Tags:
Node Thumbnail

จากรายงานที่น่าสนใจโดย Deseret News ศาสตราจารย์ David Wiley แห่งมหาวิทยาลัยบริคแคมยัง (Brigham Young University, BYU) กล่าวว่าเมื่อนักเรียนเริ่มเรียนด้วยการฟังเลกเชอร์จากไอพ็อด ,เลกเชอร์โน้ตและสไลด์ก็มีให้ออนไลน์อยู่แล้ว และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ใช้เนื้อหากับรายละเอียดของคอร์สคล้าย ๆ กัน ว่าง่าย ๆ เนื้อหาและสิ่งที่ต้องการจะเรียนรู้อยู่บนอินเทอร์เน็ตหมดแล้ว สามารถบอกได้เลยว่า การไปเข้าห้องเรียนและเลกเชอร์ที่มหาวิทยาลัยนั้นจะต้องกลายเป็นสิ่งล้าสมัยก่อนปี 2020 แน่นอน

Wiley ยังได้กล่าวอีกว่า การศึกษาระดับอุดมศึกษานั้นมันต่างกับชีวิตประจำวันของนักเรียนโดยสิ้นเชิง มหาวิทยาลัยทุกวันนี้มันเป็นสิ่งที่ปิดกั้นและน่าเบื่อ แต่สาเหตุหลักที่เราทุกคนต้องไปเสียค่าเทอมให้กับมหาวิทยาลัยนั้นก็เพื่อไปเอาหน่วยกิตและปริญญาเท่านั้นเอง

Wiley นั้นเป็นเริ่มต้น Flat World Knowledge ซึ่งเป็นบริการที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดและสั่งพิมพ์ผลงานวิจัย (Peer-reviewed Journal) และหนังสือได้ นอกจากนี้แล้วเขายังก่อตั้งโรงเรียน Utah Open High School ที่จะเริ่มทำการเรียนการสอนเร็ว ๆ นี้อีกด้วย โดยโรงเรียนมัธยม Open High School แห่งนี้มีนักเรียนประมาณ​ 125 คน

เมื่อก่อนที่เขาสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรัฐยูท่าห์ (Utah State University) เขามีชื่อเสียงจากวงการอุดมศึกษาในสหรัฐเนื่องจากเขาได้ทำการเปิดชั้นเรียนที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าเทอมและไม่ต้องมีรหัสล็อกอินเข้าเรียน และแน่นอน เขายังได้รู้จักนักเรียนจากรอบโลกอีกด้วย เช่นกันในเทอมนี้ แม้ว่าเขาจะย้ายมาอยู่ที่ BYU แล้วก็ตาม เขายังเปิดชั้นเรียนที่มีนักเรียนที่ไม่เสียค่าเทอมจากอินโดนิเซียจนถึงบราซิลเข้าเรียนอีกด้วย

ถามว่าแล้วนักเรียนจะทำการบ้านอย่างไร? Wiley ให้นักเรียนของเขาทุกคนสร้าง Blog แล้วทำการบ้านในนั้น ทำให้ทุกคนในโลกสามารถเข้ามาอ่านการบ้านของแต่ละคนได้หมด และแน่นอน เมื่อการศึกษากลายเป็นการศึกษาเปิดและดิจิทอลแบบนี้ คนหลาย ๆ คนคงเริ่มเข้าร่วมวงด้วย ทั้งนักศึกษาและศาสตราจารย์

Wiley ยังได้ทิ้งท้ายว่า หากมหาวิทยาลัยไม่ทำการเปลี่ยนแปลงก็คงอยู่ไม่รอด

ที่มา - Deseret News ผ่านทาง Slashdot

อยากทราบว่ามหาวิทยาลัยในไทยตอนนี้ไปถึงไหนแล้วครับ เรื่องการเข้าห้องเรียนกับเลกเชอร์? (อันนี้ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นนะครับ)

Get latest news from Blognone

Comments

By: willwill
ContributorAndroid
on 22 April 2009 - 15:14 #97707
willwill's picture

เนื้อหาทั้งหมดในบล็อคนี้สงวนลิขสิทธิ์ CC-By

By: bongikairu
ContributoriPhone
on 22 April 2009 - 15:37 #97710

ลอกการบ้านต้องใส่ที่มา ไม่งั้นผิดกฏหมาย ใช่ไหม


Gear's Edge the Blog

By: toandthen
WriterMEconomics
on 22 April 2009 - 15:45 #97712 Reply to:97710
toandthen's picture

ปกติการบ้านของมหาลัยต้องเจอการแสกนและตรวจผ่าน Turnitin.com เพื่อดูว่าลอกใครมาหรือไปเอามาจากแหล่งที่มาโดยไม่มี Citation อยู่แล้วครับ


ton.is.my.name | @TonsTweetings

By: phys_pucca on 23 April 2009 - 04:00 #97857 Reply to:97712

+1
กำัลังเช็ครายงานเด็กใน turnitin.com พอดี :D

By: jirayu
ContributorWindows PhoneBlackberrySymbian
on 22 April 2009 - 15:48 #97713

