Tags:
Node Thumbnail

ฟิลิปปินส์เสนอร่างกฎหมาย เรียกเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ครอบคลุม กูเกิล, YouTube, Alphabet, Netflix, Facebook, Spotify เพื่อหาเม็ดเงินมาช่วยกอบกู้เศรษฐกิจที่หดตัวเพราะโรคระบาด คาดว่าตัวกฎหมายจะช่วยเพิ่มรายได้เข้าประเทศราว 571 ล้านดอลลาร์

“เราใช้ทรัพยากรไปกับการต่อสู้กับ COVID-19 และเราต้องการมากขึ้นในการต่อสู้และฟื้นฟูต่อไป” Joey Salced สมาชิกสภาคองเกรสผู้เสนอร่างกฎหมายกล่าว และยังบอกด้วยว่า เงินทุนจากภาษีใหม่จะถูกนำไปใช้สำหรับโปรแกรมดิจิทัลเช่น โครงการบรอดแบนด์แห่งชาติและการเรียนรู้ดิจิทัลเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการศึกษาที่เกิดจากการปิดโรงเรียน

ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียก็เคาะมาตรการเก็บภาษีบริษัทอินเทอร์เน็ต เช่น Netflix, Spotify 10% มีผล ก.ค. นี้

No Description
ภาพจาก Shutterstock

ที่มา - Reuters

Get latest news from Blognone

Comments

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 28 May 2020 - 09:00 #1160375
panurat2000's picture

ครอบคลุม กูเกิล, YouTube, Alphabet, Netflix, Facebook, Spotify, Netflix

Netflix, Netflix ?

By: Hadakung
iPhoneWindows PhoneAndroidWindows
on 28 May 2020 - 13:18 #1160429

ภาษีจัดเป็นต้นทุนทางธุรกิจ ดังนั้นถ้าบริษัทจะได้กำไรก็ต้องหาจะผู้บริโภคให้มากขึ้น สุดท้ายก็เหมือน VAT7% ที่ประชาชนจ่ายเองบริษัทไม่ออกแต่อย่างใด ดังนั้นชุดความคิดที่ว่าเราต้องเก็บภาษีเพราะต่างบริษัทชาติมาค้ากำไรจากเราไปเลยต้องมีภาษีจึงไม่ถูกต้อง เพราะความจริงแล้ว รัฐแค่เห็นเป็นช่องทางที่จะได้เงินภาษีจำนวนมากจากการใช้บริการคนในประเทศเลยหาทางการเก็บเกี่ยวภาษีให้ครอบคลุมก็เท่านั้น

By: hail_to_the_thief
iPhone
on 29 May 2020 - 00:13 #1160543 Reply to:1160429

ถ้ายังเรียนไม่จบ หรือ พอจะหาเรียนออนไลน์ได้ แนะนำให้ลงเรียน macroeconomics นะครับ
จะช่วยแก้ไขความเข้าใจผิดได้

By: Mypandacm on 29 May 2020 - 10:08 #1160573 Reply to:1160429
Mypandacm's picture

แนะนำอ่านเกี่ยวกับภาษีก่อน ตาม คห บนอีก 1 เสียงครับ
ตัวอย่างง่ายๆ ชัดเจนก็คือส่วนนึงการเก็บภาษีบริษัทต่างชาติในอัตราสูงกว่าปกติ ก็เพราะช่วยสินค้าของคนในชาตินี่แหละ ที่เค้าเรียกว่ากำแพงภาษี เพื่อกีดกันผู้ค้าชาติอื่นที่เข้ามาในประเทศ (ภาษีที่เพิ่มขึ้นนี้สุดท้ายก็พลักภาระมาที่ผู้บริโภคก็จริง แต่คนก็ซื้อน้อยลงเพราะมันแพง และหันไปใช้สินค้าในประเทศมากขึ้น)

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 29 May 2020 - 10:52 #1160576 Reply to:1160573
McKay's picture

อันนี้เค้าจะให้ผู้ให้บริการช่วยเก็บ VAT(ภาษีอุปโภคบริโภคของประชาชน)ให้นะครับ ไม่ใช่ภาษีอากรระหว่างประเทศ ไม่ใช่ภาษีธุรกิจ/นิติบุคคล

The bill looks to raise 29 billion pesos ($571 million) by imposing a value added tax on digital services provided in the Philippines, a key growth area for e-commerce transactions as its people are among the world’s heaviest users of social media.


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 29 May 2020 - 10:24 #1160579 Reply to:1160429
McKay's picture

ใจเย็นครับ ภาษีที่เค้าจะเก็บคือ VAT นั่นแหละครับ

อันนี้ไม่เกี่ยวกับเมนต์คุณ Hadakung แต่จะมาอธิบายเรื่องนี้เผื่อคนไม่เข้าใจครับ VAT คือภาษีอุปโภคบริโภคที่ตั้งใจเก็บจากประชาชนครับไม่ใช่บริษัท

กรณีรายได้โฆษณา(Google,Facebook ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นรายได้ทางเดียว,ไม่รวมจ่ายให้ Creators หน่ะนะ) ถ้าทุกหน่วยในสายโซ่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม(ขอใช้ชื่อย่อว่า VAT-company) ปกติ

consumer -> VAT-company1 -> VAT-company2 -> VAT-company3 -> Google/Facebook

กรณีนี้จะไม่เกิดการเพิ่มลดอะไรกับ VAT ที่รัฐควรจะเก็บได้ครับ เพราะ VAT-company3 ได้เรียกเก็บ VAT ส่วนเกินทั้งหมดไว้แล้ว อย่างไรก็ตามในก็มีอีกกรณีในแบบรายได้โฆษณา(Google/Facebook)อยู่ คือ

consumer -> non-VAT-company|individual -> Google/Facebook

ในกรณีที่ company|individual ไม่ยอมไปจ่าย VAT เอง การบังคับให้ Google/Facebook เก็บให้ รัฐจะเก็บ VAT ได้เพิ่มขึ้นครับ

ส่วนในกรณี Netflix ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสองทางคือ 1. Netflix เป็นคนจ่ายภาษี

Netflix -> content|advertising VAT-company

และ 2. ลูกค้าซื้อบริการ Netflix

consumer -> Netflix

ซึ่งผมคิด(ไปเอง)ว่ากำไรขั้นต้นของ Netflix ในหลายๆประเทศยังติดลบอยู่ ดังนั้นการเปลี่ยนให้ Netflix เป็น VAT-company จะทำให้ VATขาย ของ Netflix น้อยกว่า VATซื้อ ดังนั้นรัฐอาจจะต้องจ่าย VAT คืน Netflix ครับ

ปล. เรากำลังพูดถึง VAT กันนะครับ ซึ่ง VAT นี่ภาครัฐของประเทศใดๆมีสิทธิเก็บเต็มที่ ไม่ใช่ Corporate Tax ที่การเก็บระหว่างประเทศจะมีอนุสัญญาภาษีซ้อนมาเกี่ยวข้อง


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.