Special Report

ในงาน Barcamp Bangkhen ที่ผ่านมา พอดีผมได้มีโอกาสไปแชร์ในหัวข้อ "Geek อย่างไรให้ไม่โสด" ซึ่งเดิมทีเคยคิดที่จะเขียนเป็นบทความใน Blognone มานานแล้ว แต่ก็มีโอกาสได้ไปแชร์ในงานสัมมนาก่อน จากเสียงตอบรับก็ค่อนข้างดี และก็คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับผู้อ่าน Blognone ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายในหัวข้อนี้ เลยขอนำมาแชร์ให้ได้อ่านกันครับ

คำเตือน: ยาวมาก เพราะถอดเทปจากที่คุยในงานมา

สวัสดีครับ ผม @Khajochi ครับ หรืออาจจะเรียกว่าเอ็มก็ได้ครับ

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ตามสไลด์ครับ

ส่วนตัวแล้ว ผมก็เป็น Geek ธรรมดาคนนึงนี่แหล่ะครับ แต่เนื่องจากว่ากำลังจะมีข่าวดี คือกำลังจะแต่งงานในช่วงปลายปีนี้ ระหว่างที่ประกาศไปว่าตัวเองจะแต่งงาน ก็ปรากฏว่ามีหลายต่อหลายคนมาก เข้ามาปรึกษาเรื่องความรัก ทั้งแอบรัก อกหัก ทะเลาะกับแฟน สารพัดเข้ามาเต็มไปหมด

พอผมถามว่าทำไมต้องมาปรึกษาผม เพื่อนมันก็ตอบว่า "ก็แกไม่มีอะไรจะเสีย" (ฮาทั้งห้อง)

ถ้าใครได้เคยเข้าเว็บ Pantip เมื่อ 3-4 เดือนก่อน อาจจะคุ้นๆ กับภาพถ่าย Pre Wedding ในชุดนักเรียนนะครับ (ร้องอ๋อกันทั้งห้อง)

เอ่อ ... ทำไมเหรอครับ คือตัวจริงหน้าแก่ใช่ไม๊ครับ ฮะๆ

ก็เห็นอย่างนี้แต่ผมก็อายุ 30 แล้วล่ะนะครับ แล้วก็ในฐานะที่กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝา ก็เลยอยากขอมาแชร์ให้น้องๆ ที่ยังไปไม่ถึงจุดนั้นได้ประโยชน์ .. ว่าแต่ใครในห้องโสดบ้างครับ (80% ของคนในห้องยกมือ)

ก่อนอื่นเลย ผมมีแบบทดสอบมาให้ทุกคนลองเล่นกันครับ อยากให้ลองนั่งนึกดูนะครับว่า ครั้งล่าสุดที่คุณกำลังนั่งเล่นคอมฯ อยู่ แล้วก็มีเพื่อนพาสาวสวยน่ารักคนนึง มาแนะนำให้เราได้รู้จัก

ในตอนนั้น คุณรู้สึกเขิลอายมากที่จะคุยกับเธอ ผมอยากรู้ว่า First Impression ที่เกิดกับคุณในตอนนั้นเป็นอย่างไหนใน 4 ข้อนี้ครับ

  • เก๊ก ทำเท่ห์ เงียบๆ (10% ยกมือ)
  • หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา คือหยิบมาทำไมไม่รู้ แต่คือไม่มีแล้วมันไม่มั่นใจ ฮะๆ ( 35% ยกมือ)
  • พูดคำสองคำ แล้วก็หันไปหน้าจอต่อ ( 30% ยกมือ)
  • เกาหัว เกาโน่นเกานี่ ( 25% ยกมือ)

จากที่ได้วิจัยมาแล้วนะครับ 4 ข้อนี้คือพฤติกรรมยอดฮิต ที่หนุ่ม Geek เวลาเขิลกับสาวๆ มักจะทำกัน




จริงๆ แล้วสิ่งที่คุณทำมันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะครับ เพียงแต่คุณรู้ไหมครับว่า ในมุมมองของผู้หญิงเนี่ย เค้ารู้สึกยังไงกับท่าทางเหล่านั้น

  • การที่เราเก๊ก ขรึม มันทำให้เราดูเป็นคนจริงจัง ไม่เป็นมิตร ดูปิดกั้น ไม่เปิดรับคนอื่น
  • หยิบมือถือขึ้นมา เราจะดูเป็นคนขาดความมั่นใจ 
  • พูดแล้วหันไปทำอย่างอื่นทันที แสดงออกว่าเราไม่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่สนใจเขาเลย
  • เกาโน่นนี่ อันนี้เสียบุคลิกมากครับ ดูเป็นคนไม่มั่นใจ

คุณเคยสงสัยไหมครับ ว่าทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบผู้ชาย Geek ?
ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้ไปสอบถามผู้หญิงหลายๆ คน ไม่ใช่แค่จากวงการไอทีนะครับ ว่าพวกเค้ารู้สึกยังไงกับหนุ่ม Geek ทั้งหลาย

ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อเลยว่า เกือบทุกคนจะตอบแบบเดียวกันหมด

เหตุผลหลักที่ผู้หญิงไม่ชอบผู้ชาย Geek เพราะดูเป็นคนเก็บตัว, พูดจาไม่รู้เรื่อง (ฮา), สนใจอย่างอื่นมากเกินไป, ดูเป็นผู้ชายทื่อๆ ไม่โรแมนติค และสุดท้าย ไม่หล่อ !! (ฮาทั้งห้อง)

จำได้ไม๊ครับว่าครั้งสุดท้ายที่มีผู้หญิงมาบอกว่า ชอบคุยกับคุณจังเลย คุยแล้วรู้สึกดี คุณดูสนใจเค้าดีจังเลยนะ ... เคยมีไหมครับ ?

