Internet Censorship

จากข่าว มติคณะรัฐมนตรีเร่งจัดตั้ง Single Gateway ควบคุมเว็บไซต์ ที่สร้างความสนใจอย่างล้นหลามต่อโครงการนี้
ล่าสุดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยกลุ่มหนึ่ง ที่นำโดยคุณ @phuphu นักวาดการ์ตูนชื่อดัง ได้ริเริ่ม แคมเปญต่อต้านการตั้งซิงเกิลเกตเวย์ (Go against Thai govt to use a Single Internet Gateway.) บนเว็บไซต์ Change.org เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้เน็ตชาวไทยหันมาสนใจและจับตานโยบายนี้ ใครอยากลงชื่อสนับสนุนก็ร่วมลงชื่อได้ที่ลิงก์ข้างต้น
ประเด็นเรื่อง Single Gateway ยังถูกพูดถึงในสื่อหลายแห่ง ที่น่าสนใจและควรอ่านคือ บทสัมภาษณ์ “อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล” ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต ที่เว็บไซต์ประชาไท

ผมไม่รู้สิ เอางี้ สาบานแทนละกัน (ดูไทยดี) เมื่อคุณกดสนับสนุน ครบ 5,000 คนเมื่อไหร่1) คุณจะได้อ่านการ์ตูน 'น้องกะลา'2) ...Posted by Wisaruth Wisidh on Wednesday, September 23, 2015

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน
แล้วจะบล็อก https://www.change.org/ ในไม่ช้า
ขอความสุขให้เธอ กะลาแลนด์...

ของเฮียภูผมกดไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว แต่เรื่องเปอร์เซ็นต์ใบสั่งผมเห็นด้วยนะครับ(แต่ได้แบ่งแล้วอย่ารับสินบน อย่าเลือกปฏิบัติอีก) อยากให้จับทุกที่ทุกเวลาทุกคันที่ผิดเลยด้วย เพราะคนไทยเคยชินกับการแหกกฎมากเกินไปแล้ว

ถ้าออกสื่อนอก จะมีโอกาสที่รัฐบาลจะโดนกดดันหนักกว่านี้ครับ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมออนไลน์กับต่างชาติที่หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริงๆ แล้วความน่าเชื่อถือเราจะหายไปเยอะเลยครับ

tearfire Thu, 24/09/2015 - 10:28

เฮ้อออ คนบางคนก็หากินจากเศษเงินใต้โต้ะที่คนอื่นโยนให้จนทำมาหากินแบบอื่นไม่เป็น

แล้วคนๆนั้นคงคิดว่า "ผมอยากทำแล้วจะทำไม ผมไม่เห็นจะเดือดร้อนจะเดือดร้อนอะไรตรงไหน อินเตอร์มันแค่เรื่องบันเทิง"

ต่อไปคงมีเหตุการณ์

เฮ้ยยย google, steam ไม่ได้เสียภาษีให้รัฐเลยนินา บล๊อกดีกว่า

หมั่นใส้พวกขายของออนไลน์แล้วรวย บล๊อกเลยดีกว่า

ไอ้นี้ขายโปรแกรมจนรวยแล้วไม่แบ่ง บล๊อกดีกว่า

ประเทศนี้คนตรรกะป่วยเยอะ

ลงชื่อเรียบร้อยแล้วครับ ตามปกติรัฐต้องฟังเสียงประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ตามทฤษฎีนะครับ ความเป็นความจริงในเชิงปฎิบัติเป็นยังไงอันนี้ ละไว้ในฐานที่เข้าใจกัน กังวลในส่วนนี้จริงๆ ถ้าเกิดขึ้นจริงๆเลวร้ายมาก กระทบกันเป็นลูกโซ่มากๆ

คืองงครับ... ไม่ได้ตามข่าว อธิบายหน่อยว่า SIG กับ ความปลอดภัย ข้อดี-ข้อเสีย? และเทคโนโลยีและนโยบายของประเทศไทย กับที่ใช้ สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ ใช้มันแตกต่างกันตรงไหน? สิงคโปร์ก็มีนี่หน่า แต่สิงคโปร์เขากรองที่ IIG ของแต่ละเจ้าเลย แล้วผูกรวมเข้าส่วนกลาง

