(คัดลอกเนื้อความบางส่วนมาตรงๆ โดยไม่ได้แก้ไข ต้องการอ่านฉบับเต็ม ดูได้จากลิงก์ข้างล่าง)
ดร. บอนนี่ ดอคเฮอตี้ อาจารย์ผู้ดูแลประจำแผนงานสิทธิมนุษยชน ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จะเป็นผู้นำทีมคณะนักวิจัยมายังประเทศไทยในช่วงต้นเดือนมกราคม
...ทีมงานจะพิจารณาการปิดกั้นและคัดกรองเว็บในปัจจุบัน ซึ่งกระทำโดยหน่วยงานรัฐบาลไทยจำนวนหนึ่ง ที่เด่นชัดก็คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, และการสื่อสารแห่งประเทศไทย ทีมงานจะสืบสวนหาความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกอย่างเสรี และจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในบริบทที่กว้างกว่า เกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชน
เนื่องจากการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยทั้งหมดนั้น กระทำอย่างปกปิดเป็นความลับ เราจึงตั้งใจอย่างจดจ่อที่จะรอรับฟังเสียงตอบรับจากรัฐบาลไทย ต่อการพิจารณาอย่างละเอียดระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างฮาร์วาร์ด...
on
จุดจบแห่ง
pit Tue, 02/01/2007 - 20:29
จุดจบแห่งโครงการตาวิเศษ?
เป็นการเป
AdmOd Tue, 02/01/2007 - 21:24
เป็นการเป็นงานสักที หึหึ
สาธุ เรื่อ
Conductor Tue, 02/01/2007 - 22:06
สาธุ
เรื่องการเซ็นเซอร์ข้อความ อาจจะไม่ได้ผิดกฏหมายระหว่างประเทศ แต่ค่อนข้างคาบลูกคาบดอกเกี่ยวกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 18 19 20 22 27 28 และ 30
ถ้าถามว่าการเซ็นเซอร์ผิดกฏหมายไทยไหม ตอบว่าไม่รู้ (เคยคิดว่าผิดเพราะขัดรัฐธรรมนูญปี 2540 มาตรา 39 40 และ 41 แต่รัฐธรรมนูญตอนนี้ไปพักผ่อน) มีความเห็นซึ่งต้องอธิบายยาวหน่อย คือมีบางอย่างทำให้บางคนไม่สบายใจ บางอย่างอันนั้นบางทีอาจผิดกฏหมายด้วยซ้ำไป แต่การเลือกที่จะเซ็นเซอร์เหมือนเป็นการซุกขยะไว้ใต้พรม ทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากบางอย่างนั้นเป็นการละเมิดกฏหมาย แทนที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามกฏหมาย กลับเลือกที่จะปิดบังไม่ให้คนรู้เห็น-แล้วปล่อยให้การกระทำผิดดำเนินต่อไป ผมว่าอย่างนี้แหละผิด...แต่มันก็แค่ความเห็นนะ
จุดจบของ
lancaster Tue, 02/01/2007 - 22:08
จุดจบของ favicon.ico not found แหกตาเด็ก
^^
ibirdboy Tue, 02/01/2007 - 23:25
^^
ตลกดี จริง
prugsadee Tue, 02/01/2007 - 23:32
ตลกดี จริง ๆ แล้วหลาย ๆ ประเทศก็มีการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว เพื่อความมั่นคงของประเทศหรือเพื่ออะไรหลาย ๆ อย่างซึ่งบางเหตุผล คิดว่ามีนสมเหตุสมผลอยู่พอสมควร เช่น ดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยุยงส่งเสริมให้เกิดการแตกแยกระหว่างประเทศหรือภายในประเทศเอง สมควรที่จะัปิดกั้นเป็นอย่างยิ่ง ให้ประเทศที่พูดภาษาไทยอ่านภาษาไทย ไม่คล่องหรือว่าไม่แตกฉานมาพิจารณาว่าอันไหนควรหรือไม่ควร ผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่
กรณีหมิ่น
Conductor Tue, 02/01/2007 - 23:56
กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็ผิดกฏหมาย เรื่องของความมั่นคงก็มีกฏหมายเกี่ยวกับความมั่นคง ก็ทำไปตามนั้นซิครับ ไม่ได้ว่าอะไรเลย
เมืองไทยมีกฏหมายไทยเป็นกติกาสังคม ที่รับไม่ได้คือการที่เห็นสิ่งผิดกฏหมายแล้วไม่ทำให้เป็นไปตามกฏหมาย แต่เลือกใช้วิธีซุกไว้ แล้วหลอกตัวเองว่าแก้ปัญหาไปแล้วต่างหาก
* "ไทย"อันดับ 5 โลกแพร่เว็บ"ลามก" -- ข่าวมติชน * นายตำรวจวิจารณ์การปิดกั้นเว็บ -- ข่าวไทยโพสต์
ได้ยินกับ
bact Wed, 03/01/2007 - 01:14
ได้ยินกับหู เมื่อครั้งไปสัมมนาร่างพรบ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ท่าน ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังยอมรับเองเลย ว่าการเซ็นเซอร์เว็บทุกวันนี้ ไม่มีกฎหมายรองรับ -- เลยจำเป็นต้องมีพรบ.ที่่ว่าออกมา จะได้ทำได้อย่างถูกกฎหมาย ... พูดง่าย ๆ ทุกวันนี้ที่ทำ ทำเกินอำนาจ เกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้
รัฐบาลคงไ
godzilla Wed, 03/01/2007 - 07:13
รัฐบาลคงไม่ตอบรับมั๊ง ไม่งั้นเดี๋ยวทำอะไรไว้โดนแฉหมด หน้าแตกหมอไม่รับเย็บอีก :p
หมายความว
prugsadee Wed, 03/01/2007 - 09:00
หมายความว่าหากว่ากฎหมายยังไม่รองรับ เราไม่สามารถจะจัดการอะไรได้เลย รอจนกระทั่งกฎหมายออกมาก่อนค่อยว่ากัน ผมว่าแบบนี้มันเป็นการทำแบบวัวหายล้อมคอกมากกว่า สิ่งไหนที่ไม่ดีก็กันไว้ก่อนไม่ดีกว่าหรือแล้วค่อยเอากฎหมายมาว่ากัน มันจะดีกับคนทั้งประเทศมากกว่า ไม่ใช่เอะอะอะไรก็เสรีภาพ มันน่าจะมีขอบเขตที่เหมาะสมมากกว่า ถ้าพูดถึงอินเทอร์เน็ตไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะคิดได้ หรือว่าคิดเป็นว่าอันไหนดีไม่ดีเมือน ๆ กันหมด ผู้ใหญ่ต้องคอยสอดส่องดูแลร่วมด้วยเพื่อให้เด็ก ๆ นั้นปลอดภัยจากการใช้อินเทอร์เน็ต แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคนที่มาตรวจสอบนั้นมาด้วยจิตใจที่มีความเที่ยงตรงหรือว่ามีเลศนัยแอบแฝงอยู่
prugsadee -
lew Wed, 03/01/2007 - 09:30
prugsadee - แล้วอะไรคือสิ่งที่ดี อะไรคือสิ่งที่ไม่ดีล่ะครับ ใครเป็นคนติดสินใจในเรื่องนี้หรือ ครึ่งปีก่อนเราโวยวายว่ารัฐบาลแทรกแซงสื่อ วันนี้เราก็มองเห็นว่ามันเป็นความชอบธรรม แล้วรอให้อีกสามสี่ปีเราออกมาโวยวายรัฐบาลอีกครั้งเป็นวนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ น่ะหรือครับ
คุณบอกว่าจะแน่ใจได้ยังไงว่าคนตรวจสอบนั้นเที่ยงตรง แต่ตอนนี้น่ะไม่มีใครรู้กระทั่งว่าคนตรวจสอบเป็นใคร ไม่มีใครรับผิดชอบอะไรเมื่อเกิดความผิดพลาดและความเสียหายจากการบล็อกแบบเหมารวม
ถ้ารัฐเองมีข้ออ้างจะทำโน่นทำนี่เกินกฏหมายได้เรื่อยๆ แล้วเราจะมีกฏหมายไปทำไมกันล่ะครับ ------ LewCPE
ผมค่อนข้า
freeman Wed, 03/01/2007 - 09:44
ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับคุณ prugsadee นะ อาจเป็นเพราะผมไม่ได้รับความเสียหายจาก มาตรการ ที่รัฐทำอยู่ แต่รัฐก็ควรทำให้เปิดเผย หรือมีช่องทางในการให้ผู้ใช้บริการเวบไซต์นั้น หรือผู้ที่รับผิดชอบได้มีโอกาสได้ อธิบายหรือ ชี้แจง ก่อน ส่วนประเด็นการเข้ามาตรวจสอบของ ฮาร์วาร์ด นั้น ขอถามว่า ได้รับมอบอำนาจ จากหน่วยงานใด