จากทั้งหมด 5 ข้อเนี่ย ... แน่นอนครับ ข้อสุดท้ายเราแก้อะไรไม่ได้ ก็พ่อแม่ให้มาเท่านี้
แต่ 4 ข้อที่เหลือ มันคือสิ่งที่แก้ไขได้ครับ ทั้งหมดนี้รวมกัน เรียกสั้นๆ ว่า "บุคลิกภาพ" ครับ

บุคลิกภาพ ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Personality

Personality มีรากศัพท์มาจากคำว่า Person ครับ คือความเป็นตัวคุณนั่นแหล่ะ

ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ท่าทาง การพูดการจา ลุก นั่ง เดิน พูดคุย สบตา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวคุณ

แล้ว Personality ในแบบ Geek เป็นแบบไหน ? ลองดูตัวอย่าง 3 คนนี้ครับ

  • คนแรก Mark Zukerberg ก็เป็น Geek คนนึง ที่พูดไม่รู้เรื่อง แต่งตัวแปลกๆ ไม่สนใจอย่างอื่น
  • L จาก Death Note ก็เป็น Geek ในอีกแบบหนึ่ง ที่มีท่าทางประหลาด ชอบเก็บตัว
  • หรือ Geek อีกแบบที่หน้าตาลามก ตัวเหม็น ไม่ดูแลตัวเอง อันนี้เรียกว่า Geek หื่น

มุมมองที่ผู้หญิงเวลานึกถึงผู้ชาย Geek จะเห็นภาพแบบนี้แหล่ะครับ

เพราะงั้นวันนี้เรามาช่วยกันลบภาพแบบนี้ออกไป เรามาหาวิธีให้พวกเราหลุดจากวงโคจรโสดกันเสียทีนะฮร๊าฟฟฟ (ฮา)

ถ้าเปรียบเทียบเป็นกราฟ แกน Y เป็น Smart หรือความฉลาด ส่วนแกน X เป็น Personality หรือบุคลิกภาพ
ผู้หญิงเค้าจะชอบผู้ชายใน Area ขวาบนครับ คือฉลาดและมีบุคลิกภาพที่ดี เป็นคนเปิดกว้าง น่าคบหา น่าเข้าไปพูดคุยด้วย อยู่ด้วยแล้วมีความสุข

แล้วคุณคิดว่า Geek อยู่จุดไหนของกราฟนี้ครับ ?
ใช่ครับ มุมซ้ายบน คือ Geek เนี่ย ฉลาดแน่นอนครับ เราพัฒนาเรื่องความฉลาดกันเต็มที่ เราฝึกเขียนโปรแกรม อ่านข่าว เรียนโน่นนี่ ทำได้ทุกอย่างหลากหลายมาก

เราพัฒนาทุกอย่างเพื่อให้เราฉลาดขึ้นครับ แต่เรากลับไม่เคยมาพัฒนาบุคลิกของเราเลย ครั้งสุดท้ายที่คุณฝึกพูด ฝึกการเข้าสังคม พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูน่าคบหา คือเมื่อไหร่ครับ ?

มีคนบอกผมว่า "Geek เป็นคนที่มีความสนใจทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้าน ยกเว้นตัวเอง"
เราสนใจทุกอย่างครับ สนใจแล้วก็ทำได้ดีด้วย เราสนใจไอที เกมส์ โทรศัพท์ ฟุตบอล รถยนต์ เครื่องเสียง กีฬา เพลง ฯลฯ

เราสนใจทุกอย่าง .. ยกเว้นตัวเราเองครับ

เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่าคนเป็น Geek ควรจะทำยังไงให้ไม่โสด .. ผมก็คงบอกได้ว่าคุณแทบจะไม่ต้องพัฒนาด้านความ Smart เลยครับ แต่สิ่งที่คุณควรต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วนเลยคือ Personality ครับ การพูดการจา การเข้าสังคม การใช้ชีวิตประจำวันของคุณ

งั้นเราลองกลับมาที่คำถามแรกดูกันนะครับ ว่าในสถานการณ์แบบนี้ คุณควรจะทำตัวยังไง

อย่างแรกเลยครับ ถึงแม้คุณจะเขิลกับความน่ารักของสาวๆ ผมอยากให้คุณยิ้มครับ ยิ้มมากยิ้มน้อยไม่สำคัญ แต่การยิ้มเป็นการบ่งบอกถึงการเปิดกว้าง พร้อมรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามา

คุณเคยไปทักผู้หญิงซักคน แล้วเขายิ้มรับตั้งแต่แรกก่อนที่จะตอบอะไรด้วยซ้ำไหมครับ ^___^ ?
มันทำให้คนที่เข้ามาหารู้สึกดีใช่ไหมครับ

  • จากนั้น ให้คุณหยุดทุกสิ่งที่อย่างที่ทำอยู่ หยุดกิน หยุดทวีต ปิดมือถือ หันไปสนใจเธอคนนั้น
  • พยายามแนะนำตัวเองก่อนครับ 
    • "สวัสดีครับ พี่ชื่อเอ็มครับ เป็น Developer ครับ น้องชื่ออะไรเอ่ย ?"
  • ลองถามคำถามง่ายๆ เพื่อให้ได้พูดคุยเพิ่มเติม 
    • "อ๋อ .. ชื่อจอยเหรอครับ เอ๊ะจอยเรียนวิศวะเกษตรใช่ไม๊ รู้จักกับโจ้รึเปล่าครับ เป็นรุ่นพี่เราสองปี .. ใช่ๆ นั่นเพื่อนสนิทพี่เลย บลา บลา บลา ..."
  • สำคัญคืออย่าหม้อครับ อย่าเล่นมุขเห่ยๆ ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก Geek อย่างคุณทำได้ไม่เนียนหรอกครับ เชื่อผมเถอะ

เห็นไหมครับ ว่ามันดูดีขึ้นกว่าตอนแรกตั้งเยอะเลย

และผมก็มี 6 คำขอร้อง ... ที่สาวๆ ฝากมาบอกให้หนุ่ม Geek ช่วยปรับปรุงตัวเองหน่อยเถอะ ดังนี้ครับ

1.ยิ้มกว่านี้หน่อยเถอะนะครับ หนุ่ม Geek จริงๆ แล้วก็เป็นคนน่ารักนะครับ ถ้ารู้จักยิ้มให้มากกว่านี้ พูดคุยกับเพื่อนๆ ให้มากกว่านี้

ผู้หญิงชอบผู้ชายที่อารมณ์ดีครับ ชอบคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกมีความสุข

2. เก็บโทรศัพท์มือถือของคุณลงไปเถอะครับ เวลาคุยกัน กินข้าวกัน หรือเวลาเธออยากจะเล่าอะไรให้คุณฟังซักอย่าง

ผู้ชายเราจะเคยชินกับการทำโน่นนี่ไปด้วยคุยไปด้วย แต่คุณเคยเห็นเวลาผู้หญิงคุยกันไหมครับ เค้าจะหันหน้าเข้าหากัน ตั้งใจฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดเสมอ

3. ลดเวลาบนหน้าจอลง 20% ถ้าคุณเล่น Dot A วันละ 2 ชั่วโมง คุณเล่นชั่วโมงครึ่งได้ไหมครับ ? ถ้าคุณหยิบมือถือมาทวีตทุก 20 นาที คุณลดลงมาเป็น 30 นาทีครั้งได้ไหมครับ ?