ความคิดผมอาจสวนทางหน่อยนะครับ ผมยังเป็นห่วงเรื่อง ถ้าปล่อยให้ไม่มี SIG ไทยเราก็ยังเสี่ยงโดนโจมตี และเสี่ยงเป็นฐานไปโจมตีประเทศอื่นหรือเปล่า? ไม่มี SIG มันก็ไม่ปลอดภัยอยู่แล้วหรือเปล่า? มี SIG มันก็น่าจะปลอดภัยมากขึ้นสำหรับในวิวของ user ปกตินะครับ

แล้ว changre.org จะช่วยเราได้จริงหรือ? ใครจะเป็นคนไปเป็นธุระให้?

ผมว่า ผลักดัน freedom of speech ก่อนไหมครับ? ประชาชนควรมีสิทธิพูดในสิ่งที่เป็นความจริงก่อน ถ้าไม่งั้นเราก็เหมือนสิงคโปร์อยู่ดี บางเรื่องก็พูดไม่ได้...

"เขามี" นี่เอามาจากไหนหรือครับ

ผมไปสิงคโปร์รอบล่าสุดเมื่อต้นปี คุยกับเขา ก็มีโครงการ Cyberwatch ที่เอาไว้ตรวจสอบบริการของภาครัฐ การตรวจสอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตของหน่วยงานรัฐ กับของทุกคนในประเทศนี่น่าจะคนละเรื่องกันนะครับ

งั้นถามแบบ user ธรรมดา สามัญชนทั่วไปไม่ใช่คอไอทีนะครับ ในอนาคต ถ้าไม่มี SIG ที่ว่านี้
ประชาชนทั่วไปสามารถความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวได้จากอินเทอร์เน็ตได้ไหม? เพราะถึงแม้ว่ามี SIG ผมก็ไม่มีความปลอดภัยอยู่ดี...

ในแง่ความเร็ว ในปัจจุบันนี้ผมใช้อินเทอร์เน็ตมันก็อึดเป็นเต่าอยู่แล้ว มีกับไม่มี ผมว่ามันก็ไม่น่าจะต่างกันนะ...

และในแง่ของ user ทั่วไป ไม่ได้ไปเจาะใคร ผมไม่ได้ และมีเหตุผล หรือยกตัวอย่างได้ไหม(หลายๆ ข้อก็ดี)ครับว่า ถ้าผมไม่ลงชื่อกับแคมเปญนี้ ในอนาคตผมจะเดือดร้อนอะไร?

คืออันนี้ ที่ถามแบบนี้เพราะว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่อีกค่อนประเทศไม่ทราบครับ ทำไม? เพราะอะไร? อยู่ดีๆ พวก power user ก็ออกมาลุกฮือ มันเป็นเรื่องประโยชน์ของพวกเขา เราก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วย จะไปเกี่ยวอะไรด้วย...

ตกลงว่า "เขามี" มีคิดเอาเองเหรอครับ

เรื่องความปลอดภัยนี่มันไม่มี "ยาวิเศษ" ครับ อันนี้ความจริงของชีวิต คำแนะนำพื้่นฐาน อย่างพวกอัพเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ ไม่ใช้ซอฟต์แวร์ที่หมดซัพพอร์ตไปแล้ว ตรวจสอบการเข้ารหัสก่อนการทำธุรกรรม ฯลฯ มันก็เป็นคำแนะนำที่ควรให้ทุกคนทำ เรื่องว่ามีรวมลิงก์แล้วจะปลอดภัยมันยาผีบอกครับ ปลอดภัยอย่างไรก็บอกไม่ได้

ผมเคยโดนจดหมายเตือนจากทาง infocom ข้อหาดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านทาง bittorrent บนเครือข่ายของ SingTel อยู่นะครับ ถ้าเขาไม่มีตัวกรองแล้วเขาจะรู้ได้อย่างไร? จริงอยู่ผมอาจจะคิดเอาเอง แต่มันก็มีความจริงอีกหลายๆ ด้านที่เขาไม่เปิดเผย อย่างประเด็นนี้ถ้ารัฐบาลไทยไม่เปิดเผย เราไม่มาโวยวายกัน ณ จุดๆ นี้จริงไหม?

