Tags:
Node Thumbnail

จากปัญหา แอปเปิลหยุดอัพเดต QuickTime for Windows และพบช่องโหว่แล้ว คนที่ได้รับผลกระทบอย่างมากคือลูกค้าซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอของค่าย Adobe บนวินโดวส์ (เช่น After Effects) ซึ่งต้องพึ่งพา QuickTime for Windows ในการเข้ารหัสและถอดรหัสวิดีโอ

Adobe ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ว่ากำลังเร่งปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ไม่ต้องพึ่ง QuickTime อีกต่อไป ปัญหาสำคัญตอนนี้คือฟอร์แมต Apple ProRes ที่ถูกใช้งานในวงกว้าง บริษัทพยายามแก้ปัญหาแต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเสร็จเมื่อไร

เป้าหมายของ Adobe คือฟอร์แมตทุกประเภทสามารถเปิดได้แบบ native จากตัวโปรแกรมเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมภายนอกแบบ QuickTime

ที่มา - Adobe via The Register

No Description

Get latest news from Blognone

Comments

By: Lenkzler
iPhoneRed HatWindows
on 22 April 2016 - 15:02 #905561

Apple ProRes นี่งานหนักเลย

By: Eka-X
ContributoriPhoneAndroidIn Love
on 22 April 2016 - 15:08 #905563

แก้ง่ายมาก ซื้อแมคมาใช้ T T

By: john dick
iPhone
on 22 April 2016 - 15:25 #905567
john dick's picture

สายตัดต่อ แนะนำแมคครับ เจ็บแต่จบ

By: sakuraba
Windows PhoneWindows
on 22 April 2016 - 15:50 #905579 Reply to:905567
sakuraba's picture

+422

By: doanga2007
AndroidSymbianUbuntu
on 22 April 2016 - 15:50 #905580
doanga2007's picture

ทาง Adobe เร่งความเร็วทำเรื่องปลดแอก QuickTime ด้วย เพื่อให้ได้โปรแกรมฉบับ Adobe อย่างเต็มขั้นครับ

By: JackieNP
ContributorUbuntu
on 22 April 2016 - 17:27 #905622
JackieNP's picture

น่าจะดี ถ้าไม่ต้องมี quicktime


รักนะคะคนดีของฉัน

By: K_AViar
Windows PhoneUbuntuWindowsIn Love
on 22 April 2016 - 18:26 #905649

บางทีก็สงสัยว่า Windows ไม่ทำ Codec เจ๋งๆ เหมือน QuickTime บ้างหรอ

By: Lenkzler
iPhoneRed HatWindows
on 22 April 2016 - 20:05 #905663 Reply to:905649

คนทำงานสาย vdo ใช้ mac กันมากครับเลยเกิดการพัฒนาที่ฝั่งนั้นมากกว่า สุดท้ายกลายเป็นมาตรฐานเพราะทำก่อน ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากกว่า ถ้าไปดูกันตามกองถ่าย หรือห้องตัดต่อ จะเจอแต่ mac วางเรียงราย ส่วนนึงผมว่าเป็นเพราะในยุคนึงที่ steve job เป็นคนบุกเบิกและเป็นต้นคิดที่ว่า ทำไมงานตัดต่อต้องทำให้ดูยุ่งยากและดูแพง ทำไมต้องผูกกับระบบที่ใหญ่โต ซับซ้อน การตัดต่อควรจะเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน จึงกำเนิดเป็น Final Cut Pro ขึ้นมา ทำให้ระบบ Avid ที่เป็นเจ้าตลาดและโคตรแพงในตอนนั้น ถึงกับต้องสั่นสะเทือน เพราะการมาของ Final Cut Pro ตั้งแต่นั้นมาใครๆก็สามารถตัดต่อเองได้ด้วย mac ครับ เป็นสาเหตุให้ mac มี codec video ดีๆแปลกๆ เยอะมาก เพราะบุกเบิกจับตลาด end user ก่อน ในขณะที่ Avid ขณะนั้นผูกอยู่กับ pro/power user