prugsadee:
mk Wed, 03/01/2007 - 10:07
prugsadee: โดยส่วนตัวผมก็เห็นด้วยนะครับ ว่าเนื้อหาบางส่วนควรจะเซ็นเซอร์ (ตัวอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนเห็นตรงกันเกือบหมดคือการทำอนาจารเด็ก) เพียงแต่วิธีการของรัฐบาลไทย (ในที่นี้คงเป็นกระทรวง ICT) ทำมันไม่โปร่งใสเท่านั้นเอง ถ้าอธิบายได้ว่าทำไมต้องเซ็นเซอร์เว็บนั้นเว็บนี้ ผมเชื่อว่าไม่มีปัญหา อันที่มีปัญหาคือโมเมเอาเว็บอื่นๆ ไปเซ็นเซอร์ด้วยต่างหาก
freeman: คิดว่าคงออกมาในรูปการวิจัยครับ เผอิญมีชื่อฮาวาร์ดแปะมาด้วย เลยทำให้มันมีน้ำหนักในวงกว้างเท่านั้นเอง
freeman -
lew Wed, 03/01/2007 - 10:17
freeman - ผมไม่เชื่อว่านี่เป็นเรื่องที่ "ควร" ทำให้เปิดเผยนะครับ แต่มันเป็นเรื่องที่ "ต้อง" ทำให้เปิดเผย ต้องมีช่องทางและกระบวนการในการตวจสอบที่ชัดเจน และเชื่อถือได้
ผมไม่เชื่อในกระบวนการของ ICT ทุกวันนี้ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ในเชิงเทคนิคแล้วผมเชื่อว่าคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ขาดความรู้ความสามารถในเชิงเทคนิคอย่างรุนแรง เคยมีการบล็อกจนสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการบล็อกเซิร์ฟเวอร์บางตัวของกูเกิล หรือจะเป็นการใช้คำสำคัญที่ทำให้เว็บที่ไม่เกี่ยวข้องถูกบล็อกไปเป็นจำนวนมาก
ในแง่ของการเมืองและประชาธิปไตยก็อย่างที่ผมบอกไป ว่าหากรัฐเพิ่มอำนาจให้ตัวเองได้ตามใจชอบอยู่เรื่อยๆ คงอีกไม่นานที่เราจะปกครองกันด้วยระบบเผด็จการ แล้วบอกว่านั่นคือประชาธิปไตย์เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน
ในแง่ของสังคมแล้ว ผมว่าพ่อแม่ควรเข้าใจไว้ให้ชัดเจนว่าการที่ ICT บล็อกเว็บมันไม่ได้ทำให้ลูกของเขาไม่สามารถเข้าถึงสื่อลามกได้ มันอาจจะยากขึ้นอีกสักหน่อย แต่เทคนิคการเข้าถึงเว็บเหล่านั้นโดยหลบกระบวนการของ ICT ทั้งไม่ได้ยากเกินที่เด็กมัธยมจะทำได้ ไม่รู้ว่าเป็นผมคนเดียวรึเปล่าที่เคยได้เห็นเด็กตามร้านเน็ตบอกต่อๆ กันถึงวิธีการหลีกเลี่ยงกระบวนการพวกนี้ไปอย่างง่ายดาย ผมไม่เชื่อว่าการแก้ปัญหาแบบนี้จะช่วยอะไร ตรงข้ามมันไปสร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ให้กับพ่อแม่ว่าปัญหานี้ได้รับการจัดการโดยรัฐไปเรียบร้อยแล้ว โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องทำอะไร
ถ้าพ่อแม่จะกังวลเรื่องที่ว่าลูกดูสื่อลามก ผมว่ามันก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่เองล่ะครับที่จะต้องดูแลและตรวจสอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกอย่างต่อเนื่อง ------ LewCPE
ผมเห็นด้ว
freeman Wed, 03/01/2007 - 11:56
In reply to freeman - by lew
