ผมเรียน IT อยู่ปี3ครับ และต้องทำ Project จบ
ตอนแรกผมคิด Project ไว้บน Android
แต่อาจารย์ที่ปรึกษาอยากให้ผมทำบน iOS มากกว่า
ผมเพิ่งซื้อ Thinkpad มาและมี Galaxy S อยู่แล้ว
หากจะย้ายไป ทำบน iOs ผมต้องซื้อ MAC ใหม่
และ iphone คงจะต้องยืมของมหาลัยไปก่อน
เรื่องซื้อเครื่องใหม่ พ่อ บอกแล้วแล้วแต่ผมเลือก
หากต้องซื้อก็จะซื้อให้อีกเครื่อง
พี่ๆ เพื่อนๆ คิดว่า ณ ตอนนี้ ควรทำบน OS ไหนดีครับ
ผมตัดสินใจลำบากมาก
ขอบพระคุณอย่างสูงล่วงหน้าครับ ที่สละเวลาช่วยให้คำปรึกษา

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

อาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยของผมเคยพูดทำนองว่า

ข้อเสนออะไรที่อาจารย์หลายๆคนให้มา เค้าก็ให้จากมุมมองของเขา เราในฐานะคนที่ต้องทำต่างหากที่จะต้องตัดสินใจว่า จะรับหรือไม่รับข้อเสนอของอาจารย์ ซึ่งเราอาจจะมีเหตุผลรองรับที่ดีหรือไม่มีสาระก็ได้ มันเป็นสิทธิ์ของเรา

อาจารย์มีเหตุผลอะไรเหรอครับถึงจะให้ทำใน iOS หรือที่ม.เค้าได้รับทุนสนับสนุนจาก Apple ?

เพราะปีที่แล้วรุ่นพี่ผม
ทำบน ios แล้วทำProject ที่ยากเหมือนผม
ตอนนี้ได้ทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งและเงินเดือนดี
ทางบริษัท เลยอยากได้เด็กแบบนี้อีก
อาจารย์เลยอยากให้ผมทำ และปีนี้ไม่มีเด็กทำบน ios เลย
(เหตุผลด้านบนไม่รู้อาจารย์โม้ไหมนะครับ)

และอาจารย์เป็นสาวกด้วย แต่ผมไม่ใช่ แต่ผมก็เข้าใจครับว่า ios มันขายได้
บริษัทจึงอยากทำ ios มากกว่า android แต่กผมว่าหากผมจบและเข้าทำงาน
ประมาณ 1-2ปี ตอนนั้น Android ก็น่าจะทำเงินได้เหมือนกัน
เลยคิดหนักเลยว่าจะทำบนอันไหนดี

เป็นผมเลือก Android เพราะมองว่าอนาคตมันไปได้ไกลกว่า โปรแกรมเจ๋งๆมีน้อยกว่า IOS ทำให้คู่แข่งมีน้อยกว่า ใครจะรู้โปรแกรมคุณอาจขายดิบขายดีในอนาคต

เรื่องแนวโน้มตลาดแรงงานระหว่าง iOS กับ Android ก็น่าสนใจ เพราะยังไงเมืองไทยก็ยังรู้จัก iOS มากกว่า แถมผู้ใช้ iOS ยังเสียเงินได้ง่ายกว่า Android อีก ซึ่งแนวโน้มฝั่งผู้ใช้เริ่มเอนไปทาง Android แล้วก็จริง แต่ฝั่งผู้พัฒนา ยังไง iOS ก็ทำเงินดีกว่า และผมคิดว่ากระแสมันยังไม่เปลี่ยนง่ายๆในปี2ปี นอกจาก Android จะเปิด Market ในเมืองไทย และให้หักเงินจากผู้ให้บริการมือถือได้โดยตรง

ส่วนเรื่องที่อาจารย์เป็นสาวกนั้น ถ้าคุณยังยืนยันจะทำ Android ต่อ แนะนำให้เปลี่ยนอ.ที่ปรึกษา ไม่งั้นจะลำบากตอนที่ต้องอธิบายงานกับอาจารย์ ซึ่งถ้าเขาเปิดใจลองศึกษาดูพร้อมๆกับคุณด้วยก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นอาจารย์ที่ไม่ค่อยตื่นตัวในการหาความรู้ใหม่ๆก็จะลำบากต่องานของคุณ