ดังนั้น เรื่อง "เขามี" หรือไม่? ผมขอถอนคำพูดออกไปก่อนครับ

bittorrent เป็นการ publish IP ของเราไปทั่วครับ ทุกวันนี้มีบริษัทตามจับลิขสิทธิ์ตรวจดูไอพีทาง tracker แล้วแจ้งไปยัง ISP อยู่แล้ว

แค่ข้อมูล torrent hash ที่ส่งไปให้ tracker ต่างๆโดยไม่เข้ารหัส เค้าก็รู้แล้วครับว่าคุณโหลดข้อมูลอะไรอยู่

ตัว single gateway เองทำในสิ่งตรงข้ามกับคุณเข้าใจเลยครับ มันไม่ได้ทำมาเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องของการเข้ารหัส และการป้องกันการทำ MITM ตัวมันเองคือการควบคุม ที่ป้องกันการเข้ารหัส(fake certs) และการทำ MITM

นั่นหมายความว่าหลังจากมี single gateway แล้ว ข้อมูลทุกอย่างอาจจะไม่ได้เข้ารหัสจริง รัฐอาจบังคับให้ทุกคนยอมรับ cert ปลอมๆของรัฐ หากใครไม่ยอมก็จะเข้าเว็บโดยการเข้ารหัส(ปลอมๆ)ไม่ได้

ปัญหาอีกข้อคือหากไม่ใช้การทำcert ปลอม รัฐอาจใช้อำนาจทางการทหารบังคับให้ผู้ให้บริการบอก private key ซึ่งข้อมูลที่ต้องไหลผ่านรัฐทั้งหมดก็จะกลายเป็นข้อมูลที่ไม่ผ่านการเข้ารหัสเช่นกัน ยกเว้นข้อมูลที่วิ่งผ่านต่างประเทศซึ่งรัฐไม่มีอำนาจ

  • เรามีระบบ SSL และ Certificate ทำหน้าที่นี้อยู่แล้วครับ โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
  • ในระบบเครื่อข่าย เป็นหลักการออกแบบที่ไม่ดี ถือว่าเป็น Single point of failure ครับ และอะไรที่ช้าอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าเรายอมรับได้ว่าควรจะช้ากว่าเดิมได้อีก
  • ก็มันกระทบกับความเป็นส่วนตัวไงครับ อินเตอร์เน็ทควรเสรี ไม่ใช่ควบคุมไว้เพื่อวัถุประสงค์ของบุคคลจำพวกหนึ่ง

ผมว่ามองมุมแคบไปไหมครับ การมาอ้างว่าตนเองเนตช้าไม่ใช่เหตุผลจะไปรอนสิทธิคนอื่นครับ
ที่เขาไม่เห็นด้วยเพราะมันไม่ดีในภาพรวมทั้งระบบ

ส่วนหนึ่งคนเขาประท้วงคือความไม่ชอบมาพากลของโครงการด้วยครับ
มันรีบเร่งผิดปกติไม่แปลกที่คนจะลงชื่อคัดค้าน

ทั่วๆไปผมว่ามีความเสี่ยงที่ sig มันจะล่มครับ แล้วล่มทีมันไปหมดเลยทีนี้ เน็ตดับทั้งประเทศ
แล้วมันช้าครับ ที่ช้าอยู่มันมีความเสี่ยงจะช้าลงอีก (ดูหนัง กระตุก เล่นเกม lag น่าจะเห็นภาพชัดๆง่ายดี)

เอาเท่านี้ก่อน แล้วลองดูครับว่า SIG มันให้อะไรเราได้มั่ง
เราถึงต้องยอมเสียสิ่งเหล่านี้ (และอื่นๆอีก) แล้วคุ้มตรงไหน

ในแง่ความเร็ว ในปัจจุบันนี้ผมใช้อินเทอร์เน็ตมันก็อึดเป็นเต่าอยู่แล้ว มีกับไม่มี ผมว่ามันก็ไม่น่าจะต่างกันนะ...