แล้วก็เอาเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ครับ ไปเรียนโท เรียนทำอาหาร ชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยว ไปออกกำลังกาย ไปฟิตเนส .. ถึงคุณอาจจะไม่ได้แฟนจากการไปกิจกรรมเหล่านี้ แต่มันจะช่วยพัฒนาการเข้าสังคมของคุณครับ

ครั้งสุดท้ายที่คุณเป็นคนเอ่ยปากชวนเพื่อนไปเที่ยวทะเล คือเมื่อไหร่ครับ ?

4. พยายามอย่าชกนอกลีกครับ คำนี้มาจากหนังสือ "คู่มือหาคู่ที่พ่อแม่ไม่เคยสอน" เค้าบอกว่า คนที่มาใช้บริการบริษัทจัดหาคู่เนี่ย ผู้ชาย 90% เลือกผู้หญิงจากแค่ 3 อย่าง คือ หน้าตา รูปร่าง และอายุ

คือผมเข้าใจครับ เพราะเราเติบโตมากับการ์ตูนอย่าง I''s หรือ Video Girls ที่เด็กผู้ชายธรรมดาๆ ได้แฟนเป็นสาวสวยดาวโรงเรียน อย่าเลยครับ อย่าคิดว่าอยู่เฉยๆ จะมีดาวโรงเรียนมาชอบคุณ อย่าคิดแค่ว่าในโลกนี้ มีผู้หญิงแค่ 9 คนที่ร้องเพลง Oh! หรือ Gee .. ในโลกความเป็นจริงมันไม่มีหรอกครับ อยากให้ลองมองดูรอบๆ ตัวบ้าง

เชื่อไหมว่าผมเจอสาวๆ น่ารักในงานนี้เยอะมาก คือไม่ใช่ที่หน้าตา แต่นิสัยน่ารัก เดินยิ้มแย้มเข้ามาทักทาย ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน อย่าพยายามชกข้ามรุ่นเลยครับ ไม่ต้องเป็นดาว แต่แค่คนนิสัยดีๆ น่ารักๆ ลองมองคนรอบตัวคุณสิครับ มีเยอะแยะเลย

5. มั่นใจในตัวเอง กล้าคิดก็ต้องกล้าทำ อย่ามัวแต่บ่นใน Facebook หรือ Twitter ว่าคนนี้น่ารักจัง อยากเข้าไปคุย อยากขอเบอร์ อยากไปนั่งใกล้ๆ .. บ่นไปแล้วเมื่อไหร่จะได้คุยครับ ? อย่ามัวแต่เป็นนักเลงคีย์บอร์ดอยู่เลย กล้าลุย กล้าพูด กล้าเข้าไปทำความรู้จักครับ

6. กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง Geek ส่วนใหญ่ชอบบอกว่า "ก็เป็นของกรูอย่างนี้แล้วจะทำไม เกิดมาก็เป็นแบบนี้แล้ว เค้าต้องยอมรับความเป็นตัวของเราสิ" เราเชิดชู idol ที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่อยากจะเหมือนคนทั่วไป

เราเป็นตัวของตัวเองได้ครับ ในเรื่องความคิด มุมมองชีวิต การตัดสินใจ .. แต่ในด้านพฤติกรรม ท่าทาง การพูดการจา คุณควรจะต้องปรับปรุงซะหน่อยครับ อย่างน้อยขอแค่ 20% ก็พอครับ ยอมเปลี่ยนตัวเองดูซักนิดนึง ไม่น่าจะเสียหายอะไรเน๊อะ

ลองทำตามคำแนะนำทั้ง 6 ข้อนี้ดู ผมเชื่อว่าอย่างคุณก็จะดูเป็นคนที่น่าคบหามากขึ้นเยอะเลยทีเดียว :)

สุดท้ายนะครับ ก่อนหมดเวลา 5 นาที ผมก็มี "เทคนิควิธีจีบสาว ในแบบ Khajochi" มาเล่าสู่กันฟัง

วิธีนั้นคือการ +1 ครับ ไม่ใช่ Google Plus +1 นะครับ แต่เป็นการเพิ่ม +1 ในสิ่งที่เราจะทำ

จริงๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่คุณพ่อผมเคยสอนไว้ตั้งแต่เด็ก ว่าเวลาที่เราจะทำอะไรก็ตาม อย่าเพิ่งทำให้เสร็จ .. ให้วางงานนั้นไว้ตรงหน้าก่อน ถอยหลังไปซักหนึ่งก้าว แล้วใจเย็นๆ นั่งมองดูซิว่าเราจะสามารถเพิ่มอีกซัก 1 ขั้นได้รึเปล่า ?

ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมุติผมจะเขียนบล็อก ผมพิมพ์เนื้อหาไปหมดละ ใส่ Bullet ใส่สีลงไป
บล็อก +1 ก็คือทำไมเราไม่ลองใส่ภาพลงไปเพื่ออธิบายเรื่องราวดู .. เห็นไหมครับ มันดูน่าอ่านขึ้นเยอะเลย

สมมุติว่าคุณกำลังจะเมล์ชวนเพื่อนไปเที่ยวเสม็ด แทนที่จะเปิด Gmail แล้วพิมพ์อย่างว่องไว
ทำไมเราไม่หยุดซักพัก คิด +1 ลองหา Theme น่ารักๆ ซักอันนึง ใส่ประโยคฮาๆ มันดูน่าไปเที่ยวด้วยขึ้นเยอะเลยใช่ไหมครับ

แทนที่เราจะไปเสม็ดโดยนั่งรถตู้อนุสาวรีย์ ทำไมเราไม่ลองคิด +1 ไปเช่ารถแล้วขับไปกันเองดู มันไม่แพงหรอกครับ วันละ 600-700 บาท หารกันหลายคนก็พอไปได้ แต่รับรองว่าคุณจะได้ความสนุก และสนิทกันมากขึ้นเยอะเลย

แทนที่เราจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อน +1 คือเราอาจจะไปยืมกล้อง DSLR เพื่อนมา แอบถ่ายมุมน่ารักๆ ของคนๆ นั้น คุณก็จะได้รูปที่ดูดีกว่าเดิมเยอะเลย

คนอื่นเอากีตาร์ไป +1 คือทำไมเราไม่ลองหัดเล่นดนตรีบนแท็บเล็ตหรือ Smart Phone ของคุณดูบ้าง .. มีนะครับ เพื่อนผมได้แฟนจากการเล่น Ukulele บนไอโฟนมาแล้ว มันดูเจ๋งกว่าตั้งเยอะเลย

กลับมาจากทะเล แทนที่จะมา check in 4sq ว่าถึงบ้านแล้ว ทำไมไม่ลอง +1 SMS ข้อความน่ารักๆ ไปขอบคุณที่มาเที่ยวกัน หรือโทรไปถามว่ากลับถึงบ้านแล้วรึยัง พอรู้ว่าถึงบ้านแล้วก็วางเลยครับ แค่ถามด้วยความห่วงใย

แทนที่เราจะโพสต์รูปที่ไปเที่ยวทะเลบน Facebook แล้วก็ tag เพื่อนแบบคนอื่น ทำไมเราไม่ลอง +1 นั่งรถเมล์ไปเซ็นทรัลลาดพร้าว 12 บาท ข้ามไปฝั่งตรงข้าม แล้วอัดรูป 4P ใบละ 8 บาท

แล้วก็เลือกเอารูปน่ารักๆ เขียนข้างหลังว่า "ชอบรูปนี้นะ น่ารักดี" แอบเอาแปะไว้ที่จอคอมของคนนั้น หรือแอบใส่ในสมุดเรียนก็ได้

มันดูน่ารักขึ้นเยอะเลยจริงไหมครับ :)

ตัวอย่างสุดท้ายคือเมื่อ 2 ปีก่อน ผมคิดว่าจะซื้อ iPod Nano ให้ @CherryJaja ครับ จริงๆ มันก็ดูดีอยู่แล้ว แต่พอมาคิด +1 ผมก็เลยสั่งซื้อออนไลน์เพื่อให้โรงงานพิมพ์คำอวยพร ไปบนเครื่องด้วย

แล้วก็เพิ่มความพิเศษอีกอย่างคือพอได้เครื่องมา ผมเอาเครื่องมาใส่เพลงรักเข้าไป 1,437 เพลง พอเค้าถามว่าทำไมต้อง 1,437 เพลง ผมก็บอกว่า นั่นคือจำนวนวันที่เราคบกันมา จนถึงวันนี้ครับ .. ซึ่งก็ทำให้เค้าปลื้มมาก แล้วทุกวันนี้ไปไหนก็จะพก iPod เครื่องนี้ไปด้วยตลอดเลยครับ :)

ซึ่งถ้ามองในเชิง Physical แล้วมันไม่มีอะไรยากเลยครับ สั่งออนไลน์ให้พิมพ์คำอวยพรใครๆ ก็ทำได้ อัดเพลงลงไปใครๆ ก็ทำเป็น .. มันอยู่ที่เราจะหยุดคิดซักนิดก่อนจะทำอะไรรึเปล่า แค่นั้นเองครับ

อย่าลืมนะครับ +1

Credit รูปน้องคนนั้น (ฮา) จาก @FordAntiTrust ครับ

สรุปนะครับ ถ้าถามว่าเราควรจะ "Geek อย่างไรให้ไม่โสด" ผมก็จะขอตอบว่า Geek ที่ฉลาดคิดแบบเราคนเดิม แต่ก็ฉลาดที่จะปรับปรุงการพูดการจา การเข้าสังคมให้มากขึ้น

Geek ที่ยิ้มแย้ม น่าคบหา สนใจคนรอบข้าง ไม่มองแต่นางฟ้า มองคนรอบตัวมากขึ้น มั่นใจในตัวเอง และทำอะไร +1

แล้วคุณก็จะเป็น Geek ที่น่ารัก และน่าสนใจสำหรับสาวๆ มากขึ้นเยอะครับ 

หวังว่าคงเป็นประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอบคุณครับ

^______^

ที่มา - Khajochi Blog

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

เท่าที่ผมเข้าใจ ลีคที่นี้คือ league ครับ

คือประมาณตนและสำรวจตัวเองนิดหนึ่ง,อย่าฝันหวานหาญไปจีบคนที่อยู่สูงเกินเอื้ม หรืออยู่กันคนละระดับ (league) ครับ เหมือนทีมบอลระดับดีวีชันสามดันฝันอยากจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีค

ในทางทฤษฎี มันคงจะได้ แต่ต้องพยายามกันอีกนาน และส่วนใหญ่สาวเจ้าเค้าไม่ได้คิดว่าทั้งโลกมีผู้ชายแค่คุณนี่ บางทีกว่าถึงเวลาที่คุณคิดว่าคุณพร้อม สาวเจ้าอาจจะตกร่องปล่องชิ้นไปกันหนุ่มอื่นแล้วก็เป็นไปได้สูง

มีอีกประเด็นครับ คือ Geek หลายๆท่านมักจะพูดติดอ่าง (อ่างที่เป็นกริยานะครับ) เวลาเจอสาวหรือเวลาตื่นเต้น ผมก็มีบ้าง แก้โดยการพูดให้น้อยเข้าไว้ ยิ้มให้มากขึ้น จะได้ดูเป็นผู้ชายอบอุ่น :p

ท้งติดอ่างทั้งทับศัพท์เลยครับ

ปัญหา อีกอย่างของ กีก คือชอบพูดทับศัพท์ หรือชอบพูดในเรื่อง ที่เป็น เรื่องวงในมากๆ

เช่น เล่นมุข เกมส์ออนไลน์ ดังๆ อย่างในเว็บ ประมูล..

