Apple

ทางเว็บไซต์ AppleInsider ได้มีรายการเกี่ยวกับสิทธิบัตรของแอปเปิลที่มีการจดไว้ตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2008 ที่มีชื่อว่า "Display with Dual-Function Capacity Elements" ซึ่งเป็นการรวมเอาตัวเก็บประจุเข้าไปไว้ในส่วนแสดงผลของแต่ละจุดบนหน้าจอ LCD และสามารถทำงานแยกกันได้ตามปกติ

เทคนิคนี้จะสามารถทำให้ผลิตอุปกรณ์ที่มีจอภาพสัมผัสแบบประจุ (capacitive) ได้บางขึ้น เบาขึ้น และสว่างมากขึ้น เพราะเป็นการเปลี่ยนจากการใช้จอ LCD แยกกับแผงเซนเซอร์สัมผัสแบบเดิมที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งสิทธิบัตรนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์หลักๆ ของแอปเปิลได้เกือบทั้งหมด

ระยะหลังมานี้เราจะเห็นว่าแอปเปิลได้ให้ความสำคัญกับการจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับจอภาพสัมผัสเป็นจำนวนมาก และเรื่องของกฎหมายนี้เองก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่หลายๆ สำนักคาดเดาว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้ Android ไม่มีระบบมัลติทัชเสียที แม้ว่าฮาร์ดแวร์จะรองรับแล้วก็ตาม

ที่มา - AppleInsider

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ไม่ต้องมีสิทธิบัตร คนก็คิดขึ้นมาใช้กับอุปกรณ์บริษัทตัวเอง ทำเองขายเอง ได้อยู่ครับ

ออกจะทำให้ผูกขาดง่ายขึ้นมานิดนึง เพราะบริษัทใหญ่ๆมักจะเอาไปใช้แล้วได้ประสิทธิผลมากกว่า
แต่ปัญหามาเฟียสิทธิบัตรแบบแอปเปลกับโนเกียก็น้อยลงนะ

ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับพรรคไพเรทที่จะลดอายุสิทธิบัตรลงเหลือ 5 ปี
ไม่งั้นต้องมีการตั้งอัตราค่าซื้อสิทธิบัตรให้ยุติธรรมหน่อย หรือน่าจะมีค่าเสื่อมราคาสิทธิบัตรด้วย

ไม่เห็นด้วยครับ หากเสียเวลามากกว่า 5 ปีในการคิดค้นและวิจัยผลงานบางอย่าง แต่กลับจดสิทธิบัตรได้เพียงแค่ 5 ปีแล้วจะเสียเวลาวิจัยไปทำไม

อีกอย่างถ้าวิจัยได้แล้ว ไม่ได้เป็นเจ้าของ กลับถูกนายทุนที่ร่ำรวยนำไปใช้ขาย เป็นที่รู้จักกว่าของตัวเอง แล้วจะวิจัยไปทำไม

จดสิทธิบัตร คือขอการคุ้มครอง [แม้ว่าจะมีคนที่บังเอิญคิดเหมือนกัน บังเอิญทำออกมาเหมือนกัน ก็ถือว่าผิด]

มันยุติธรรมกับคนที่แค่คิดช้ากว่าแค่ 3 เดือน แต่ฉลาดพอๆกัน มั้ย ล่ะครับ?

ในเมื่อขอการคุ้มครอง ก็ต้องให้ประโยชน์แก่รัฐ จะเอาไปฟันกำไรเท่าไหร่ก็ตามใจ แต่ต้องมีจำกัด ไม่งั้นคุณไม่คิดว่ามันละเมิดสิทธิคนอื่นบ้างเหรอ ไม่ได้ตั้งใจลอกอะไรใคร แต่เผอิญคิดได้เหมือนกัน แค่ทำเสร็จช้ากว่านิดเดียว ทุ่มเงินทุมเวลาลงไปแล้ว กลายเป็นว่าคนอื่นที่แค่คิดเร็วกว่านิดเดียวกลายเป็นเจ้าของ ของที่เราคิดเองแท้ๆ