จากรายงานที่น่าสนใจโดย Deseret News ศาสตราจารญ์ David Wiley

I am Mr.Whisper


By: lexurous on 22 April 2009 - 15:50 #97714
lexurous's picture

หน่วยกิจ => หน่วยกิต ครับ

By: Framekung
iPhone
on 22 April 2009 - 15:50 #97716

ศาสตราจารญ์ เขียนแบบนี้นะครับ ศาสตราจารย์

By: nuttin0011 on 22 April 2009 - 15:54 #97718

ตอนผมเรียนอยู่ ผมหารายงานใน Google แล้วแปลไทยส่งตลอดเลยคับ จบมาด้วยเกรด 2.56

By: coloragent on 22 April 2009 - 15:58 #97720 Reply to:97718

ใช้ google translate แปลด้วยหรือเปล่าครับ
ถ้าใช้ 2.56 นี่ถือว่าสูงมากๆเลย

ฮ่าๆๆ

By: isunsunsun on 22 April 2009 - 15:58 #97719

จริงด้วยแฮะ

มาเรียนเพื่อเอาใบปริญญาไปสมัครงานจริง ๆ
ถึงกระนั้น บ. ก็ไม่อยากรับ เพราะจบใหม่
(0 year experience)

:-(

By: coloragent on 22 April 2009 - 16:02 #97723 Reply to:97719

ความรู้ที่ใข้ทำงานอยู่ตอนนี้ ก็ไม่ได้มาจากในห้องเรียนเลย ทั้งๆที่งานที่ทำมันก็สาขาเดียวกันกับที่เรียน เเพราะว่าเนื้อหาที่อาจารย์เค้าสอนมันมักจะมีอยู่แค่เพียงสองประเภท ประเภทแรก ไม่ได้ใช้ ส่วนประเภทที่สอง เอาไปใช้ไม่ได้

By: Pinery
ContributoriPhoneAndroidIn Love
on 22 April 2009 - 18:10 #97763 Reply to:97723

+10

By: joecole on 22 April 2009 - 16:00 #97722

มหา'ลัย มีไว้จีบสาว

ซึ่งสิ่งนี้มิอาจมีสิ่งใดทดแทนใด

By: audy
AndroidUbuntu
on 22 April 2009 - 16:03 #97724 Reply to:97722
audy's picture

มหาลัยหลายใจ

By: iMenn
ContributorAndroid
on 22 April 2009 - 19:06 #97771 Reply to:97722
iMenn's picture

Hi5!!

By: tomyum
ContributorAndroidWindows
on 23 April 2009 - 00:50 #97838 Reply to:97722
tomyum's picture

คิดถึงชีวิตวัยรุ่น คิดถึงรั้วมหาลัย คิดถึงนักศึกษา เอ๊ย ชีวิตนักศึกษา...อะครับ สบ๊ายสบาย ชีวิตนอกจากเรียนแล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก แถมมีสาวๆให้เหล่อีก(แฮ่!) ผมว่ามหาลัยเมืองไทยทั่วไปไม่ต้องปรับตัวหรอกครับ ชีิวิตนักศึกษาตอนนี้มีแต่คนแย่งเข้าไปเีรียน (และอยากกลับเข้าไปเรียน) มันมีบรรยากาศที่ทดแทนกันไม่ได้อยู่ แต่ม.รามคำแหง ประเภทศึกษาทางไกลเงี้ย ระบบนี้คงเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงกระบวนการครับ \(@^_^@)/ M R T O M Y U M

By: BonaFide on 22 April 2009 - 16:09 #97725

ส่วนตัวผมคิดว่ามหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบเดิมน่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนะ
เพราะสิ่งที่โลกไซเบอร์ไม่อาจทดแทนได้ก็คือ การได้มีส่วนร่วมในชั้นเรียนอย่างแท้จริง ทั้งบรรยากาศ และการได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้อย่างแท้จริง และบางวิชาไม่สามารถเรียนบนอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การทดลองทางเคมี ดาราศาสตร์ ฯลฯ แต่แนวคิดห้องเรียนไซเบอร์ก็คงทดแทนห้องเรียนแบบเดิมได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง

~?Ja:aๅe ฯJกัU|S๐~

By: binla
Windows PhoneAndroidBlackberry
on 22 April 2009 - 16:24 #97731 Reply to:97725

+1
ปกติไปมหาลัยก้อไม่ค่อยจะได้ไปเรียนอยู่แล้ว
ไปทำกิจกรรม ไปเจอเพื่อนๆแล้วนัดกันไปเที่ยวต่อ ไปจีบสาว
เวลาจะสอบจริงๆ ไปอ่านเองกับไปติวกันมากกว่า

ปล. ลองเข้าเรียนมาหลายมหาลัยละ

... เธอผ่านมา และจากไป พร้อมลมหนาว ...