อ่านแล้วที่ blog นู้น อ่านที่นี่อีก >_< เป็นบทความที่อ่านแล้วสนุกดีครับ อ่านไปยิ้มไป

[GeekPeak] วิเคราะห์อะไรเรียก Nerd อะไรเรียก Geek

hปปp://www.i3.in.th/content/view/6375

อ่านบทความนี้แล้ว รู้สึกว่าผมมีคุณสมบัติ Geek เกินครึ่ง
ว่าแต่มันเหมือนกับพวก Otaku หรือเปล่า

ผมว่าผมก็โอตาคุนะ

แต่ถ้าคุณเป็นโอตาคุที่หันมาสนใจที่จะติดตาม/พูดเรื่องรอบข้าง มากขึ้น และเก็บเรื่องโอตาคุไว้คุยกับโอตาคุ ผมว่าคุณก็ไม่โอตาคุแล้วแหละ

+1

โอตาคุไทยสมัยนี้ชอบพรีเซ้นต์ว่าเฮ้ย เราเป็นโอตาคุนะ ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ดูดีเลย
เห็นแล้วรู้สึกเหนื่อยใจ....

อ่านบทความนี้แล้ว รู้สึกว่าผมมีคุณสมบัติ Geek เกินครึ่ง
ว่าแต่มันเหมือนกับพวก Otaku หรือเปล่า

ชอบครับ +1 ให้... แต่ติดอยู่ที่ผู้หญิงไม่เหมือนสมการอะสิ ไม่มีเหตุและผล.. ผมชอบอะไรที่มันสมบูรณ์อ่ะครับ

ถ้าตั้งค่าตามความเป็นจริงควรจะเป็น

ในชีวิตจริง เหตุ และ ผล จะต้องค่าเท่ากัน

เหตุ และ ผล แทนค่าด้วย X

เหตุ = ผล

X = X

ค่านี้จะถูกต้อง.. ตามหลัก

ของผู้หญิงมันไม่มีอ่ะสิ.. แต่มันจะเป็น

เหตุ + อารมณ์ = ผล ?

X + Y = X ?

มันผิด !

อารมณ์จะเปลี่ยนค่าตลอด ทำให้เกิด "Bug" อ่ะสิ

สมการมันจะผิดจากความเป็นจริงอ่ะสิ มันไม่ถูกต้อง...
ผมรับไม่ได้ในข้อนี้อะ

ใช่คับ โดยเฉพาะผู้หญิง เท่าที่ผมเคยคบมา ต่อให้อายุเยอะแค่ไหน มีความเป็นผู้ใหญ่ขนาดไหน ถ้ากับแฟน ยังไงมันก็ต้องมีบางเรื่องที่เขาไม่ต้องการเหตุผล ซึ่ง เราต้องยอมให้โดยไม่มีเหตุผลเหมือนกัน ถ้าเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผลสูง เขาจะเลือกเรื่องที่ต้องการไร้เหตุผลได้ถูก (คือแค่อยากให้เราง้ออยากให้เราหวานใส่) แต่ถ้าผู้หญิงเด็ก อาจจะเจอไร้เหตุผลแบบรับไม่ได้ เช่น เรามีงานที่ต้องไปทำโดยไม่ไปไม่ได้ (เช่น ไม่ไปแล้วโลกจะแตก)

อ่านบทความนี้แล้ว รู้สึกว่าผมมีคุณสมบัติ Geek เกินครึ่ง
ว่าแต่มันเหมือนกับพวก Otaku หรือเปล่า

iammeng Tue, 27/09/2011 - 17:18

ขอถามว่า ใครโสดบ้างครับตอนนี้? (รายงานตัว geek โสดกันหน่อย)

ผม +1 คน :D

เจ้าของหัวใจใครบางคนมาลงชื่อ …

ปล. ผม Geek หรือเปล่าหว่า :P

ปล.2 reply เพื่อจะให้มันต่อลงมาเป็นขั้นนะครับ ความหมายไม่เกี่ยวอะไรกับท่านๆ ด้านบน ฮ่า :P

คอมเม้นกันไวโฮก ตอนอ่านจบมีอยู่ 3 เอง พ้นไปไม่กี่นาที 23 -0- ... ยาวแน่ๆ ยาวแบบสุดๆ ฮ่าๆๆ

Architec Tue, 27/09/2011 - 17:48

พวก geek ที่ไม่เคยจีบสาวนี่แต่ละคนเจอคนที่ชอบมักจะออกตัวล้อฟรีกัน บางคนก็เซ้าซี้มากๆ ผู้หญิงรำคาญก็เลิกไปเลยก็มี สำนวนจีบเห่ยๆ ซึ่งอันหลังนี่ผมไม่ทำ(และไม่เคยทำด้วย มันเชย)

ที่จริง geek ถ้าบำรุงหน้าตา ผมเผ้า ก็ใช้ได้แล้วล่ะ ส่วนเรื่องอุปนิสัยก็ไปปรับกันเอาเอง อย่าไป DotA กับวินนิ่งซะให้มาก เพื่อนผู้หญิงหลายๆคนมาบ่นให้ฟังว่าเลิกกับแฟนเพราะมันติดเกม

แต่ก็อดหมั่นไส้เจ้าของบทความไม่ได้ที่คบกันมาได้ยาวขนาดนี้ นับถือจากใจครับ

PaPaSEK Tue, 27/09/2011 - 17:59

แม้แต่บทความ "Geek อย่างไรให้ไม่โสด" บทความนี้ยังแสดงถึงความเป็น Geek

Geek จงเจริญ !!

  • 1.ยิ้มกว่านี้หน่อยเถอะนะครับ

ครับ ยิ้มประจำ

    1. เก็บโทรศัพท์มือถือของคุณลงไปเถอะครับ เวลาคุยกัน กินข้าวกัน หรือเวลาเธออยากจะเล่าอะไรให้คุณฟังซักอย่าง

ผมไม่ค่อยติดโทรศัพท์นะ หยิบมาดูข้อมูลเท่าที่จำเป็น ส่วนมากเล่นตอนไม่มีอะไรทำจริง ๆ แบบอยู่บนรถเมล์หรือห้องเรียน (อันหลังนี่แหม่ง ๆ)

    1. ลดเวลาบนหน้าจอลง 20% ถ้าคุณเล่น Dot A วันละ 2 ชั่วโมง คุณเล่นชั่วโมงครึ่งได้ไหมครับ ? ถ้าคุณหยิบมือถือมาทวีตทุก 20 นาที คุณลดลงมาเป็น 30 นาทีครั้งได้ไหมครับ ?

ลด DotA มาเป็นสอง - สามสัปดาห์ครั้ง ทวีตสัปดาห์ละหนสองหนแล้วครับ (T_T)

  • แล้วก็เอาเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ครับ ไปเรียนโท

เรียนอยู่ครับ

  • เรียนทำอาหาร

ทำข้าวกล่องไปกินมื้อกลางวันเลยหล่ะครับ (>_<)

  • ชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยว

ไปไม่ไกลแค่หาอะไรกินแต่ก็หาเรื่องเสียเงินกันอยู่เรื่อย ๆ

  • ไปออกกำลังกาย

ปั่นจักรยานไปเรียนวันละ ๖๐ กิโลฯ ครับ

  • ไปฟิตเนส

ก็ไปวิ่งบ้างเวลาแรงเหลือจากไอ้ ๖๐ กิโลฯ ที่กล่าวมานั่นนะครับ

ผลสรุป "โสดสนิท" คร้าบ (T_T)

เช้า ๓๓ กิโลฯ ๑:๑๐ ชั่วโมงครับ เย็น ๓๑ กิโลฯ ก็ ๑:๑๐ เช่นกัน รถติดกว่าหน่อยนึงเลยใช้เวลาพอ ๆ กัน

เร็วกว่ารถเมล์ครับรถมันติด เร็วกว่าขับรถไปด้วย (ยกเว้นขึ้นทางด่วน ไปกลับ ๑๑๐ บาทผมก็รับไม่ไหวเหมือนกัน)

เมื่อก่อนปั่นไป/กลับ ๑๗ กิโลฯ พับขึ้นรถเมล์ต่อไม่ได้อาบครับเหงื่อไม่ค่อยมี แต่ตอนนี้หมอบลากยาวมีเหงื่อแล้วเลยอาบให้สบายตัวดีกว่า

ตอนปั่นเหงื่อไม่ค่อยมีนะครับลมเย็น ๆ จะมีก็ตอนจอดติดไฟแดงนี่แหละ

เวลาขี่จักรยานเยอะไปครับ ควรหิ้วขึ้นรถเมล์ไปดีกว่า จะได้มีเวลาไปนั่งเหล่สาวที่คณะ แล้วถ้าดวงดีจะได้พาสาวๆ ซ้อนด้วย lol

ถ้าขึ้นรถเมล์ไปเรียนผมจะต้องใช้เวลาบนรถเมล์ราวชั่วโมงครึ่งต่อเที่ยวแบบถนนโล่ง ๆ (ที่เป็นไปแทบไม่ได้ รถติดจัด ๆ เลยครับ ต่อแรกผ่านแคราย งามวงศ์วาน พงษ์เพชร วิภาวดี ต่อสองฝ่าออกจากจตุจักรไปขึ้นทางด่วน ต่อสุดท้ายฝ่ารถติดในแยกประชาอุทิศ) โดยยังไม่รวมเวลารอรถอีกครับ เอาเข้าจริงผมลดเวลาไปได้เกินครึ่งแล้วล่ะครับ

แต่รถผมมันซ้อนไม่ได้ (T_T) เดี๋ยวติดตะแกรงแบบรับน้ำหนักได้สี่สิบกิโลจะลองฝืนพาซ้อนดูแล้วกันครับ (>_<)

อยู่กรุงเทพแบบนี้ก็ลำบากหน่อย แนะนำว่าอย่าใช้ตะแกรงใส่เบาะเสริมครับ นั่งได้แต่ไม่สบายเท่าไหร่ อยากพาซ้อนเล่นให้ประทับใจต้องมีเบาะดีๆ

แต่ถ้าอยู่กรุงเทพควรจะคิดเรื่องมีรถยนต์ให้ได้ก่อน ถนนที่นั่นขี่จักรยานคนเดียวก็อันตรายแล้ว

มีจอดอยู่ครับ แต่ไม่ค่อยได้ใช้ เอาไว้ขนของกลับบ้าน (^^)

วันนี้ไปใส่ตะแกรง แต่ซ้อนไม่ได้ครับ ตะแกรงรับได้ ๒๕ กิโลฯ แต่เค้าบอกอย่าขนเกิน ๑๕ กิโลฯ จะดีกว่าเพราะไม่งั้นไม่ล้อก็เฟรมจะพังก่อน - -"

ผมเป็นคนกทม.คนหนึ่งที่ปั่นจักรยานเพื่อการสัญจรเป็นประจำคนหนึ่งครับ และเห็นว่าการมีรถยนต์เป็นภาระครับโดยเฉพาะอย่าวยิ่งในมหานครที่รถติดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ค่ารถ ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน และอาจจะบวกค่าทางด่วน ผมว่าเอาไปทำอย่างอื่นดีกว่าครับ ในเมื่อจักรยานก็สามารถเดินทางได้โดยใช้เวลาน้อยกว่าในช่วงเวลาเร่งด่วน ผมเชื่อในฐานะคนปั่นเหมือนกันครับว่า พอปั่นคล่อง ๆ และบ่อย ๆ แล้วการเรียนรู้ที่จะปั่นอย่างปลอดภัยไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับตัวจะเกิดขึ้นตามมาเองครับ สู้ต่อไปครับไบซิเคิล ;D

เมื่อก่อนผมเคยเจอข่าวข้าราชการที่ขี่จักรยานไปทำงานมาหลายสิบปี โดนรถเมล์ทับตายน่ะครับ

นับแต่นั้นสาบานเลยว่าจะไม่ขี่จักรยานในกรุงเทพ

ห่ะ ๆ ๆ พอดีผมคิดว่าคนขับมอไซค์ ขับรถใหญ่ก็ตายกันเกือบทุกวันหล่ะครับ

แต่มันก็อันตรายกว่าจริง ๆ โดยเฉพาะพวกรถเมล์ รถตู้ รถแท็กซี่เนี่ย - -" ผมไม่เข้าใจระบบออกใบอนุญาตเลยว่ามันได้มาได้ยังไง ที่จริงพวกคนขับรถอย่างเรา ๆ นี่ก็มีหลายคนที่ไม่น่าได้ใบขับขี่ด้วยซ้ำแต่ระบบในไทยมันได้ไงเกินไปหน่อย

จักรยานที่ปั่นนี่เป็นแบบไหนครับ เสือหมอบ เสือภูเขา Fixed Gear หรือแบบไหน?

