เหล่า geek ทั้งหลายสนใจรถรุ่นไหนกันครับ

หรือมีรถกันหมดแล้ว

สอบถามดูครับ อยากเห็นมุมมองของคน IT (เดาว่าส่วนมากทำงานในเมือง ซึ่งถนนไม่มีพอใช้ - หรือเปล่า ?)

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

PaPaSEK Wed, 14/09/2011 - 11:55

มุมมองของผมคือ ผมคิดว่าตัวเองน่าจะหันมาปั่นจักรยานหรือไม่ก็มอเตอร์ไซค์ เพราะถึงตอนนั้นรถคงติดอิ๊บอ๋าย แค่ตอนนี้ก็ติดมากแล้วครับ ตอนเช้าเลี่ยงได้ ตอนเย็นเลี่ยงไม่ได้

ปล.ถ้าระบบขนส่งมวลชนดีๆ ผมยืนยันว่าผมจะใช้ระบบขนส่งมวลชนครับ

+65535 เลยครับ ตอนนี้ผมมีรถเองยังแทบจะไม่อยากใช้เลย แค่ขับมาที่/กลับจาก BTS ก็ติดสุดๆอยู่แ้ล้วโดยเฉพาะตอนเย็น ไม่อยากจะคิดว่าถ้ามีรถจากโครงการนี้เพิ่มเข้ามาอีก ถนนก็มีเท่าเดิม - -" เอางบลดภาษีโครงการนี้ไปสร้างรถไฟฟ้าได้ัซัก 100 เมตรยังดีซะกว่า

ขอตอบเองหน่อย

ผมคนต่างจังหวัดที่มาทำงานใน กทม ที่ทำงานก็ติดรถไฟฟ้า ก็ไม่ได้คิดว่าจะหารถมาใช้ครับ แต่มันติดที่ว่า เวลาหลับบ้านต่างจังหวัดทีแสนลำบาก นั่งรถทัวร์ลงตัวเมือง แล้วก็ต้องหารถต่อกลับบ้านอีก ซึ่งรถต่อกลับบ้านก็ไม่ค่อยมี เซ็งมากเวลากลับบ้านต่างจังหวัดแต่ละครั้ง

ทีนี้ปัญหาอยู่ที่ว่า ผมอยากจะกลับบ้านบ่อย ๆ (ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องการไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง บางครั้ง)
แต่ทุกวันนี้ส่วนมากอยู่ กทม ขึ้นรถไฟฟ้าสะดวก ถ้ามีรถจะจอดไว้เฉย ๆ ก็กระไรอยู่ ซึ่งถ้ามีแล้วออกมาขับก็จะเซ็งกับรถติดกับค่าน้ำมัน ครั้นไม่มีรถเวลาออกต่างจังหวัดก็ลำบากมาก (ที่กล่าวข้างต้น)

พอมีนโยบายนี้ออกมา ก็เลยคิดว่า จะมีรถดีหรือไม่ดี

จริงๆแล้วถ้าหาก ระบบขนส่งมวลชนทำไว้ดี ไม่ค่อยมีใครอยากขับรถหรอกครับ

น้ำมันแพง หาที่จอดลำบาก เสี่ยงจะโดนเฉี่ยวชนค่าซ่อมบานอีก ภาระเยอะ

มันติดที่มีรถไฟฟ้า-ใต้ดิน รถเมล์วิ่งเยอะ แค่กลางกรุงนิดเดียวนี่ล่ะครับ -_-"

ใช่เลยครับ ทุกวันนี้นั่งรถตู้ของบริษัทไปทำงานก็สะบายอยู่แล้ว ไม่เคยอยากได้รถมาใช้ส่วนตัวเลย
แต่มันลำบากมากตอนจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดนี่แหละ ยิ่งตอนเทศกาลไม่ต้องพูดถึงเลยครับ เจอรถเมล์เสริมเข้าไปนี่ถึงกับเข็ดเลย

ยังไม่มีแผนที่จะออกรถตามนโยบาย ถึงแม้มีเงินก้อเถอะ

คิดเห็นส่วนตัว +
งบ > ขอทำรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมแล้ว > ลดราคาตั๋วสำหรับคนทำงานจากระบบ ป.ก.ส.