By: sugarplz
AndroidUbuntuWindows
on 22 April 2009 - 16:17 #97728

ถ้าฝรั่งก็คงใช่อยู่
แต่มหาลัยของไทย มันไม่ใช่แค่ที่เรียนหนังสือ

By: eigx
ContributorAndroid
on 22 April 2009 - 16:18 #97730

วิศวะคอมกับซอฟต์แวร์ที่เกษตรก็เริ่มมีบาง 3-4 วิชาที่ถ่าย vdo แล้วให้คนที่ขาดที่ดูได้ครับ
ซึ่งก็ดีครับ เพราะว่าหลายๆ คนใช้ทวนสอบกัน

E.I.G - Everyday Is Good

By: kowito2
Android
on 22 April 2009 - 16:44 #97741 Reply to:97730

ที่รามเกือบทุกวิชาสามารถดูวิดีโอบรรยาย ทั้งผ่านอิทเทอร์เน็ต ยืมจากคณะ และสามารถอ่านตำราบนเว็บได้

By: crucifier
iPhoneAndroidUbuntu
on 22 April 2009 - 16:54 #97744 Reply to:97741

ม.รามฯ นำไปหลายก้าวแล้วบนพื้นฐานแนวคิดเดียวกัน

By: banky118
iPhone
on 22 April 2009 - 17:22 #97751 Reply to:97744
banky118's picture

ของผมคณะ IT บางมด ก็มีอัด VDO ให้ดูผ่าน Streaming ทุกคลาสนะครับ เอาไว้ทวนตอนใกล้สอบได้ดีมาก

By: jirayu
ContributorWindows PhoneBlackberrySymbian
on 22 April 2009 - 17:41 #97754 Reply to:97741

ใครว่ารามกระจอก ไม่จริงอย่างยิ่ง

เข้าจุฬาได้ เก่ง จบจุฬาได้ ธรรมดา
เข้ารามได้ ธรรมดา จบรามได้ แม่มเทพ !

I am Mr.Whisper


By: pawinpawin
Writer
on 22 April 2009 - 20:10 #97780 Reply to:97754

+1 (ไม่จบง่ะ)

_________________pawinpawin

By: Nozomi
ContributorWindows PhoneAndroidSymbian
on 23 April 2009 - 15:43 #97926 Reply to:97754
Nozomi's picture

เคยไปดูประกาศผลสอบเด็กรามฯ วิชาเคมี

400 คน P 1คน ที่เหลือ F หมด ... ไม่รู้ทำได้ไง

เท่าที่เคยเอาข้อสอบเก่ารามฯมาดู กับข้อสอบใหม่

นับแบบหยาบๆ ก็เหมือนกัน 75% แล้ว ... อ่านดู 2 รอบ

ก็เหมือนทำสอบวิชา สลน. สมัยปฐมเลย ...

จำ choice ไปก็สอบได้โดยไม่ต้องอ่านโจยท์

By: BuffBear
AndroidUbuntu
on 24 April 2009 - 11:45 #98042 Reply to:97926

ข้อสอบวิชาพื้นฐานจะเป็นอย่างนั้นครับ เพราะนักศึกษาเยอะ
ให้ข้อสอบเป็นแบบเติมคำหล่ะตรวจไม่ไหวแน่

และปีนึงมีการสอบ 5 ครั้ง ใครจะออกข้อสอบใหม่ๆ 100 ข้อ ได้ทุกครั้ง

แต่ระบบของเขาจะคัดกรอกเองว่า เมื่อถึงรายวิชาที่เป็นวิชาหลักแล้ว
ส่วนมากก็จะเป็นอัตนัย ให้นักศึกษาได้คิด วิเคราะห์
ซึ่งข้อสอบลักษณะนี้ ต่อให้จำยังไง ก็ไม่สามารถทำให้สอบผ่านได้ครับ

ไม่ต้องยกตัวอย่างคนอื่น ... ผมนี่แหล่ะ
สอบวิชา CT211 (ประมาณโปรแกรมมิ่งเบื้องต้น) วิชาปี 2

ได้ F อยู่ประมาณ 10 กว่าครั้ง
ถึงจะผ่าน

อย่างเกณฑ์ในการสอบผ่าน คือ 60% นะครับ
ถ้าข้อสอบมี 3 ข้อ (อัตนัย)
คุณทำได้ 2 ข้อ ก็แทบจะไม่มีโอกาสผ่านอยู่แล้ว และสอบทีเดียว
ครั้งเดียวจบแทบไม่มีคะแนนเก็บ