ผมเห็นด้วยกับ lew ในเรื่องของวิธีการที่ ต้องทำให้เปิดเผย ช่องทางหรือกระบวนการที่ชัดเจน ครับ และ ประเด็นเรื่อง ฝีมือ ของคนที่รับผิดชอบ ใน กระทรวง ICT แต่ประเด็นเรื่องสังคมนั้น การที่รัฐได้สร้างเกราะหรือภูมิคุ้มกันให้เยาวชนของเรา ในการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับตัวเค้านั้น เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าควรทำครับ การที่เราจะบังคับให้พ่อแม่ ต้องเข้าใจหรือให้ตรวจสอบการใช้งานของบุตรหลานเองนั้น ผมคิดว่า ถ้าท่านเหล่านั้นทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเรายังมีช่องว่างระหว่างคนที่รู้ กับคนที่ไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยี อยู่อีกมากพอสมควร ครับ
ในเรื่องข
ipats Wed, 03/01/2007 - 11:10
ในเรื่องของสื่อลามก (อบายมุข ฯลฯ) ผมก็ยังเชื่ออยู่ว่า การเปิดเผยในที่แจ้ง ดีกว่าปิดๆ ให้อยู่ในที่ลับ เพราะมันจะควบคุมไม่ได้เลย
---------- iPAtS
LewCPE ผมว่ารั
prugsadee Wed, 03/01/2007 - 11:53
LewCPE ผมว่ารัฐมีหน้าที่ปกป้องประชาชนจากสิ่งที่อาจจะทำอันตรายหรืออะไรก็แล้วแต่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนส่วนมาก พูดง่าย ๆ คือยอมเสียส่วนน้อยเพื่อคนส่วนมาก มันอาจจะไม่ยุติธรรมสำหรับคนส่วนน้อยแต่ถ้าทำได้แล้วคนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์คิดว่ามันคุ้มค่ามากกว่า ถูกผิดก็ว่ากันไปทางกระบวนการของศาล เพราะเราเองก็มีกฎหมายใครใช้อำนาจเกินขอบเขตก็ฟ้องร้องกันได้ บางครั้งข้ออ้างก็ฟังขึ้น ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ากฎหมายไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ คนออกกฎหมายอาจจะไม่สามารถแก้ไขหรือออกกฎหมายให้ืทันกับอินเทอร์เน็ต
เอาแค่ให้
bact Wed, 03/01/2007 - 11:58
เอาแค่ให้ยอมรับว่า ปิดกั้น ยังกระมิดกระเมี้ยนเลย ไม่งั้นคงไม่ต้องมีท่า favicon ออกมาหรอก - -"
ที่อพาร์ท
lastone Wed, 03/01/2007 - 12:00
ที่อพาร์ทเมนต์ผมบล๊อกเองเลยครับ เซ็งมาก... ขนาดใช้ google หาคำว่า bit ไม่ได้เลย
ใช้รู้โปรแกรมให้มัน bypass ออกไปได้มั่งมีไหมอ่ะครับ
คงถูกปฏิเ
godzilla Wed, 03/01/2007 - 12:31
คงถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลเดิมๆ แน่นอน "ความมั่นคง" เห็นด้วยว่า "ต้อง" ทำให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ปกๆ ปิดๆ อยู่เหมือนปัจจุบันนี้ บาง link เป็น host ฝากรูปธรรมดาก็โดน ban ไปกับเค้าด้วย เศร้าจริงหนอ ICT กระทรวงอาถรรพ์จริงๆ
prugsadee, freeman -
lew Wed, 03/01/2007 - 12:49
prugsadee, freeman - ประเด็นเรื่องการป้องกันเยาวชนนั้น อย่างที่ผมบอกในข้อความข้างบนนะครับ ว่าในเชิงเทคนิคแล้วไม่มีทางเลยที่ ICT จะป้องกันเยาวชนจากเว็บลามกได้เต็มร้อย ผมบอกได้เลยว่าแม้มันจะเหลือช่องทางอีกแค่ 5 เปอร์เซนต์ เมื่อมีเด็กคนหนึ่งพบช่องทางการกระจายข่าวนั้นเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ และเด็กจำนวนมากจะใช้ช่องทางนั้นไปอีกพักใหญ่ๆ กว่า ICT จะรู้ตัว และแก้ไขได้
