นักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญเรื่องสายการผลิตสินค้าของแอปเปิล นาย Ming-Chi Kuo จาก KGI Securities อ้างว่า iPhone 5 รุ่นราคาต่ำจะมาพร้อมกับหน้าจอ 4 นิ้วเท่ากับ iPhone 5 ที่วางขายอยู่ปัจจุบัน และจะมีฝาหลังทำจากพลาสติกผสมไฟเบอร์กลาสที่หนาเพียงแค่ 0.4 ถึง 0.6 มิลลิเมตร
นอกจากเรื่องฝาหลังแล้ว Kuo ยังอ้างว่า iPhone 5 รุ่นประหยัดนี้จะมีสีให้เลือก 4-6 สี โดยบริษัท Green Point และ Pegatron จะเป็นผู้ผลิตและประกอบชิ้นส่วนเหล่านี้ แต่ตัวโทรศัพท์มือถือจะยังคงมาจาก Foxconn เช่นเดิม
ที่มา - MacRumors
วันนี้แอปเปิลออกอัพเดต OS X 10.8.3 และ Safari 6.0.3 เพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพหลายจุด
สำหรับ OS X มีรายการปรับปรุงหลายอย่าง ผมขอคัดมาเฉพาะที่สำคัญดังนี้
- Boot Camp รองรับ Windows 8
- Boot Camp รองรับฮาร์ดดิสก์ขนาด 3TB
- แก้บั๊กพิมพ์ File:/// แล้วแครช (ข่าวเก่า)
- แก้บั๊ก Logic Pro ไม่ตอบสนองเมื่อใช้ปลั๊กอินบางตัว
- แก้บั๊กเสียงหายใน iMac รุ่นปี 2011
- เพิ่มประสิทธิภาพแอพ Notes กับเซิร์ฟเวอร์ IMAP
- อนุญาตให้ screen saver แบบ Slideshow แสดงภาพที่อยู่ใน subfolder
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้บัญชี Microsoft Exchange ใน Mail
ส่วน Safari มีการปรับปรุงดังนี้ (ขอคัดมาเฉพาะที่สำคัญเช่นเดียวกัน)
- เพิ่มประสิทธิภาพการ scroll บน Facebook
- เพิ่มประสิทธิภาพการ scroll ขณะซูมในหน้าเว็บ
- แก้บั๊กที่ทำให้เกิดบุ๊คมาร์กซ้ำบนอุปกรณ์ iOS หลังแก้บุ๊คมาร์กด้วย Safari บน OS X
ดาวน์โหลด OS X 10.8.3 ได้ ที่นี่ ซึ่ง Safari 6.0.3 จะถูกรวมไว้ในชุดอัพเดตนี้แล้วครับ
ที่มา - Apple Support
รายงานล่าสุดจาก China Times อ้างว่าบริษัทสัญชาติไต้หวัน Chipbond จะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนบางชนิดสำหรับ iPhone 5S โดยชิ้นส่วนเหล่านี้ได้แก่ชิปในการรันเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือและชิป NFC เชื่อว่าแอปเปิลจะใช้เซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือเพื่อความปลอดภัยในการใช้ NFC
ก่อนหน้านี้แอปเปิลได้เข้าซื้อบริษัท AuthenTec ที่เชี่ยวชาญเรื่องระบบความปลอดภัยบนอุปกรณ์พกพา และเทคโนโลยีอ่านลายนิ้วมือ ตอนนี้ AuthenTec ได้ยกเลิกการส่งชิ้นส่วนเทคโนโลยีของตัวเองให้แก่ผู้ผลิตรายอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว
สำหรับเทคโนโลยี NFC ที่ลือกันมานานแล้วแต่ก็ไม่ได้เห็นบนสินค้าของแอปเปิลเสียที หลายแหล่งข่าวเชื่อว่าแอปเปิลไม่สามารถนำ NFC มาใส่บนไอโฟนได้เนื่องจากเคสซิ่งที่ทำจากอลูมิเนียม แต่ตอนนี้เชื่อว่าแอปเปิลได้พบวิธีใส่ NFC เข้าไปในไอโฟนได้แล้ว