ซึ่งระบบนี้ต่างกับมหาวิทยาลัยปิดอื่นๆ ที่มีทั้งคะแนนเก็บ สอบกลางภาค และเกณฑ์การสอบผ่าน (ที่จะไม่ F)
ก็น่าจะอยู่ที่ 50% หรือต่ำกว่านั้น

อันนี้ผมชี้ประเด็นเปรียบเทียบให้เห็นเฉยๆ ว่าวิธีการศึกษามันแตกต่างกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า
คุณภาพของบัณฑิตที่จบมาจะต่างกัน ที่ผมกล้าพูดก็เพราะผมเองก็เรียนทั้งที่รามฯ และเรียนที่มหาวิทยาลัยปิดของรัฐที่สอบเข้าไป

การมีผู้สอบผ่านเพียง 1 คน หรือการไม่มีผู้สอบผ่านเลย ... เป็นเรื่องปกติที่รามฯ ครับ
สอบได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็ต้องถือว่าสอบตก ... ก็ต้องยอมรับกัน ไม่ปล่อย
นักศึกษาก็ต้องไปอ่านหนังสือมาใหม่ ไปทำความเข้าใจมาใหม่ ไปทบทวน ไปศึกษาเพิ่มเติมในสิ่งที่ตนเองขาดไปเอง

ลองไปสัมผัสกับรามฯ จริงๆ ผมเชื่อว่าคุณ Nozomi จะไม่กล่าวคำดูถูกแบบนี้

กลับมาคราวนี้ ... เพื่อมาทวงความฝันคืน!!

By: exFictitiouZ
ContributorAndroid
on 23 April 2009 - 21:55 #97964 Reply to:97754

ผมมีข้อสงสัยอยู่ว่า "โดยภาพรวมแล้ว" เพราะการแข่งขันแบบแย่งเข้าจุฬากัน ทำให้มหาลัยนี้คัดเอาเด็กหัวกะทิไปหลายอยู่ แล้วด้วยธรรมชาติของเด็กที่ขยันเรียน ขยันอ่านหนังสือ จนสอบเข้าได้เนี่ย ก็น่าจะพาตัวเองจบได้แหละมั้งครับ ?


twitter.com/exfictz

By: BonaFide on 24 April 2009 - 12:53 #98066 Reply to:97754

ที่ท่านพูดมา ก็จริงบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมดครับ เพราะจากการที่ผมก็เป็นบัณฑิตจากรามทั้งตรีและโท สาขานิติศาสตร์ ข้อสอบก็ไม่ยากไม่ง่ายครับ กลางๆ ถ้าตั้งใจอ่านหนังสือจริงๆ ก็สอบผ่านได้ แต่จะได้ G (4.00)หรือไม่ ก็ต้องดูว่าท่านตอบแม่นกฎหมาย และสามารถวิเคราะห์ได้ดีเพียงใด ส่วนใหญ่คนจะได้ G ไม่มากครับ แต่ข้อสอบที่ถือว่าเทพจริงๆ ต้องข้อสอบเข้าผู้ช่วยผู้พิพากษาครับ ซึ่งยากมากถึงยากที่สุด

ปีหนึ่งๆ นิติศาสตรบัณฑิตประมาณ 5000 คน (ทุก ม.)สอบเนติได้แค่ 7-8% และจาก 7-8% นี้ไปสอบผู้ช่วยฯ ได้แค่ 1% ทั้งนี้ยังไม่รวมบัณฑิตของปีก่อนๆ ที่ยังสอบไม่ได้อีกด้วยครับ

~?Ja:aๅe ฯJกัU|S๐~

By: ABZee on 22 April 2009 - 17:57 #97758 Reply to:97730

ยังอีกไกล หลายๆวิชาก็ไม่เห็นจะเอาแนวคิดนี้ไปใช้เลย ต้องไปยิมที่อัดเสียงของเพื่อนมาใช้อยู่ดี

LongSpine.com

By: dafty
AndroidWindowsIn Love
on 22 April 2009 - 16:30 #97732

มหาวิทยาลัยเมืองไทยกะเมืองนอกต่างกันเป็น 100 ปี

By: macxide
iPhoneAndroid
on 22 April 2009 - 16:42 #97740 Reply to:97732

นอกจากนั้นก็อยู่ที่คน.... ว่าอยากเรียนแบบไหน

By: fujitarc on 22 April 2009 - 16:34 #97735

ไปมหาลัยเพื่อพัฒนา EQ,AQ และเอา Connection ต่างหากครับคือจุดสำคัญของจริง
;)

By: emptyzpace on 22 April 2009 - 16:36 #97736

งั้นแสดงว่าระบบโซตัสก็จะหายไปซินะ

By: crucifier
iPhoneAndroidUbuntu
on 22 April 2009 - 16:54 #97745 Reply to:97736

รุ่นน้องต้องคอยเม้นรุ่นพี่วันละอย่างน้อยหนึ่งครั้งในเทอมแรก!!!

