หนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า ดีล Elon Musk ซื้อบริษัท Twitter มูลค่า 44 พันล้านดอลลาร์ ที่มีสัดส่วนเงินกู้ถึง 13 พันล้านดอลลาร์จากธนาคารหลายแห่ง ทำให้บริษัทมีภาระหนี้สูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และกำหนดการจ่ายดอกเบี้ยงวดแรกอาจเป็นช่วงสิ้นเดือนมกราคมนี้ (ยังไม่แน่ชัดว่างวดแรกต้องจ่ายเท่าไร)
หนี้ 13 พันล้านดอลลาร์เป็นภาระหนี้ของตัวบริษัท Twitter โดยตรง ซึ่งสถานการณ์รายได้ของบริษัทที่ลดลงอย่างมาก ทำให้บริษัทอยู่ในภาวะตัดสินใจยากว่าจะเอาตัวรอดจากการจ่ายหนี้อย่างไร
- ทางเลือกแรกคือยอมจ่ายหนี้ ตอนนี้บริษัทมีกระแสเงินสดในมือราว 1 พันล้านดอลลาร์ (ตัวเลขจาก Musk ระบุเอง) ข้อเสียของวิธีนี้ย่อมเป็นการที่กระแสเงินสดในมือลดลง อาจไม่มีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายทันที เช่น เงินเดือนพนักงาน
- ทางเลือกที่สองคือขายหุ้นบางส่วนออกไปเพื่อหาเงินสดมาใช้หนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Musk พยายามทำอยู่ แต่ยังไม่ชัดว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ และ Musk อาจต้องขายหุ้นออกในราคาต่ำกว่าทุนที่ซื้อมา
- ทางเลือกที่สามคือไม่จ่ายหนี้ (default) และจบด้วยยื่นขอล้มละลายเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ จากนั้นเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อลดปริมาณหนี้ลง ข้อเสียคือกระบวนการนี้ยาวนานและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล อีกทั้ง Musk จะเสียอำนาจควบคุมบริษัท เพราะจะอยู่ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูของศาลล้มละลายแทน และหุ้นในส่วนของ Musk มูลค่าราว 26 พันล้านดอลลาร์อาจลดมูลค่าลงไปมาก
- ทางเลือกที่สี่คือ Musk อาจเจรจากับธนาคารเจ้าหนี้ ควักเงินส่วนตัวขอซื้อหนี้ของบริษัทมาเอง และถ้าพลิกกิจการกลับมาได้สำเร็จ ก็สามารถแปลงหนี้ส่วนนี้กลับมาเป็นหุ้นของบริษัทในสัดส่วนที่มากขึ้นได้ ข้อเสียของวิธีนี้คือเขาต้องยอมควักเงินเพิ่ม และธนาคารต้องยอมขายหนี้ในราคาที่ต่ำลงให้ Musk สามารถซื้อได้ด้วย
ไม่ว่า Twitter จะเลือกทางใด ปัญหาอีกอย่างคืออัตราดอกเบี้ยที่กำหนดโดยธนาคารกลางยังถือว่าอยู่ในระดับสูง (เมื่อเทียบกับช่วงที่ Musk เริ่มกระบวนการกู้เงินมาซื้อกิจการ) ทำให้ต้นทุนการเงินของ Twitter แพงขึ้นกว่าเดิมมาก สวนทางกับมูลค่าบริษัท Twitter ที่ตกลงมาก จากเดิม 44 พันล้านดอลลาร์ตอนซื้อ นักวิเคราะห์ประเมินว่ามูลค่าตอนนี้อยู่ราว 15 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น (สรุปสั้นๆ คือ ซื้อของมาแพง ของราคาตก แต่ดอกเบี้ยดันพุ่ง)
