Apple

นิตยสาร Fortune เล่มที่ 500 ได้มีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิธีบริหารบริษัทของแอปเปิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำคัญของสตีฟ จ็อบส์ที่มีต่อบริษัทในด้านต่าง ๆ โดย Fortune อ้างว่าเป็นข้อมูลที่พนักงานแอปเปิลแต่ละคนเป็นคนเปิดเผยออกมา

จ็อบส์มักจะบอกกับรองประธานฝ่ายต่าง ๆ ของแอปเปิลที่เข้ามาทำงานใหม่เสมอเกี่ยวกับ "ความแตกต่างระหว่างภารโรงกับรองประธาน" โดยได้บอกกับรองประธานเหล่านี้ว่า สำหรับภารโรง เหตุผลมีความหมาย แต่สำหรับรองประธาน เหตุผลหรือข้อแก้ตัวจะไม่มีความหมายอีกไป หากภารโรงลืมเก็บขยะในห้องไปทิ้งก็อาจจะหาเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ มาอธิบายว่าเขาไม่สามารถเข้าห้องได้เพราะล็อคประตูเปลี่ยนไป ฯลฯ​ แต่สำหรับรองประธานของแอปเปิลแล้ว เหตุผลไม่มีความหมายอีกต่อไป

แม้กระทั่งเรื่องเกี่ยวกับไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ในแอปเปิล สตีฟ จ็อบส์เองตอนสุดท้ายก็จะเป็นคนตัดสินใจในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าเรื่องเหล่านี้จะสำคัญหรือไม่ (แม้กระทั่งเรื่องอาหารในโรงอาหาร) หากพนักงานมีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ใด ๆ ขึ้นมา ก็จะต้องนำเสนอสิ่งเหล่านี้ให้กับหัวหน้า จากนั้นหัวหน้าของแผนกก็จะนำเสนอเรื่องนี้ให้กับจ็อบส์

เมื่อตอนที่แอปเปิลเปิดตัว iPhone 3G พร้อมกับบริการ MobileMe แอปเปิลได้พบกับปัญหาที่ระบบไม่สามารถทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ บริการผ่านหน้าเว็บของ MobileMe ล่มหรือบางครั้งก็โหลดไม่ขึ้น โดยสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือผู้ใช้ที่จ่ายค่าบริการรายปีให้กับแอปเปิลเพื่อบริการนี้ต่างสงสัยว่าบริการดังกล่าวพร้อมที่จะเปิดตัวจริงหรือไม่ สตีฟ จ็อบส์จึงได้ตัดสินใจเรียกพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ MobileMe มาใน Town Hall ของตึกแอปเปิล แล้วบอกว่าทุกคนมีส่วนทำลายชื่อเสียงของแอปเปิล และทุกคนก็ควรจะเกลียดซึ่งกันและกันที่ทำให้ผู้ร่วมงานผิดหวัง จากนั้นจ็อบส์ก็ได้ให้ชื่อผู้บริหาร MobileMe คนใหม่เข้ามาทำงานแทนที่ในทันที

"มีใครสามารถบอกได้บ้างว่า MobileMe มันควรเป็นอย่างไร?" .. เมื่อสตีฟได้รับคำตอบที่ตัวเองพอใจ สตีฟก็ได้ตอบว่า "แล้วมันเป็นห่_อะไรทำไมมันถึงไม่เป็นอย่างนั้น?"

สำหรับคนที่สงสัย นี่คือแผนผังที่แสดงระบบบริหารภายในบริษัทของแอปเปิล ที่น่าสนใจคือ แอปเปิลมีรองประธานฝ่ายต่าง ๆ มากมายที่เรายังไม่เคยได้ยินมาก่อน

เมื่อถึงเวลารายงานความคืบหน้าของงานแต่ละงาน แอปเปิลจะมีบุคคลที่มีตำแหน่ง DRI (Directly Responsible Individual) หรือผู้ที่จะต้อง "รับผิดชอบงานนี้โดยตรง" ออกมารายงานความคืบหน้าและแสดงความรับผิดชอบต่องานต่าง ๆ เสมอ เพราะฉะนั้นหากมีอะไรผิดพลาด แอปเปิลจะสามารถเลือกจัดการกับพนักงานได้ถูกคน

อารมณ์รุนแรงของสตีฟ จ็อบส์เองก็เคยลามไปถึง Walt Mossberg แห่ง Wall Street Journal อีกด้วย หลังจากที่ Mossberg เขียนวิจารณ์ MobileMe ในแง่ลบ สตีฟได้บอกว่า "เพื่อนของเรา Mossberg จะไม่เขียนเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับเราอีกต่อไป"