By: Pinery
ContributoriPhoneAndroidIn Love
on 22 April 2009 - 18:12 #97764 Reply to:97745

เม้นท์ให้มันกระชับหน่อย!!!!

By: Pinery
ContributoriPhoneAndroidIn Love
on 22 April 2009 - 18:15 #97765 Reply to:97745

edited : ซ้ำครับ

By: ABZee on 22 April 2009 - 17:58 #97760 Reply to:97736

ไม่หรอก มันก็คงแย่ลงเรื่อยๆเหมือนปกติแหละ

LongSpine.com

By: fujitarc on 23 April 2009 - 00:56 #97839 Reply to:97736

พวกไม่เข้าโซตัส แต่ AQ EQ ดีก็เยอะแยะนะครับ

กิจกรรมอื่นๆนอกจากโซตัส เช่น แข่งขันเป็นทีมจับคู่เพราะมหาลัยเดียวกัน หรือทำอะไรบางอย่างร่วมกันมีเยอะแยะไปครับ

มีความสามารถ แต่ขาด Connection ไม่ต่างไรกับ มีความสามารถแต่ขาดโอกาส ขาดคนช่วยเหลือช่วยดันแหละครับ

By: Montimedia on 22 April 2009 - 16:46 #97742

มันอยู่ที่คน

By: khajochi
WriteriPhoneIn Love
on 22 April 2009 - 16:55 #97747
khajochi's picture

บางทีเราต้องการ EQ มากกว่า IQ ครับ

---
Khajochi Blog : It's not a Bug ... It's a Feature


แฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์ | MacThai.com

By: fujitarc on 23 April 2009 - 04:54 #97860 Reply to:97747

AQ MQ ด้วยนะครับ ;)

Q ที่แยก CEO จากคนธรรมดาได้เหมือนจะเป็น สองตัวนี้แหละครับ

แต่ถ้าอยากเป็นลูกจ้างตลอดชีพ ก็ไม่ต้องมีก็ได้ครับสนุกดีเหมือนกัน คริๆๆๆ

By: skycreeper
iPhoneBlackberryUbuntu
on 22 April 2009 - 17:27 #97752

ชีวิตมหาลัยออกจะสนุก ถ้าต่อไปไม่มี รุ่นน้องคงน่าสงสารแย่

By: 0xffeeddaa on 22 April 2009 - 17:44 #97755

ส่วนตัวผมเห็นด้วยอย่างมาก แต่ผมว่ามันน่าจะเจอกันครึ่งทางมากกว่า เช่น ปี 1 มาทุกคนจะเรียนรู้การใช้ระบบต่างๆ จากนั้นทำกิจกรรมปกติ ทุกคนไม่ต้องเข้าห้อง การบ้านส่งออนไลน์ เรียนออนไลน์ เป็นต้น

หากนักศึกษามีข้อสงสัย นัดกันผ่าน blog จากนั้นมานั่งคุยกันได้เหมือนกัน

ป.ล. มหาลัยผมยังต้องเข้าเรียน 80% โบราณมาก

By: platalay
iPhoneWindows PhoneAndroidWindows
on 22 April 2009 - 17:50 #97756

ม.ไทย เรียนเพื่อเอากระดาษไปสมัครงาน

By: mossila
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 22 April 2009 - 17:50 #97757
mossila's picture

ความเห็นจากเพื่อนผม

เอาสังคม เอาความกระตือรือร้นด้วย
ถามว่าคุณนั่งเฉยๆอยู่บ้าน คุณจะอยากทำไรมั้ย นอกจากเล่นเกมออนไลน์
เห็นเพื่อนเรียนก็อยากเรียนตามเค้า

ความเห็นผม

ทำไมอาจารย์ต้องสอนซ้ำไปซ้ำมาทุกปี
แค่เราอัด vdo ไว้อัพขึ้น youtube(หรือที่อื่น) เราก็ไม่ต้องเมื่อยปากสอนอีกต่อไป
คนจะทบทวนวิชาเรียนกี่รอบก็ได้ ใครอยากเรียน ก็เรียนได้
แต่รูปแบบของสังคมมันก็จะเปลี่ยนไปอยู่ดีนั่นแหละ

ปล. แต่สาวๆ มันอยู่ใน มหาลัยฯ!!