รายงานก่อนหน้านี้อีกฉบับเชื่อว่าแอปเปิลได้เดินสายการผลิต iPhone 5S แล้ว
ที่มา - MacRumors
สื่อจีน China Times ระบุว่าเครื่อง iPhone รุ่นประหยัดที่ Apple เตรียมวางขายในปีหน้าจะใช้ชิป Snapdragon ของ Qualcomm
China Times อ้างว่า Apple ได้ติดต่อ TSMC ผู้ผลิตชิปในไต้หวันให้เตรียมชิป Snapdragon ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีระดับ 28nm สำหรับใช้กับระบบ 3G เท่านั้น ไม่รองรับ LTE พร้อมให้ข้อมูลว่าชิปตัวนี้สามารถรวมส่วนวงจรบลูทูธและ Wi-Fi ไว้ในตัว ซึ่งทำให้ Apple ประหยัดต้นทุนในการผลิตได้มากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า Apple มีทางเลือกมากมายอย่างการใช้ชิปรุ่นเก่าของตนเองรุ่น A5 หรือแม้แต่การใช้ชิป A6 ไปพร้อมกับออกชิป A7 มาใหม่สำหรับ iPhone รุ่นตัวจริงเสียงจริง ก็ดูจะเข้าเค้ากว่าการที่ต้องลงแรงไปซื้อชิป Snapdragon ของ Qualcomm อย่างที่แหล่งข่าวกล่าวอ้าง
ที่มา - MacRumors
Jay Sullivan รองประธาน Mozilla กล่าวกับผู้ฟังในงาน SXSW ว่า Firefox จะไม่ลงในแพลตฟอร์มของ Apple จนกว่า Apple จะอนุญาตให้เว็บเบราว์เซอร์ภายนอกสามารถใช้ตัวเรนเดอร์เว็บของตนเองได้
ปัจจุบัน เว็บเบราว์เซอร์จากนักพัฒนาภายนอกที่ไม่ใช่ Safari จะต้องเรนเดอร์เว็บไซต์โดยใช้คอมโพเนนต์ Apple’s UIWebView เท่านั้น แต่ในขณะที่ Apple เองกลับใช้เอนจิ้น JavaScript ของตนเองที่มีชื่อว่า Nitro ซึ่งเร็วกว่าได้
Apple ไม่เปิดให้นักพัฒนาภายนอกสามารถใช้ตัวเอนจิ้นนี้และไม่อนุญาตให้เขียนขึ้นมาเองด้วย ทำให้แอพ Safari นั้นเร็วกว่าเว็บเบราว์เซอร์ตัวอื่น ๆ ใน iOS (เช่น Chrome)
โดย Mozilla กล่าวว่าตนต้องการใช้โค้ดของตนเองซึ่งก็คือเอนจิ้น IonMonkey ที่ใช้อยู่ก่อนหน้านี้ใน Firefox รุ่น Desktop และ Android
แอปเปิลเปลี่ยนมาใช้วิธีส่งข้อมูลแบบเข้ารหัส HTTPS สำหรับการเชื่อมต่อทั้งหมดของ App Store บนแพลตฟอร์ม iOS แล้ว
ก่อนหน้านี้การส่งข้อมูลระหว่าง App Store ไปยังอินเทอร์เน็ตไม่ถูกเข้ารหัส (หรือเข้ารหัสเพียงบางส่วน) ทำให้ผู้ใช้งานมีโอกาสโดนดักข้อมูลระหว่างทาง (เช่น Wi-Fi สาธารณะ หรือ spoofing) และนำข้อมูลไปใช้งานต่อได้ทันที
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ย่อมช่วยให้ผู้ใช้ iOS ปลอดภัยกันมากขึ้นครับ
ที่มา - Ars Technica
แอปเปิลจดสิทธิบัตรระบบการซื้อขายสินค้าดิจิทัลมือสอง ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สองคนสามารถยืม เช่า หรือขายความเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์โดยไม่ต้องผ่านระบบตลาด (marketplace intermediary)