เคยมีเสือภูเขาคันนึง แต่หายไปตอนจอดในมหาลัย เลยซื้อรถพับมาปั่น พบว่ามันไม่ได้อารมณ์เลย...

แล้วความเร็วที่ปั่นนี่ประมาณเท่าไหร่ครับ?

ตอนนี้ปั่นหมอบ ความเร็วตอนปั่น 30+ ครับ ส่วนมากจะเป็น 32 กับ 36
ก่อนหน้านี้ปั่น STRiDA ไม่มีเกียร์ เฉลี่ย 20+ ครับ

tanapon000 Tue, 27/09/2011 - 20:43

ชอบ +1 ที่สุดเลยครับ

เป็นมุมมองที่ตัวผมเองคิดไม่ถึงจริงๆ ถ้ามีโอกาสต้องลองเอาไปใช้มั่ง

ormsin Tue, 27/09/2011 - 22:17

สุดยอดครับ ในมุมมองของผมคุณไม่ใช่ geek ธรรมดา แต่เป็น geek ที่เล่าเรื่องได้เก่ง และมี Presentation ที่เจ๋งมากกกกกกก โปรดสังเกตดูการ design ของ slide สุดยอดมาก ใครอยากดู Present เจ๋งๆ ให้ดูเป็นตัวอย่างได้เลยครับ เสียดายไม่มีโอกาสได้ฟัง แต่คิดว่าน่าจะสนุกมากแน่ๆ เลยครับ
ปล.แนะนำหนังสือ Presentaion zen กับ The Presentation Secrets of Steve Jobs เป๊ะตามตำราเลยครับ ^^ สุดยอดดดด

เป็นสิ่งที่ Manassarn จะต้องอ่านนะ คุยเรื่องอื่นบ้างนอกจากเรื่องคอม น้องซันปวดหัว โอเคร 5555

จริงๆหลายๆเรื่องเป็นสิ่งที่ผู้ชายหลายๆคนไม่เฉพาะ Geek มองข้ามไปอยู่แล้วนะ แต่บางเรื่องผมว่าก็ควรจะคิดได้เองเหมือนกัน ฮ่าๆ

Distort man Tue, 27/09/2011 - 23:37

วิธีไม่โสดเหรอครับ? ง่ายจะตาย

"หัดใส่ใจคนอื่นให้มากขึ้น ลดอีโก้ตัวเองให้น้อยลง อย่าขี้โม้ฝอยแต่เรื่องตัวเอง ฟัง ฟัง และชง ถาม ดำเนินบทสนทนา คุยให้เป็น"

และ "ดูดี" (ไม่ต้องหล่อมาก แต่สะอาด)

แค่นี้ก็ไม่โสดแล้ว

ที่เหลือก็คือความ "สม่ำเสมอ" ถึงจะรักษาชีวิตคู่ต่อไปได้

อันนี้จริงครับ พยายามสนใจเค้าให้มากกว่าตัวเรา

ผู้ ญ รับเราได้ก็จริงครับ แต่เราต้องลดอีโก้ลงบ้างสำหรับ first impression
ช่วงแรกนี้แหละสำคัญ หากทำให้เค้ายอมรับเราได้ แล้วเราค่อยๆ แสดงความเป็นตัวตนออกมา แล้ว ผู้ ญ จะค่อยๆ ชินไปเอง :)

ทุกวันนี้แฟนผมจึงบอกว่าผม "ย้อมแมว" มาขายเค้าครับ -_-"

เท่าที่อ่าน มันไม่ใช่สำหรับ geek แล้วล่ะ มันสำหรับทุกคนที่โสดตะหาก โดยรวมมันคือดึงจุดดีทีเรามีออกมาใช้ เช่น เล่นเครื่องดนตรีไม่เป็น เล่นเครื่องดนตรีในไอแพดก็ได้ อะไรทำนองนั้น แล้วก็ความใส่ใจ ทั้งคนรอบข้างและตัวเอง ผมว่าดีนะ :D ขอบคุณครับ

เสียดายไม่ได้ไปบาร์แคมป์บางเขน....

สำหรับผม เจ้าของบทความเป็นคนที่โรแมนติคน่าดู ทั้งเข้าใจชีวิต เข้าใจผู้อื่น และเข้าใจตนเอง

เขาพูดถูกต้องหมดครับ ความรักไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ทำให้โลกสวยงาม บางครั้งสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้คุณได้
ไม่ว่าคุณจะ geek แค่ไหนคุณก็คงไม่อยากเป็นโสดใช่ไหมครับ

ในเมื่อ Smart เราได้แล้ว ต่อมาเราก็ Personality ด้วยอีกอย่างจะเป็นไรไป
อีกอย่างการที่เราบุคลิกดี มนุษย์สัมพันธ์ดี มันก็ช่วยส่งผลเราในเรื่องงานด้วย คนที่ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง ใส่ใจผู้อื่น ใครจะไม่อยากอยู่ใกล้หละครับ :-)

อ่านจากที่อื่นมารอบละ
แต่ยอมรับ บทความเขาดีจริงครับ

ปล. ผมคิด +1 ไม่ทันแฮะ Logic การคิดผมมันเป็นแบบนี้มานาน + ติดนิสัยมากๆด้วย แก้ยากมากอ่ะครับ - -"

นอกเรื่องนิดนึงครับ

ผมว่าการทำ Presentation ด้วยการใช้ภาพสื่อความหมาย ดูสนุกสนาน
เข้าใจง่าย และดูดีมีสไตล์มากกว่าสไลด์ที่มีแต่ Bullet มาก ๆ

เปรียบเหมือนบุคลิกของคน การสื่อสารทุกอย่าง เราควรให้ความสำคัญกับ "ความง่าย" ด้วยนะครับ
จุดประสงค์ของการสื่อสารคือ ให้ผู้รับสารเข้าใจตรงกันกับผู้ส่งสารให้มากที่สุด

หลาย ๆ คนก็อาจจะพบเจอปัญหาว่า "ทำไมมันไม่เข้าใจที่ตูพูดวะ ของง่าย ๆ แค่นี้ ยูเซ่อสมชื่อจริงๆ" ใช่ครับ มันอาจง่ายสำหรับเรา แต่สำหรับเขาหละ?