Moss 's blog

By: dogme
iPhoneAndroidWindows
on 22 April 2009 - 18:00 #97761 Reply to:97757

+100 เลย โดยเฉพาะ ป.ล. 555

my blog

By: tomyum
ContributorAndroidWindows
on 23 April 2009 - 00:56 #97840 Reply to:97757
tomyum's picture

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับกระผม...! เลคเชอร์อาจจะอัดเทปครั้งเดียวมาวนฉายได้ แต่นักศึกษารุ่นใหม่อัดเก็บไว้ได้ไม่ซ้ำกันทุกปี อ่าวพวกแอบถ่ายนี่ผ่า... \(@^_^@)/ M R T O M Y U M

By: fujitarc on 23 April 2009 - 00:56 #97841 Reply to:97757

+1

By: fujitarc on 23 April 2009 - 01:40 #97848 Reply to:97757

เหมือนถามว่าทำไมต้องมีพวกค่าย แคมป์นั่นแคมป์นี่ ค่ายโอ ค่ายโน่นนี่ มาออนไลน์กันดีกว่าแล้วแข่งกันแบบออนไลน์ในเวลาจำกัดดีกว่าเนอะ .... : P

By: mokin
Contributor
on 24 April 2009 - 22:02 #98185 Reply to:97757
mokin's picture

มหาวิทยาลัยผมเคยทำครับ อัดวีดีโอมาสอน แล้ว อ. ก็ไม่ต้องจ้าง TA มาช่วยงาน อ.ก็เป็น TA เอง ใครไม่เข้าใจก็ถามอ. สนคนอื่นเข้าใจก็ดูวีดีโอต่อไป

แต่ดูเหมือนว่าไม่สำเร็จมั่ง เพราะเด็กไม่ค่อยสนใจกับวีดีโอที่อัดมาสอนเท่ากับคนจริงๆ เท่าไหร แล้วก็เหมือนจะโดนซุบซิบว่า อ.ขี้เกียจสอน ไม่รู็ว่าตอนนี้เลิกทำไปยัง เฮ้อ! นำเทคโนดลยีมาใช้ก็โดนว่าอีก

<mOkin>
ตรู่ว่าแล้วในโลกนี้มีปัญหา  เขาไม่ด่า ก็ชื่นชม หรือเฉยๆ
สามประเภทที่ว่านี้มิเปลี่ยนเลย  จงวางเฉยใครถือสาเป็นบ้าตาย<mOkin/>

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 22 April 2009 - 18:19 #97768
zerocool's picture

การเรียนที่บ้านขาด Motivation ที่จะผลักดันตัวเองและพัฒนาตัวเอง อีกอย่างการเข้าสังคมนับเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานจริง ยกตัวอย่างเพื่อนร่วมรุ่นของผมคนหนึ่ง จบออกมาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง ได้ทำงานบริษัทที่มีฐานะมั่นคงที่สุดบริษัทหนึ่งในประเทศไทย สุดท้ายก็ต้องลาออกจากงานเนื่องจากไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมที่ทำงานได้

ผมว่าการเรียนด้วย VDO มันเหมาะเอาไว้สำหรับทบทวน หาความรู้เพิ่มเติม หรือชดเชยในส่วนที่ขาดเรียนไปมากกว่า ไม่เหมาะจะเอามาแทนการเีรียนการสอนในปัจจุบันไปทั้งหมด อาจจะำนำมาช่วยเสริมการสอนได้แต่ไม่ใช่ทดแทนแน่นอน


That is the way things are.

By: pit
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 22 April 2009 - 18:20 #97769

มหาวิทยาลัยผม มีการเรียนผ่านเว็บบ้าง ขึ้นอยู่กับตัวผู็สอนด้วย เช่น เซ็คข้างๆที่เพื่อนผมเรียนมาเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเป็นวันหยุด งดการเรียนการสอน อาจารย์ก็นัดเลย "สองทุ่มตรง เจอกันในเว็บนะคะ ใครไม่ออนไลน์ถือว่าขาดเข้าเรียนหนึ่งครั้งนะคะ" (สงสัยอีกหน่อยคงต้องมีบ็อตเข้าเรียนแทน?
ปล. ระบบเรียนออนไลน์ที่ว่า เป็นเหมือนระบบเสริมที่กำลังทดลองน่ะครับ ยังคงเน้นการเรียนในห้องอยู่ดี

By: EThaiZone
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 22 April 2009 - 19:25 #97774
EThaiZone's picture

เห็นด้วยกับเรื่องนี้มากกว่า บางคนไม่มีบุญ ไม่มีโอกาส ไม่มีคนส่งเงิน และไม่มีเวลาว่างพอเอาเวลาไปเรียนภาคปกติได้ อย่างน้อยมันก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่น่ามองข้าม บางคนต้องการโอกาสเพื่อเข้าสังคม แต่บางคนต้องการเวลาเพียงเพื่อหาเงินมายาไส้ในวันพรุ่งนี้


มันไม่ง่ายเลยที่จะทำ GIF ให้มีขนาดน้อยกว่า 20kB

By: NuttTaro
iPhoneAndroidUbuntuIn Love
on 22 April 2009 - 19:45 #97775
NuttTaro's picture

ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์กับคนอื่น ถ้าเป็นเกม The Sims ค่าสังคมเป็น 0
เรียนผ่านหน้าจอโลกของมนุษย์ก็จะแคบลงมาก ไม่มีรับน้อง ไม่เจอเพื่อนๆ ไม่มีเพื่อนใหม่