แถมบางคนยังไม่ทันจะทำได้เป็นชิ้นเป็นอัน (แค่จินตาการเฉยๆ ) ก็เอาไปจดลิขสิทธิ์ไว้ละ คนที่มีความสามารถ มีเงิน มีเวลา ก็เลยพลอยวิจัยให้เกิดขึ้นจริงไม่ได้อีก ผมว่ามันมีทั้งข้อดีข้อเสียเหมือนคุณลิ่วกล่าวด้านล่างครับ คุ้มครองมากไปก็ไม่ดี คุ้มครองน้อยไปก็ไม่ดี ปัญหาคือมันหาความพอดีไม่ได้!!

มาก่อนได้ก่อนสิครับ สามเดือนนี่ก็นานนะ ฉลาดกว่าแต่ถ้าไม่จดก็ไม่มีสิทธิ มันก็แค่นั้นเอง ถ้าลงทุนเยอะ กลัวมาก ก็ต้องรีบจดสิครับ มันไม่ได้ผิดที่ระบบหรอก มันผิดที่คนคิดช้ากว่าคนอื่นจดไม่ทันมากกว่า

สิทธิบัตรเป็นสิ่งที่ทำให้เกิด R&D มาโดยตลอดนะครับ ประเทศทั้งหลายที่ไม่มีระบบสิทธิบัตรกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วหรือไม่พัฒนาทั้งนั้นเลย เรื่องระยะเวลาอายุของสิทธิบัตรเป็นที่ถกเถียงมาโดยตลอด สุดท้ายมันก็อยู่ทีความคุ้มทุนของแต่ละองค์กรครับ แต่อย่าลืมว่าสิทธิบัตรมันรวมไปถึงสิทธิบัตรเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้วย ยาชนิดหนึ่งกว่าจะคิดค้นผลิตออกมาได้ตั้งนาน ถ้าได้แค่ 5 ปีใครจะมานั่งคิดยาครับ? มันไม่เหมือนกับอุตสาหกรรมไอทีที่ไหวตัวเร็วกว่าวงการการแพทย์ เพราะฉะนั้นแล้วผมว่า 10-15 ปีเหมาะสมกว่าแน่นอน บริษัทบางบริษัทมันเข็นสินค้าออกมาไม่เร็วเหมือนวงการไอทีแน่นอน

ส่วนเรื่องสิทธิบัตรมาเฟียทั้งหลายนั้นอันนี้มันก็อยู่ที่องค์กรที่ยินยอมให้สิทธิบัตรนั้นถูกจดทะเบียนได้ต่างหาก ถ้าองค์กรมันรับหมดแบบนี้มันก็มีสิทธิบัตรครอบจักรวาลเยอะแยะไปหมด (เช่นสหรัฐ) แต่ในยุโรปสิทธิบัตรหลาย ๆ อย่างไม่สามารถจดได้ รวมไปถึงพวก Software และพวก "วิธีการใช้งาน" ทั้งหลายไม่สามารถจดได้ เพราะฉะนั้นท่านั่งอึในสหรัฐอาจจะจดได้ แต่ในยุโรปอาจจะจดไม่ได้ ปัญหานี้คงต้องโทษ US Patent เองล่ะครับ

สรุป - มาก่อนได้ก่อน เหมือนที่จอดรถนั่นล่ะ ความยุติธรรมมันก็คือมาก่อนได้ก่อนน่ันล่ะ ไม่มีวิธีตัดสินความเที่ยงธรรมที่ดีกว่านี้อีกแล้วล่ะครับ

ผมเคยฟังงามสัมมนาของ FSF EU ว่าแม้กฏหมายจะไม่รับรอง Software Patent อย่างเป็นทากการ แต่ EU ก็จดกันได้แล้วผ่านทางการล็อบบี้แก้กฏเล็กกฏน้อยไปเรื่อยๆ จนจดได้ไปแล้ว