ระบบนี้ เจ้าของสินค้าสามารถขายสินค้าผ่านกับบริษัทตัวกลาง (เช่นการเปิดหมวดสินค้าใช้แล้วผ่าน iBooks store) หรือขายระหว่างผู้ใช้สองคน โดยมีระบบควบคุมการตั้งราคา และข้อจำกัดในการขาย (เช่นการห้ามขายต่อหนังที่เพิ่งซื้อมาเป็นระยะเวลา 60 วัน นับจากวันที่ซื้อ) และระบบคิดค่าคอมมิชชันที่จะแบ่งให้กับเจ้าของคอนเทนต์ และบริษัทที่ดูแลระบบตามส่วนแบ่งที่กำหนด
ระบบนี้จะแตกต่างจากของแอมะซอนในส่วนของการซื้อขายโดยไม่ผ่านการบริษัทตัวกลาง และการถ่ายโอนสินค้าทำผ่านระบบ Cloud (ไม่มีการโอนไฟล์โดยตรง ใช้การดึงจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิตสินค้า)
ต้องรอดูว่าแอปเปิลจะมีวิธีการจัดการไม่ให้เจ้าของสินค้าทำสำเนาผลิตภัณฆ์ก่อนขายอย่างไรครับ
ก่อนหน้านี้เรามีความเห็นจากกูเกิลที่ว่า กูเกิลจะออก Motorola X-Phone เพื่อกันไม่ให้ซัมซุงมีอำนาจมากเกินไป (แล้วก็ปฏิเสธข่าวนี้ไป) ซึ่งเป็นสัญญาณที่เริ่มส่อให้เห็นว่า ซัมซุงกลายเป็นมหาอำนาจเบอร์หนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนในหลายๆ ประเทศไปแล้ว ทำให้หลายๆ บริษัท เริ่มหวั่นใจโดยเฉพาะกูเกิล เพราะกลัวว่าซัมซุงจะเดินรอยตาม Amazon ไป
กับอีกบริษัทที่เป็นข่าวกับซัมซุงมาตลอดอย่างแอปเปิล ล่าสุดมีข่าวว่าแอปเปิลได้ตกลงเป็นพันธมิตรทางกฎหมายกับโนเกียแล้ว โดยพันธมิตรคู่นี้มีจุดประสงค์หลักร่วมคือ "เพื่อหาวิธีการป้องกันไม่ให้ซัมซุงมีอำนาจในตลาดมากเกินไป" ทั้งนี้มันเป็นผลมาจากการชนะคดีของซัมซุงนั่นเอง
ฝั่งแอปเปิลคงไม่มีปัญหาเพราะประกาศตัดความสัมพันธ์กับซัมซุงไปแล้ว แต่สำหรับพันธมิตรร่วมรบรายใหม่อย่างโนเกีย ก่อนหน้านี้โนเกียได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับซัมซุงไปแล้วเช่นกัน หลังจากที่ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีหน้าจอบิดงอได้ แต่นั่นกลับกลายเป็นเทคโนโลยีที่โนเกียอ้างว่า "ซัมซุงขโมยมันไป" และเหตุผลที่ซัมซุงยกเลิกรายการสั่งซื้อวัสดุบางรายการไปนั่นเอง
กลายเป็นข่าวลือสะท้านวงการเมื่อแหล่งข่าววงในออกมาเผยว่าแอปเปิลเคยคุยตกลงกับอินเทลให้ผลิตชิป ARM กับอุปกรณ์ของแอปเปิลเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา
จากรายละเอียดที่ออกมาสัญญาที่แอปเปิลตกลงกับอินเทลนั้นไม่ได้ต่างกับที่ซัมซุงทำให้ในปัจจุบัน โดยเหตุผลของแอปเปิลนั่นคือการลดการพึ่งพิงซัมซุงอย่างที่เคยมีข่าวมานั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้โรงงานผลิตชิปของอินเทลน่าจะทดแทนได้อย่างไร้รอยต่อ เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น