ขนาดมีหลายท่อยังอืด มีท่อเดียวมันก็ต้องอืดกว่าครับ

ไม่ใช่คิดแต่ว่ามันช้าอยู่แล้ว ช้าไปอีกมันก็ไม่ต่าง แบบนี้ผมเอาขยะเทออกหน้าต่างบ้านหน้าต่างรถก็ได้ครับ มันก็มีคนทิ้งขยะลงพื้นอยู่แล้ว ทิ้งเพิ่มไปอีกก็คงไม่ต่าง

คือ ตอนนี้ผมยังมองไม่เห็นข้อดี-ข้อเสีย ยังไงครับ? ถึงถามว่าช่วยเปรียบเทียบหน่อยครับ

โอเค...ข้อเสียคือ อินเทอร์เน็ตช้าลง ถ้าอย่างนั้นเขาทำ Multi-IIG เหมือนหน้าเว็บบล็อคของ ICT ที่โดนกันทุก IIG ก็จบใช่ไหม?

ไม่มีความเป็นส่วนตัว ตามที่ไปไล่ที่พวกคุณพิมพ์ๆไว้
แต่ผมก็สงสัยเรื่องประเด็นความเป็นส่วนตัวอยู่ดีครับ ว่าทุกๆ วันนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ก็มีพยายามจะยื่นข้อเสนอใหม่ในการถอดรหัสเพื่อที่เขาจะไปอ่านจดหมายและสอดส่อง treat ของเขาอยู่แล้ว ซึ่งความเป็นส่วนตัวของผมก็แทบจะหมดอยู่แล้ว นี่ยังไม่นับเรื่อง Google แอบอ่านอีเมล์ของบริษัทฯ ผมบน Google Apps อีกนะครับ แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้? เหมือนราชประสงค์ถ้าเรารู้ก่อนก็คงจะกันได้ทัน (#ฝันกลางวัน) หรือเกิดแล้วก็ตามคนบงการได้ทัน (#ฝันกลางวัน) แต่อย่างน้อยเรา

ผมถึงบอกยังไงครับว่า ใครก็ได้ที่เป็นกลาง และไม่เป็นกลาง เปรียบเทียบหรือเขียนเป็นบทความ ทำไมผมควรจะต่อต้านนโยบายนี้? และอีกอย่าง นโยบายธุรกิจไอทีใหญ่แบบนี้ ไม่ได้หรือเตี๊ยมกันล่วงหน้าเลยหรือ? ขนาดของผมยังมี สภาอุตหกรรมฯ สภาหอการค้าฯ ให้ยิงเรื่องนี้เข้าไป ถ้ามีคนในสภา ตัวใหญ่เห็นด้วยก็จะได้ไปไล่บี้กันได้ถูก อย่างน้อยๆ คุณก็คุยกันอยู่หรือเปล่าครับ? แต่มีธุรกิจบางธุรกิจในวงการได้ผลประโยชน์ก้อนใหญ่นี้อยู่เท่านั้นเอง

รัฐบาลสหรัฐเขามีข้อเสนอแบบนั้น แล้วประชาชนเขาทำยังไงครับ เขาก็ต่อต้านกันไม่ใช่เหรอ?

รัฐบาลสหรัฐจะทำ ประชาชนเค้าต่อต้าน ส่วนรัฐบาบไทยจะทำ ประชาชนควรนิ่งเฉย ควรปล่อยให้ผ่านๆไป จะทำอะไรก็ทำ แบบนั้น?

คุณไม่รู้จักปกป้องสิทธ์และเสรีภาพของตนเอง ก็อย่าไปราน้ำคนที่เค้ารู้จักปกป้องสิทธิ์และเสรีภาพของเค้าครับ

ผมไม่ได้ราน้ำครับ เพียงแต่งงกันว่า มันต่างกันอย่างไร? ทำไม?