ค่าน้ำมัน > ค่าบำรุง >
ไม่ได้สนับสนุนให้ก่อให้เกิดรายได้เพื่อให้ออมยามแก่

เฮ่อ

ผมสนับสนุนรัฐบาล แต่ไม่สนับสนุนนโยบายนี้
แม้ว่าผมจะยังไม่มีพาหนะส่วนตัวก็ตาม
การมีรถส่วนตัว ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย

อยากให้ขนส่งมวลชน พัฒนามากกว่านี้มากกว่า
เช่น รถเมลปรับอากาศทั้งหมด
มีระบบตั๋วรวม ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า
ค่าโดยสารจ่ายตามจริง แต่ไม่เกินวันละกี่บาทก็ว่าไป เกินกว่านั้นโดยสารฟรี
เป็นต้น

ระหว่างที่รอรถไฟฟ้าส่วนขยาย ซึ่งอีกหลาย ๆ ปีเลยกว่าจะเสร็จ
ระหว่างนี้ควรทำสิ่งที่ทำได้ก่อน เป็นการปลูกฝังค่านิยมการใช้ขนส่งสาธารณะด้วย

+1 ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาลก็ตาม

เอางบไปทำให้รถไฟชานเมืองวิ่งเข้าเมืองให้ตรงเวลา น่าจะเห็นผลชัดเจนมากกว่า

กระทู้นี้ผมขอออกความเห็นส่วนตัวนอก Topic หน่อยนะครับ

ผมเคยคิดมานานแล้ว เรื่องนโยบายต่างๆ กับปัญหาจำนวนรถ จำนวนรถที่วิ่ง และปริมาณถนน

ผมเห็นมานานแล้ว ว่าทุกคนเพ่งเล็งไปที่จำนวนรถ ว่ามันเป็นปัญหารถติด ซึ่งในความเห็นของผมซึ่งมีมานานแล้ว ผมเห็นว่า ปัญหารถติดไม่ได้อยู่ที่จำนวนรถเลยครับ แต่อยู่ที่จำนวนคนขับรถต่างหาก

นั่นเพราะตัวผมเองก็มีรถถึง 5 คัน ยี่ห้อเดียวกันหมด เพราะชอบโดยส่วนตัว และเวลาว่างจะทำรถเอง (จึงวิ่งได้แค่ 2 คัน อีก 3 คัน รื้อทำไว้ ยังไม่เสร็จครับ ในนั้น 1 คัน ยังยกเครื่องออกมาไม่เสร็จเลย Project หลายปี เพราะเอาบันเทิงเป็นหลักครับ)

ผมมองตัวเองก็พบว่า ไม่ว่าผมจะมีรถกี่คัน ผมก็ขับได้ทีละคันนี่นา ดังนั้น จำนวนรถจึงไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้รถติด เพราะจำนวนรถที่วิ่งๆ กัน ไม่ใช่จำนวนตัวเลขที่กรมขนส่งฯ มีอยู่แน่นอน แต่มันเป็นตัวเลขของใบขับขี่ที่ออก บวกกับจำนวนผู้ขับขี่โดยไม่มีใบขับขี่ต่างหาก

ผมจึงมีความเห็นว่า น่าจะควบคุมที่ใบอนุญาตขับขี่มากกว่าครับ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นน่าจะมีผลได้มากกว่าในการแก้ปัญหารถติด และการสอบปฏิบัติควรจะเข้มงวดกว่านี้ ไม่ใช่สอบในสนามสอบ แต่กรรมการควรนั่งรถไปด้วยและวิ่งบนถนนจริงแบบที่หลายๆ ประเทศทำ เพราะเท่าที่เห็นกันอยู่ว่าบนถนนในประเทศเรามีคนที่มีความสามารถในการขับขี่ต่ำแต่ดันมีใบขับขี่ ขับไม่ดูรอบตัวเลย พบเจออยู่เนืองๆ

ในที่นี้ต้องมองในมุม 'จำนวนรถส่วนเพิ่ม' ครับ ไม่ใช้รถที่มีอยู่แล้ว
ซึ่งถ้าดูจากนโยบาย ก็น่าจะสรุปได้ว่า มีรถเพิ่มขึ้นในถนนแน่นอน ซึ่งรถก็จะติดขึ้นแน่นอน

'จำนวนรถส่วนเพิ่ม' ที่คุณพูดถึง ย่อมต้องเกิด 'ใบขับขี่' เพิ่มขึ้นด้วยเสมอครับ ความเห็นผมจึงเน้นใบที่ควบคุมใบขับขี่ครับ

แต่ 'ใบขับขี่เพิ่ม' จะได้มากกว่าหรือเท่ากับ 'จำนวนรถส่วนเพิ่ม' เท่านั้น

ในที่นี้ ผมไม่ได้พูดถึงคน 'ลักลอบ' ขับขี่ครับ

ความเห็นผมจึงเป็นว่า... เก็บอากร 'ใบขับขี่ส่วนบุคคล' ให้สูงไว้ แต่อากร 'ใบขับขี่สาธารณะ' ให้ต่ำลง เพื่อดึงคนให้ใช้คนส่งมวลชนมากขึ้น

ส่วนการควบคุมจำนวนก็ใช้วิธี..