แต่ถ้า Project ของคุณไม่ใช่แค่การเขียน App แต่นำ Android ไปประยุกต์ใช้แบบอื่น อาจจะดูสวยในสายงานแบบวิจัยและพัฒนาก็ได้

ทำอันไหนก็ได้ หากคุณมี skill แล้วมันไม่ยากที่จะ port ไปอีกอย่างหรอก แต่หากคุณจะจริงจังว่าจบแล้วจะทำงานหาเงินเลย ส่วนตัวผมคิดว่า iPhone ไปได้ดีกว่า แต่จริงๆ แล้วนะงานพวกนี้ยังน้อยกว่า programing ด้านอื่นๆ อยู่ดี ผมคิดว่า project บางทีก็ไม่ได้เบิกทางอะไรหรอก มันแล้วแต่จังหวะและโอกาส เอาแค่จบหางานหาประสบการณ์ โลกยังกว้างไกลนัก

โดยส่วนตัวแล้วผมมองแค่ตัวโปรเจคนะครับ ในแง่ของ skill เพื่อการทำงานแล้วผมเชื่อว่ามันสามารถไปพัฒนานอกโปรเจคจบได้ (รับจ๊อบสักจ๊อบก็เชี่ยวกว่าทำโปรเจคจบแล้ว)

ถ้าเป็นผม จะเลือกอะไร ควรตอบคำถามเหล่านี้ได้

  • ในแง่เทคนิค เป้าหมายสุดท้ายต้องการทำอะไร แพลตฟอร์มมีผลต่อความสำเร็จสุดท้ายหรือไม่
  • ในแง่การตลาด ตลาดของ Android กับ iPhone ต่างกันอย่างไร Application ที่เราพัฒนามีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มไหน "ถ้า" เลือกได้แพลตฟอร์มเดียวจะเลือกอะไร ทำไมถึงเลือกอย่างนั้น

อย่างไรก็ดี การเลือกตาม "งาน" ที่คุณกำลังจะจบออกไปทำเป็นคำแนะนำที่ดีนะครับ ถ้าคุณไม่เคยรับจ๊อบหรือทำงานใหญ่พอสมควรมาก่อน ทั้งหมดที่นายจ้างดูได้คือโปรเจคจบ ชั่วโมงนี้ รวมไปถึงอีกหนึ่งปีข้างหน้า งานและเงินในฝั่งซอฟต์แวร์ยังคงอยู่ฝั่ง iPhone มากกกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

แต่ถ้าติดเรื่องเงินทุน ควรพูดคุยกับอาจารย์ดูครับ ผมว่าการลงทุน 4-50,000 บาทเพื่อโปรเจคจบอย่างเดียวดูจะหนักเกินไปสักหน่อย

เรื่องเงินทุนนั้น พ่อผมไม่ได้ว่าอะไรครับก็พยายามซื้อให้
แต่อาจารย์บอกว่าหากเราคิดจะศึกษาใหม่เหมือนกันแล้ว
(คือ Android ก็ต้องศึกษาใหม่ iOs ก็ต้องศึกษาใหม่)
ก็ศึกษา iOS ไปเลยดีกว่า

อืมและหากในอานาคตต้องทำงานจริงๆ
ผมก็ว่า iOS ยังมาแรง
สงสัยงานนี้ก็คงต้องย้ายไปทำ iOS ใช่ไหมครับ

ผมมองว่า ถ้ายังต้องขอเงินพ่อเพื่อทำโปรเจคจบ ... ไปทาง Android น่าจะดีกว่าครับ ประหยัดไปหลายเลย

ส่วนเทรนด์ตอนนี้กำลังเริ่มเอียงมาทาง Android ครับ ดูจากอัตราการขยายของตลาดในช่วงที่ผ่านมานะ

