จากวารสารวิชาการ the National Academy of Sciences. ที่มีการรายงานว่าคนที่ถูกปลุกให้ตื่นจากหลับลึกจะมีผลกระทบต่อการเผาผลาญอาหารในร่างกาย ส่งผลให้เกิดการต้านทานอินซูลิน เป็นผลทำให้ร่างกายมีปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง น้ำหนักเพิ่มแและเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานแบบที่ 2
ทีมนักวิจัยได้ทดสอบกับอาสาสมัครชายหญิง 9 คน เพื่อติดตามระบบการเผาผลาญน้ำตาลภายในร่างกาย โดย 2 คืนแรกอาสาสมัครจะนอนแบบปกติเพื่อดูว่าสภาวะหลับปกติร่างกายจะมีสภาพแบบไหน และในอีก 3 คืนต่อมาอาสาสมัครจะถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงดังเมื่อเข้าสู่ภาวะการหลับลึก และเมื่อฉีดกลูโคสเข้าสู่ร่างกายในตอนเช้า และติดตามระดับน้ำตาลในเลือด ก็พบว่า 8 ใน 9 คนจากอาสาสมัครมีการตอบสนองต่ออินซูลินลดลง
ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นการยืนยันถึงระดับการหลับมีผลต่อความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานแบบ 2 ซึ่งข้อมูลเก่าได้ยืนยันถึงการนอนไม่เพียงพอซึ่งเป็นสาเหตุของเบาหวานแบบ 2 อีกสาเหตุหนึ่งด้วย
หากจะหลีกเลี่ยงและป้องกันเบาหวาน การนอนอย่างเพียงพอและการที่ไม่ถูกปลุกะหว่างหลับเป็นสิ่งเป็นจำเป็นนะครับ
ที่มา - BBC.co.uk
ข้อมูลเพิ่มเติมครับ
1.เบาหวานแบบที่ 1 เบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน (Insulin-dependent diabetes mellitus/ IDDM)
เป็นชนิดที่พบ ได้น้อยแต่มีความรุนแรงและอันตรายสูง มักพบในเด็กและคน อายุต่ำกว่า 25 ปี ตับอ่อนของผู้ป่วยชนิดนี้จะสร้างอินซูลินไม่ได้เลย หรือได้น้อยมากผู้ป่วยจำเป็นต้องพึ่งพาการฉีดอินซูลิน เข้าทดแทนในร่างกายทุกวันจึงจะสามารถเผาผลาญน้ำตาลได้เป็นปกติ มิเช่นนั้นร่างกายจะเผาผลาญไขมันจนทำให้ผ่ายผอมอย่างรวดเร็ว และถ้าเป็นรุนแรงจะมีการคั่งของสาร คีโตน (ketones) ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการเผาผลาญไขมัน สารนี้จะเป็นพิษต่อระบบประสาททำให้ผู้ป่วยหมดสติถึงตายได้รวดเร็ว เรียกว่า "ภาวะคั่งสาร คีโตน หรือ คีโตซิส (Ketosis)"
2.เบาหวานแบบที่ 2 เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน(Non-insulin-dependent diabetes mellitus /NIDDM)
เป็น เบาหวาน ชนิดที่พบเห็นกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมักจะมีความรุน แรงน้อยมักพบในคนอายุมากกว่า 40 ปีตับอ่อนของผู้ป่วยชนิดนี้ยังสามารถสร้าง อินซูลินแต่ไม่เพียงพอ กับความต้องการของร่างกาย จึงทำให้มีน้ำตาลที่เหลือใช้กลายเป็นเบาหวานได้ ผู้ป่วยชนิดนี้ยังอาจแบ่งเป็นพวกที่อ้วนมาก ๆ กับพวกที่ไม่อ้วน ผู้ป่วยมักไม่เกิดภาวะคีโตซิส เช่นที่เกิดกับชนิดพึ่งอินซูลิน การควบคุมอาหารหรือการใช้ยาเบาหวาน ชนิดกิน ก็มักจะได้ผลในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติได้ หรือบางครั้งถ้าระดับน้ำตาลสูงมากๆก็อาจต้องใช้อินซูลินฉีดเป็นครั้งคราวแต่ไม่ต้องใช้อินซูลินตลอดไป จึงถือว่าไม่ต้องพึ่ง อินซูลิน
ที่มา - Thailabonline.com
on
ถ้านาฬิกา
Pop Wed, 02/01/2008 - 10:41
ถ้านาฬิกาปลุกล่ะ
ด้วยความง
ipats Wed, 02/01/2008 - 11:06
ด้วยความง่วงๆ มึนๆ อ่านหัวข้อเป็น ระวัง!! การนอนกับผู้อื่น อาจส่งผลให้คนนั้นเป็นเบาหวาน
---------- iPAtS
1.