ลองคิดดูนะ เหมือน Wall-E อะ

อีกหน่อย EQ คนจะต่ำลงมาก เพราะพัฒนาแต่ IQ

เหมือนการจะจีบใครสักคน คุณใช้ IQ หรือ EQ เข้าหาคนที่คุณจะจีบมากว่าล่ะ
จะจีบผ่าน iPod งั้นรึ

By: ABZee on 23 April 2009 - 06:07 #97862 Reply to:97775

ก็ไปมีมนุษย์สัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่เพื่อนในมหาวิทยาลัยสิครับ สังคมรูปแบบใหม่ๆมันจะเข้ามาแทนที่

สมัยก่อนก็คงไม่เคยมีใครคิดว่าอนาคตจะมีคนใช้โทรศัพท์จีบกันหรอก

LongSpine.com

By: opalism
iPhone
on 22 April 2009 - 19:42 #97776
opalism's picture

มีทั้งข้อดี ข้อเสีย นะคะ แต่ก็น่าจะเอามาเป็นแนวทางพัฒนากันต่อไป

By: joecole on 23 April 2009 - 12:25 #97899 Reply to:97776

ตอบแบบนี้ ไปเป็นรัฐมนตรีได้เลยครับ

By: ipats
ContributorNOOBIn Love
on 22 April 2009 - 20:53 #97786

ถ้าคุณคิดว่าไม่เข้าเลกเชอร์วิชาผมเพราะเข้าใจแล้ว เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ผมก็ไม่ว่าอะไร - อาจารย์ท่านนึง ชอบมากครับ ยังจำได้ ;)

---------- iPAtS


iPAtS

By: bankkung
ContributoriPhoneAndroidBlackberry
on 22 April 2009 - 20:57 #97788

ถ้าด้วยนิสัยคนไทยแล้วไซร้ เข้าเรียนในห้องเรียนดีกว่านะ (ถึงผมเองจะเข้าแต่ไม่ค่อยจะเรียนซักเท่าใหร่ นอนกับเล่นซะมากกว่าก็เถอะ ดีกว่าไม่เข้านะ ไม่เข้านี่หายไปเลย เข้านี่อ่านๆไปมันก็ อ๋อออ ตอนนั้นตูนั่งเล่น PSP เกมส์นั่นนี่หว่าตอนเค้ากำลังสอน ;p)

By: emptyzpace on 22 April 2009 - 21:50 #97800 Reply to:97788

+100 มันคงใช้ได้กับบางประเทศ แต่ละที่มาตรฐานความคิดและวัฒนธรรมมันต่างกันอ่ะนะ

By: polaromonas
ContributorWindows PhoneWindows
on 22 April 2009 - 21:11 #97791

ตอนนี้มีเว็บของ NSTDA ที่เริ่มเอาการเรียนการสอนออนไลน์มาใช้เหมือนกัน (แต่เสียเงินนะ บางวิชา) ใครสนใจลองเรียนดูได้ที่ www.learn.in.th (บางวิชาเรียนฟรี) วิชาที่เปิดก้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์แหละครับ

By: evo_toon
ContributorAndroid
on 22 April 2009 - 22:16 #97807

ข้อดีของมหาลัยคือ สาว สาว และก็สาว

By: isunsunsun on 22 April 2009 - 23:17 #97815 Reply to:97807

สาวเทียม ?

By: bankkung
ContributoriPhoneAndroidBlackberry
on 23 April 2009 - 00:31 #97833 Reply to:97815

สาวดุ้น ?

By: pit
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 23 April 2009 - 11:22 #97888 Reply to:97833

สาวแตก

By: Blltz
WriterMEconomicsAndroidWindows
on 23 April 2009 - 16:20 #97931 Reply to:97888
Blltz's picture

สาวแท้...แต่หน้าเหียก - -"

By: pines
Blackberry
on 22 April 2009 - 23:37 #97818

ผมคิดว่าปัจจุบันความรู้ทางวิชาการสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมมาก การพัฒนาตรงนี้อาจไม่หนีกันมาก แต่ด้านมนุษยสัมพันธ์นั้นน่าจะห่างออกไปและน้อยลงทุกวัน น่าจะหาหนทางพัฒนามากกว่านี้และคงเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตถ้าผู้คนปฏิสัมพันธ์กันโดยไม่ปรากฏตัวตนเลย

By: joecole on 23 April 2009 - 01:54 #97849 Reply to:97818

"ปฏิสัมพันธ์กันโดยไม่ปรากฎตัวตนเลย"

มันมีมาตั้งแต่สมัยผูกจดหมายกับขานกพิราบแล้ว ไม่ใช่หรือ ?