คคหสต. ผมนะครับ ซื้อ Mac ก็ดีครับ พัฒนาได้ทั้ง iOS และ Android ผมคิดว่าโปรเจคสำคัญที่แนวคิดนะ ส่วนเรื่องการเขียนโค๊ด เราครอสแพลทฟอร์มได้ไม่ยากอยู่แล้วครับ สรุปคือในความคิดผมไหนๆก็ไหนๆแล้วถ้าคุณไม่ได้ใช้การ Access เข้าที่ low-level เยอะก็เขียน app บน iOS แหละครับ โดยทั่วไปผมพัฒนา App สำหรับควบคุมตัวอุปกรณ์ภายนอกมากกว่าเลยไม่สนใจว่าเขียนแล้วจะขายบน appstore หรือ android market สักเท่าไหร่เพราะผมพัฒนาใช้งานกับระบบของผมเอง ส่วนเรื่องเครื่องแมค ผมใช้วิธีแก้ปัญหาโดยไปซื้อแมคมินิแล้วใส่แรมเยอะๆเอาครับสัก 8GB มันก็ใช้งานได้เหมือนกันไม่ค่อยอืดอ่ะครับ สุดท้ายถ้าคุณเขียนโปรแกรมบน iOS เก่งๆคุณไปเป็นมือปืนรับจ้างทำงานไม่ดีกว่าเหรอ - -

ป.ล. ผมซื้อแมคตอนทำงานแล้วน่ะครับ ตอนเรียนก็ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของ apple เลย ที่ซื้อแมคมาก็เพื่อซื้อมาทำงานบางอย่างโดยเฉพาะและมันก็สร้างรายได้ให้ผมได้พอสมควร ถ้าผมเรียนอยู่ผมจะเลือกพัฒนาบน Android ครับ

-*- ผมเคยลง Hackintosh ของ iAKToS มันก็ใช้ได้โอเคนะแต่บางอย่างมันก็ใช้ไม่ได้น่ะครับ แต่ตอนที่ใช้ Hackintosh ผมไม่เคยลง Xcode ลองเขียน Objective-C ลง iOS เลย ทำให้ไม่รู้ว่ามันจะใช้งานได้ดีแค่ไหนนะครับ

ผมว่ามันน่าปวดหัวนะ ทางนี้ ทำอะไรพลาดนิดนึงปุ๊บ KP แล้ว ทีนี้ล่ะหาทางซ่อมกันมันเลย

นึกสภาพตอนที่ KP ขณะที่กำลังปั่นงานตอนใกล้ ๆ ปิดโปรเจคนะครับ มันจะสนุกมาก - -

ผมว่าเก็บไว้ทดลองเขียนอะไรเล่น ๆ ดีกว่าครับ อะไรที่มันค่อนข้างสำคัญอย่างโปรเจคจบเนี่ยผมว่าอย่าเสี่ยงเล้ย

ผมเห็นด้วยกับทางนี้ครับ ว่าจะลองดูอยู่เหมือนกัน
ไว้ถ้าทำงานทางนี้แล้วรุ่งค่อยซื้อเก็บตังซื้อเองก็ได้ครับ

มีอุปกรณ์แค่ใหนก็ทำแค่นั้นครับเอาสะดวกเรา

แน่นอนว่าตอนนี้ประเทศไทยต้องการบุคลากรของ iOS มากกว่า Android เมืองนอกก็ด้วยครับ อาจาร์ยเขาจึงแนะนำคุณให้เขียน iOS ดีกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ตอนนี้ข้อมูลหรือคอมมูนิตี้สำหรับสองตัวนี้ก็เยอะแยะมาก ในอินเตอร์เน็ตไม่ต้องห่วงว่าจะทำไม่ได้หรืออะไรนะครับ

....Android ไปก่อนก็ได้ มันน่าจะง่ายกว่าเรื่องงบฯ สงสารคุณพ่อ
อีกอย่างเห็นด้วยที่ว่าโปรเจคจบมันไม่คุ้ม

