เมื่อหลายวันก่อนกูเกิลได้เพิ่มฟีเจอร์หน้ากาก (mask) ให้กับ Hangouts โดยผู้ใช้สามารถเลือกหน้าเอฟเฟคสุนัข แมว เขาปีศาจ (devil horn) ฯลฯ แล้วหน้ากากจะปรากฎขึ้นระหว่างการสนทนา หน้ากากนี้จะเคลื่อนไปตามการเคลื่อนไหวของผู้สนทนาได้ ใครเปิดเล่น Google+ แล้วยังใช้งานใช้อยู่ไม่ได้ปล่อยให้รกร้างก็ไปลองเล่นฟีเจอร์นี้กันได้ครับ
ที่มา: Google+ ผ่าน The Next Web
ถึงแม้กูเกิลเคยโชว์ว่ามีผู้ลงทะเบียน Google+ เมื่อปีที่แล้วกว่า 90 ล้านบัญชีผู้ใช้ และมีรายงานว่าจำนวนได้เพิ่มขึ้นเกิน 100 ล้านบัญชีผู้ใช้แล้ว ประกอบกับมีการคาดการณ์กันว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีสมาชิกเกิน 400 ล้านบัญชีผู้ใช้ได้ไม่ยากนัก แต่จากรายงานของ comScore ฉบับล่าสุดกลับพบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ "ไม่ค่อยทำอะไรมาก" หลังจากสมัครใช้บริการแล้ว และยังระบุว่าหากนับเวลาที่ใช้ไปกับเว็บสังคมออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์พีซีในระหว่างเดือนกันยายนปีที่แล้วจนถึงเดือนมกราคมปีนี้จะพบว่า ผู้ใช้ใช้เวลาบน Google+ เฉลี่ย 3 นาทีต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับผู้นำอย่างเฟซบุ๊กที่มีผู้ใช้ใช้เวลาบนระบบเฉลี่ย 6 ถึง 7 ชั่วโมงต่อเดือน!
ไม่ใช่แค่ comScore เท่านั้นที่รายงานในทำนองนี้ เพราะ Zynga ที่เปิดตัวเกมบน Google+ เมื่อหลายเดือนก่อนก็รายงานว่าไม่ค่อยเห็นมีคนมาเล่นเกมมากตามที่ตั้งใจไว้ โดย COO ของบริษัทได้กล่าวว่า Google+ เป็นแพลตฟอร์มที่ดีแต่ ณ ขณะนี้อัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นช้ามาก ส่วนอินเทลก็กล่าวว่ามีคนเข้ามาคอมเมนต์โพสต์บน Google+ ในระดับหลักสิบเท่านั้น ซึ่งแตกต่างโพสต์บนเฟซบุ๊กที่มีคนเข้ามาคอมเมนต์ถึงหลายพันคน
โฆษกทางกูเกิลออกมาโต้แย้งข้อมูลจาก comScore โดยกล่าวว่าตัวเลขนั้นน้อยกว่าตัวเลขที่บริษัทเก็บได้จริงไปมาก แต่โฆษกฯ ก็ปฏิเสธที่จะบอกตัวเลขที่บริษัทเก็บได้
ที่มา: Wall Street Journal ผ่าน Neowin.net
บริษัท BrightEdge รายงานว่า ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน จำนวนผู้ตาม (followers) ของแบรนด์ต่างๆ บน Google+ ได้เพิ่มขึ้นถึง 1400% โดยวัดจาก 100 แบรนด์ที่มีผู้ตามสูงสุด ซึ่งในรายงานได้กล่าวไว้ว่า จำนวนผู้ตามได้เพิ่มขึ้นจาก 220,000 ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เป็น 3,100,000 ในเดือนนี้ โดยแบรนด์ที่มีผู้ตามมากที่สุดคือ H&M ที่มีผู้ตามสูงถึง 462,000 ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้ตามของ 100 แบรนด์รวมกันในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในรายงานยังกล่าวไว้อีกด้วยว่า อัตราการขยายมีมากสุดใน 10 อันดับแรก โดยที่ 1 ถึง 10 มีผู้ตามมากกว่าที่ 11 ถึง 100 กว่า 10 เท่า นอกจากนี้รายงานยังระบุไว้ด้วยว่า แบรนด์ใหญ่ๆ บางแบรนด์อย่าง Goldman Sachs Microsoft และ Apple ไม่มีหน้า Google+ Page เป็นของตัวเอง