เราควรทบทวนใหม่ว่าสิ่งที่เราสื่อสารออกไป มันเข้าใจง่ายไหม? ใช้ศัพท์เฉพาะมากไปหรือป่าว? มีการอธิบายขยายความมากน้อยแค่ไหน?

จากประสบการณ์ส่วนตัว(ขอย้ำนะครับว่าส่วนตัว) ผมเห็นผู้ที่มีความรู้มาก ๆ อย่างเช่นระดับด็อกเตอร์หรือผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ คน มักจะสื่อสารไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ผู้รับสารได้ประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น การพูดทับศัพท์ สไลด์มีแต่ Bullet,ตัวอักษร ศัพท์วิชาการมากมาย โดยไม่ได้ดูเลยว่าผู้รับสารบางครั้งก็ยังเป็นเด็กนักศึกษา พอเด็กฟังไม่รู้เรื่อง มันก็เริ่มไม่ฟัง พอไม่ฟังก็ไม่ได้ความรู้ สุดท้ายการบรรยายก็ล้มเหลว

อยากฝากไว้ครับ

เพิ่งจะจีบติดครับ (เพราะคล้าย ๆ กันเลยพอจะเข้ากันได้มั้ง 555) ความประทับใจแรกคือเธอสามารถน๊อคผมในเกม Tetris DS ได้ 18 จาก 20 ตา ... เก่งชะมัด - -'

บทความนี้มีประโยชน์มากเลย เพราะส่วนตัวก็ยังมีอะไรต้องปรับปรุงอีกเยอะ นี่ได้ไกด์ไลน์มาช่วยด้วยงานนี้น่าจะพอสู้ไหว เอิ๊ก ๆ

csfromhell Wed, 28/09/2011 - 12:38

+1 เป็นบทความทีดีจริงๆ
ให้กำลังใจชาว geek ทุกคนด้วยละกัน
สู้ๆ สักวันต้องสำเร็จ :P

+1 นี่ชอบมากครับ มุมมองนี้คงต้องขอไปใช้
ชกข้ามรุ่น (หรือนอกลีกเนี่ย) คือบางครั้งมันก็อาจจะห้ามใจกันยากนิสหนึ่งเหมือนกันนะครับ

ผมถือวิสาสะเจ้าของบล็อก (คุณ khajochi เจ้าของบทความนี้แหละ) เอาบทความใหม่มาแปะ
พรีเซนต์ในแบบมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก (Present like Mark Zuckerberg)

ส่วนผมผมมองว่าบทความตามลิงค์ เป็นตอนต่อของ "Geek อย่างไรให้ไม่โสด" ซึ่งผมขอสรุปสั้นๆ ฝากไปถึง geek ดังนี้

  1. geek มักพูดสิ่งที่ตัวเองอยากพูด โดยไม่ค่อยจะสนใจว่าคนฟัง จะเข้าใจหรือสนใจในสิ่งที่กำลังพูดอยู่หรือไม่

  2. geek มักไม่รู้ว่าคนอื่นไม่เข้าใจอะไร และชอบใช้ศัพท์แสง ทางเทคนิค ยุกยิก เยอะแยะ จนมันงงไปหมด

  3. geek หลายคนเป็น genius แต่อีกหลายคนเป็นได้แค่ geek ซึ่งไอน์ไสน์บอกไว้ว่า

If you can't explain it simply, you don't understand it well enough

ถ้าคุณอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจไม่ได้ นั่นแสดงว่าคุณเข้าใจสิ่งนั้นไม่พอ ฉะนั้น ... จงยกระดับความเป็น geek ของตัวเองให้สูงขึ้นไป จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าคุณกลายเป็น super geek ที่เข้าใจทุกเรื่องจนสามารถอธิบายให้สามัญชนเข้าใจได้

สุดท้าย ... ข้อสรุปของผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจีบสาว แต่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในการจีบสาวได้ ผมกล้าพูดว่าพ่อผมไม่หล่อ ... แต่แม่ผมสวย แม่บอกว่าพ่อเป็นคนฉลาดที่รอบรู้ สามารถอธิบายเรื่องยากๆ ให้คนทั่วๆ ไป (โดยเฉพาะสาวๆ) ฟังแล้วเข้าใจได้ภายในครั้งเดียว

ปล. อย่าลืมเข้าไปอ่านบทความตามลิงค์ อ่านแล้วจะเห็นข้อเสียของ geek และวิธีการปรับปรุงตัวเองให้เป็น super geek

เขียนได้ดีจริงๆครับ อ่านไปอ่านมา เราเองก็เข้าข่ายอยู่พอสมควรนะเนี่ย แต่ตอนนี้ไม่โสดนะครับ กำลังจะแต่งงานเหมือนกัน ห้าห้า

หลายๆอย่างเนี่ยใช่เลย ไม่ค่อยฟังคนอื่น แหะๆ

จริงๆก็ไม่ใช่ Greek นะ ศัพท์ทางเทคนิคไม่รู้ซักอย่าง เคยลงเรียนเขียน Flash ยังไม่ตั้งใจ เป็นผู้หญิงที่แค่อยากตามเรื่องไอทีแค่นี้เอง
แต่พอไล่อ่านมา... อืม... ทำไมมีบุคลิกของ Greek ได้ทุกข้อเลยหว่า

เข้ามาลงชื่อ เพิ่งเลิกกับแฟนด้วยซ้ำค่ะ (T^T)