แต่ผมขออยู่ฝั่ง iOS ช่วงนี้กำลังเห่อ
ปล. ผมจบ+หาเงินเองแล้วเน้อ

ก็ขอแนะนำครับ เพราะทำโปรเจคจบเหมือนกัน
เนื่องจากว่านั่งง่อยทำ biomedical โดยที่ตัวเองไม่รู้ฟ้ารู้หมอกว่ามันต้องใช้อะไรบ้าง
ลองผิด ลองถูก ซื้อนั่นนี่มาใส่

แนะนำว่าใช้เท่าที่มีครับ เพราะงบวิจัยส่วนตัวที่ใช้ไปตอนนี้ "กำลังเบ่งบาน" - -*

ผมแนะนำครับ

ให้ทำ Project การ Port Code ครับ จาก OS นึงไปยังอีก OS นึง
คุณจะได้เรียนรู้วิธีการเขียนโปรแกรมทั้งสองตัว

ตอนที่คุณไปสมัครงานบริษัทที่อาจารย์ท่านว่าไว้ เราก็ไปเสนอเลยครับ
ขยายตลาดจาก iOS ไป Android โปรแกรมเดิม แต่เพิ่มลูกค้าบน Android

หึหึ ยาวครับ

ผมสนับสนุนให้ทำบน iOS ครับ

เรื่องงบ ให้คิดแบบนี้ครับ

iPhone + Mac ลงทุนไม่เกิน 65,000 บาท

แต่ผมแนะนำอย่างนี้ครับสามารถใช้เป็น

iPad + Mac ได้ครับ งบจะประมาณ 55,000 บาท

ถ้าอยากจะประหยัดอีกหน่อยก็

iPod + Mac ก็ประมาณ 45,000 บาท

ของพอซื้อมาแล้ว ทำโปรเจคเสร็จ เราก็ยังได้ใช้นะครับ
ไม่ได้หายไปไหน

ลองคิดดูว่าเงินเท่านี้อาจจะเปลี่ยนแปลงเราทั้งชีวิตเลยก็ได้นะครับ
ถ้าเอามาทำแล้วไม่ถูกใจ เอาไปขาย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะได้ 60%
ของเงินลงทุนกลับมา ไม่ได้ขาดทุนอะไรมากมาย ก็ถือว่าลองแล้ว
ไม่ชอบ จะได้ไม่เสียเวลากับมันอีก

และถ้าจะให้มอง บางครั้งเราฟุ่มเฟือยกับสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดผลดี
กับอนาคตเรามากกว่านี้ แต่นี้เรากำลังซื้อโอกาสให้ตัวเอง ก็ควรทำนะครับ

ที่ไม่สนับสนุนให้ซื้อ เพราะไม่ใช่เงินตัวเองครับ ถ้ายังต้องขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่นี่ผมว่าควรประหยัดนะ อะไรลดได้ก็ลด ๆ ไปเถอะครับ

แต่ถ้ามีเงินเก็บระหว่างเรียนมหาลัย หรือทำงานพิเศษนี่ ลุยเลยครับ จะ Mac Pro ไปเลยก็ได้ (ซื้อมาใช้งานก็ต้องระดับนี้แหละ)

เอาไปกินเหล้า ควรประหยัด

เอาไปซื้ออนาคตควรลงทุน

มากว่านี้พ่อแม่ก็จ่ายได้ครับ รับมาแล้วควรสำนึกและใช้มันให้คุ้มค่า

ไม่ได้ จบสายคอมนะครับ เลยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาเป็นยังไง

แต่โดยส่วนตัวผมนะ เรื่อง Project จบ เขียนด้วยภาษาอะไรไม่ใช่สาระสำคัญเลยครับ มันสำคัญมากกว่าว่า Output ที่ออกมา ใช้ประโยชน์อะไรได้

เรื่อง การลงทุน 50000 - 60000 เพื่อโปรเจกต์จบ จริงๆ แล้วถ้าคุณมี Sponsor ที่จะเอาผลงานคุณไปใช้ให้เกิด Value ถือว่าน้อยมาก แต่ถ้าไม่มี ก็ไม่รู้จะทำไปทำไมเหมือนกัน

