Gemini แอปแชทบอต AI ของกูเกิล ทำสถิติมีจำนวนผู้ใช้งานเป็นประจำทุกเดือน (MAUs) ถึง 1 พันล้านบัญชีแล้ว โดย Sundar Pichai ซีอีโอ บอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์กูเกิลลำดับที่ 14 ที่มีผู้ใช้งานระดับ 1 พันล้าน และเร็วที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
ตัวเลข 1 พันล้านของ Gemini มีความน่าสนใจเพราะ OpenAI บอกว่า ChatGPT มีผู้ใช้งานเป็นประจำถึง 1 พันล้านต่อเดือน เมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา และเพิ่งประกาศตัวเลข 1 พันล้านต่อสัปดาห์เมื่อสัปดาห์ก่อน เท่ากับว่ากูเกิลใช้เวลาไล่ตามทันไม่นานนัก
เพื่อฉลองตัวเลข 1 พันล้าน กูเกิลได้เปิดเผยสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้งาน Gemini ดังนี้
- ผู้ใช้งาน 63% เคยสั่งงาน Gemini ด้วยเสียง
- การสนทนาบน Gemini Live ถึง 1 ใน 5 มีการเปิดกล้องและแชร์หน้าจอเพื่อให้หาคำตอบ
- นักเรียน 38% ส่งคำถามมาที่ Gemini พร้อมกับอัปโหลดไฟล์เข้ามา
- Gemini สร้างรูปภาพมากกว่า 150 ล้านรูปต่อวัน
- Gemini รองรับการทำคำสั่งอัตโนมัติบน Android มากกว่า 40 แอปแล้ว
- มีผู้ใช้งาน Gemini บน iOS และ macOS มากกว่า 100 ล้านบัญชีที่ส่งคำสั่งเฉลี่ย มากกว่าอุปกรณ์อื่น 2 เท่า
ที่มา: กูเกิล
on
อยากรู้พวกบริการ AI…
TeamKiller Wed, 12/08/2026 - 17:58
อยากรู้พวกบริการ AI นี้กำไรบ้างยังนะ กลัวทำไปอีกสี่ห้าปีล่มหายตายจากไปหมดแย่เลย
ยังไม่มีใครกำไรหรอกครับ…
Tasksenger Wed, 12/08/2026 - 19:32
In reply to อยากรู้พวกบริการ AI… by TeamKiller
ยังไม่มีใครกำไรหรอกครับ ได้เงินมาก็ลงโครงสร้างพื้นฐานกันหมด model ธุรกิจของฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะ startup คือ ใครเผาเงินได้นานกว่าชนะ คู่แข่งล้มหายตายจาก จนเหลือแค่ 1-2 จ้าว ก็จะเริ่มโมเดลธุรกิจทำเงินจริงจัง ส่วนตัวมองว่าจ้าวที่มีโครงสร้าง Cloud พื้นฐานเป็นของตัวเองจะได้เปรียบ เพราะสามารถหารายได้จากโครงสร้างพื้นฐานได้ ทำให้ยืนระยะได้ยาวนานกว่า การครองอำนาจเบ็ดเสร็จในการต่อรองมันมีหลายแบบ หนึ่งในนั้นคือ ใหญ่ที่สุด ประมวลผลเร็วทีสุด จนไม่มีใครลงทุนจนทำระบบได้แบบจ้าวตลาด ก็เป็นการครองตลาดเบ็ดเสร็จแบบหนึ่ง เพราะคนที่จะเอาชนะได้ ต้องมีเงินทุนมากกว่า หรือมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าในการลดต้นทุนการประมวลผล
ซึ่งถ้าจากแนวที่ผมกล่าวมา ผู้ชนะจะมีองค์ประกอบ คือ มีโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง มีขนาดใหญ่มาก ทำให้ขนาดต่อต้นทุนต่ำ หรือเกิดมีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้น ทำให้ต้นทุนการประมวลผลลดลงอย่างฉับพลัน