  • คุมเข้มการสอบขับขี่ หากพบ Corruption ก็ให้โทษครูผู้สอบ และ Ban ผู้สอบไม่ให้ได้รับใบอนุญาตตลอดชีพ (หรือจะ 7 ชั่วโครตสำหรับคนชอบความสะใจ)
  • ขับขี่โดยไม่มีใบขับขี่ หากถูกจับครบ 3 ครั้ง โทษ Ban ตลอดชีพ และทุกครั้งยึดรถเข้าหลวงไปเลย

ความเห็นแนวผมดุดัน แต่ควบคุมได้ดีขึ้นแน่นอน

ผมว่าคนมีใบขับขี่จำนวนมากที่ไม่ได้ถือครองรถยนต์ครับ เพิ่มจำนวนรถ ไม่ต้องเพิ่มใบขับขี่ก็ได้

โอเค ผมสื่อไม่ดีจริงๆ มีคนไม่เข้าใจจริงๆ ต้องขอโทษด้วยครับ ขออธิบายตรงนี้ใหม่อีกครั้ง

คือ ไม่ขอนับคนที่ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตนะครับ ผมพยายามจะบอกว่า...

จำนวนรถที่วิ่งบนถนน ไม่มีทางมากกว่าจำนวนใบอนุญาตขับขี่

คราวนี้ ผมอธิบายได้ดีขึ้นหรือยังครับ?

เพราะทุกคนขับรถได้ทีละคัน

จำนวนรถย่อม <= ใบขับขี่ อย่างแน่นอน 100% (อย่าลืมว่า ไม่นับคนที่ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต เพราะนั่นผิดกฏหมายอยู่แล้ว)

ผมพูดถึงการแก้ปัญหารถติด ดังนั้น รถที่จอดอยู่บ้าน ไม่ได้มาแย่งวิ่งบนถนน จึงไม่เกี่ยวกับกรณีรถติดครับ

ผมจึงมีความเห็นว่าให้ควบคุมที่การออกใบอนุญาตขับขี่ครับ

ต้องขอโทษอีกครั้ง ที่อธิบายไม่ดี คนอ่านตีความคิดตามไม่เข้าใจ

ผมอ่านที่คุณอธิบายเข้าใจดีครับ แต่ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี โดยเฉพาะ

จำนวนรถที่วิ่งบนถนน ไม่มีทางมากกว่าจำนวนใบอนุญาตขับขี่

แล้วพวกที่ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตไม่นับเหรอครับ? ผมนี่ล่ะคนนึงที่ เคยขับรถยนต์อยู่ 4 - 5 ปีโดยไม่มีใบอนุญาต (นานๆ ขับทีในเวลานั้น)

ที่เห็นด้วยคือวิธีการสอบใบขับขี่ครับ อยากให้มันโหดกว่านี้หน่อย เพราะมีหลายครั้งที่เจอพวกขับรถไม่มีมารยาท

โดยเฉพาะพวกขับรถแพงๆ ครับ รู้สึกว่ารถพวกนี้จะไม่ได้ติดไฟเลี้ยวมาจากโรงงานนะ lol

ที่ไม่นับเพราะ ผมออกความเห็นในเรื่องนโยบายแก้ปัญหาจราจรน่ะครับ

เนื่องจาก คนที่ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตนั้น คือการ "ทำผิดกฏหมาย" อยู่แล้ว จึงไม่ขอนับรวม อันนั้นเป็นเรื่องของการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบใบขับขี่ ซึ่งที่จริงผมก็มี Idea นะครับ นั่นคือใบขับขี่ฝัง RFID ไว้ ทำให้ตำรวจตรวจสอบได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น โดยที่ด่านตรวจไม่ทำให้รถติดไปเสียเอง และไม่เสียเวลาผู้ขับขี่มาก เพียงแค่ยื่นแท่งตรวจเข้าไปใกล้ก็พอ ไม่ต้องขอดูบัตรอะไรทั้งนั้น แล้วก็ดูหน้าบน Tablet ของตำรวจเลย ว่าตรงกับคนขับหรือไม่

ผมจึงออกความเห็นในเรื่องแก้ไขกฏหมาย (ที่การกระทำตามกฏหมายเดิมมันถูกต้องอยู่แล้ว) ซึ่งน่าจะส่งผลต่อการลดจำนวนรถส่วนบุคคลที่วิ่งบนท้องถนนได้จริงๆ ด้วยตัวกฏหมายเองน่ะครับ

<--------------------------- มา Edit เพิ่มนะครับ --------------------------->

จากที่คุณ PaPaSEK กล่าวว่า "ผมนี่ล่ะคนนึงที่ เคยขับรถยนต์อยู่ 4 - 5 ปีโดยไม่มีใบอนุญาต" ทำให้ผมไปคิดต่อ ว่าความคิดเห็นของผม มันก็ไม่ยุติธรรมกับคนเพิ่งหัดขับรถ ผมจึงตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าไอเดียผมจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร? แล้วก็คิดขึ้นได้ว่า...