อย่างไรก็ดี ผู้เขียนข่าวใน TechCrunch ได้เพิ่มเติมไว้ว่า ตัวเลขผู้ตาม 100 แบรนด์แรก ก็ยังมีจำนวนน้อยกว่า 1% หรือเป็นเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับผู้ที่มาก่อนอย่าง Facebook
YouTube เพิ่มฟีเจอร์ใหม่อีกชุดใหญ่ ดังนี้
- เพิ่มปุ่ม Google+ Profile บนช่องของเรา นอกเหนือไปจากปุ่ม Twitter/Facebook Profile
- เราสามารถเพิ่มวิดีโอและ playlist ในหน้า Channel Feed ได้โดยตรง โดย YouTube จะเพิ่มช่องสำหรับกรอก URL ของวิดีโอมาให้ (จากเดิมต้องเข้าไปยังหน้าของวิดีโอก่อนแล้วค่อยกดแชร์)
- ปรับวิธีแสดงผล thumbnail ของวิดีโอใน Channel Feed โดยจัดระเบียบวิดีโอของเหตุการณ์ (event) ให้เป็นระเบียบมากขึ้น
- เพิ่มความสามารถของข้อความบนวิดีโอ (annotation) โดยเพิ่มสีและรูปร่างแบบใหม่ๆ เข้าไปดูได้ใน Annotations Editor
ที่มา - YouTube Blog
จุดเด่นของแอพ Google+ บนมือถือ ซึ่งเดิมทีมีแต่บน Android คือฟีเจอร์ Instant Upload ช่วยอัพโหลดภาพถ่าย-วิดีโอจากมือถือไปบนเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลโดยอัตโนมัติ แล้วค่อยให้เรากดแชร์ไปยัง Google+ อีกทีหนึ่ง (เท่าที่ผมคุยมา คนที่เคยใช้จะชอบฟีเจอร์นี้กันทุกคน)
ล่าสุดฟีเจอร์นี้เดินทางมาถึง Google+ เวอร์ชัน iOS เรียบร้อยแล้ว ใครใช้อยู่ก็ตามไปอัพเดตกันได้
ฟีเจอร์อื่นๆ ในรุ่นนี้ได้แก่ รองรับ What's Hot (ตามรุ่น Android) และเพิ่มลูกเล่น "เขย่า" มือถือเพื่อส่งความเห็นกลับไปยังทีมงานของกูเกิล (ดูวิดีโอประกอบ)
ที่มา - +Anton Lopyrev, ReadWriteWeb
ในคืนที่ผ่านมากูเกิลได้แถลงผ่านทวิตเตอร์เกี่ยวกับโครงการ Hangout On Air ครั้งที่ 1 อันเป็นความร่วมมือของ CERN และกูเกิลโดยมีนักวิทยาศาสตร์และบุคคลระดับโฆษกของโครงการมาเป็นผู้ตอบคำถามสดๆ ในเพจ Google+ ของโครงการผ่าน Google+ Hangout จากห้องทดลองใต้ดินในส่วนของ CMS ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในคำถามคงหนีไม่พ้นเรื่องของอนุภาค Higgs Boson ที่ยังคงเป็นที่กังขา
สำหรับท่านที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้และคิดจะหาคำถามเด็ดๆ ไปถามบ้าง ก็บอกกันด้วยความรักตรงนี้ว่า "ไม่ทันแล้ว" เพราะการสนทนานั้นเริ่มช่วงหนึ่งนาฬิกาและสิ้นสุดเมื่อสองนาฬิกาเมื่อคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามชื่อโครงการนั้นขึ้นไว้ว่าครั้งที่หนึ่ง ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจมีครั้งต่อๆ ไป และรับชมวิดีโอการตอบคำถามเด่นๆ ได้ท้ายเบรคครับ
ที่มา - Engadget
