กรุงเทพฯ – 9 มีนาคม พ.ศ. 2555 - ข้อมูลจากแคสเปอร์สกี้แลปชี้ชัดปริมาณโปรแกรมประสงค์ร้ายมุ่งเป้าอุปกรณ์สื่อสารไร้สายเคลื่อนที่หรือ โมบายล์เพิ่มขึ้นถึง 6.4 เท่าในปีที่ผ่านมา (2554) ด้วยจำนวน 5,255 มัลแวร์ที่ปรับแต่งใหม่ และอีก 178 กลุ่มใหม่ล่าสุดที่พบในช่วงปีที่ผ่านมาเช่นกัน และเฉพาะเดือนธันวาคม 2554 เพียงเดือนเดียว ก็ได้ตรวจพบโปรแกรมมัลแวร์ใหม่ๆ เป้าหมายที่อุปกรณ์โมบายล์มากกว่าที่ตรวจพบในปี 2547-2553 รวมกัน จำนวนของโปรแกรมที่ถูกปรับแต่งและกลุ่มโปรแกรมเกิดใหม่ที่ตรวจพบ ณ เดือนมกราคม 2555
ยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง ได้แก่ SMS Trojans ยังคงครองความเป็นหนึ่งของรูปแบบการคุกคาม แต่จำนวนก็ลดลง 44.2% ในปี 2553 มาที่ 36.6% ในปี 2554 ส่วน Backdoors ซึ่งมิได้ครองใจเหล่าอาชญากรไซเบอร์เมื่อปี 2553 ก็ได้ไต่อันดับขึ้นมาที่สองในปี 2554 ซึ่งการเพิ่มปริมาณอย่างฉับพลันทันทีเช่นนี้น่าจะมีที่มาจากความสนใจที่เริ่มพุ่งเป้าไปที่ Android OS จากการพบโมบายล์แบคดอร์เป็นจำนวนมากบนแอนดรอยด์สมาร์โฟน สำหรับอันดับที่สามที่ยังพบอยู่เสมอได้แก่ สปายแวร์
โปรแกรมโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวหรือแม้กระทั่งข้อมูลที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ติดเชื้อนั่นเอง และเมื่อมาพิจารณาตามแพลตฟอร์มที่ตกเป็นเป้าหมาย ในช่วงหกเดือนสุดท้ายของปี 2554 พบว่าปริมาณ โปรแกรมร้ายคุกคามแอนดรอยด์ได้แซงหน้าแพลตฟอร์มอย่าง ซิมเบียน และต่อมาเกือบปลายปีก็ได้ทิ้งห่างแพลตฟอร์ม J2ME ไปเสียแล้ว
ปัจจุบัน แอนดรอยด์ จัดเป็นผู้นำในหมู่แพลตฟอร์มทั้งหมดที่ตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรไซเบอร์ เราควรทำความรู้จักเทคโนโลยี Man-in-the-Mobile ที่ใช้คุกคามเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2553 และปรับปรุงให้ร้ายกาจขึ้นในปีต่อมา โดยโทรจัน ZitMo (ZeuS-in-the-Mobile) และ SpitMo (SpyEye-in-the-Mobile) ทำงานร่วมกันกับ โปรแกรม ZeuS และ SpyEye รวมทั้งภัยคุกคามโมบายล์อื่นที่ซับซ้อนที่ถูกตรวจพบเร็วๆ นี้
โทรจันเหล่านี้ช่วยสนับสนุนผู้ร้ายไซเบอร์ตรวจสอบยืนยันปฏิบัติการทางการเงินผ่านบัญชีธนาคารที่แอบโจรกรรมมาได้ และยังพบได้ทั่วไปตามแพลตฟอร์มต่างๆ เนื่องจากตัวโปรแกรมเป็น cross-platform เช่นโปรแกรม ZitMo ที่ตรวจพบบนซิมเบียน, วินโดว์โมบายล์, แบล็คเบอร์รี่และแอนดรอยด์ และพบ SpitMo ทั้งบนซิมเบียนและแอนดรอยด์ เหตุการณ์หลักๆ
ในปี 2554 ได้แก่ การพบการแพร่กระจายของมัลแวร์ผ่านทาง QR codes จากการที่ใช้งานง่าย อาชญากรไซเบอร์จึงเริ่มหันมาสนใจโดยใช้โค้ดแฝงมาด้วยลิ้งค์เข้ารหัสโยงไปยัง URLs ที่เป็นหลุมพรางเสมือน จริง นอกจากคนเขียนโปรแกรมไวรัสแล้ว ยังมีกลุ่มคนเขียนโปรแกรมหลุมพรางอื่นๆ (afficiliate programs) ที่ต้องการ เป็นนิยมในหมู่โจรไซเบอร์ที่อาศัยช่องทาง QR codes นี้ด้วย
ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการแพร่กระจายโมบายล์มัลแวร์ใหม่ๆ, เทรนด์ในหมู่โจร, คาดการณ์ปี 2555 รวมทั้งสถิติ่ตางๆ ได้ในข้อเขียน Mobile Malware Evolution, part5 (วิวัฒนาการโมบายล์มัลแวร์, ภาค5) โดยเดนิส มาสเลนนิคอฟ นักวิเคราะห์มัลแวร์อาวุโส ทีมค้นคว้าวิจัยโกลบอล แคสเปอร์สกี้ แลป (securelist.com)