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นด้านบนมากครับ เข้าใจขึ้นเยอะครับ!! แค่นี้แหละครับ ช่วยอธิบายเป็นชาวบ้านเข้าใจก็จบ ผมลงชื่อให้แล้วนะครับ

แต่ก็งงอยู่ พวกกรมที่ส่งเสริมไอที เขาไม่ทำงานกันหรือครับ? ถ้าพวกคุณโวยวายกันขนาดนี้แล้ว พวกเขาทำไมไม่หยุดล่ะ? หรือเพาว์เวอร์ไม่มี? อ่อๆ อย่างเราจะหยุดค่าแรง 300 บาท ก็ไม่ได้เหมือนกันนี่หน่า...

ในความเห็นที่ไม่เป็นกลางของผม ผมว่ามันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประชาชนในชาติครับ เพราะนอกจากเค้าจะสามารถตัด เปลี่ยนแปลง เส้นทางแล้ว ถ้าเค้าไม่สามารถรับมือผู้ไม่ประสงค์ดีจากต่างชาติแล้วก็ล่มกันหมด จีนคนเยอะแรงงานแฮกเกอร์เยอะ เกาหลีเหนือไม่มีอะไรต้องเสียมากเพราะประชากรเข้าถึงเน็ตแค่ 4% ประเทศเรามีความสามารถแค่ไหนที่จะป้องกันตัวเอง เพราะถ้าทำมาก็เหมือนเชื้อเชิญให้ต่างชาติมาถล่ม ผมกลัวว่าเรากำลังจะเดินหน้าเข้าโหมดแช่แข็งประเทศไทยยังไงไม่รู้ เพราะโดนเค้าถล่มทำอะไรไม่ได้ตัดมันซะเลยไม่ต้องติดต่อใคร

ถ้าเป็น MITM จริง ๆ นะครับ ปัญหาคือ ทุกครั้งที่คุณทำธุรกรรมไปยังต่างประเทศบนอินเตอร์เนต คุณจะเจอกับ "ใบรับรองมีปัญหา" ทุกครั้ง คุณจะไม่มีทางแยกได้ว่าใบไหนของปลอมที่ปลอดภัย ใบไหนเป็นของปลอมที่ไม่ปลอดภัย คุณจะเจอกับหน้าเว็บแดง ๆ บอกแค่ว่า "นี่ไม่ปลอดภัยนะ"

และทุกคนก็จะไม่สนใจ กดข้ามไป

ในโมเดลทุกวันนี้ มันจะไม่ขึ้นบ่อย ยกเว้นแต่ว่าเราพยายามที่จะไปเข้าเว็บที่มีปัญหาอย่างจริง ๆ จัง ๆ เท่านั้น ดังนั้นพอเกิดคำเตือนทีเราก็จะรู้สึกว่ามันอันตราย แต่ถ้ามันขึ้นเตือนทุกวันเราจะไม่สนใจครับ

ถ้านึกภาพไม่ออกลองนึกถึงคนขับรถที่ไฟเตือนว่า "อุณหภูมิขึ้นสูง" ติดตลอดเวลาโดยที่รถไม่ได้มีปัญหาดูนะครับ คุณจะรู้ไหมว่าตอนไหนที่รถมันร้อนจัดจริง ๆ และตอนไหนคือมันขึ้นเพราะไฟเสีย อ้อ ผมหมายถึงตอนขับรถนะ ไม่ใช่จอดรถแล้วเปิดฝาขึ้นมาดู เพราะว่าถ้าเป็น MITM จริง ๆ คุณไม่มีสิทธิเปิดระบบดูว่ามันทำงานยังไงใช่ไหมครับ

อีกอย่างที่นึกออก ผมจำได้ว่าจนถึงปีที่แล้วเรามีลิงค์ระหว่างประเทศรวม ๆ กันกว่า 700Gbps (อันนี้น่าจะอัพเดตกว่า) ต่อให้เราใช้แค่ครึ่งเดียวนะครับ ลองคิดเล่น ๆ ว่ามีระบบไหนในปัจจุบันที่สามารถ process ข้อมูลได้ถึง 40GB ในหนึ่งวินาทีได้บ้าง ? ลำพังแค่การหาเส้นทางก็อืดเป็นเรือเกลืออยู่แล้วนะครับ (latency หลักหลายร้อย) นี่ถ้าจะทำ BigData ในชุดข้อมูลใหญ่ขนาดนี้คิดดูเล่น ๆ ว่าระบบมันต้องเร็วขนาดไหนดูนะครับ