ก็ทำให้มี Pre drive license ก่อนสัก 1 ปี ก็น่าจะแก้ปัญหาได้

คือ ครั้งแรก คนสอบใบขับขี่แบบธรรมดาที่สอบอยู่ทุกวันนี้แหละ แต่ได้เป็น Pre drive license ไปก่อนซึ่งได้ใบขับขี่ง่ายเหมือนปัจจุบัน หลังจากนั้น 1 ปี ก็มาสอบเพื่อให้ได้ใบขับขี่จริง ซึ่งเข้าสู่กระบวนการสอบปฏิบัติแบบเคร่งครัดเต็มรูปแบบไป

เท่ากับเป็นการให้ไปฝึกขับขี่บนถนนจริงเสียก่อน 1 ปี สำหรับคนถือ Pre license จะไม่อยู่ภายใต้กฏหมายที่ว่า "ถูกจับ 3 ครั้ง ยึดหมด" เป็นการให้โอกาส

คนเพิ่งหัดขับก็ไปหัดตามโรงเรียนสอนขับรถสิครับ ?? โรงเรียนพวกนี้มีถนนให้ลองขับอยู่แล้ว

หรือถ้าเอาแบบปัจจุบันที่เข้มงวดน้อยหน่อยก็ไปหัดขับตามตรอกซอกซอย ที่ที่ตำรวจไม่ได้เคร่งครัดอะไร

พูดก็พูดนะครับ ใบขับขี่บ้านเรานี่ สอบง่ายที่สุดในอาเซียนแล้วมั้ง (ไม่แน่ใจ) เคยคุยเรื่องใบขับขี่ตอนไปสัมนาที่สิงคโปร์ คนที่นั่งฟังผมพูด (สิงคโปร์ มาเลย์ อะไรเทือก ๆ นี้แหละ) นั่งฟังแล้วก็อึ้ง ทั้งถูก ทั้งสอบซ่อมได้ (พอดีมีน้องคนนึงที่ไปสัมนา (คนมาเลย์) เพิ่งไปสอบใบขับขี่มา เค้าก็เลยเปิดประเด็นนี้กันน่ะครับ)

ลองหาอ่านเรื่อง ishihara test กับคนตาบอดสีแดง-เขียวดูครับ จะพบว่ามันแย่มากๆ ในเรื่องการทดสอบสายตา ไทยควรเปลี่ยนวิธีทดสอบตาบอดสี

แบบทดสอบ http://www.khiansapolice.com/e-learning/colour/2.htm

ถ้าสมมติว่าบ้านผมมีรถคันเดียว แต่ผลัดๆกันขับ .... วิธีนี้ไม่ทำให้ลำบากแย่หรอครับ

ผมเห็นด้วยกับการสอบใบขับขี่ที่ควรเข้มงวดกวดขันมากขึ้น ... แต่สิทธิในการขับรถของผมก็ควรให้ผมถ้าผมสอบผ่าน โดยไม่จำเป็นต้องมีรถของตัวเองด้วยซ้ำไปหนิครับ

ไม่ลำบากครับ วิธีนี้ไม่มีผลอะไรเลยต่อบ้านคุณครับ

ขอให้พยายามทำความเข้าใจการอธิบายห่วยๆ ของผมอีกครั้ง ผมอธิบายห่วยไปหน่อย ต้องขออภัยที่ต้องรบกวนให้ทำความเข้าใจอีกครั้งครับ

วิธีนี้ไม่มีผลต่อทุกคนที่มีใบขับขี่แล้ว และขับขี่ตามปกติ เว้นแต่เสียค่าธรรมเนียมใบขับขี่ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นเท่านั้น

แต่มีผลกับผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่แน่นอน

และค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ลดจำนวนคนที่ไม่มีรถแต่สอบใบขับขี่ไว้เฉยๆ ลง เพราะใบขับขี่กลายเป็นค่าใช้จ่ายเปล่าๆ ของเขาโดยที่ยังไม่ได้ใช้

ที่ผมยกตัวอย่างที่ว่าก็เพื่อประเด็นนั้นแหล่ะครับ ผมแค่คิดว่าคนที่ถือใบขับขี่ไว้เฉยๆไม่ควรได้รับผลกระทบน่ะครับ (หมายถึงสอบใหม่เพื่อถือไว้เฉยๆก็เหมือนกัน)

เห็นด้วยตรงย่อหน้าหลังครับ ควรสอบให้โหดกว่านี้หน่อย ตอนผมสอบผ่านมาผมยังขับไม่คล่องเท่าไหร่เลยต้องมาหัดอีกตั้งเยอะ

ต่อให้ใบขับขี่หินขนาดไหนมันก็ซื้อกันครับถ้ารถราคาถูก ผมมั่นใจในความคิดของตัวเอง หลายคนซื้อรถก่อนมีใบขับขี่ครับ

หลายคนมีใบขับขี่ แต่ไม่มีรถเป็นของตัวเองครับ

ประเด็นที่ผมว่าควรจะทำที่สุดคือ ทำไงก็ได้ให้ไทยมีขนส่งมวลชนเป็นแบบญี่ปุ่นครับ ที่สำคัญคือออกกฏหมายไปเลย ซื้อรถต้องมีที่จอดรถ อันนี้ก็สำคัญกับเรื่องรถติดครับ จอดกันริมถนนเต็มไปหมด

พวกผู้บริหารญี่ปุ่นของบริษัทผมชอบครับ อยู่ไทยสบาย มีคนขับรถให้

ตอนอยู่ญี่ปุ่นเหรอครับ? MD ยังต้องขึ้นรถไฟฟ้าครับ ก็เลยชอบมาไทยกัน

แต่ถามว่าทำไมรัฐบาลไม่ค่อยสนใจเรื่องขนส่งมวลชน ... มันไม่ใช่นโยบายประชานิยมครับ นโยบายฉาบฉวยมันดึงดูดใจได้มากกว่า

จากความรู้สึกส่วนตัวบนท้องถนน

ผมว่าถ้าลดพวกเงอะงะไปได้สัก 20% รถจะติดน้อยกว่านี้เยอะครับ lol

หัวขบวนเลนขวาทำให้ผมหงุดหงิดได้เสมอ พอแซงไปจะเห็นว่ามันกำลังคุยโทรศัพท์อย่างสนุกสนาน -*-

ถ้ามาอยู่สำโรงจะรู้ว่ารถมันติดได้ 24 ชม.เพราะรถเยอะมวากกกกก ครับ

ตอนเช้าเส้นเทพารักษ์ก็มีโรงเรียนอัสสัมชัญ + เซนต์โยเซฟสกัดดาวรุ่ง

เส้นศรีนครินทร์มาจากปากน้ำก็มีโรงเรียนลาซาลคอยทำให้รถติด

บ่นแล้วรู้สึกเหมือนได้ระบายแฮะ

ยินดีด้วยครับ ท่านอยู่ในบริเวณที่มีมลภาวะเป็นพิษสูงเป็นอันดับต้นๆ ของไทย

ไม่รู้ตรวจวัดเมื่อปีอะไรนะ แถวๆ นั้นฝุ่นที่เล็กจนเป็นอันตรายมีค่าสูงสุด

สำโรงรถทั่วๆ ไปไม่เยอะหรอกครับ แต่รถสองแถว + รถเมล์เยอะมาก

รถสองแถวนี่แทบจะเท่ากับจำนวนลูกค้าเลย lol

ส่วนตัวผมว่า ถ้าลดพวกชอบขับสวิ้ดสว้าดไปได้ 20% รถจะติดน้อยลงกว่านี้ครึ่งนึง

แต่ที่ำสำคัญคือ ถ้าลดพวกชอบละเมิดสัญญาณลูกศรได้ 20% รถจะติดน้อยลงกว่านี้เท่าตัวครับ

ผมมองว่าปัญหาใหญ่หลักๆ เลยไม่ได้อยู่ที่จำนวนถนนหรือจำนวนรถหรือจำนวนใบขับขี่ ปัญหาจริงๆ คือเรื่องการปฏิบัติตามกฎจราจร ถ้าทุกคนปฏิบัติตามกฎจารจรอย่างเคร่งครัดผมว่าปัญหาจราจรน่าจะสามารถลดลงไปไม่น้อยกว่า 40% แต่นั่นก็คงต้องรอไปอีกไม่รู้กี่ร้อยปี

มันแล้วแต่จุดครับ ส่วนมากในกรุงเทพจะติดเพราะจำนวนรถ

เส้นสุขุมวิทช่วงเช้าตั้งแต่ปู่เจ้าไปถึงอ่อนนุชกลายเป็นลานจอดรถอย่างดีเลยครับ แต่ก่อนคนก็เลยบ่นเยอะ เพราะกว่าจะได้ขึ้น BTS ก็ต้องนั่งรถเข้าเมืองก่อน

แทนที่ BTS จะช่วยเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างตัวเมืองกับรอบนอก (อย่างสมุทรปราการ) กลายเป็นว่าคนรอบนอกต้องเดินทางเข้าเมืองก่อน เพื่อไปขึ้น BTS ในเมืองอีกที แบบนี้มันเกาไม่ถูกจุดครับ

ตอนนี้ดีขึ้นเพราะมี BTS มาถึงแบริ่งแล้ว (ใกล้รอบนอกมากขึ้น) หวังว่าอีกหน่อยจะไปถึงปากน้ำ เพราะคนปากน้ำไปทำงานในกรุงเทพเยอะมากกกกกกก