Financial Times ยังให้ข้อมูลว่าตอนนี้ Musk กำลังเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อขอเปลี่ยนเงินกู้แบบไม่มีหลักประกัน (unsecured debt) มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีดอกเบี้ยแพง 11.75% มาเป็นเงินกู้แบบมีหลักประกันที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า โดยใช้หุ้น Tesla ของเขามาค้ำประกันแทน อย่างไรก็ตาม Musk ใช้หุ้น Tesla จำนวน 63% ของที่มีอยู่มาค้ำประกันอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งหุ้น Tesla เองก็มีมูลค่าต่ำลงมาในช่วงหลัง

ที่มา - Financial Times
on
สวนทางกับมูลค่าบริษัท Twitter
champjss Tue, 17/01/2023 - 20:09
15 พันล้านดอลลาร์ปะครับ 15 ดอลลาร์นี่จะไปช้อน 5555
จะปิดตำนานหรือเปล่าเนี่ย
suriyan2538 Tue, 17/01/2023 - 20:19
จะปิดตำนานหรือเปล่าเนี่ย
แปลงหนี้ส่วนหนี้
Azymik Tue, 17/01/2023 - 20:25
แปลงหนี้ส่วนนี้
ผมสังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ,
itpcc Tue, 17/01/2023 - 22:03
ผมสังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ, ยิ่งสถานการณ์ Tesla ไม่ดีด้วย, ว่าจะปล่อยล้ม
ตัว Musk ล้มก็คงเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้า Twitter ล้ม Chapter 7 ด้วยนี่วัฒนธรรมมีล่มสลายแหง
มันเป็นวิธีการของคนเก่งระดับโ
whitebigbird Tue, 17/01/2023 - 22:11
มันเป็นวิธีการของคนเก่งระดับโลก คนที่เอาแต่นั่งด่าเค้าหน้าคอมไม่เข้าใจหรอก
ผมอยู่ทีมนั่งด่านะ
ตอนเริ่มเกมสงสัยจะปรับความยาก
makeithard Tue, 17/01/2023 - 22:45
ตอนเริ่มเกมสงสัยจะปรับความยากของเกมสูงไปหน่อย
เราสรุปได้หรือยังว่าแกพลาดเรื
schanon Wed, 18/01/2023 - 05:36
เราสรุปได้หรือยังว่าแกพลาดเรื่องนี้
สรุปได้ตั้งแต่ตอนมันเลย์เอ้าท
jaybroom Wed, 18/01/2023 - 20:54
In reply to เราสรุปได้หรือยังว่าแกพลาดเรื by schanon
สรุปได้ตั้งแต่ตอนมันเลย์เอ้าท์คนแล้วครับ คือถ้ามีแผนปฏิรูปบริษัทหรืออะไรก็ตามมันต้องมีการเบรนสตอร์มสักครึ่งปี 1 ปี อันนี้โผล่มาปุ๊บจัดหนักเลย
อยากรู้จริงๆว่าแกวางแผนอะไรไว
modernelf Wed, 18/01/2023 - 11:22
อยากรู้จริงๆว่าแกวางแผนอะไรไว้ มันออกมาเละเทะมากเลยตอนนี้
คนล้มอย่าข้าม
shub Wed, 18/01/2023 - 14:04
คนล้มอย่าข้าม แต่ต้องเหยียบซ้ำ
สาวกอวยกันไว้เยอะเชื่อมั่นกันเหลือเกินว่าเป็นแผนโน้นนี่นั้น
แค่เราเป็นคนโง่เลยไม่เข้าใจแผนพ่อคนฉลาด
มารอดูความชิบหายของคนฉลาดพร้อมกับสาวกที่จะมาแถสีข้างถลอก
เพื่อหาทางลงให้มัสดีกว่า
หาทางลงให้มันก์ X
zerost Wed, 18/01/2023 - 14:58
In reply to คนล้มอย่าข้าม by shub
หาทางลงให้มัสก์ X
หาทางลงให้ตัวเองเพราะออกตัวแรง O
เขาประกาศปาร์ตี้กับกีฬาหลายรา
ketting Wed, 18/01/2023 - 18:25
In reply to คนล้มอย่าข้าม by shub
เขาประกาศปาร์ตี้กับกีฬาหลายรายการเลยนะ ผู้บริหารระดับนั้นไม่น่าจะคิดตื้นๆ
จนถึงตอนนี้ก็ยังมีคนไม่ทันข่าว และยังคงคาดเดาต่อไป ข่าวออกมาครึ่งวันแล้วด้วย
โลกไอทีมันไม่เหมือนโลกอื่นที่คาดเดาได้ง่าย