Tags:
Topics: 
Node Thumbnail

มาร์ก ซักคอเบิร์ก โดนองค์กรการกุศล และการศึกษา 129 แห่งทั่วโลก ลงนามกดดันให้ Facebook หยุดการทำแชทเข้ารหัสในทุกแพลตฟอร์มในเครืออย่างที่ Facebook เคยประกาศไว้ (ทั้ง Facebook, WhatsApp และ Instagram) เพราะจะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ร้ายที่หวังหาประโยชน์และล่วงละเมิดเด็ก

ในจดหมายมีระบุว่า การเข้ารหัสจะทำให้การล่อลวงเด็กผ่านแชทเพิ่มขึ้น ผู้ร้ายอาจแฝงตัวเป็นเด็กอีกคนมาคุย และหลอกให้ไปใช้แชทแพลตฟอร์มอื่นที่ผู้ร้ายจะติดต่อเด็กได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ Facebook แชร์ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัฐและองค์กรคุ้มครองเด็ก เพื่อที่จะได้ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบได้

ด้าน David Miles หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของ Facebook ในยุโรป, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา บอกว่า การเข้ารหัสช่วยยืนยันความปลอดภัยจากแฮกเกอร์ และอาชญากรทั้งหลาย โปรเจกต์เข้ารหัสเป็นโปรเจกต์ระยะยาว การปกป้องเด็กก็เป็นประเด็นสำคัญของบริษัทด้วยเช่นกัน และให้สัญญาว่าจะสร้างมาตรการที่ปลอดภัย

No Description

ที่มา - Financial Times

Get latest news from Blognone

Comments

By: -Rookies-
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 6 February 2020 - 14:54 #1146655

เจอแบบนี้ก็แอบสงสารนะ ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ


เทคโนโลยีไม่ผิด คนใช้มันในทางที่ผิดนั่นแหละที่ผิด!?!

By: PriteHome
ContributorAndroidWindows
on 6 February 2020 - 19:57 #1146732 Reply to:1146655
PriteHome's picture

+1024

By: 0FFiiz
Windows PhoneAndroidWindows
on 6 February 2020 - 15:08 #1146662
0FFiiz's picture

ความเป็นส่วนตัว กับการคุกคามทาง Social มักจะไปด้วยกันซะด้วยสิ
ยิ่งตรวจหาตัวจริงได้ยากแค่ไหน ความรุนแรงก็จะยิ่งมากขึ้น

จะไปทางไหนดีล่ะ
เทคโนโลยีไม่ผิด แต่ผิดที่คนใช้

By: fullstepmixsong on 6 February 2020 - 15:42 #1146667

เค้ามีแต่ส่งเสริมให้เข้ารหัสการส่งข้อมูล เพื่อความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว อันนี้มีการมากดดันให้ไม่เข้ารหัส โว้ งงจัง

อีกอย่าง การละเมิดเด็กมีอยู่จริง แต่ Social Media Application เป็นแค่ ช่องทาง เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น
ต่อให้เด็กย้ายไปใช้ platform อื่น คนละเมิดก็ตามไปละเมิดตาม platform นั้น
มันก็ไม่กลายเป็นว่า ไปขอ platform นั้นให้ยกเลิกการเข้ารหัสอีกรึ ? เอ๊อ

ตัวเด็กเอง ก็ต้องถูกเติมความรู้ จากบุคลากรที่เหมาะสม อันนี้ต่างหากน่าจะสำคัญที่สุด เพราะเราไม่ได้ไปเฝ้าดูเด็กได้ตลอดเวลา
หรือถ้าเด็กเล็กมาก ก็ควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง (และที่ดี ควรเป็นผู้ปกครองที่มีวุฒิภาวะที่ดีด้วย)
แปลกจริงๆ จะโทษแต่เทคโนโลยีอย่างเดียวเลยทั้งๆที่ปัญหาเกิดจากคนแท้ๆ

By: Sephanov
iPhoneUbuntu
on 6 February 2020 - 15:52 #1146672
Sephanov's picture

อีกหน่อยคงมี อายุ 18 ใช้แชทเข้ารหัสได้

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 6 February 2020 - 16:21 #1146682 Reply to:1146672
hisoft's picture

+1 ตอนนี้ Facebook ก็แยกของเด็กอยู่นี่นา

By: IDCET
Contributor
on 6 February 2020 - 16:16 #1146680

ผมว่าเป็นการกดดันที่ผิดจุดเอามากๆ และผมสนับสนุนการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความเป็นส่วนตัวด้วย ส่วนเรื่องละเมิดทางเพศกับเด็กเนี่ย ควรจะจัดการตั้งแต่ต้นลม โครงข่าย หรือผู้บงการด้วยซ้ำไป

แล้วเรื่องการต่อต้านไม่เข้ารหัสเนี่ย ผมเสียมันมากกว่าที่คุณคิดนะ อย่าเอาแต่จะได้อยู่ข้างเดียวสิ

By: makeithard
iPhoneAndroid
on 6 February 2020 - 16:21 #1146681

แย้งเขาแล้วก็ช่วยเสนอแนวทางให้เขาด้วยสิ ว่าจะเพิ่มความปลอดภัยในการส่งข้อมูลยังไงหากไม่เข้ารหัส

By: impascetic
Android
on 6 February 2020 - 16:29 #1146688

นึกไม่ออกว่าไม่เข้ารหัสแล้วจะลดการละเมิดเด็กได้ยังไง ถ้าผู้ปกครองไม่สามารถดูแลเด็กได้ ถึงไม่มีแชตพวกนี้เด็กก็มีโอกาสถูกล่อลวงจากวิธีอื่นอยู่ดี

By: PriteHome
ContributorAndroidWindows
on 6 February 2020 - 19:59 #1146735 Reply to:1146688
PriteHome's picture

+1024

By: Onewings
Windows
on 6 February 2020 - 19:21 #1146721

Privacy vs Security V2. ปล.ยังไงผมก็คิดว่าไม่มี Privacy มันจะไปมี Security ได้ยังไง?

By: jokerxsi on 6 February 2020 - 19:49 #1146729

ผู้ไม่หวังดีสื่อสารด้วยการเข้ารหัสเสมอ
ถ้าให้ FB ไม่เข้ารหัสนี่เปลี่ยนคนทั้งประเทศเป็นเหยื่อทันที

By: PriteHome
ContributorAndroidWindows
on 6 February 2020 - 19:59 #1146736 Reply to:1146729
PriteHome's picture

+1024

By: Hoo
AndroidWindows
on 7 February 2020 - 00:31 #1146768

น่าจะออกแนวให้เด็กใช้ key เดียวกับผู้ปกครอง จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ
เพื่อให้ผู้ปกครองตรวจสอบแชทเด็กได้
และ คนอื่นที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง/hacker ก็แกะแชทอ่านไม่ได้ด้วย

ได้ทั้ง security และ privacy
ถึงจะไม่สุดซักทาง แต่น่าจะตรงจุดตรงความต้องการ