ส่วนฝั่ง windows เน้นด้าน 3D มากกว่า ความจำเป็นด้าน video codec เลยน้อยกว่า เพราะงาน 3D จะเน้น render กันเป็น image sequence แทน

By: K_AViar
Windows PhoneUbuntuWindowsIn Love
on 22 April 2016 - 22:08 #905683 Reply to:905663

ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับ Avid สักเท่าไหร่ ว่าเป็นเจ้าตลาดมาขนาดไหน ขอบคุณที่ช่วยให้ความกระจ่างครับ

By: Lenkzler
iPhoneRed HatWindows
on 22 April 2016 - 23:21 #905701 Reply to:905683

สมัยก่อนจะตัดต่อหนังทีนึงประดุจดั่งจะสร้างเขื่อน ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ จะทำกันได้ง่ายๆ เช่นทุกวันนี้ ค่าใช้จ่ายมหาศาลอีก อารมณ์คล้ายๆ กับจ๊อบจะขายคอมพิวเตอร์ให้คนทั่วไปใช้ตามบ้านนั่นแหละครับ พอไปขอทุนพวกนายทุนก็ขำแกว่า คนทั่วไปที่ไหนจะเอาคอมไปใช้ตามบ้านวะ

By: KuLiKo
ContributoriPhoneWindows PhoneAndroid
on 25 April 2016 - 19:30 #906288 Reply to:905701

อ่านคอมเม้นต์นี้แล้วคิดถึงจ็อบส์เลย

ถึงตอนแกอยู่จะเกลียดแกมากก็เถอะ

By: Lenkzler
iPhoneRed HatWindows
on 23 April 2016 - 13:33 #905793 Reply to:905732

ฝั่ง windows ถ้าจะทำจริงๆ ก็ทำได้ครับ(ฝากความหวังไว้ที่ adobe) เพราะฝั่ง linux ก็มี prores มาพักนึงละ แต่เป็น software ระดับ hi-end ที่ผูกกับระบบใหญ่มากๆ(autodesk flame) ซึ่ง pipeline ยอดนิยมเท่าที่ผมเจอมาในงาน post-production คือ

  1. Edit (avid, final cut pro - mac) >
  2. Colour Grading (resolve, base light - mac/linux) >
  3. 3D/VFX (maya, nuke, afx - win/mac) >
  4. Finishing (autodesk flame - linux) >
  5. Release to TV, Film

หากใครสงสัยว่าทำไม Apple ProRes จึงสำคัญมาก นั่นก็เพราะว่าสถานีโทรทัศน์ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศจะ request Apple ProRes Codec สำหรับงานโฆษณา ละคร ที่จะนำไปออกอากาศ เช่น ช่อง 3, 7 เป็นต้นครับ

By: nrml
ContributorIn Love
on 23 April 2016 - 14:15 #905796 Reply to:905793
nrml's picture

Color grading DaVinci ไม่ติดโผเลยเหรอครับ

By: Lenkzler
iPhoneRed HatWindows
on 23 April 2016 - 14:24 #905798 Reply to:905796

resolve = davinci resolve ครับ ผมชอบเรียกย่อๆ ตามคนอื่นๆ

By: nrml
ContributorIn Love
on 23 April 2016 - 17:38 #905834 Reply to:905798
nrml's picture

อ่อผมก็ลืมไปเลยว่านั่นคือชื่อต่อท้าย 555

By: nottoscale
Windows Phone
on 23 April 2016 - 03:29 #905738 Reply to:905663

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ เคยได้ยินว่าสมัยก่อนมี Windows NT โปรแกรมบนฝั่ง Windows กับ Mac แยกกันชัดเจนคือฝั่ง Windows จะไม่ค่อยมีเกี่ยวกับกราฟิกเลย