ตรงนั้นก็น่าจะเป็นอีกมุมหนึ่งแต่ผมก็ยังคิดว่าไม่น่าจะใช่ปัญหาใหญ่หลักๆ จริงๆ ส่วนตัวคิดว่าปัญหาด้านจราจรนี่มันมาจากการทำผิดกฎซะเป็นส่วนใหญ่ คนทำผิดคนหนึ่งมันมีโอกาสส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ขับขี่คนอื่นๆ อย่างต่อเนื่องและเพิ่มพูนมากขึ้น เช่นมีช่องจราจรสองเลนแม่ค้าตั้งแผงริมบาทวิถีคนเลยทะลักออกมาเดินริมถนนทีนี้ช่องจราจรก็จะเหลือเพียงเลนกว่าๆ ปัญหาอื่นๆ ก็จะตามมาอีกมากมาย หรือไม่ก็เอาง่ายๆ ไปดูตาม BTS ช่วงเช้าๆ หรือเย็นๆ ก็น่าจะเห็นเองล่ะครับว่ารถที่จอดรอรับคนด้านล่างชานชาลาสร้างปัญหาให้การจราจรได้มากเพียงใด

ผมว่า ต้องยกคุณ จักรนันท์ ไว้คนหนึ่งแล้วหละครับ

มันต้องมองภาพรวมสิครับ ในกรณีของคุณ คุณมีรถไปแล้วอย่างน้อย 1 คัน แม้คุณจะซื้อรถเพิ่ม คุณก็ต้องขับได้ทีละคัน .. ซึ่งคุณพยายามจะสื่อความหมายเช่นนี้ใช่หรือไม่

แต่ภาพรวมยังมีคนอีกจำนวนมาก มาก มาก ที่ยังไม่มีรถครับ แต่ถ้ากลุ่มนี้ตัดสินใจซื้อรถจะเกิดไรครับ... เค้าก็ต้องนำมันมาขับมาใช้ ใช่หรือไม่ เพราะปกติเค้าไม่มี แต่ พอมีก็ต้องมีการใช้ ซึ่งรถบนถนนก็ต้องเพิ่มสิครับ

ผมว่าต่อให้รัฐบาลเพิ่มภาษีรถให้แพงขึ้นก็ไม่กระทบกับคุณจักรนันท์ หรอกครับ

แต่กรณีนี้เรากำลังช่วยกันออกความเห็นในระดับประเทศ ระดับเมือง ครับ เราต้องการให้ส่วนรวมดีครับ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือว่าการมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวผมว่ามันก็ดูจิตใจแห้งแร้งเกินไปต่อสังคมต่อคนรอบๆตัว ต่อประเทศ

และขอจบด้วย .. คำว่า.. "จงอย่าถามว่าประเทศจะให้อะไรกับคุณ แต่จงถามว่าคุณจะให้อะไรกับประเทศบ้าง"

ขออภัยครับ ผมจะสื่อว่า ผมเกิดความคิดนี้ขึ้นมาได้ เพราะผมมีรถหลายคัน แล้วบังเอิญคิดได้ว่า ผมก็สามารถขับได้แค่ทีละคันน่ะครับ

ต้องขออภัยอย่างสูง ที่สื่อสารไม่ดีครับ

ผมพยายามจะบอกว่า ทุกคนมองไปที่ควบคุมจำนวนรถเพื่อแก้ปัญหารถติด เช่นที่เกิดกระทู้นี้ขึ้นมา ผมก็ออกความเห็นว่า ทำไมไม่มีใครมองเห็นว่า น่าจะควบคุมที่จำนวนใบขับขี่และคุณภาพของผู้ขับขี่มากกว่า

ต้องขออภัยอีกครั้ง ที่ผมสื่อสารได้ห่วยจริงๆ ทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าผมเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ผมแค่บอกที่มาว่าความคิดผมมันเกิดขึ้นจากไหนเท่านั้นครับ

ความคิดผม ไม่ได้แตะต้องความอยากได้ อยากมี ของใครๆ เลย ใครอยากจะมีรถก็มีไป แต่ความคิดผมคือการเพิ่มความคุณภาพของผู้ขับขี่ ซึ่งมันส่งผลโดยตรงต่อการขับขี่ที่ดีขึ้น และยังส่งผลโดยตรงต่อจำนวนรถที่วิ่งบนถนนด้วยครับ

ไม่มีตรงไหน ที่ผมบอกให้เพิ่มภาษีรถนะครับ มีแต่ที่ผมบอกให้เพิ่มค่าธรรมเนียมใบขับขี่ส่วนบุคคล

ส่วนข้อความสุดท้าย ดูเหมือนโจมตีผมโดยตรง ผมก็ขอตอบว่า "ผมรับรองได้ว่า ผมได้ทำอะไรให้ประเทศมามากพออย่างที่คุณนึกไม่ถึงแน่นอนครับ"

อย่าเห็นแต่ความมีรถ 5 คันของผม จนไปกระตุ้นอัตตาคุณเลยครับ

ผมมีรถ 5 คัน แต่ไม่ใช่รถราคาล้านนะครับ ยังไงผมก็ได้บอกสาเหตุไว้ด้วยแล้ว ว่าผมชอบทำรถในเวลาว่าง ยำเล่นทั้งคัน ช่างไม่ได้แอ้มรถผม เชื่อว่ามีหลายคนเดาผมออก ว่าผมใช้ชีวิตสมถะ เพราะรถที่ยำได้ด้วยตัวเอง ย่อมไม่ใช่รถ Build in อย่างที่ใช้ๆ กันในปัจจุบัน

รถผมทุกคัน อายุกว่า 30 ปีแล้วทั้งนั้น ผมอนุรักษ์น่ะครับ เจอซากที่ไหน ผมขอซื้อหมด ราคาไม่กี่ตังค์ บางซากราคาถูกกว่ามือถือห่วยๆ อีกครับ

"ผมรับรองได้ว่า ผมได้ทำอะไรให้ประเทศมามากพออย่างที่คุณนึกไม่ถึงแน่นอนครับ"

อันนี้ขอแสดงความนับถือครับ

งั้นเราควบคุมทั้งสองอย่างดีไม๊ครับ
ที่สิงค์โปร์ คนจะขับรถได้ ต้องมี ใบอนุญาติสองอย่าง

ขอขับรถ
กะขอมีรถ(COE)

ไอ้อย่างหลังรู้สึก ใบละ 35,000-50,000+ SGD มั้งคับ ถ้าผมจำไม่ผิด
รับลอง รถ "ลด" ปริมาณลงแน่ครับ

แต่ที่แน่ๆ ผมว่าเอางบประมาณมาพัฒนา ขสมก ดีกว่า จัดคนขับให้มีมาตราทั้งรถของ รัฐบาลกะรถร่วม
ให้เงินเดือนเค้าดีๆ แล้วเข็มงวดเลย ใครปาดหน้า พักงาน สามครั้งไล่ออก เงินเดือน 30K+ รับรองคนดีๆ ไปขับรถเพียบ

ตอนนี้ที่ผมเห็น แว๊นหลายๆคน เปลี่ยนอาชีพมาขับรถร่วมกันเยอะมาก - -"

ผมว่าสำหรับกรุงเทพ เอางบไปเพิ่มกล้องตรวจวินัยคนขับรถมากกว่าครับ มันติดเพราะคนขับรถผิดกฏจราจรนี่ละ ถ้ามีกล้องคอยจับ + ปรับจริง ตามจุดที่ผิดกฏกันประจำน่าจะช่วยได้มากอยู่ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแถมอาจจะได้กำไรคืนทุนอย่างเร็วด้วย

แต่ที่จริงถ้าแก้ปัญหาผู้ขับขี่ใช้อุปกรณ์กดต่อมปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจได้น่าจะดีมากครับ

ใช่ครับ COE ราคาแพงมากๆ และเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก เคยราคาถูกสุดคือ 1 เหรียญ และราคาก็เคยแพงเกิน 1 แสนเหรียญ ราคานั้นแยกตามขนาดเครื่องยนต์ นโยบายนี้ที่สิงคโปร์ เขาศึกษามาแล้วว่า ลดจำนวนรถบนท้องถนนได้เยอะครับ

เล็งอยู่เหมือนกันครับ แต่ต้องมีต่อไปอีกซักสามสี่ปีล่ะผมถึงจะได้ใช้

ที่จริงก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับนโยบายนี้นะ

ผมมองว่ามันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ซึ่งข้อเสียคงไปลงที่คนกรุงเทพส่วนใหญ่แน่นอน ส่วนคนต่างจังหวัดอย่างผม มันเป็นนโยบายที่มีประโยชน์ครับ

คนกรุงเทพ : กลัวว่าจะต้องเจอกับรถที่ติดมากขึ้น และปัญหาอื่นๆ อีก จึงพาลกันบ่นว่าทำไมไม่เอาภาษีไปสร้างรถไฟฟ้า รถเมล์ติดแอร์ หรืออื่นๆ (สร้างไปผมก็ไม่ได้ใช้ เพราะไม่ได้อยู่กรุงเทพ -*-)

คน ตจว. : ก็จะบอกว่าดี ซื้อรถได้ในราคาถูกลง ไม่ต้องทนกับระบบคมนาคมที่ห่วยแตก รอรถเป็นครึ่ง ชม. รถวิ่งยังกะเต่า แถมจอดแช่อีกตะหาก กลับดึกก็ไม่ได้ รถหมด (เกิน 2 ทุ่ม ก็ไม่เหลือแล้วครับ รถ ปจท.) รถแท็กซี่ก็ไม่มี