มันเกิดปัญหาย้อนกลับ ว่าหลายบริษัทวิจัยแล้วเอาไปดองไว้

ผลเลิศของระบบทรัพย์สินทางปัญญา คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรโลก หรืออย่างน้อยๆ ก็ประเทศที่ให้การคุ้มครองนั้นครับ ถ้าไม่มีการคุ้มครอง หรือการคุ้มครองน้อยเกินไป สุดท้ายก็ไม่เกิดการพัฒนาอย่างที่คุณกลัว แต่ในทางตรงกันข้าม หลายหน่วยงานพัฒนาเสร็จแล้ว ไม่ทำการค้า เอาไปเก็บไว้ ที่หนักกว่าคือเอาไปซ่อนไว้ไม่ให้ใครรู้ พอมีคนทำในรูปแบบเดียวกันกลายเป็นการละเมิดไป

ถึงจุดหนึ่งแล้วการคุ้มครองที่มากเกินไปจะกลายเป็นตัวทำให้ไม่เกิดการพัฒนาซะเอง เพราะกินบุญเก่ากันได้เรื่อยๆ

ตัวเลข 5 ปีผมว่าทำจริงคงยาก แต่ในทางหนึ่งแล้วมันเป็นการบอกสังคมว่าได้เวลาที่เราจะลดการคุ้มครองลงได้แล้ว

Wizard. Fri, 08/01/2010 - 17:12

In reply to by Thaina

ขอ + 1 ให้กับการกำหนดราคาสิทธิ์บัตรและค่าเสื่อมราคาสิทธิบัตร

แต่ก็ยังเห็นด้วยกับการให้มีสิทธิ์บัตรอยู่

ผมหมายถึงการจดสิทธิบัตรคล้ายๆแบบนี้ครับ
คือ "ไม่ได้คิดว่ามันจะทำได้จริงๆเปล่า แต่คิดว่ามันน่าจะทำได้"
บางครั้ง ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีทุนวิจัยจริงๆ แต่รู้แนวโน้ม รู้ทิศทางของธรรมชาิติ แล้วก็ไปคอยดักเก็บค่าสิทธิบัตรโง่ๆ

ผมว่าไม่ครับ

สมมุติคุณลงแรงพัฒนา เทคโนโลยีไป 40ล้านเหรียญ หลังจากนั้นบริษัทต่างๆก็เอาไปใช้ฟรี

ถ้าเป็นคุณคุณจะยอมไหมครับ ?

มันควรเป็น (น้ำหนัก) เบาลง (ตัวจอ) บางลง รึเปล่านะ
ภาษาอังกฤษมันเป็นขั้นกว่านี่นา เลยติดเป็นคำว่าขึ้น

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้นะ :P

มีอะไรต้องรีบจด เดี๋ยวคนอื่นเอาไปจดแล้วกลับมาฟ้องจะเสียหายหนัก คาดว่าคงต้องคิดแบบนี้แน่ (โดนโนเกียฟ้องมาซะอ่วมเลย)

ความคิดเป็นของเราแต่ไม่จดสิทธิบัตร พอคนอื่นเอาไปใช้แล้วเค้าเอาไปจดสิทธิบัตรว่าเป็นของเค้าแล้วเอามาฟ้องเราทีหลังแล้วเราจะไม่เจ็บใจเอาหรือ ความคิดของเราแท้ๆ กรณีนี้มีให้เห็นมานักต่อนักแล้ว

คนเราเดี๋ยวนี้มักจะเหตุผลมาสนับสนุนความเชื่อของตน
มากกว่าความเป็นจริง เพื่อให้ความเชื่อของตนสมจริง

พิมพ์ให้อ่านเฉยๆไม่มีอะไร

ระบบมีช่องโหว่ก็ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น อุดช่องโหว่ซะ

แต่ผู้ที่อาศัยช่องโหว่กวาดผลประโยชน์เข้าตัวจนมีอิทธิพล แล้วใช้อิทธิพลกดดันไม่ให้มีใครแก้ไขช่องโหว่นี้

ก็เรียกว่ามาเฟียไงล่ะครับ