โดยส่วนตัวพบว่า กระแส เรื่อง platform นั้น เป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ต่อให้คุณทำเงินได้มันก็แค่ฉาบฉวย สุดท้ายคุณก็ต้องหา
Platform ใหม่เรื่อยๆ อยู่ดี

+1 ผมเห็นด้วยนะ

ถ้าเหตุผลที่คุณจะซื้อ MAC มาพัฒนา iOS เพราะจะไปทำงานบริษัทเดียวกับรุ่นพี่คุณ ผมว่ามันยังไงอยู่นะ

สมมติว่าคุณไม่ได้ทำหละ? ผมไม่ได้แช่งนะ แต่ผมอยากให้คุณคิดอะไรกว้าง ๆ คิดเผื่อบ้าง

iOS ก็คือ platform นึง ในหลาย ๆ ตัวในตลาด คุณสามารถหากินด้วย platform อื่นได้ อย่าไปยึดติดกับมัน
พิจารณาความชอบ ดูความถนัด ดูทักษะคุณดีกว่า ว่าถนัดด้านไหน อยากทำอะไร จะได้มีความสุขในการทำด้วย

ปล. มองในแง่การตลาด 1-2 ปีนี้ iOS สามารถหากินได้สบายนะ ถ้าคิดว่ามันเวิร์ค และมีทุนพอ ลงทุนไปก้ไม่เสียหายอะไร ลองบวกลบคูณหารดู

ถ้าผมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
ผมจะเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อนึงว่า
โปรแกรมต้องอยู่ใน App Store หรือ App Market
และต้องมียอดดาวน์โหลดไปใช้งานไม่ต่ำกว่า 1,000
ไม่งั้น ไม่ให้จบ

โหดไปเปล่า?

ปล. ผมเชียร์ iOS นะ เพราะตอนนี้เจอแต่คนถามว่าเขียน iPad magazine เป็นมั๊ย
พวกเอเจนซี่กำลังต้องการตัวเยอะเลยอ่ะ

ส่วนตัวผมนะครับ ประเด็นเรื่องทำลง os อะไรขอไม่พูดถึง
แต่ขอพูดเรื่องที่ต้องซื้อของราคาสูง(กว่าหมื่น) มาทำโปรเจค ถ้ามีทางเลี่ยงผมขอเลี่ยงครับ เป็นเงินที่มากสำหรับผม แล้วยิ่งต้องรบกวนผู้ปกครองแล้วยิ่งเสียดายเข้าไปใหญ่

เรื่องซื้อมาทำโปรเจคนี่ ถ้าซื้อมาเพื่อโปรเจคอย่างเดียวดูจะแพงไป แต่ถ้าจบโปรเจคแล้วได้ใช้ต่อมันก็ไม่แพง ไม่ได้ทำโปรเจคเสร็จแล้วโยนทิ้งนี่นา

มันก็เหมือนยุคสมัยที่เถียงกันว่าจะ JAVA หรือ C คนเก่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทำอะไรขอให้เก่งจริงผลงานโดดเด่นก็ประสบความสำเร็จหมด

จริงๆแล้วอยากแนะนำทำในสิ่งที่ตัวเองชอบดีกว่าไม่ใช่ตามกระแสคนนู้นคนนั้นบอกว่าดีเพราะเค้าไม่ได้มาทำกับเราด้วย ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่ชอบทำแล้วสนุกกับมัน ผมว่าคุณประสบความสำเร็จแน่นอน

ขอบคุณทุกท่าน มากๆเลยครับผม
แล้วแนวทางในการพัฒนาละครับ
พี่ๆคิดว่าอย่างไร เขียนง่ายกว่ากันครับ
แบบ เขียนแล้วรู้สึกดี ไม่ยุ่งยาก
แล้ว UI ออกแบบบน OS อะไรง่ายก่วากันครับ
ผมพอจะรรู้แนวทางพัฒนาของ Android
แต่บน ios ยังไม่เคยรู้เลยครับ
ขอบพระคุณทุกๆความเห็นครับ
ตอนนี้กำลังตักสินใจอยู่
ได้ผลอย่างไรเด๋วจะมาบอกนะครับ ^^

