โดย Stuart Scott ตำแหน่ง Vertical Solutions ที่ Zebra Technologies Asia Pacific

คุณได้จินตนาการคลังสินค้าในอนาคตไว้ว่ามีรูปแบบอย่างไร ซึ่งอาจเป็นคลังสินค้าที่ทำงานด้วยระบบหุ่นยนต์อย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีมนุษย์ควบคุม หรืออาจจะเป็นการเลือกสินค้าและส่งไปยังหุ่นยนต์ที่รออยู่ตรงสถานีคัดแยก

ในความเป็นจริงแล้ว รูปภาพนี้ไม่ได้แตกต่างจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง เรากำลังเริ่มที่จะเห็นคลังสินค้าในอนาคตที่ก่อตัวขึ้นแล้วในตอนนี้ วิวัฒนาการของคลังสินค้าเกิดขึ้นจากการขยายตัวของภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซในทวีปเอเชียเป็นบางส่วน สำหรับประเทศไทย มูลค่าของตลาดอีคอมเมิร์ซในปี 2015 ได้สูงถึง 2.1 ล้านล้านบาทและมีผู้บริโภคชาวไทยประมาณ 11 ล้านคนที่ทำการซื้อสินค้าออนไลน์เป็นประจำ

ดังนั้น คลังสินค้าจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพ การศึกษาเรื่อง Zebra Warehouse 2020 Vision ได้เผยให้เห็นถึงการค้นพบที่น่าสนใจจำนวนมากที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพอุตสาหกรรมในปัจจุบันและแนวโน้มโดยผู้ที่ทำการตัดสินใจสำหรับ 3-4 ปีข้างหน้า

การศึกษานี้แสดงให้ว่าผู้จัดการคลังสินค้าอย่างน้อย 74% ได้วางแผนที่จะตระตรียมเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแก่พนักงาน ซึ่งจะเพิ่มการมองเห็นในการทำงานและปฏิบัติงานโดยอัตโนมัติที่กระทำด้วยมือก่อนหน้านี้ ยกตัวอย่างเช่น สินค้าที่มีการติดบาร์โค้ดหรือแท็กด้วย RFID จะช่วยให้พนักงานติดตามตำแหน่งที่ตั้งและสินค้าในสต็อกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยเพิ่มเวลาในการเติมสินค้าให้ยาวนานยิ่งขึ้น

จากผลสำรวจนี้ ผู้จัดการคลังสินค้าในบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังทั้งห้าแห่งมีความสนใจในอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) การสแกนบาร์โค้ด คอมพิวเตอร์แท็ปเล็ต บิ๊กดาต้า/การวิเคราะห์ และระบบอัตโนมัติ นอกจากนี้อุปกรณ์สวมใส่และ RFID ยังเป็นสิ่งที่ต้องการสองประการนอกเหนือจากเทคโนโลยีในคลังสินค้า

ด้วยอุปกรณ์สวมใส่ที่ง่ายต่อการใช้งานและคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่ผลิตไว้สำหรับสภาพแวดล้อมแบบองค์กร พนักงานจะสามารถค้นหาและติดตามวัตถุด้วยความเร็วที่รวดเร็วขึ้น ความพยายามที่น้อยลง และความแม่นยำที่สูงขึ้น การใช้งานคอมพิวเตอร์และแท็ปเล็ตแบบพกพาด้วยการเข้าถึงระบบการจัดการคลังสินค้าแบบเรียลไทม์จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 40% ในปี 2015 เป็น 86% ในปี 2020 ในขณะเดียวกันมีการคาดการณ์ว่าการใช้งานปากกาและกระดาษจะลดลงเหลือ 24% ในอีกสี่ปีข้างหน้า ลดลงจาก 95% เพียงสองถึงสามปีที่ผ่านมา

อุปกรณ์สวมใส่ที่นำมาใช้งานในคลังสินค้ามักจะเป็นโมดอลแบบหลากหลาย ซึ่งหมายความว่าพนักงานจะสามารถเข้าถึงการทำงานแบบหลากหลาย เช่น การตรวจจับบาร์โค้ดและแท็ก RFID การสั่งงานด้วยเสียง และข้อความบนหน้าจอหรือหน้าจอรูปภาพด้วยหนึ่งเครื่องมือ

จากการศึกษาของ Zebra ผู้จัดการคลังสินค้าได้ประเมินไว้ว่ามีการใช้เวลาไป 50 ชั่วโมงสำหรับการฝึกอบรมพนักงานใหม่เพื่อให้ได้มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด และหวังว่าจะลดให้เหลือ 36 ชั่วโมง สำหรับ เพื่อให้ประสบความสำเร็จ อุตสาหกรรมนี้กำลังปรับใช้การเลือกและการเพิ่มเติมสินค้าคงคลังแบบเสียงและหน้าจอในอีกห้าปีข้างหน้า ซึ่งออกแบบมาให้ผู้ปฏิบัติการสามารถจดจ่ออยู่กับงานที่ดำเนินการอยู่

การใช้รูปแบบหน้าจอสัมผัสสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่และคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรที่โหลดด้วยระบบปฏิบัติการเดียวกันเช่น แอนดรอยด์ ยังลดเส้นกราฟการเรียนรู้สำหรับพนักงานที่ได้รับการว่าจ้างเป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการประจำฤดูกาล

การแทรกสลับได้รับการพิจารณาว่าจะส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานด้วยเช่นกัน ในสถานการณ์เช่นนี้ ได้มีการเพิ่มกิจกรรมการเลือกรายการของพนักงานได้ให้สูงสุดโดยการมอบหมายงานต่างๆ ในกิจกรรมเดียว สิ่งนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 10-40เปอร์เซ็นต์และคาดหวังว่าจะเติบโตขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2020

61 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า ภายในปี 2020 อุตสาหกรรมทางคลังสินค้าจะขยายการใช้งานระบบ Cross Docking ซึ่งศูนย์กลางกระจายสินค้า ที่สามารถรับ-ส่งสินค้าในเวลาเดียวกัน โดยสามารถรับและถ่ายโอนสินค้าจากรถขนส่งที่เข้ามาที่ศูนย์ไปยังรถขนส่งอีกคันหนึ่งได้โดยตรง ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าเช่าคลังเก็บสินค้าในระหว่างทางได้ และส่งสินค้าถึงที่หมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว

จากการบูรณาการใช้งานของเทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของถ่ายโอนสินค้าในคลังสินค้า จะช่วยส่งผลทำให้กระบวนการผลิตพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดภายในไม่กี่ปี

ในโลกธุรกิจ ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายมักจะประสบกับ “Bullwhip Effect” หรือปรากฏการณ์แส้ม้า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงหรือคลาดเคลื่อนของข้อมูลเพียงเล็กน้อยในด้านใดด้านหนึ่ง สามารถส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงผันผวนขนาดใหญ่ในอีกด้านหนึ่ง ดังนั้น จึงทำให้การคาดการณ์กรณีสินค้าขาดแคลนหรือล้นตลาดเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ว่า สาเหตุของการปรากฏการณ์แส้ม้า (Bullwhip effect) มาจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ดังนั้น การจะแก้ปัญหาในส่วนนี้ ธุรกิจจึงจำเป็นต้องทำให้ข้อมูลที่ได้รับถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด โดยต้องสามารถได้รับข้อมูลที่อัพเดทที่สุดพร้อมๆ กับที่เหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้นเลยทีเดียว และนี่จึงเป็นที่มาของแนวคิดการแสดงผลที่เห็นได้จริง

โดยความสำเร็จทางด้านแสดงผลที่มองเห็นได้จริง (Enhanced visibility ) ผ่านการใช้เทคโนโลยีในคลังสินค้า เช่น ในอดีตเราใช้วิธีการทำงานผ่าน ปากกาและกระดาษ (pen-and-paper-based spreadsheets) แต่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้วิธีเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาและแท็บเล็ต ซึ่งเป็นการอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานและการประมวลผลแบบเรียลไทม์

การใช้งานบาร์โค้ดเป็นวิธีการป้อนข้อมูลและจัดเก็บเพื่อเป็นหลักฐาน ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้ด้วยการสแกนเพียงครั้งเดียว แล้วสามารถนำมาใช้งานภายในคลังสินค้าหรือแม้แต่ภาคสนามก็ได้ เช่นเดียวกันกับแท็ก RFID ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ทำงานได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพ สินค้าที่มีการติดแท็กด้วยระบบของ RFID จะมีระบบที่สามารถสื่อสารข้อมูลกับ เครื่องอ่าน หรือ อุปกรณ์เซ็นเซอร์ เพื่อให้พนักงานในคลังสินค้าทราบ เมื่อสินค้าในคลังกำลังจะหมด ทำให้สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสต็อกสินค้าต่างๆ แบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย

สำหรับลูกค้าชาวไทยและบริษัทด้านอีคอมเมิร์ซ มีความคาดหวังเกี่ยวกับทางเลือกในการขนส่งสินค้าแบบเฉพาะตัว(tailor-made) เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น คลังสินค้าในอนาคตจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะปรับตัวให้พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ความสามารถในการคาดการณ์ความต้องการด้านอุปสงค์และอุปทาน การเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพ รวมถึงการลดความผิดพลาดของข้อมูล จึงเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ เมื่อองค์กรต่างๆ หันมาดำเนินงานด้วย Enterprise Asset Intelligence solutions.

เกี่ยวกับซีบรา เทคโนโลยีส์
ซีบรา (NASDAQ: ZBRA) ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและสามารถเชื่อมต่อกับโลกที่เราอาศัยอยู่ โดยมีโซลูชันการติดตามและการสอดส่องดูแล จะช่วยแปลงสภาพสิ่งที่จับต้องได้ให้กลายเป็นระบบดิจิทัล ซึ่งก่อให้เกิดกระแสการหลั่งไหลของข้อมูลที่องค์กรต้องการ เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจง่ายดายขึ้น เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจได้มากขึ้น และเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับพนักงานที่ทำงานจากอุปกรณ์ไร้สาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ www.zebra.com

เผยแพร่ในนามของ ซีบรา เทคโนโลยีส์ โดย สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์
สำหรับข้อมูลอื่นๆสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
กิฟ หรือ เฮเลน
สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์
โทร: (+66)2 653 2717-9
Email: gift@spark.co.th หรือ helen@spark.co.th

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand