Tags:
Topics: 
Node Thumbnail

MoviePass สตาร์ทอัพที่ให้บริการชมภาพยนตร์ในโรงหนัง แบบจ่ายรายเดือน ชมได้ไม่จำกัด ประกาศปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน ด้วยเหตุผลว่าผลของการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ช่วงที่ผ่านมา MoviePass ประสบปัญหาการเงิน และพยายามปรับรูปแบบแพ็คเกจเพื่อลดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่รูปแบบ 9.95 ดอลลาร์ต่อเดือน แต่ชมภาพยนตร์ได้วันละ 1 เรื่อง ไปจนถึงโมเดลจ่ายเหมา แต่ชมภาพยนตร์ได้ 4 เรื่องต่อเดือนเป็นต้น ซึ่งก็ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น จำนวนสมาชิกลดลงจากกว่า 3 ล้านคน มาอยู่ที่ 2.2 แสนคน ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

Helios and Matheson Analytics บริษัทแม่ของ MoviePass กล่าวว่าจากนี้จะเป็นการจัดการสินทรัพย์ของ MoviePass ซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งได้หรือไม่

ที่มา: CNBC

MoviePass

Get latest news from Blognone

Comments

By: whitebigbird
Contributor
on 14 September 2019 - 09:33 #1128262
whitebigbird's picture

แต่ชมภาพยนตร์ได้วันละ 1 เรื่อย

เรื่อง

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 15 September 2019 - 13:24 #1128406 Reply to:1128262
panurat2000's picture

แต่ชมภาพยนตร์ได้ 4 เรื่องเดือนเป็นต้น

เรื่องเดือน ?

By: lockinlive05 on 14 September 2019 - 09:40 #1128263

แนวคิดดี แต่อุดมคติไปหน่อย
การเข้าฉายในโรงภาพยนตร์คือรายได้หลักก้อนแรกของการทำภาพยนตร์
ส่วนการออก streaming คือรายได้กินระยะยาว
และ moviepass มารบกวนต้นสายป่านรายได้หลัก(คือการเก็บเต็มราคาไม่ใช่ราคาเหมา)จากหมัดหนักเป็นเบาขนาดนั้นผู้ผลิตคนไหนเขาจะเอาด้วย
หนึ่งบทเรียนการทำ survey ที่ทำแต่กลุ่มเป้าหมายแต่ไม่ทำในกลุ่มผู้ผลิตทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ผลิต
ถ้าเป็นคนกลางเวลา survey ต้อง survey ทั้งสองฝั่ง

By: iamfalan
iPhoneAndroidWindows
on 14 September 2019 - 15:02 #1128293 Reply to:1128263

ผมว่าปัญหาของ MoviePass ไม่ใช่เรื่องไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตหรือโรงหนังนะฮะ แต่เป็นการประเมินรายได้ผิดไปมากกว่า
เพราะปัญหาที่ทำให้ปิดตัวคือ “เงินหมด” ก่อนที่จะใช้วิธีขึ้นราคา จนคนเห็นว่าไม่คุ้ม เลยเลิกจ่ายรายเดือน
โมเดลการหาเงินคือต้องการเอาจำนวนสมาชิกไปต่อรองค่าตั๋วกับโรงหนัง เพราะมองว่าโรงหนังยังขายป๊อปคอร์น น้ำอัดลมได้ (ปกติ moviepass จ่ายให้โรงหนังราคาเต็ม)
แต่เอาเข้าจริงๆ ยังไม่ถึงตอนนั้นเงินก็หมดซะก่อน เพราะสมาชิกก็ดูเอาคุ้ม เล่นไม่จำกัดรอบเลยนี่
แถมมีดราม่าตอนแรกๆ ว่าแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้ด้วย รู้หมดว่าก่อนดูหนังทำอะไร ดูจบไปทำอะไร คงกะเอาไปขายแหละ แต่ดันความแตกซะก่อน

By: whitebigbird
Contributor
on 14 September 2019 - 16:11 #1128302 Reply to:1128293
whitebigbird's picture

ปัญหาของ MoviePass คือคนแทบไม่ดูหนังโรงแล้วครับ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆ ถ้าดูสติตั๋วโรงหนังที่ขายได้ในสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ว่ายอดขายมันทรงๆ ทรุดๆ มาเกือบ 10 ปีแล้ว อาจเป็นเพราะ Netflix หรืออะไรก็แล้วแต่

ถ้ามองว่าเทียบกับจำนวนประชากรที่เพิ่มตลอดทุกปี (growth rate ~7% - 10% ย้อนหลัง 10 ปี) แต่ยอดตั๋วกลับไม่เพิ่มขึ้นเลย

น่าจะอธิบายได้ว่าทำไมเจ๊งครับ

By: nrml
ContributorIn Love
on 14 September 2019 - 16:51 #1128310 Reply to:1128302
nrml's picture

กลับกัน ผมมองว่าถึงแม้จะบอกว่ายอดขายตั๋วทรงๆ ทรุดๆ มาเกือบ 10 ปี แต่ทำไมโรงหนังถึงยังสามารถประคองตัวเองมาได้ แสดงว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างที่ support ในเรื่องรายได้ตรงจุดนี้อยู่ ซึ่งผมว่าตัวเลขนี้ไม่น่าจะสามารถหลอกได้ เพราะอย่างที่เรายังคงได้ยินกันอยู่คือ ตัวเลขรายได้จากโรงของหนังโดยเฉพาะหนังระดับ block buster ที่ยังคงมีประกาศออกมาอยู่เรื่อยๆ

By: zerost
AndroidWindows
on 14 September 2019 - 17:30 #1128317 Reply to:1128293
zerost's picture

เห็นด้วย​ครับผมว่าโมเดลมันพอไปได้แต่คำนวณโครงสร้างรายได้​ไพรซิ่งไปด้วยกันไม่ได้ดีพอเลยจบที่ขาดสภาพคล่องจนเจ๊ง

ผมว่าเขาควรตั้งราคาตามเวลาฉายหนังกับฟอร์มหนังมาคิดราคาแยกประเภท​สมาชิกประมาณ​ว่า
1.สมาชิกพรีเมียม​ ดูหนังได้ทุกเรื่องทุกเวลาแต่ราคาแพงมาก อาจจะหลักหลายร้อยดอลต่อเดือน
2.สมาชิกปกติ ดูหนังฟอร์ม​ใหญ่​ได้แต่ต้องรอ2อาทิตย์​หลังหนังฉาย หนังฟอร์ม​กลางๆ 1อาทิตย์​ หนังอินดี้ดูได้เลย
3.สมาชิกราคาประหยัด ระยะรอนานกว่าข้างบนไปเรื่อยๆ

ถ้าทำแบบนี้น่าจะช่วยโรงหนังได้ด้วยเพราะมูลค่าที่นั่งหลังเปิดตัวหนังมันลดลงเรื่อยๆ โรงหนัง​น่าจะยินดีขายให้แอพในราคาลดลง

By: ohyooha on 16 September 2019 - 09:32 #1128467
ohyooha's picture

public gunning ก็มีส่วน