ที่น่าสนใจก็คือถ้าหากว่าดีลนี้เกิดขึ้นจริง อินเทลจะได้อะไรบ้าง เพราะในเมื่อตัวอินเทลเองก็โฟกัสไปที่การทำ x86 ให้ใช้ได้ดีกับอุปกรณ์พกพา แต่การรับงานจากแอปเปิลจะยิ่งทำให้คู่แข่งอย่าง ARM แข็งแกร่งยิ่งขึ้นแทน ในขณะเดียวกันก็จะทำรายได้เพิ่มให้บริษัทอย่างน้อย 42,000 ล้านเหรียญในปี 2015 ตามที่ทำนายกันไว้นั่นเอง
ที่มา - Chicago Tribune
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าววงในว่า Tim Cook ซีอีโอของแอปเปิลได้พบปะกับ Jimmy Iovine ซีอีโอของ Beats เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื้อหาของการพูดคุยเกี่ยวกับ Project Daisy บริการเพลงออนไลน์ของ Beats ที่เคยแถลงข่าวไปเมื่อเดือนมกราคม นอกจากนี้ยังพูดกันเรื่องประเด็นทั่วๆ ไปเกี่ยวกับวงการเพลงด้วย
ในการประชุมครั้งนี้ยังมี Eddy Cue หัวหน้าฝ่ายอินเทอร์เน็ตของแอปเปิล และแกนหลักของ iTunes Music Store เข้าร่วมด้วย แต่โฆษกของทั้งสองบริษัทปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข่าวนี้
ตัวของ Iovine ซึ่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการเพลงสหรัฐคนหนึ่ง มีความสัมพันธ์กับแอปเปิลมายาวนาน โดยเขาเป็นผู้บริหารคนแรกๆ ของวงการเพลงที่เซ็นสัญญานำเพลงไปขายบน iTunes ตั้งแต่ปี 2001
ที่มา - Reuters
Ken Segall อดีตหัวหน้าฝ่ายการตลาดของแอปเปิล ได้เข้าร่วมงานที่แผนกการตลาดของมหาวิทยาลัยแอริโซน่าจัดขึ้น โดยเขาได้เผยว่าก่อนที่แอปเปิลจะเลือกใช้คำว่า iPhone กับสมาร์ทโฟนของตัวเอง แอปเปิลได้ลองพิจารณาชื่ออื่น ๆ ตั้งแต่ Telepod, Mobi, Tripod หรือแม้กระท่ัง iPad
สำหรับคำว่า Telepod นาย Segall บอกว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนกับอะไรที่เป็นอนาคตของ Telephone และมันก็มีคำว่า pod ไว้เชื่อมกับไลน์สินค้าดังอย่าง iPod อีกด้วย ในขณะที่คำว่า Tripod มาจากการรวมกับของคุณสมบัติหลักสามอย่างไว้ในอุปกรณ์เดียวนั่นก็คือ iPod + มือถือ + อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Mobi เป็นเพียงแค่การเล่นคำเฉย ๆ
สุดท้าย แอปเปิลก็เกือบได้เลือกใช้คำว่า iPad เพราะว่าจริง ๆ แล้ว iPhone ก็มีคุณสมบัติหลัก ๆ ไม่ต่างจาก iPad ปัจจุบันมาก เพราะฉะนั้นถ้าแอปเปิลได้เลือกใช้ชื่อนี้แต่แรกก็คงไม่แปลกแต่อย่างไร เช่นกัน ในช่วงที่แอปเปิลกำลังพัฒนาสินค้า แอปเปิลก็ได้เริ่มต้นจากการพัฒนา tablet ก่อนมือถือ แต่สุดท้ายจ็อบส์ก็ตัดสินใจที่จะเลือกพัฒนามือถือเป็นหลักก่อน
ที่มา - 9to5Mac