iake Wed, 02/01/2008 - 11:08
1. เบาหวานแบบที่ 2 คืออะไรครับ 2. วรรคสาม "ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป้นการยืนยัน..." เป็นครับ
หาข้อมูลเ
molek Wed, 02/01/2008 - 11:19
In reply to 1. by iake
หาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้แล้วครับ และ แก้ไขข้อความที่พิมพ์ผิดแล้วครับ
Please go to <a href="http://molecularck.wordpress.com>My site at <a href="http://molecularck.wordpress.com>molecularck.wordpress.com
ขอบคุณครั
iake Wed, 02/01/2008 - 11:55
In reply to หาข้อมูลเ by molek
ขอบคุณครับ
โดนประจำ
toandthen Wed, 02/01/2008 - 14:04
โดนประจำ มิน่าอ้วนขึ้น 55
ดีมากครับ
tong053 Wed, 02/01/2008 - 15:02
ดีมากครับ ได้ความรู้ดี
ตรงส่วนข้
HudchewMan Wed, 02/01/2008 - 15:16
ตรงส่วนข้อมูลเพิ่มเติม แบ่งวรรคประโยคไม่ค่อยต่อเนื่องเลยครับ
สงสัยตรงย่อหน้าสุดท้ายน่ะครับ
ตับอ่อนของผู้ป่วยชนิดนี้ยังสามารถสร้างอินซูลิน "แต่ไม่เพียงพอ" กับความต้องการของร่างกาย จึงทำให้มี "น้ำตาลที่เหลือใช้" กลายเป็นเบาหวาน
ที่จริงแล้วน่าจะเป็น สร้างเกินความต้องการ หรือเปล่าครับ?
อินซูลินท
molek Wed, 02/01/2008 - 15:21
In reply to ตรงส่วนข้ by HudchewMan
อินซูลินทำให้เกิดการเผาผลาญของน้ำตาลในร่างกายครับ หากสร้างไม่เพียงพอน้ำตาลจะเผาผลาญไม่หมดครับ ทำให้เหลือน้ำตาลในกระแสเลือดเป็นน้ำตาลส่วนเกินครับ
Please go to <a href="http://molecularck.wordpress.com>My site at <a href="http://molecularck.wordpress.com>molecularck.wordpress.com
อินสุลินเ
elixer Wed, 02/01/2008 - 20:26
In reply to ตรงส่วนข้ by HudchewMan
อินสุลินเป็นตัวพาน้ำตาลเข้าเซลล์ เพื่อให้เซลล์นำไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน พอมันมีน้อยลง น้ำตาลก็เลยเข้าเซลล์ได้น้อยลง เหลืออยู่ในกระแสเลือดมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหากับหลอดเลือด และอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง ตา หัวใจ ไต เป็นต้นครับ
เพิ่มเติมเรื่องโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินสุลินนะครับ เดี๋ยวนี้ผู้ที่อายุประมาณ 10 กว่าปี ก็เป็นโรคนี้กันแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคที่เน้นคาร์โบเดรตมากขึ้น ของเด็กยุคปัจจุบันครับ
Little RX
เข้าใจแล้
HudchewMan Wed, 02/01/2008 - 21:55
In reply to ตรงส่วนข้ by HudchewMan
เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับ :)
อู้วววว์
bitworld Wed, 02/01/2008 - 23:27
อู้วววว์ งดคนสะกิดเวลาดึกดื่น
ปลุกแบบเส
audy Thu, 03/01/2008 - 00:29
In reply to อู้วววว์ by bitworld
ปลุกแบบเสียงไม่ดัง ไม่เป็นไรมั้ง :-)