รายงานฉบับนี้ยังบอกอีกว่า เมื่อโปรเจคใกล้เสร็จ แอปเปิลจะยอมจ่ายและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้โปรเจคนั้นไร้ที่ติ ยกตัวอย่างเช่น แอปเปิลได้จ้างวงออเคสตร้าชื่อดัง London Symphony Orchestra ให้บันทึกเสียงให้กับ iMovie,​ การส่งทีมถ่ายภาพไปถ่ายฉากงานแต่งงานที่ฮาวาย หรือแม้กระทั่งการสร้างฉากงานแต่งงานปลอม ๆ ขึ้นมาในซานฟรานซิสโก โดยให้พนักงานแอปเปิลเล่นบทเป็นแขกผู้ร่วมงาน

จ็อบส์เองยังได้จ้างกลุ่มศาสตราจายร์และพนักงานฝ่ายบริหารของ Yale School of Management มาทำงานในส่วนของ Apple University ซึ่งเป็นกลุ่มศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยดัง ๆ ต่าง ๆ รวมไปถึง Harvard ที่ได้รับภารกิจในการเขียน Case Study ต่าง ๆ เพื่อที่จะเตรียมบริษัทหากบริษัทต้องทำงานต่อไปโดยไม่มีสตีฟ จ็อบส์ โดย Case Study เหล่านี้จะนำเสนอการตัดสินใจต่าง ๆ ของบริษัท (สตีฟ จ็อบส์) และวัฒนธรรมของแอปเปิล โดยพนักงานที่จะเข้าถึง Case Study เหล่านี้ได้มีเพียงแค่พนักงานระดับสูงที่จะได้รับการโค้ชโดยรองประธานของแอปเปิลอย่าง Tim Cook หรือ Ron Johnson เท่านั้น

ที่มา - 9to5Mac

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

อำนาจตัดสินใจอยู่ที่หลายคนก็แย่เลยดิครับ
ลองนึกภาพสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ เทพไท เสนาพงษ์ สามารถตัดสินใจแทนอภิสิทธิ์ได้สิครับ

ผมว่ารวมศูนย์แค่การแอพพรูฟขั้นสุดท้าย การตัดสินใจจริงๆก็มาจากคนหลายคนตามหน้าที่ของเขา
แต่ถ้าไม่มีคนอยู่ตรงกลางคอยดูแล ทุกคนอาจมีแนวโน้มที่จะมีการตัดสินใจที่สร้างความสะดวกสบายให้ตัวเองมากกว่าเพื่อความสำเร็จ

จ๊อบไม่อยู่วุ่นแน่ ๆ ระบอบนี้ถ้าผู้นำมีความเก่งกาจก็จะทำให้องค์กรไปโลดเลย ทิศทางชัดเจน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตรงกันข้ามก็ผลลัพธ์เป็นอย่างตรงกันข้ามนั่นแหละ

ดังนั้นขออนุญาตทำนายว่าถ้าจ๊อบไม่อยู่แล้วยุคของแอ๊ปเปิ้ลก็จะจบลงทันทีนั่นแหละ เหมือนกับยุคของ Microsoft ที่ไร้ซึ่งบิลเกต

อเนกนาค Sun, 08/05/2011 - 09:52

ไม่รู้ ว่า Tim cook เก่งได้สักครึ่งของ จ๊อบ ป่าว เพราะตอนนี้ชอบ ลุงทิม มากกว่าลุงจ๊อบแล้ว
ดูสุขุม ใจเย็นดี

ผมดูโหงวเฮ้งเค้า หน้าตาเค้าบ่งบอกแบบนั้นอ่ะ ฮ่า ดูหน้าเชื่อถือไม่ล๊อกแล๊ก

กับอีกคนนึง ที่เป็นคนก่อตั้ง apple รุ่นเดียวกับ จ๊อบ จำชื่อไม่ได้ ที่ตัวอ้วนๆ หน่อย
ผมไม่ค่อยชอบเค้าเลย

Qubit Sun, 08/05/2011 - 22:05

In reply to by อเนกนาค

ผมว่าถ้าไม่มี Steve Wozniak คงไม่มี Apple Inc ครับเพราะต่อให้ job ออกแบบดีแค่ไหน ดูดี น่าใช้ยังไง แต่ถ้าไม่มีคนอย่าง Wozniak แปลงจากแม่แบบในกระดาษให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ก็คงไม่มีเครื่อง Apple ไปเสนอให้ IBM ไม่มีเครื่อง Apple ไปเสนอในงาน Homebrew Computer Club จนมียอดสั่งซื้อเข้ามามากมายจะมีเงินทุนก่อตั้งบริษัทเป็นรูปเป็นร่างอย่างทุกวันนี้หรอกครับ แต่ก็ไม่ได้หมายถึงมีแค่สองคนนี้นะครับมันก็ต้องให้เครดิตกับคนอื่นในทีมตอนก่อตั้งบริษัทด้วยครับ

ผมไม่ได้ว่าเค้าไม่เก่ง ครับ เค้าน่ะเก่งอยู่แล้ว คนระดับนี้ ความสามารถอะไรก็แล้วแต่
แต่ที่ไม่ชอบ คือความรุ้สึกส่วนตัวต่อใครคนนึงเท่านั้นครับ

และอย่างที่บอกที่ชอบ tim cook ก็ความรู้สึกส่วนตัวต่อใครคนนึงเช่นกันล่ะครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมไม่ทราบความสามารถหรือรู้จักอะไรพวกเค้าเลยด้วยซ้ำ

+1 ครับ

ณ ตอนนั้น
Steve Wozniak เป็น Engineer
Steve Jobs เป็นแค่ Designer (เอกด้าน Typography) + Business Planner

ถ้าไม่มี Woz ก็ไม่มี Jobs ถึงปัจจุบันนี้ครับ อารมณเหมือน Winklevoss ที่มีแต่ไอเดีย แต่ไม่เคยได้ทำ fb สักที
กลับกัน ถ้ามี Woz แต่ไม่มี Jobs ของดีจริง แต่ไม่สวย ไม่มี plan ก็ขายไมได้อยู่ดี ก็ไม่มี Apple เช่นกัน

แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือ คนเรา "รู้หน้า ไม่รู้ใจครับ"

รูปแบบของหลายๆ องค์กรที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มีลักษณะโครงสร้างองค์กรแบบนี้ครับ รวมศูนย์ ผู้บริหารสูงสุดตัดสินใจเกือบทุกเรื่อง ข้อดีคือ พอมีเป้าหมายชัดจะไปได้เร็วมาก เพราะหัวหน้าสั่งอะไรต้องทำให้ได้ แต่ข้อเสียคือ หากองค์กรใหญ่ มากเกินไป จะทำให้ต้องรอการตัดสินใจจากระบบบน ซึ่งอาจส่งผลให้องค์กรขยับตัวได้ช้า

ถ้าดูเผินๆจะเป็นแบบอย่างที่ว่านี่แหละครับ

แต่ถ้ามองให้ลึกจะรู้ว่า ทุกองค์กรตอนเด็กๆเป็นรวมศูนย์ทั้งนั้น (อาจจะเป็น 5% ที่ประสบความสำเร็จเป็นรวมศูนย์ แต่ 95% ที่ fail ก็รวมศูนย์เหมือนกันครับ)

เมื่อก่อนก็เยอะครับ แต่พอ Jobs กลับเข้ามาก็ตัดสายผลิตภัณฑ์ที่ไม่สำคัญทิ้งทั้งหมด ผมยังจำ product matrix ตอนที่ Jobs กลับเข้ามาบริหารใหม่ๆ ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่ผมชอบมาก

    Consumer   Professional

Desktop iMac | PowerMac

Portable iBook | PowerBook

ผมคิดว่าปัจจุบันก็ยังใช้แนวคิดนี้อยู่ ทั้งในกลุ่มของสายผลิตภัณฑ์ MacOS และ iOS แต่มีการแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็น 3 ระดับแทน

wonteen Sun, 08/05/2011 - 13:00

No จ๊อบส์ = เจ๊ง

คราวก่อนศาสดาไม่อยู่ บ.ก็ลุ่มๆดอนๆ จะโตก็ไม่โตทรงๆพออยู่ได้
ต้องยอมรับว่าจ๊อบส์แกนักคิด+ทำไวจริงๆ คิดและทำก่อนคนอื่นหลาย step เลยทีเดียว

จะว่าไปอยากเข้าถึง case ที่ว่าจังแฮะ เผื่อจะได้เอามาพัฒนาแนวคิดที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้บ้าง O-o

การบริหารแบบรวมศูนย์ ถ้าผู้บริหารเก่งก็ไปโลด แต่มักจะเจอปัญหาตอนรุ่นถัดไป ซึ่งก็อาจล้มเหลวจนถึงขั้นปิดตัว (ปัญหาเดียวกับบ.ที่บริหารแบบเถ้าแก่ในครัวเรือน)

บ.อื่นๆ CEO แม้จะใหญ่สุดก็จริง แต่จะไม่เข้าไปล้วงลูกทุกๆเรื่อง จะแบ่งงานให้ VP แต่ละด้านคอยดูแลเป็นหลัก แล้วตัวเองดูงานระดับนโยบาย ยกเว้นว่าเจอปัญหาหนักๆ ถึงอาจต้องลงไปสั่งการเป็นด้านๆไป