กูเกิลออกแอพ Google+ รุ่นใหม่บน Android มีความสามารถใหม่ดังนี้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพครั้งใหญ่ในหลายจุด (กูเกิลใช้คำว่า significant performance improvements) อันนี้ต้องไปลองกันเองว่าจริงแท้แค่ไหน
- เปลี่ยนหมวด Incoming เป็น What's Hot, แสดงชื่อคนกด +1 (ข่าวเก่า)
- สำหรับโพสต์ที่มีความยาวมากๆ กูเกิลจะย่อโพสต์ให้สั้นลง จะได้เลื่อนดูโพสต์อื่นๆ ได้ง่ายขึ้น (ทำสักที)
- ภาพในหมวด From your Circles สามารถเลื่อนดูได้เรื่อยๆ ไม่จำกัดจำนวน
- ในกรณีที่เราอ่านข้อความใน Stream อยู่ แล้วตัวแอพรีเฟรชข้อมูล ตำแหน่งของ Stream จะยังค้างอยู่ที่เดิม (ของเก่าจะเด้งกลับไปบนสุด)
ที่มา - Google+ บน Google+, Android Police
กูเกิลออก Google Earth รุ่นใหม่ 6.2 โดยมีฟีเจอร์ใหม่หลายอย่างดังนี้
- ภาพแผนที่ที่เดิมทีแสดงเป็นโมเสก (เพราะมาจากภาพถ่ายดาวเทียมคนละครั้งกัน) ดูไม่สวยงาม ถูกแก้ปัญหาไปแล้วโดยกูเกิลจะ "เกลี่ย" ภาพแผนที่ให้ต่อกันแนบสนิทผ่านวิธีการเรนเดอร์แบบใหม่ (ภาพประกอบท้ายข่าว)
- แชร์ภาพหน้าจอของ Google Earth ในขณะนั้นไปลง Google+ ได้ (ตอนนี้ยังได้เฉพาะภาพหน้าจอ แชร์ข้อมูลอย่างอื่นไม่ได้)
- ปรับปรุงระบบค้นหาภายในโปรแกรม เพิ่ม autocomplete แบบเดียวกับ Google Maps และสามารถ search layer ได้แล้ว
ที่มา - Google LatLong
ข่าวใหญ่เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อนคือการเปิดตัวฟีเจอร์ Search, plus Your World ของกูเกิล ซึ่งมันคือการพ่วงข้อมูลจาก Google+ เข้าไปในผลการค้นหาของกูเกิล (ตอนนี้ยังใช้ได้เฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐ)
ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการ social network เพราะข้อมูลที่ถูกพ่วงไปด้วยมีเฉพาะ Google+ ของกูเกิลเท่านั้น ยังขาดข้อมูลจากคู่แข่งในวงการอย่าง Twitter/Facebook จนมีเสียงวิจารณ์ว่า "กูเกิลตั้งใจขายพ่วง Google+ หรือไม่" ซึ่งฝั่ง Eric Schmidt ก็ออกมาตอบโต้ว่า Twitter ไม่ยอมเซ็นสัญญากับเราต่างหาก
ประเด็นคำถามที่น่าสนใจในเรื่องนี้จึงเป็นว่า กูเกิล "มีสิทธิ" ดูดข้อมูลของ Twitter/Facebook ไปใช้ในผลการค้นหาของตัวเองได้แค่ไหน ซึ่งคำตอบของแต่ละฝ่ายก็คงต่างกันไป
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ผู้บริหารของกูเกิลออกมายอมรับว่านโยบาย "บังคับใช้ชื่อจริง" ใน Google+ นั้นไม่เวิร์ค และสัญญาว่าจะปรับปรุงในเรื่องนี้ ข่าวเก่า วันนี้มันมาแล้วครับ
Bradley Horowitz ผู้บริหารสูงสุดของ Google+ โพสต์ข้อความอธิบายว่าหลังจากกูเกิลใช้นโยบายแบนผู้ใช้ที่ตั้งชื่อผิดกฎ ก็มีผู้ใช้เพียง 0.1% ที่ยื่นคำร้องขอใช้ชื่อที่ต้องการ (name appeals)
ผู้ใช้กลุ่มนี้มีสัดส่วนดังนี้
- 60% ต้องการเพิ่มชื่อเล่นของตัวเองลงใน Google+
- 20% เป็นผู้ใช้ภาคธุรกิจ ที่ควรจะใช้ Page แต่ดันมาใช้ Profile แทน
- 20% ต้องการใช้นามแฝง หรือชื่อพิสดารอื่นๆ
ทำเนียบขาวหรือทำเนียบประธานาธิบดีของสหรัฐ ใช้เครือข่ายสังคมต่างๆ ช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น Twitter, Facebook, LinkedIn (และเพิ่งเริ่มใช้ Foursquare เมื่อไม่นานมานี้)
ล่าสุดทำเนียบขาวยังเดินหน้าด้วยนโยบายเดิม โดยขยายช่องทางมายัง Google+ เรียบร้อยแล้ว
รูปแบบการโพสต์ภาพ บล็อก และข่าวคงไม่มีอะไรแตกต่างจากเครือข่ายสังคมอื่นๆ ที่ทำเนียบขาวใช้อยู่ แต่จุดที่ต่างออกไปคือทำเนียบขาวประกาศว่าจะทำ White House Hangouts โดยเชิญเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาตอบคำถามประชาชนผ่าน Hangouts เป็นระยะๆ ด้วย
ใครสนใจก็ตามไปเพิ่มเข้าแวดวงได้ที่ +Whitehouse
ที่มา - Whitehouse.gov
Google+ เพิ่มฟีเจอร์อีกชุดใหญ่ครับ รวมเป็นข่าวเดียวไม่ให้เปลืองที่
- Google+ เวอร์ชันเดสก์ท็อป รองรับการโพสต์สถานะด้วยวิดีโอจากเว็บแคมแล้ว โดยคลิกปุ่มเพิ่มวิดีโอจะมีตัวเลือก Record Video เพิ่มเข้ามา (วิดีโอจะไม่ถูกโพสต์บน YouTube แบบ Hangouts) - +Matt Steiner, ReadWriteWeb
- หน้าค้นหาของ Google+ จะเพิ่มช่องสำหรับโพสต์ข้อความ ซึ่งเมื่อเราโพสต์ข้อความด้วยช่องนี้แล้ว โพสต์ของเราจะไปอยู่ใน Stream สาธารณะอันนี้ด้วย (ภาพประกอบตามลิงก์) - +Alex Unger, ReadWriteWeb
- Google+ เวอร์ชันมือถือซึ่งได้แก่ mobile web, iOS, Android จะแสดงหมวด What's Hot และสามารถดูรายชื่อคนที่กด +1 โพสต์ของเราได้แล้ว - +Google+, ReadWriteWeb
กูเกิลยังเดินหน้าโปรโมท Google+ ผ่านการเชิญดาราหรือผู้มีชื่อเสียงมาร่วม Hangouts กับแฟนๆ ทั่วโลกอยู่เรื่อยๆ
คนดังระดับอินเตอร์รายล่าสุดคือ David Beckham ซึ่งเขามีบัญชี Google+ อยู่แล้ว (+David Beckham) แต่รอบนี้จะมาให้สัมภาษณ์สดผ่าน YouTube/Google+ Hangouts โดยแฟนๆ สามารถฝากคำถามได้ผ่าน Google+
คิวให้สัมภาษณ์ของ Beckham คือวันที่ 19 มกราคมนี้ ตอน 9 โมงเช้าตามเวลา pacific time (สำหรับ YouTube) และ 10.30 (สำหรับ Hangouts)
เพิ่งมีข่าวว่า กลุ่ม EPIC จะร้อง FTC ให้สอบสวนกูเกิลในประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวของฟีเจอร์ Search, plus Your World แต่ล่าสุดมีข่าวว่า FTC จะสอบสวนกูเกิลในประเด็นการผูกขาดแทน
ข่าวนี้ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ Bloomberg รายงานข่าววงในจาก FTC ว่าจะขยายการสอบสวนกูเกิลในประเด็นการผูกขาดตลาด ให้ครอบคลุมถึง Google+ ด้วย
ประเด็นที่ FTC สนใจคือกูเกิลลำเอียงเข้าข้าง Google+ ในผลการค้นหาของตัวเองหรือไม่ (ซึ่ง Eric Schmidt ก็ยืนยันว่าไม่ลำเอียง) โดยโฆษกของ FTC และกูเกิลปฏิเสธจะให้ความเห็นในเรื่องนี้
Joshua Wright ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายของ George Mason University ให้ความเห็นว่ากฎหมายผูกขาดจะสนใจว่า การกระทำของบริษัทใดจะส่งผลเสียต่อ "การแข่งขันโดยรวม" หรือไม่ ไม่ใช่ "คู่แข่งรายใดรายหนึ่ง" ซึ่งในกรณีของ Google+ เขาคิดว่าไม่มีหลักฐานว่าส่งผลเสียต่อการแข่งขันในวงการ
ที่มา - Bloomberg
ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Search, plus Your World ของกูเกิลกลายเป็นประเด็นร้อน นอกจากวิวาทะกับ Twitter (ซึ่งตามมาด้วยข้อหา "ผูกขาด") ก็ยังมีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวตามมา
หน่วยงานด้านความเป็นส่วนตัว Electronic Privacy Information Center หรือ EPIC (รายเดียวกับที่เคยร้อง FTC เรื่อง Facebook Timeline) ประกาศว่าจะยื่นคำร้องไปยัง FTC ว่าฟีเจอร์ใหม่นี้ของกูเกิลมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
ตัวแทนของ EPIC บอกว่าถึงแม้ข้อมูลที่แสดงใน Search, plus Your World จะไม่แสดงต่อสาธารณะ แต่ก็จะทำให้ข้อมูลของผู้ใช้ Google+ ถูกเปิดเผยได้ง่ายขึ้นผ่านฟีเจอร์นี้ และเจ้าของข้อมูลเองไม่สามารถ "ปิด" การแสดงผลข้อมูลของตัวเองในผลการค้นหาที่เพื่อนๆ มองเห็นด้วย
EPIC ยังบอกว่ากูเกิลพยายามต่อสู้กับ Facebook ในตลาด social network ทำให้กูเกิลพยายามใช้พลังจากการเป็นผู้นำ (dominance) ในตลาดค้นหามาช่วยผลักดันเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม กูเกิลไม่ใช่รายแรกที่มีฟีเจอร์ลักษณะนี้ เพราะ Bing ประกาศความร่วมมือกับ Facebook แสดง Like ในผลการค้นหาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว
กูเกิลยังเดินหน้าเพิ่มฟีเจอร์ให้ Google+ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะฟีเจอร์ Hangouts ซึ่งเป็นตัวชูโรงมาโดยตลอด (แต่ไม่รู้ว่าคนใช้จริงเยอะแค่ไหน)
ฟีเจอร์ล่าสุดคือการแชร์หน้าจอ (screensharing) ระหว่างคู่สนทนา ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีมานานแล้วในซอฟต์แวร์สนทนาแบบวิดีโอส่วนใหญ่ (ซึ่งก็แปลว่า Hangouts ยิ่งกินตลาดซอฟต์แวร์เหล่านี้เข้าไปเรื่อยๆ)
นอกจากนี้กูเกิลยังปรับขนาดของวิดีโอให้เต็มจอมากขึ้นด้วย
ที่มา - +Christopher Johnson via ReadWriteWeb
ภาคต่อจาก Twitter โวย กูเกิลพ่วง Google+ ในผลการค้นหา กูเกิลก็ออกแถลงการณ์สั้นๆ บน Google+ ของตัวเองว่าแปลกใจกับท่าทีของ Twitter ในเรื่องนี้ เพราะ Twitter เป็นฝ่ายที่ไม่ต่อสัญญากับกูเกิลเอง และใส่ rel=nofollow ไว้บนหน้าเว็บของตัวเองด้วย
ส่วน Danny Sullivan นักข่าวในวงการ search engine ก็ไปเจอกับ Eric Schmidt ประธานของกูเกิลที่งาน CES และสัมภาษณ์เขาในเรื่องนี้
Schmidt ตอบว่ากูเกิลต้องพูดคุย (have a conversation) กับทั้ง Facebook และ Twitter ในเรื่องฟีเจอร์ Search, plus Your World เพราะกูเกิลต้องได้รับอนุญาตจากทั้งสองบริษัทในการนำข้อมูลไปใช้ก่อน