ดังนั้น ผมจึงไม่เห็นว่าน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด สำหรับประเด็นของข่าวนี้

ในทางกลับกัน ผมว่าเหมาะกับห้องเรียนของเด็กไทยนะ

เพราะเด็กเราก็ฟังอย่างเดียว ไม่ค่อยยกมือถามครูอาจารย์อยู่แล้ว

By: cwt
AndroidRed Hat
on 23 April 2009 - 04:55 #97858 Reply to:97849

ปฏิสัมพันธ์แบบไม่ปรากฏตัวเท่าที่จำได้สมัยเรียน

finger
ntalk
ytalk
write
elm
pine

telnet mud.mind.net 9000 <-- อ้าว ฮิฮิ ใครจำได้มั่งมั้ยนี่

By: pruet
WriterAndroidRed HatUbuntu
on 23 April 2009 - 04:23 #97859 Reply to:97849
pruet's picture

อีกสักพัก อาจารย์คงต้อง online twitter ไว้ แล้วให้เด็กส่งคำถามมาทาง twitter ส่วนหน้าห้อง ก็จะมีป้ายไฟวิ่งขึ้นคำถามของเด็ก (เหมือน sms ในทีวี)

By: mokin
Contributor
on 24 April 2009 - 22:08 #98188 Reply to:97859
mokin's picture

+1 เอาฮา แต่นำไปใช้ได้ เหมาะกับการเรียนออนไลน์เลยน่ะนี้

<mOkin>
ตรู่ว่าแล้วในโลกนี้มีปัญหา  เขาไม่ด่า ก็ชื่นชม หรือเฉยๆ
สามประเภทที่ว่านี้มิเปลี่ยนเลย  จงวางเฉยใครถือสาเป็นบ้าตาย<mOkin/>

By: sanook on 23 April 2009 - 08:23 #97865

หาแฟนได้ก็ตอนอยู่มหาลัย

By: bankkung
ContributoriPhoneAndroidBlackberry
on 24 April 2009 - 00:59 #97991 Reply to:97865

ถูก

By: corcovado
iPhone
on 23 April 2009 - 09:03 #97868

เห็นด้วยกับความคิดนี้ ผมก็คิดแบบนี้มาประมาณ 1 ปีแล้วครับ
แต่ผมมองว่า search engine จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพราะใครอยากรู้อะไรก็ search หาเอา

By: tk2008
AndroidUbuntuWindows
on 23 April 2009 - 14:01 #97909

ในบ้านเราคงไม่มีหรือถ้ามีก็ช้ากว่านั้นไปอีก 20ปี

By: mokin
Contributor
on 24 April 2009 - 22:20 #98190 Reply to:97909
mokin's picture

มีครับมหาลัยผมนี้แหละ
มีการให้ทุน อ.ไปทำจำนวนหนึ่งถือว่ามากเอาการ อ.ทุกคนสามารถขอได้
มีการอบรมการทำสื่อโดยโปรแกรมโน้นนี้มากมาย แบบฟรีๆ
แต่ผลักดันนโยบายไม่สำเร็จ เพราะ อะไร??
- ทำออกมาไม่มีคุณภาพ?? UP แค่สไลด์ที่สอนแค่นั้นหรือ
- ทำไปทำไหมก็สอนจริงๆ ก็เหนื่อยแล้ว
- ทำแล้วจะมีคนเข้ามาหรอ
- ขอจำกัดในด้านอินเตอร์เน็ตอีกมากมาย ที่มันยัดเยียดเนื้อหาได้ไม่ครับถ้วน

ผมเขียนมาเพื่อบอกว่าที่ไทยก็มีครับ แต่ด้วยเหตุผลนานาของคนไทยมันเลยไม่สำเร็จ
ส่วนตัวผมนั้นผมเห็นด้วยว่าควรจะมีให้ดูทุกวิชา อย่างน้อยๆ ก็วิชาบังคับอะไรนั้นน่ะ

<mOkin>
ตรู่ว่าแล้วในโลกนี้มีปัญหา  เขาไม่ด่า ก็ชื่นชม หรือเฉยๆ
สามประเภทที่ว่านี้มิเปลี่ยนเลย  จงวางเฉยใครถือสาเป็นบ้าตาย<mOkin/>

By: jinxplay
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 2 December 2014 - 15:29 #768755
jinxplay's picture

หลายความเห็น​บอกว่าไม่มีแล้วจะได้ connection ได้ IQ EQ ยังไง ผม​คิดว่า​ต้อง​ถาม​ต่ออีกนิด ว่าจะเอาเงินกับเวลานั้นไปใช้ทำอะไร​ ถ้าเอาไปเทียบ​กับ​การนั่งอยู่บ้านเฉยๆยังไงมันก็ดีกว่า​อยู่​แล้ว​ครับ​

ส่วนตัว​ผม​เอง​ดูเรื่อง​ finance กับ statistic จาก Khan อยู่ รู้สึก​ว่าเข้าใจแต่ไม่มั่นใจว่าจะใช้ยังไง