การบริหารแบบ steve jobs ถ้าสมมติเทียบกับของไทย คือ พี่มาร์ค ลงไปเลือกยี่ห้อนมโรงเรียนเพื่อที่จะใช้ในโครงการแจกเด็กนักเรียน แทนที่่จะวางกรอบกติกาการจัดซื้อ แล้วปล่อยให้ผู้บริหารระดับท้ิองถิ่นเลือกเองตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้นั่นแหละ

สมมุติไม่เหมือนครับ ต้องเป็นตั้งคณะกรรมการเลือกยี่ห้อ นม ครับ คณะกรรมการนี้จะมาจากหลายส่วน สุดท้ายประชาวิจารณ์ครับ = ด่า

แต่ถ้าบริหารไม่ดี ขาดทุนเหลวแหลก พอครบไตรมาส หรือครบปี เจอประชุมผู้ถือหุ้น บรรดาผู้ถือหุ้นก็บีบให้ลาออกเองแหล่ะ

ซึ่งไม่เหมือนกับบริหารแบบเถ้าแก่ ต่อให้ลูกหลานแย่ มันก็ยังได้บริหารต่อ เพราะเจ้าของคือกงสี ไม่มีผู้ถือหุ้นมานั่งบีบให้ออก

PaPaSEK Sun, 08/05/2011 - 23:07

ผมดูๆ แล้วจ็อบส์นั้นเหมาะมากในตำแหน่ง "ว้ากเกอร์" ในระบบ "SOTUS"

ในคำว่า รวมศูนย์มันมีหลาย level ในตัวมันเอง Apple ไม่ได้รวมศูนย์ hardcore ขนาดนั้น และมันก็ไม่ได้ unique อะไรมากมายแบบที่ไม่มีใครเหมือน บริษัทอื่นแนวนี้ก็มีเหมือนกัน แต่คนที่เป็น head ไม่ได้ทำตัวเป็น icon ออกสื่อแบบ Jobs

ถ้ายกวิชาการมาเลย ต้องบอกว่า Apple เป็น Eiffel Tower Culture คือ Centralisation สูง และ formalisation ก็สูงด้วย

p.s. ต้องมีบางคนไม่เข้าใจแน่ๆ แต่อยากเขียนไว้บริหารความรู้ตัวเองที่ไม่ค่อยได้ใช้บ้าง จะได้ไม่ลืม

ความแตกต่างระหว่างภารโรงกับรองประธาน
หมายความว่ายังไง
หรือหมายความว่ารองประธานทำงานไม่สำเร็จไม่จำเป็นต้องแก้ตัว เตรียมหางานใหม่ได้เลย

ผมนึกถึงผู้หญิงเก่งของเมืองไทย สุรางค์ เปรมปรีดิ์ บริหารงานได้เก่งจริงๆ ขนาดอีกช่องมีผู้บริหารเยอะสารพัดกลยุทธ์+กลโกงยังเอาชนะเจ๊แกไม่ได้เลย ล่าสุดนี่ฝนฟ้าอากาศกับข่าวเกษตรนำหน้าไปหลายขั้น

ช่วงหลัง ๆ นี่เป็นกลุ่มกรุงศรีฯ บริหารแล้วครับ คุณแดงดูแค่ละครเท่านั้นเอง อำนาจการตัดสินใจ การจัดผัง อยู่ที่คณะกรรมการพิจารณาผังรายการและการเช่าเวลา ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงช่วงหลัง ๆ นี่กลุ่มกรุงศรีฯ ทั้งนั้นเลย

ผมก็เหมือนกันครับ ยิ่งช่อง 3 ผมไม่ดูใหญ่เลย มีแต่ละคร (แย่งผัวแย่่งเมีย) ละครเน้นตลาดสาวโรงงานมาก
ส่วนมากดู เคเบิ้ล มากกว่า

แม้ลุงจ็อบส์จะนับถือเซน และนิยมความเรียบง่าย

แต่ผู้ที่รู้จักความเรียบง่ายคือผู้ที่รู้จักความเพอร์เฟ็ค เหมือนผู้ที่รู้จักสีดำจึงรู้จักสีขาว รู้จักความืดจึงเข้าใจถึงความสว่าง

ผลิตภัณฑ์ของแกจึงเรียกได้ว่า (เกือบ)ไร้ที่ติ

ชอบคำพูดคุณอ่ะ

คิดเหมือนกันเลย ผมว่าการที่จะทำอะไรให้เรียบง่ายอย่างที่สุด แต่ให้ดูมีอะไรมากที่สุดที่ยากนะ
เหมือนทุกผลิตภัณฑ์ ที่ apple ที่พยามทำ

ชอบคำพูดคุณอ่ะ

คิดเหมือนกันเลย ผมว่าการที่จะทำอะไรให้เรียบง่ายอย่างที่สุด แต่ให้ดูมีอะไรมากที่สุดที่ยากนะ
เหมือนทุกผลิตภัณฑ์ ที่ apple ที่พยามทำ