Schmidt ยังยืนยันว่ากูเกิลจะไม่ลำเอียงเข้าหาข้อมูลจาก Google+ ของตัวเองในฟีเจอร์ Search, plus Your World ที่เปิดตัวใหม่นี้
ที่มา - Marketing Land
คล้อยหลังการเปิดตัวฟีเจอร์ Search, plus Your World ของกูเกิลไม่นาน ทาง Twitter ก็ออกแถลงการณ์แสดง "ความเป็นห่วง" กับท่าทีของกูเกิลแล้ว
แถลงการณ์ของ Twitter บอกว่าผู้ใช้เน็ตพึ่งพากูเกิลในการค้นหาข้อมูลมายาวนาน แต่ระยะหลังพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยข่าวสารสำคัญๆ มักมีต้นกำเนิดมาจาก Twitter มากกว่า และผลการค้นหาจากข้อความทวีตมักตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากกว่า การที่กูเกิลรวมเอา Google+ เข้ามาจะทำให้ทุกคนหาข้อมูล (จากข้อความทวีต) ยากขึ้น
ในอดีตกูเกิลเคยซื้อสิทธิเข้าถึงข้อความทวีตจาก Twitter เพื่อนำไปใส่ในผลการค้นหา แต่หลังหมดสัญญาเก่า สองบริษัทตกลงสัญญาใหม่กันไม่ได้ ทำให้กูเกิลใช้เฉพาะทวีตจากหน้าเว็บ (ที่ crawl เอาเอง) เท่านั้น (แต่ Bing ตกลงกับ Twitter ได้)
ที่มา - AllThingsD
Guido van Rossum ผู้สร้างภาษา Python ประกาศเลิกใช้ทวิตเตอร์ในหน้า Google+ ของเขาแล้วเมื่อวานนี้
เหตุผลไม่เกี่ยวอะไรกับ Google+ แต่เขาบอกว่าแอพทวิตเตอร์บนแอนดรอยด์รุ่นใหม่นั้นขึ้น notification ให้หาเพื่อนในทวิตเตอร์ ที่เพียงกด notification ตัวแอพก็จะส่งข้อมูลรายชื่อ contact ทั้งหมดไปยังทวิตเตอร์เพื่อหารายชื่อเพื่อนทันทีโดยไม่ยืนยันผู้ใช้ซ้ำ
Guido ระบุว่าการติดต่อกับผู้ใช้แบบนี้ไม่ถูกต้อง การเลือก notification ควรเรียกไดอะล็อกเพื่อถามผู้ใช้ว่าต้องการทำต่อไปหรือไม่
ส่วนบนหน้า @gvanrossum นั้นตัว Guido ก็ประกาศทวีตสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
ที่มา - +Guido van Rossum
ความได้เปรียบสูงสุดของ Google+ คือมันมีบริการ Google Search ที่มีคนใช้งานจำนวนมากรอให้รวมตัวเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เริ่มมีการรวมบริการด้วยการใส่แถบ notification ไว้ด้านบน Google Search มาก่อนแล้ว แต่ตอนนี้ Google+ ก็บุกมาถึงในหน้าผลค้นหา
Search, plus Your World จะมีฟีเจอร์เพิ่มมาอีกสามส่วนคือ
- Personal Result: ผลค้นหาจากรูปภาพหรือโพสใน Google+ ของคนที่อยู่ใน Circle ของเรา จะถูกเรียงลำดับรวมเข้ามาในหน้าคนหา (ปิดได้)
- Personal in Search: เมื่อเราค้นหาชื่อคนใน Google Search จะมีรายชื่อเพื่อนของเราขึ้นมาแนะนำให้ด้วย นอกเหนือจากคนทั่วไป
- People and Pages: เมื่อค้นหาคำทั่วไป ผลค้นหาจะแสดงหน้าคนสำคัญหรือ Page พิเศษที่เกี่ยวข้องไว้ด้านข้างคล้ายโฆษณา
หลังจากเปิดฟีเจอร์นี้แล้วก็เตรียมดูยอดผู้ใช้งาน Google+ กันในเดือนหน้าได้
ที่มา - Google Blog









