Disclaimer: เนื่องจากบทความเต็ม ๆ ยาวมาก และในข่าวที่ลงไปมีบางส่วนที่ยาวเกินเหตุ จึงขอโยกตัวเนื้อความทั้งหมดที่แปลแบบคำต่อคำมาลงฟอรั่มแทนครับ
เริ่มต้นจากที่ Steve Ballmer ซีอีโอของไมโครซอฟท์ต่อสายตรงจาก Redmond เพื่อพูดคุยกับ Risto Siilasmaa อดีตประธานบอร์ดของโนเกีย (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งซีอีโอชั่วคราวของโนเกีย) โดยเริ่มต้นประโยคแรกว่า "Can we talk?" และพูดคุยสั้น ๆ เพียง 5 นาที และตกลงที่จะพบกันที่งาน Mobile World Congress ที่บาเซโลน่า ประเทศสเปน
ต่อมาทางไมโครซอฟท์และโนเกีย (ซึ่งต่างก็เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน) ต่างก็แสดงความกังวลด้านยอดขาย Windows Phone ที่ดูไม่ค่อยเข้าเป้าเท่าไรนัก และต้องการพัฒนาให้ Windows Phone เจาะเข้าตลาดผู้บริโภคมากขึ้น
แต่คำพูดทั้งหมดยังไม่สำคัญเท่าคำพูดที่ไมโครซอฟท์บอกว่า ทั้งสองบริษัทต่างก็ลงทุนด้านการตลาด และการดึงนักพัฒนามาลงแอพใน Windows Phone แม้ว่าทั้งสองบริษัททำงานร่วมกันตลอด แต่วิศวกรของทั้งสองบริษัทไม่สามารถทำงานร่วมกันในด้านอื่น ๆ ได้ ซึ่งผลที่ออกมาก็คือ Windows Phone มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียงแค่ร้อยละจำนวนเต็มหลักเดียวเท่านั้น
ไมโครซอฟท์จึงตั้งคำถามว่า ต่อไปโนเกียในสภาพบริษัทเอกเทศจะเป็นอย่างไรต่อไป สภาพการเงิน ราคาหุ้น หรืออาจจะตีตัวออกห่างจากตลาด Windows Phone ไปซบ Android ทั้งหมดนี้ไม่สามารถคาดเดาได้ และนี่คือสาเหตุของการซื้อกิจการของไมโครซอฟท์
การพูดคุยครั้งนั้นเกิอบจะล้มเหลวเสียแล้ว ถ้าหากไม่มีความอดทนในการฟัง (persistence), บุคลิกที่เข้ากันได้ และการไม่พูดแทรกระหว่างการสนทนาระหว่างโต๊ะกาแฟ (unlikely intervention of a glass coffee table) และในงาน Mobile World Congress ทั้งสองบริษัทต่างก็ประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นและไม่ควรเกิดขึ้นในการเป็นหุ้นส่วนกัน และตัวเลือกไหนที่ใช่สำหรับทั้งสองบริษัท
ที่โรงแรม Barcelona’s Hotel Rey Juan Carlos นั้น Steve Ballmer และ Risto Siilasmaa ได้พูดคุยด้วยกันกว่าชั่วโมงในตัวเลือกตั้งแต่ การปรับข้อตกลงของความสัมพันธ์ ณ ตอนนั้น ถึงการรวมมือที่กว้างขึ้น จนถึงการควบรวมกิจการ
แน่นอนว่า Siilasmaa เองก็กังวลว่า การสนทนากับ Ballmer จะนำไปสู่การซื้อกิจการของไมโครซอฟท์ โดย Siilasmaa และกรรมการขอโนเกียเองก็พูดคุยในตัวเลือกต่าง ๆ ทั้งที่ทางไมโครซอฟท์เสนอ และที่ไม่ได้เสนอ
ด้านไมโครซอฟท์เรียกโปรเจกต์การซื้อกิจการครั้งนี้ว่า "Project Gold Medal" โดยในโค้ดเนมนี้อ้างอิงจากการแข่งขันวิ่งโดยไมโครซอฟท์เรียกตัวเองว่า Edwin Moses และเรียกโนเกียว่า Paavo Johannes Nurmi หรือที่รู้จักกันในนาม the Flying Finn
วันที่ 22 เมษายน ไมโครซอฟท์ และโนเกียนัดเจอกันที่นิวยอร์กในออฟฟิศของ Skadden Arps Slate Meagher & Flom สำนักกฏหมายที่โนเกียใช้บริการอยู่ โดยทางโนเกียส่ง Siilasmaa, Stephen Elop, Timo Ihamuotila จาก NSN และทนายความ Louise Pentland
ทางด้านไมโครซอฟท์ก็ส่ง Ballmer, Terry Myerson หัวหน้าฝ่าย Windows Phone, Peter Klein ซีเอฟโอของไมโครซอฟท์ และที่ปรึษาทั่วไป Brad Smith ซึ่งมาประชุมสายที่สุดในวันนั้น ซึ่งเมื่อเขามาถึงที่ประชุม กลายเป็นว่าเจอเรื่องไม่ดีจนการประชุมเกือบล่ม ทั้งสองฝ่ายเมื่อเตรียมประชุมเสร็จจึงเริ่มประชุมใหม่อีกครั้ง
เริ่มต้น Siilasmaa เปิดประเด็นแบบสุภาพและน้ำเสียงนุ่มนวลว่า ทั้งสองบริษัทนั้นแตกต่างกันมากเมื่อถึงการประเมินมูลค่า ด้าน Ballmer บอกว่าเขาเข้าใจในจุดยืนนี้ ภายหลังเมื่อพบว่าไม่มีเป้าหมายในการประชุม จึงจบการประชุมแบบสั้น ๆ และ Smith ก็เดินทางกลับไปที่ Washington DC (สถานที่ที่เป็นต้นเหตุของการมาประชุมสาย) นับเป็นการเดินทางไปนิวยอร์คที่สั้นที่สุดของเขา
เดี๋ยวมาต่อครับ
ที่มา: AllThingsD ผ่าน Windows Phone Central
on
เบื้แงหลัง พิมพ์ผิด
nuntawat Sat, 07/09/2013 - 10:10
ทั้งที่ทางไมโครซอฟท์เสนอ
nat3738 Sat, 07/09/2013 - 18:53
แปลว่า ทั้งทางเลือกที่มีไมโครซอฟท์ และไม่มีไมโครซอฟท์ มากกว่าหรือเปล่าครับ?
น่าจะหมายถึงโต๊ะกาแฟที่บัลเมอร์ไปสะดุดนะครับ
(ซึ่งประเด็นนี้ฮามาก)
ตกลง มีต่อมั้ยครับ
hisoft Sun, 08/09/2013 - 02:25
ตกลง มีต่อมั้ยครับ
มีครับ ยังไม่ว่างมาเขียนต่อ
Be1con Sun, 08/09/2013 - 13:20
In reply to ตกลง มีต่อมั้ยครับ by hisoft
มีครับ ยังไม่ว่างมาเขียนต่อ
อารมณ์ค้างเลย
GoblinKing Sun, 08/09/2013 - 13:04
อารมณ์ค้างเลย