ตรงนี้คงไม่ถึงขนาดที่จะไปบังคับให้พ่อแม่มาเรียนรู้เทคโนโลยีกันหรอกครับ แต่ผมว่าเป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจกับพ่อแม่ว่าถ้าเขาซีเรียสกับการที่ลูกของเขาอาจจะเข้าถึงสื่อลามกอย่างจริงจัง ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่เขาจะต้องเรียนรู้เพื่อสอดส่องดูแลลูกของเขาเอง ตรงจุดนี้ผมเชื่อว่าพ่อแม่แต่ละคนก็มีความซีเรียสแตกต่างกันไป ขึ้นกับอายุของลูก พื้นฐานในบ้าน ฯลฯ ถ้าพ่อแม่คิดว่าปล่อยอิสระให้ลูกได้ เขาก็ไม่ต้องไปเรียนรู้อะไร
เรื่องการเรียนรู้นี่ผมว่ามันมีทางออกอื่นๆ อีกเยอะเช่นการบังคับให้ ISP ต้องส่งคู่มือกับโปรแกรมตรวจสอบ ป้องกัน หรือเก็บประวัติการใช้งาน ให้พ่อแม่สามารถตรวจสอบได้
การตรวจสอบการใช้งานจริงๆ อาจจะลำบากกับพ่อแม่ในทุกวันนี้หลายๆ คน แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ การที่พ่อแม่จะตระหนักว่าถ้าจะซีเรียสเรื่องนี้จริงๆ พ่อแม่เองต้องมีส่วนร่วม ไม่ใช่ว่าบอกว่า ICT บล็อกไปหมดแล้ว พ่อแม่ไม่ต้องทำอะไร
ที่สำคัญกว่าคือความรับผิดชอบครับ ICT "ต้อง" มีระบบการตรวจสอบที่แน่นอนว่าเว็บใดที่ไม่สามารถเข้าได้เนื่องจาก ICT การกระทำแบบกระมิดกระเมี้ยนแอบๆ เหมือนตัวเองเป็นโจรซะเองในทุกวันนี้ดูจะไร้ความรับผิดชอบไปซักหน่อย
สิ่งที่ตามมาจากการแสดงความรับผิดชอบเช่นนี้คือเมื่อ ICT มีการกระทำผิดพลาด เช่นไปบล็อกเอาเว็บที่ไม่เข้าข่าย จะเปิดโอกาสให้เอกชนที่ถูกการดำเนินงานของ ICT ที่ผิดพลาดสามารถฟ้องร้องเพื่อเอาผิดกับทาง ICT ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตัว ICT เองระบบภายในหากมีความผิดพลาดก็สามารถเอาผิดทางวินัยกับคนของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิค หรือคนเซ็นคำสั่งบล็อกก็ตาม ไม่ใช่แบบทุกวันนี้ที่บล็อกกันแบบแอบๆ แล้วทำไม่รู้ไม่เห็นอย่างน่ารังเกียจ ------ LewCPE
เคยส่งจดห
chakrit Wed, 03/01/2007 - 13:15
เคยส่งจดหมายไปที่ EFF.org แต่ว่าได้รับตอบกลับมาว่าไม่มีเจ้า่หน้าที่อยู่ในประเทศไทย คราวนี้อาจารย์จากฮาวาร์ดมาเองเลยแฮะ ^^" ดีมากๆเลย
ป.ล. แอบคิดว่าชุมชน B|N น่าจะทำอะไำรได้บ้างนะ??
>
Conductor Wed, 03/01/2007 - 13:58
> หมายความว่าหากว่ากฎหมายยังไม่รองรับ เราไม่สามารถจะจัดการอะไรได้เลย
"เรา"สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง แต่ปัญหาคือแล้วเราได้ทำอะไรกันบ้างนอกเหนือจากการวิจารณ์ ถ้าจะให้สังคมดีก็ต้องช่วยกันทำให้มันดีครับ มัวแต่ชี้นิ้ว-ปัดให้คนอื่นรับผิดชอบนี่คงไม่ช่วยเท่าไหร่
แต่ถ้าคำว่าเราหมายถึงรัฐ รัฐไม่ได้มีอำนาจที่นึกจะทำอะไรก็ทำได้ รัฐมีอำนาจอยู่สองอย่างคืออำนาจที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนในประชาคมระหว่างประเทศ อีกอย่างหนึ่งคืออำนาจทางการเมืองภายในสังคมหนึ่งๆ ซึ่งแยกเป็นสามส่วนย่อยๆคือ (1) อำนาจในการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคม (2) อำนาจในการโนมน้าว-ชี้นำสังคม และ (3) อำนาจในการควบคุมสังคมให้อยู่ในระเบียบ คิดว่าประเด็นของฮาร์วาร์ดคือเรื่องหลังสุดนี้
มาตรการทางฝั่งรัฐมีได้หลายอย่าง แต่การงุบงิบทำโดยไม่มีกฏหมายรับรองนั้น ไม่ได้รวมอยู่ในสิ่งที่รัฐทำได้ (พอๆกับการเนรมิตให้คนหายตัวไปนั่นแหละ)