หลังจากที่ Bloomberg ได้ปล่อยข่าวเกี่ยวกับแผนเปิดตัว iWatch โดยแอปเปิลได้ซักครู่ The Verge ก็ได้ออกมารายงานข่าวที่ตัวเองทราบ โดยแหล่งข่าวของพวกเขาเชื่อ iWatch จะรันระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชันเต็มได้ แทนที่จะใช้ระบบปฏิบัติการแบบ iPod nano
สำหรับเหตุที่แอปเปิลได้ตัดสินใจใช้ iOS แทนระบบปฏิบัติการของ iPod nano น่าจะมาจากความพยายามให้นักพัฒนาสามารถสนับสนุนแพลตฟอร์มใหม่นี้ได้อย่างตรงไปตรงมา
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเดียวกันนี้บอกว่าปัญหาในเครื่องต้นแบบที่แอปเปิลกำลังเจอ คือเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ แอปเปิลได้ตั้งเป้าหมายไว้ให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน iWatch ได้ 4-5 วันต่อการชาร์จไปหนึ่งครั้ง แต่เครื่องต้นแบบปัจจุบันสามารถใช้งานได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น
ที่มา - The Verge
หลังจากที่เกิดกระแสข่าวลือออกมาในระยะหลัง ๆ ว่าแอปเปิลกำลังเริ่มพัฒนาอุปกรณ์ชนิดใหม่ขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอมพิวเตอร์ที่สวมใส่ได้อย่างนาฬิกาข้อมือหรือ iWatch ล่าสุดสำนักข่าว Bloomberg อ้างว่าแอปเปิลอาจจะเปิดตัว iWatch ก่อนสิ้นปีนี้ก็เป็นได้
ในบทความ แหล่งข่าวของ Bloomberg อ้างว่า iWatch จะสามารถใช้ดูแผนที่ รายละเอียดของคนที่โทรเข้ามา และคุณสมบัติในการตรวจวัดข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ได้แก่จังหวะการเต้นของหัวใจ
นักวิจัยตลาดจาก Citigroup เชื่อว่า iWatch น่าจะทำกำไรได้มากกว่าทีวีที่แอปเปิลอาจจะผลิตออกมาถึง 2 เท่า แม้ว่าตลาดทีวีจะมีมูลค่ามากกว่าที่ 119 พันล้านดอลลาร์ทั่วโลก เมื่อเทียบกับตลาดนาฬิกาข้อมือที่มีมูลค่าเพียง 60 พันล้านดอลลาร์ แต่กำไรจากการจำหน่ายนาฬิกาข้อมือนั้นสูงกว่าทีวี 4 เท่า
ที่มา - MacRumors
หลังจากออกอัพเดตจาวาให้กับ OS X วันนี้แอปเปิลออกอัพเดตให้กับ Safari เพื่อบล็อคการทำงานของ Flash Player เวอร์ชั่นต่ำกว่า 11.6.602.171
การออกอัพเดตครั้งนี้นั้นมีเพื่อปิดการทำงานของ Adobe Flash รุ่นก่อนๆ หลังจาก Adobe ออกอัพเดต ช่องโหว่ความปลอดภัย 3 จุด ที่มีการนำไปใช้โจมตีแล้วจริงๆ
นอกจากอัพเดตแพตข์ของ Apple จาก Software update แล้ว ผู้ใช้ทุกท่านควรเช็คเลขเวอร์ชั่น Flash ที่ตนใช้อยู่ และอัพเดตหากจำเป็นครับ
ที่มา: Ars Technica
ความคืบหน้าล่าสุดของคดีระหว่างแอปเปิลกับซัมซุงที่ศาลเขตแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2012 คณะลูกขุนตัดสินให้แอปเปิลชนะคดีซัมซุง ค่าเสียหายมูลค่า 1.05 พันล้านดอลลาร์
ขั้นตอนต่อไปของคดีคือ ผู้พิพากษาพิจารณาคำตัดสินของคณะลูกขุนว่าจะยืนยันตามนั้นหรือไม่ ซึ่งเวลาผ่านมาอีกหลายเดือน ผู้พิพากษา Lucy Koh ของคดีนี้ก็มีคำสั่งดังนี้
