| From June 15, 2016 |
หัวเว่ย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดงานประชุม Asia Pacific LTE Summit 2016 ขึ้น ภายใต้ธีม “ก้าวสู่ดิจิทัล สร้างบรอดแบนด์และดิจิทัลแห่งเอเชียที่ปลอดภัย (Embracing the Digital Transformation, Building a Safe, Broadband and Digital Asia)” โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300 คน จากหน่วยงานภาครัฐ สมาคมต่าง ๆ ในอุตสาหกรรม ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้จัดหาอุปกรณ์ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต มาร่วมแสดงความคิดเห็น จุดประกายความสนใจ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงลึกเกี่ยวกับพัฒนาการของเทคโนโลยี LTE แนวโน้มอุตสาหกรรม รวมไปถึงการปรับใช้ในเชิงธุรกิจ
| From June 15, 2016 |
ในระหว่างกล่าวเปิดงาน ดร. เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงเป้าหมายของงานประชุมครั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล และก้าวไปเป็นสู่การเป็นศูนย์กลางด้านไอซีทีของภูมิภาค ว่า “โอเปอเรเตอร์ในภูมิภาคนี้ต้องการศักยภาพที่ดีกว่าเดิมและความเร็วที่สูงขึ้น เพื่อให้สามารถให้บริการและแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยทำให้ชีวิต การทำงานและความบันเทิงในแบบดิจิทัลสะดวกง่ายดายขึ้น” เขายังกล่าวด้วยว่า โอเปอเรเตอร์ในประเทศไทยแต่ละรายจะลงทุนปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ไร้สาย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจต่อไป
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ตลาด LTE สามารถแบ่งตลาดออกเป็น 3 กลุ่มตามระดับการพัฒนา กลุ่มแรกคือ ตลาดที่พัฒนาแล้ว อาทิ ฮ่องกง ที่ก้าวเข้าสู่ยุค 4G ด้วยการให้บริการ VoLTE เชิงพาณิชย์รายแรกของโลก กลุ่มสองคือ เช่น ประเทศไทย ที่กำลังมีการพัฒนา LTE อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กลุ่มที่สามคือ กลุ่มตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดีย และตลาดกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่มีประชากรจำนวนมหาศาลและมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว แต่อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ยังต่ำมาก “ประเทศเหล่านี้กำลังวางแผนที่จะติดตั้งโครงข่าย LTE เนื่องจากมีโอกาสทางการตลาดอยู่มาก” มร. เดวิด ซุน ประธานบริหาร ของหัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว “หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมการสื่อสารในภูมิภาค ด้วยประสบการณ์มากมายทั้งในระดับโลกและในภูมิภาค เรามั่นใจว่าจะนำตัวอย่างความสำเร็จมาสู่ตลาดในภูมิภาคนี้ต่อไป เราจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทั้งหลายในภูมิภาค เพื่อจัดหาเครือข่ายและบริการที่ดีขึ้น และสร้างบรอดแบนด์และดิจิทัลแห่งเอเชียที่มีความปลอดภัย”
มร. ชิว เหิง ประธานบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการการตลาดไร้สาย ของหัวเว่ย กล่าวแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “Safe Asia, Broadband Asia, and Digital Asia” ว่า “การพัฒนาด้านไอซีทีจะช่วยยกระดับดัชนีความสุขของมนุษย์ (Human’s Happiness Index – HHI) วิสัยทัศน์เรื่อง Safe Asia, Broadband Asia, and Digital Asia ที่เรานำเสนอนั้นสอดคล้องกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ของมอสโล และเราหวังว่าเราชาวเอเชียจะมีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดีขึ้น มีสังคมที่ปลอดภัยขึ้น และมีสาธารณสุขที่ดีขึ้นด้วยการสร้าง “เอเชียที่ปลอดภัยกว่าเดิม”
ในขณะที่ “Broadband Asia” จะทำให้ชาวเอเชียมีการสื่อสารคุณภาพสูง ได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยคอนเทนท์มากมายบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะทำให้ครอบครัวได้มีเวลาพักผ่อนด้วยกันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถริเริ่มธุรกิจแบบ
โฮมออฟฟิศสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้อีกด้วย
ส่วน “Digital Asia” จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านและการพัฒนาทางอุตสาหกรรมในเอเชียในอีก 10-15 ปีข้างหน้า เพื่อให้ทุกคนทำงานได้อย่างสร้างสรรค์มากขึ้น รถยนต์อัจฉริยะจะทำให้รถยนต์กลายมาเป็นห้องนั่งเล่นหรือออฟฟิศได้ตามต้องการ ลดเวลาการเดินทาง ให้คนมีเวลาหย่อนใจมากขึ้น เศรษฐกิจแห่งการแบ่งปันจะลดการใช้สินทรัพย์ถาวร ช่วยประหยัดพลังงาน และปกป้องสิ่งแวดล้อม ทำให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น
และเพื่อทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงขึ้นมาได้ มร. ชิว เหิง ได้แนะนำในส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า “เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในภูมิภาคอื่น ๆ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ให้แก่โอเปอเรเตอร์น้อยกว่า เราจึงหวังว่า โอเปอเรเตอร์จะมีคลื่นความถี่มากขึ้นและพอเพียงสำหรับการนำไปใช้งานเทคโนโลยีหรือแอพพลิเคชั่นใดก็ได้ รวมไปถึงรองรับการติดตั้งใช้งานของสถานีฐาน และให้บริการแก่สาธารณะได้มากขึ้น เช่น เสาไฟส่องทาง ป้ายรถเมล์”
-จบ-