จากประสบการณ์ของนักศึกษาปี 4 ที่กำลังจะจบในปีนี้

หากน้องมี Idea หรือ scope ที่น้องสนใจจริงๆ โดยน้องต้องลองหาข้อมูลคร่าวๆ
แล้วก็เลือกทำในสิ่งที่น้องอยากทำเลยครับ อย่ายึดติดกับอาจารย์มาก ที่เขาพูดอยากให้คิดซะว่าเป็น guideline ไม่ใช่คำสั่งครับ เพราะน้องเป็นคนทำ น้องต้องทำในสิ่งที่สนใจหรือสิ่งที่น้องอยากรู้เป็นพิเศษ
แล้ว Project จบของน้องชิ้นนั้นก็จะเป็นประโยชน์แก่ตัวน้องเอง อย่างแท้จริงครับ

ปัญหาคือเมืองไทย โปรเจกต์ โดยเฉพาะทางป ตรี นี่แบ่งชัดเจนครับ ว่าจะได้ใช้ต่อเรอะเปล่า

ถ้าได้ใช้ต่อ นี่ส่วนใหญ่คือคุณมีสปอนเซอร์แต่แรกแล้ว พวกนี้ ถ้าสปอนเซอร์รับได้ก็ลุยเลยครับ

ถ้า เขียนมาตรงๆ ดุ่ยๆ ไม่มี requirement มา ส่วนใหญ่ จบงานก็ลงถังกันไปครับ เพราะเมืองไทย ชอบซื้อมากกว่าชอบพัฒนา และบางทีก็ไม่ให้ความเชื่อมั่นกับเด็กป ตรีเท่าไหร่

สุดท้ายประโยชน์ของโปรเจกต์ จะอยู่ที่การนำไป เป็นผลงานตอนสมัครงานแค่นั้น

สุดท้าย สินค้าที่ขายได้ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าที่ดีที่สุด แต่เป็นสินค้าที่วางอยู่ในตลาดที่เหมาะสมที่สุดครับ ที่เหลือคุณจะวางตัวเองในตลาดไหน (iOS หรือ Android) มันก็มีทางทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับกลยุทธของตัวคุณเอง

ดีใจด้วยครับ

เป็นผม ผมจะแนะนำให้รู้จัก Defend Idea ของคุณ มากกว่า ทำตามอาจารย์
คุณมันใจ คุณ คิด คุณลงมือทำ

โปรเจ็คจบมันเป็นโอกาศไม่กี่ครั้งนะครับที่จะให้เราได้นำเสนอ ไอเดียสุดๆของตัวเอง โดยไม่ต้องคิดถึงรายได้กับเวลา

แพลตฟอร์มไหนไม่เคยสำคัญเลย แล้วทำไมไม่มีใครสนใจ Windows Phone 7 มั่งละเนี่ย งงจริงๆ

ประเด็นสำคัญของผมคือ
ถ้าต้องลงทุน ก็ควร
แต่ถามว่าทำไมพ่อต้องจ่าย
เด็กสมัยนี้ไม่เห็นมีใครจะลงทุนแรงและความรู้ตัวเองเพื่อให้ได้เงินมาบ้างหรือ

ก็เพราะพ่อพอใจที่จะจ่ายเพื่อการศึกษาของลูกครับ
และผมก็ไม่ใช่พวกพลาญเงินพ่อแม่โดยใช่เหตุครับ
ไม่งั้นผมไม่มานั่งกลุ้มหรอกครับว่าจะซื้อMAC ใหม่ดีหรือไม่

กระผมเป็น ios programmer กระจอกๆ และยังใช้ macbook ของ บ. อยู่

จะเขียนอะไรก็ได้ครับถ้าพอใจ มีแอนดรอยใช้ก็เขียนแอนดรอยเลยไม่เปลืองตัง โปรเจ็คจบมันวัดทุกอย่างไม่ได้ แอฟง่ายแต่ขายได้หลายตังยังมี

สุดท้ายมันมาตัดสินตรงที่ ไอเดีย นี่แหละ