Conductor:
godzilla Wed, 03/01/2007 - 15:32
Conductor: แล้วถ้ารัฐทำ จะเกิดอะไรขึ้น
ทำผิดกฏหม
Conductor Wed, 03/01/2007 - 15:39
ทำผิดกฏหมายหรือครับ ก็ผิดกฏหมายนะซิ แล้วเมืองไทยก็จะมีลูกแพะเพิ่มขึ้นอีก ตัวใหญ่ๆรอดหมด
เราเป็นเจ้าของบ้าน รัฐเป็นแม่บ้าน รัฐบาลเป็นหัวหน้าแม่บ้าน เจ้าของบ้านจ้างแม่บ้านผ่านเงินภาษี เราจะเอาอะไรก็ต้องบอก-เรียกว่ามีส่วนร่วม บางทีแม่บ้านดันนึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้าน แล้วคิดว่าเจ้าของบ้านเป็นผู้อาศัย ก็เลยยุ่งกันใหญ่
หมายถึงทำ
godzilla Wed, 03/01/2007 - 15:47
หมายถึงทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ อย่างสั่งปิดเว๊บแบบนี้ ถามว่าผิดกฏหมายหรือไม่ ถ้าผิดฟ้องแพ่ง/อาญาได้หรือเปล่า
นี่เหมือน
Conductor Wed, 03/01/2007 - 16:12
นี่เหมือนตีปิงปองกันเลยนะเนี่ย: ผมคิดว่าก่อนรัฐจะทำอะไรก็คงมั่นอกมั่นใจอยู่แล้วว่าทำได้ถูกต้อง (หรือไม่มีใครตรวจพบ) แต่ความมั่นใจก็ไม่ได้แปลว่าจะถูกเสมอไป
เรื่องการปิดกั้นเว็บ คลับคล้ายคลับคลาว่ามีมติ ครม.ของรัฐบาลที่แล้วอันนึงที่พูดเรื่องโครงการไซเบอร์คลีน หรืออะไรทำนองนั้น มติ ครม.มีความหมายต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เหมือนกับเป็นทิศทาง บางทีก็เป็นคำสั่งอนุมัติ แต่การกระทำการใดๆของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องอยู่ภายใต้กฏหมาย เพราะเป็นอำนาจที่ประชาชนให้ผ่านสภาไปเพื่อทำให้สังคมส่วนรวมสงบสุขอยู่ในระเบียบ
เรื่องการสั่งปิดเว็บ ผมไม่เคยเห็นคำสั่ง!!! แต่ยืนยันได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีมาตรการอื่นๆหลายอย่างที่ใช้ได้ผล การดูแลคนหมู่มาก ขืนใช้แต่คำสั่งอย่างเดียว ก็จะไปไม่รอด
การปฏิบัติเกินอำนาจก็ผิด การละเว้นการปฏิบัติก็ผิดเหมือนกัน
ด้วยความเ
ม่อน Wed, 03/01/2007 - 16:18
ด้วยความเคารพ ขอเสนอลบ ข้่อความ"ที่ซึ่งเชื้อพระวงศ์ไทยจำนวนมากเคยศึกษา"
การ block
Patrickz Wed, 03/01/2007 - 16:44
การ block บางอย่าง มันก็เกินไป ลองอ่าน http://www.narisa.com/blog/patrickz/index.php?cmd=showentry&eid=320
ม่อน:
mk Wed, 03/01/2007 - 17:16
ม่อน: แก้ไขแล้วครับ
มีความเห็
Conductor Wed, 03/01/2007 - 18:35
มีความเห็นนักกฏหมายชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งผมได้ส่ง URL นี้ให้พิจารณา ซึ่งท่านได้กรุณาให้ความเห็นมาดังนี้ครับ
ย่อหน้าที่สอง+สาม+สี่ อาจจะโยงไปถึงเรื่อง ร่างพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. .... ข่าวเก่า: 1 2 3 4
ไม่รู้นะ
fujitarc Wed, 03/01/2007 - 23:48
ไม่รู้นะ เรื่องปิดกั้นสื่อหรือดวงตามีก่อนรัฐบาลชุดนี้อีกนะถ้าจำไม่ผิด?? ใรมีอคติก็จะด่าว่าแต่รัฐบาลชุดนี้อย่างเดียว ?? ผมยังไม่ลากไปการเมืองเลยนะ?
fujitarc -
lew Wed, 03/01/2007 - 22:36
fujitarc - ยังไม่มีใครระบุว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลไหนนะครับ ยังไงอย่าลากประเด็นไปเรื่องการเมืองน่าจะดีกว่าครับ ------ LewCPE