ถ้าอิมพลีเมนท์ระบบนี้ขึ้นมาจริง ๆ เราก็คงได้ CTX มาอีกเครื่องนั่นแหละ เป็นของแพงที่ใช้อะไรไม่ได้แถมทำให้คนอื่นลำบากอีกต่างหาก

ปล. ได้ยินว่าเรายังไม่มีระบบที่ทำ BigData ภาษาไทยที่ใช้งานได้จริง และ OCR กับ Voice Recognition เราก็ยังทำได้ต่ำกว่า 90% อันนี้ไม่ยืนยันเหมือนกัน ถ้าสนใจก็ลองหา่ข้อมูลดูเอานะครับ

ตาม link ในข่าวดูครับ

และถ้าให้รัฐมาดูแล

  • บุคคลากร IT ของประเทศไทยสำหรับผมจัดว่าขาดคุณภาพครับ ดูจาก link ไปเว็บนอกของ ISP แต่ละเจ้านี้ล่มประจำ
  • บุคคลากร IT ของรัฐคุณภาพแย่กว่าของเอกชนครับ มีแต่ใบประกาศนียบัตร แต่ knowledge, creative, responsibility ไม่มี

ตัวผมเองจะกีดกันไม่กีดกันไม่ได้สนใจเท่าไร แต่ถ้าให้รัฐมาดูนี่คงล่มทุกวัน
ทุกวันนี้ผมแค่ upload งานไป server นอกประเทศก็ลำบากแล้วครับ

ผมว่า ผลักดัน freedom of speech ก่อนไหมครับ?

fallacy ครับ... จบ เหมือนคนอยากปลดทุกข์อยากเข้าห้องน้ำแต่ดันบอกเขาว่าไปกินข้าวก่อนดีกว่าไหม? (fallacy มั่ง)

darkfaty Thu, 24/09/2015 - 12:35

ผมกดไปแล้ว แต่เพื่อนหลายคนของผมเชียร์รัฐบาลแบบสุดลิ่มทิ่มประตูกันเลยทีเดียว น่าจะไม่สนใจเพราะรูปมีกะลาครอบหัวทำให้เค้าคิดว่าเป็นพวกเสื้อแดง

ยังมองไม่เห็นความจำเป็นหรือความคุ้มค่าที่จะทำ Single Gateway ข้ออ้างที่ว่าเพื่อควบคุมข้อมูลที่ไม่เหมาะสมนั้นฟังไม่ขึ้น ถ้าควบคุมแล้ว ใครได้ประโยชน์ ? ประเทศไทยจะมั่นคงขึ้นจริงหรือ คนไทยจะมีศีลธรรมอันดีขึ้นรึเปล่า ยิ่งภาคธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเหมาะสม/ไม่เหมาะสมต้องมารับผลกระทบไปด้วย คุ้มรึเปล่า?

benz3d Thu, 24/09/2015 - 17:07

เอาง่ายๆ คือ กระทบกับธนาคารแน่นอน ธุรกรรมทางเน็ต จะไม่ปลอดภัย วันดีคืนดี อาจมีเงินหายไปจากบัญชีได้

Jessy Thu, 24/09/2015 - 17:26

เพจ Change.org อันนั้นโดนอุ้มหรือเปล่าครับ เข้าไม่ได้แล้ว แต่หน้าอื่นเข้าได้

hub ตัวกลางของระบบ เครื่องไหนจะไปไหนก็ต้องผ่านเขานั่นเอง
gateway ประตูทางออก เครื่องไหนจะไปข้างนอกต้องผ่านเขานั่นเอง
ตกลง hub กับ gateway อันไหนน่ากลัวกว่ากัน
ปอลิง.แบบที่เห็นนมมีไหมรูปนี้