- คำนวณค่าเสียหายของคดีใหม่ เนื่องจากคณะลูกขุนตัดสินคดีว่าซัมซุงละเมิดสิทธิบัตรของแอปเปิล แต่คำนวณความเสียหายตามจำนวนผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้พิพากษาเห็นว่าตัวเลขความเสียหายไม่สะท้อนความเป็นไปของคดี
- ผู้พิพากษาจึงสั่งให้ "ไต่สวนใหม่" ในประเด็นเฉพาะเรื่องค่าเสียหายของผลิตภัณฑ์ซัมซุง 14 รายการ (จากทั้งหมด 28 รายการ) ซึ่งค่าเสียหายส่วนนี้มีมูลค่ารวมกัน 450 ล้านดอลลาร์ จะต้องถูกคำนวณใหม่ทั้งหมดโดยคณะลูกขุนชุดใหม่
- ส่วนค่าเสียหายของผลิตภัณฑ์อีก 14 รายการที่มูลค่ารวมกัน 599 ล้านดอลลาร์ ผู้พิพากษาเห็นว่าสมเหตุสมผลแล้ว (แปลว่าตอนนี้ซัมซุงต้องจ่ายขั้นต่ำ 599 ล้านดอลลาร์ เพิ่มมากกว่านี้อีกเท่าไรขึ้นกับการไต่สวนรอบใหม่ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจมากกว่าเดิมเช่นกัน)
ที่มา - FOSS Patents, Ars Technica
หลายคนที่ใช้ Lightning Digital AV Adapter เพื่อต่อ iPad with Retina display, iPad mini, iPhone 5 หรือ iPod touch ขึ้นไปยังโทรทัศน์ Full HD ผ่านพอร์ต HDMI นั้นอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมภาพที่แสดงผลออกมานั้นไม่ชัดเท่าไรนัก อีกทั้งราคากว่า 1,890 บาทอันแสนแพง ก็อาจทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่น่าผิดหวังอีกตัวหนึ่ง
Panic เป็นบริษัทที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นบน OS X และ iOS ได้ทำการทดสอบอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้และพบว่าความละเอียดสูงสุดที่รองรับได้คือ 1600x900 เท่านั้น ในขณะที่รุ่นเก่า (Apple 30-pin Digital AV Adapter) สามารถแสดงผลที่ความละเอียดสูงสุด 1920x1080
Guy Kawasaki อดีตพนักงานของแอปเปิล ผู้สร้างแนวทางการตลาดเชิงศรัทธา (evangelist) ให้กับแอปเปิล ประกาศว่าเขานั่งเป็นที่ปรึกษาให้กับโมโตโรลาแล้ว หน้าที่หลักคือให้ความเห็นเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ ส่วนติดต่อผู้ใช้ การตลาด และสื่อสังคมออนไลน์
Guy โพสต์บน Google+ ของเขาบอกว่าหลงใหลในอุปกรณ์พกพา แอนดรอยด์ และกูเกิล ซึ่งโมโตโรลาเป็นบริษัทเดียวที่ตอบโจทย์ทั้งสามข้อ งานแรกของเขาคือเปิดกลุ่ม Mobile Devices บน Google+ ซึ่งเขาก็ขอเชิญทุกคนเข้าร่วมด้วย
Guy ทำงานกับแอปเปิลระหว่างปี 1983-1997 แล้วออกไปเปิดบริษัทเอง จากนั้นผันตัวมาเป็นนักลงทุนและนักเขียน มีผลงานเป็นหนังสือด้านการตลาด-ธุรกิจหลายเล่ม
ที่มา +Guy Kawasaki
