือการใช้แอพส่งข้อความทันใจติดต่อเรื่องงาน แทนที่จะเป็นระบบงานซึ่งองค์กรกำหนดมาให้ใช้งานเอง

ปัญหา Shadow IT ลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จากสองปัจจัย ปัจจัยแบบแรกคือการที่ผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ต้องการระบบที่ใช้งานได้ง่ายและไม่ยุ่งยาก อาการแบบนี้มักจะเกิดกับผู้บริหารในองค์กร ซึ่งเคยชินกับวิธีที่ตัวเองต้องทำงาน และฝ่ายปฏิบัติมักยากที่จะปฏิเสธ (ว่าง่ายๆ คือไม่อยากขัดใจเจ้านาย เพราะอาจด้วยการกลัวถูกปลด ไม่ได้ขึ้นเงินเดือน หรือแม้กระทั่งไม่ได้งบประมาณในปีถัดไป) ส่วนอีกปัจจัยคือระบบไอทีองค์กรนั้นไม่เอื้อให้กับการคิดค้นหรือการพัฒนา ตัวอย่างเช่น องค์กรอาจจะอนุมัติให้พนักงานใช้เทคโนโลยีชุดเก่า แต่ระบบใหม่ที่ดีกว่ายังไม่ได้รับการอนุมัติ ทำให้พนักงานตัดสินใจเปิด “ทางลัด” ใช้บริการเหล่านี้อย่างลับๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากฝ่ายไอทีองค์กร

จากตัวเลขผลการสำรวจของ RSA เมื่อปี 2007 ก็พบว่าลักษณะของการใช้ช่องทางที่ไม่ได้รับอนุมัติจากองค์กรในการสื่อสารนั้นมีอยู่สูงมาก ตัวอย่างเช่นในองค์กรขนาดใหญ่ มีคนที่ส่งข้อมูลจากหน่วยงานเข้าอีเมลส่วนตัวเพื่อเอาไปทำงานต่อที่บ้านอยู่ที่ 61% (นับรวมทั้งทำประจำและทำในบางครั้ง) ตัวเลขผลสำรวจนี้บอกอย่างชัดเจนว่า ในหลายครั้งพนักงานเองก็เลือกจะมองข้ามความปลอดภัยและระบบงานขององค์กรที่มีการป้องกันความลับหรือข้อมูลรั่วไหล เพื่อเน้นไปที่ความสะดวกเป็นหลัก

ข้อดีและข้อเสียของ Shadow IT

คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วตกลง Shadow IT มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง?

หากพิจารณาข้อเสีย สิ่งแรกที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนคือข้อมูลที่เป็นความลับบางอย่าง มีสิทธิรั่วไหลไปยังบุคคลภายนอกได้ ตัวอย่างเช่นหากบุคลากรทางการแพทย์ตัดสินใจส่งเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR: Electronic Medical Record) เข้าอีเมลของตัวเอง ข้อมูลของคนไข้ก็มีสิทธิถูกอ่าน ไม่ก็ถูกเก็บไว้กับคนอื่น ละเมิดทั้งข้อมูลส่วนตัวและความลับของคนไข้ สิ่งต่อมาที่เห็นได้ชัดคือ ต่อให้ระบบที่พนักงานคนนั้นใช้จะมีความปลอดภัยมาก แต่ก็ไม่มีอะไรรับรองได้ว่า ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกจัดการตามมาตรฐานองค์กร (มั่นใจได้อย่างไรว่าการเข้ารหัสที่ใช้ได้มาตรฐาน? หลังพนักงานพ้นสภาพ ข้อมูลชุดนั้นจะถูกจัดการอย่างไร ฯลฯ) และสุดท้ายคือการเปิดช่องโหว่ให้กับระบบไอทีขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เป็นอุปกรณ์หรือสายฮาร์ดแวร์อย่างเช่นหากติดตั้ง Access Point เองแล้วเกิดทำระบบการเข้ารหัสต่ำ ย่อมเป็นช่องทางทำให้เกิดการโจมตีเครือข่ายขององค์กรได้ง่ายมาก

อย่างไรก็ตาม Shadow IT ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดแนวทางในการทำงานแบบใหม่ๆ ในองค์กร ซึ่งทำให้การติดต่อประสานงานดีขึ้น และอาจสร้างแนวทางใหม่ๆ ให้กับองค์กรได้ ตัวอย่างเช่น การใช้งานระบบติดต่อสื่อสารงานใหม่ๆ อย่างเช่นบริการแนว Slack ก็เป็นหนึ่งในช่องทางที่ทำให้องค์กรทำงานได้สะดวกขึ้น และอาจเริ่มต้นจากแผนกเล็กๆ ที่ไม่ชอบการติดต่อประสานในแบบเดิมๆ นั่นเอง (ในบ้านเราก็เป็นการใช้ LINE คุยงานกัน)

แนวทางในการแก้ไขปัญหา

การแก้ไขปัญหาเรื่องของ Shadow IT ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่เรื่องที่ยาก ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ Shadow IT มักจะสังเกตได้ไม่ชัดเจนนัก ยกเว้นจะต้องติดตามระบบต่างๆ อย่างใกล้ชิด (ซึ่งก็ทำได้ยากมาก ในกรณีของอีเมลก็คงไม่มีใครไปนั่ง monitor อีเมลที่ส่งออกจากบริษัทเป็นรายฉบับ) ซึ่งทำให้มันเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อรู้ปัญหาแล้ว ฝ่ายบริหารไอทีที่เกี่ยวข้องก็ควรเข้าไปรีบแก้ไขปัญหา