เว็บ Macotakara รายงานว่าแอปเปิลมีแผนที่จะวางขายไอโฟนรุ่นราคาประหยัด โดยวันจำหน่ายได้ถูกเลื่อนจากปีนี้ไปเป็นปีหน้า และตัวเครื่องจะใช้วัสดุ polycarbonate เหมือน MacBook รุ่นพลาสติก ก่อนที่จะมีรุ่น Unibody มาวางขาย โดยแอปเปิลตั้งเป้าหมายราคาขายปลีกไม่ผูกกับสัญญาไว้ที่ 330 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9800 บาท
ไอโฟนรุ่นประหยัดนี้จะใช้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าไอโฟนปกติ โดยขนาดหน้าจอน่าจะอยู่ที่ 4.5 นิ้ว และตัวเครื่องจะมีความหนากว่า iPhone 5 แต่ดีไซน์ส่วนอื่น ๆ ไม่น่าจะแปลกไปจากรุ่นที่วางขายในปัจจุบันมากนัก
ในรายงานเดียวกันนี้ยังระบุอีกว่า iPhone 5S จะมาพร้อมกับระบบแฟลชกล้องที่ดีขึ้น คาดว่าน่าจะเป็น Dual-LED Flash
ที่มา - MacRumors
ถ้ายังจำกันได้ ปลายปีที่แล้วมีคดีมหากาพย์เรื่องแอปเปิลลงประกาศขอโทษซัมซุง ซึ่งจบลงที่ศาลอังกฤษสั่งให้แอปเปิลจ่ายค่าทนายให้ซัมซุง และมีการตำหนิแอปเปิลที่พยายามละเมิดคำสั่งศาลด้วยวิธีการต่างๆ เรื่องนี้น่าจะจบลงแต่ก็ดันมีภาคต่ออีกครับ
Florian Mueller แห่งบล็อกสิทธิบัตร FOSS Patents พบว่ามีคดีที่อยู่ในขั้นตอนการไต่สวนของ ITC ซึ่งอีริคสันเป็นโจทก์ฟ้องซัมซุงว่าละเมิดสิทธิบัตร ซึ่งทางซัมซุงได้ว่าจ้างพยานผู้เชี่ยวชาญมาให้การ และปรากฏชื่อของ Sir Robin Jacob อยู่ด้วย โดย Jacob นั้นเป็นหนึ่งในทีมผู้พิพากษาคดีระหว่างแอปเปิลกับซัมซุงที่กล่าวมาข้างต้น และเขาเป็นผู้ที่เขียนถ้อยคำระบุในคำตัดสินครั้งสุดท้ายว่าแอปเปิลกระทำการที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อคำตัดสิน
Mueller ให้ความเห็นว่า Jacob นั้นเชี่ยวชาญกฎหมายสิทธิบัตรเป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อซัมซุงในคดีล่าสุด หากแต่เมื่อพิจารณาถึงการที่ Jacob ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่าความซื่อสัตย์ขนาดนี้ ก็ดูไม่เหมาะสมนักที่เขามาเป็นพยานให้ฝ่ายซัมซุงในเวลาต่อมา ถึงแม้จะทำได้ก็ตาม
ที่มา: FOSS Patents และ MacRumors
ในขณะที่แอปเปิลขาย iPhone ได้ 19.6 ล้านเครื่องต่อปีในประเทศจีน ตัวเลขยอดขายในอินเดียกลับมีเพียงแค่ 460,000 เครื่องเท่านั้น
แอปเปิลมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 5% ในอินเดีย ถือเป็นผู้ขายอันดับ 6 ในตลาด ส่วนแชมป์เป็นของซัมซุงที่ 40%
ปัญหาของแอปเปิลในอินเดียมาจาก "ราคา" ของ iPhone ที่ถือว่าแพงมากสำหรับคนอินเดีย โดยรุ่นล่าสุดอยู่ที่ 850 ดอลลาร์สหรัฐ และถึงแม้แอปเปิลจะลดราคา iPhone รุ่นเก่าเหลือ 500 ดอลลาร์ ก็ยังสู้กับคู่แข่งรายอื่นๆ ที่ขายสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ 100 ดอลลาร์ลำบาก