แนวทางหนึ่งที่ Russ Banham ผู้สื่อข่าวสายธุรกิจ เสนอแนวทางเอาไว้คือการที่ผู้บริหารฝ่ายไอทีจะต้องเข้าไปพูดคุย ทำความเข้าใจกับฝ่ายที่ใช้เทคโนโลยีซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากองค์กร พร้อมกับหาทางออกร่วมกันว่าจะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีในองค์กร ตอบสนองความต้องการได้ (ว่าง่ายๆ คือดึงเข้ามาอยู่ในการดูแลให้ได้) ส่วน Andrew Froehlich ประธานฝ่ายสถาปัตยกรรมเครือข่ายของ West Gate Networks เสนอว่าระบบไอทีและนโยบายขององค์กรจะต้องยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ยังต้องยืนยันในกฎระเบียบและข้อห้ามต่างๆ อย่างเคร่งครัดและชัดเจนเอาไว้ รวมถึงฝ่ายไอทีต้องทำงานกับแผนกอื่นๆ ให้มากขึ้น เพื่อตัดปัญหาการสร้าง Shadow IT ในองค์กร ส่วนในกรณีที่จำเป็นจริงๆ (เช่น ระบบภายในล่ม) อาจจะอนุมัติให้มีได้ แต่ต้องให้สั้นที่สุดและมีแนวทางในการจัดการที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันหลายบริษัทอย่างเช่น Cisco หรือ NTT Communications ก็มีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยจัดการกับการรั่วไหลข้อมูล รวมถึงวิเคราะห์ความเสี่ยงของ Shadow IT ภายในองค์กรจากการใช้งานระบบไอทีในองค์กรด้วย

บทสรุป: จะแก้ Shadow IT ได้ ต้องมีแนวทางที่ชัดเจน

ปัญหาของ Shadow IT ภายในองค์กร ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในเชิงของการบริหารองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้อมูลที่อ่อนไหวหรือเป็นความลับกับองค์กร ซึ่งไม่ใช่จะเกิดเฉพาะกับกรณีสำคัญๆ (high-profile case) อย่างที่ได้ยกตัวอย่างไปในตอนต้นเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้กับทุกหน่วยงานไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก

สิ่งสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหา Shadow IT ในองค์กรได้ นอกจากจะต้องปรับนโยบายและเปลี่ยนแนวทางให้ยืดหยุ่นกว่าเดิมแล้ว ยังจะต้องมีการสร้างความเข้าใจให้กับทั้งองค์กร เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์แบบนี้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ไม่เช่นนั้นเราอาจจะได้เห็นกรณีลักษณะเดียวกับของ Clinton ไปเรื่อยๆ อีกในอนาคต

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

hail_to_the_thief Sun, 05/06/2016 - 15:14

USSS นี่ คนไทยจะรู้จักกันในชื่อ 'หน่วยสืบราชการลับ' มากกว่าหรือเปล่าครับ? ก็คือพวก detail ที่ขึ้นตรงต่อ president, president-elect, the cabinet

ปล. ทำไม บุคลากรทางการศึกษา หรือ อาจารย์มหาลัยเมืองไทยถึงไม่ค่อยใช้ email ที่เป็น domain ของมหาลัยกันนะ มันมีปัญหาด้านความน่าเชื่อถือมาก ๆ เลยนะครับ เวลาติดต่อมาที่ต่างประเทศเนี่ย

+1

ส่งมา...ไม่ได้รับ
ส่งไป...ไปไม่ถึง
ส่งช้า...กว่าจะมาหรือไปก็เลย deadline
comment ไป ... อาการหาย ... ซักพักกลับมาเป็นอีก ...

ระบบมันแย่และความน่าเชื่อถือต่ำ...จนเรียกว่าใช้งานจริงได้ยากเลย

แล้วถ้าบริษัทเปลี่ยนไปใช้บริการของ Gmail แต่เอา domain บริษัทไปผูกไว้แบบนี้จะมีความปลอดภัยพอมั้ยครับ
เพราะที่ผมเคยทำงานมา บางคณะของมหาลัย หรือบางบริษัทก็ใช้วิธีนี้

ผมเห็นหลาย ๆ ที่ ในปัจจุบัน ก็เปลี่ยนไปใช้ Googl Apps หรือ Office for School กันเยอะ แล้วนะครับ แต่ก็ยังคงชินกับการส่งอีเมลด้วยเมลส่วนตัวกันอยู่

หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐ ปกติในความเข้าใจทั่วไปคือ CIA ด้วยครับ เพื่อไม่ให้สับสนเลยพยายามแปลให้แตกต่างกัน แต่วงเล็บคำดั้งเดิมไว้

เคยใช้สมัยเรียน

UI แย่ , ให้ที่น้อย , ไม่มีการประชาสัมพันธ์ดีเท่าที่ควร

จริงๆ ไม่แค่ทางการศึกษาหรอกครับ ราชการที่ผมเจอ มาก็ Gmail , Hotmail ,yahoo กันด้วย ฮ่าๆ