ตัวผมเองเข้าใจความรู้สึกคนกรุงเทพนะครับ เพราะผมก็เรียนในกรุงเทพ ปัจจุบันก็เข้าไปกินเหล้ากะเพื่อนอยู่ประจำ ก็เดินทางสะดวกดี (รถไฟฟ้า) ไม่ค่อยมีปัญหา

ผมไม่ได้สนับสนุนพรรคนี้นะ แต่เมื่อเสนอมาผมก็พร้อมสนอง ฮ่าๆๆ เพราะเล็งจะซื้ออยู่แล้วครับ จะได้เลิกขี่มอเตอไซต์ซักที ทั้งอันตรายทั้งเปียก -*-

+1 ไม่สนับสนุนพรรคนี้ แต่แอบสนับสนุนนโยบายนี้อยู่ห่างๆ XD

ข้างบนนู้นบอกแต่ปัญหาของคนเมือง ไม่เห็นมองปัญหาของคนต่างจังหวัดมั่งเลย จะเดินทางไปไหนๆ ถ้าไม่มีรถส่วนตัวนี่มันลำบากลำบนสุดๆ

ถึงทีฝนจะตกทั่วฟ้าซะที ถ้านโยบายนี้ไม่แป้กไปซะก่อน ปลายปีหน้าอาจจะได้จัดมั่ง

แต่ผมสังเกตุว่านโยบายนี้ออกมาเหมือนสนับสนุนรถยนต์นั่งของบางค่ายเป็นพิเศษหรือเปล่า? เจอนโยบายนี้เข้าไป วีออส ซีตี้ ราคารูดลงมาเหลือพอๆ มัชเลย

เพิ่งซื้อไปเมื่อเดือนก่อน -_-

แต่ผมทำงานนอกเมือง แถมเวลาทำงานไม่เหมือนชาวบ้าน (สายๆ จนถึงหลังสามทุ่ม) เลยไม่มีปัญหาเรื่องรถติดสักเท่าไหร่

น่าจะเก็บภาษีถนนแทนและเพิ่มภาษีน้ำมันแล้วเอาภาษีพวกนี้มาบำรุงขนส่งสาธารณะ
แล้วก็เลิกเก็บภาษีรถแพงๆ รถจะได้ถูกลง คนจะได้มีเงินซื้อรถเพิ่มขึ้น ทำได้แบบนี้น่าจะดี
คนจนอย่างผมจะได้มีรถไว้ใช้ในยามจำเป็นมากขึ้น ไปเหมารถสองแถวไปโรงพยาบาลที เกือบพัน
ป.ล.ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดครับ

ทุกวันนี้น้ำมันก็แพงจนจ่ายกันไม่หวาดไม่ไหวแล้วครับ - -'

รถในคลาสที่งดภาษีจริงจัง พวกเครื่อง 1.5 ลิตร เช่น Vios, Yaris, City, Jazz เป็นต้น ถังนึงวิ่งได้ราว ๆ 300-400 กิโลเมตร เท่าที่ถามหลาย ๆ คนระยะทางเท่านี้จะวิ่งได้ราว ๆ 1 อาทิตย์ครับ เดือนนึงค่าน้ำมันราว ๆ ครึ่งหมื่นครับ รวมกับที่ต้องส่งรถอีก เอ่อ ... ถ้าของผมเองราว ๆ 1 หมื่นบาท (ห้าปี) ก็เท่ากับเงินเดือนเด็กจบใหม่แล้วครับ 555

ส่วนเครื่อง 1.2 นี่ เค้าว่าตามเงื่อนไขแล้ว ลดน้อยจนแทบไม่รู้สึก เพราะไอ้รถพวกนี้ภาษีน้อยอยู่แล้ว (เป็นอีโก้คาร์)

ผมคิดว่าไอ้ที่ลดมันคืนเป็นเงินสด และน่าจะไปหักส่วนที่เป็นเงินดาวน์มากกว่าน่ะ (ก็คือผ่อนเท่าเดิม)

ปล. ค่าทางด่วนอีกเดือนละสองพันกว่าบาทนิดหน่อย ... นี่เงินเดือนผมเท่าไหร่ก็หมดนะเนี่ย !!

เอาแบบอาร์เจนตินาเลยไม๊ครับ ถนนต้องจ่ายตังค์ถึงจะวิ่งได้ ถนนธรรมดาๆ นะครับ ไม่ใช่ motor way ด้วย รัฐบาลเค้าทำดีแปรรูปอีท่าไหนไม่รู้ขายกินแม้กระทั่งถนน 555

http://www.asoke.info/09Communication/DharmaPublicize/Kid/k148/54.html

เราต้องจ่ายไม่ทางใดก็ทางหนึ่งครับ ใช้รถก็มีภาษีเก็บรายปีเป็นเรื่องปรกติ หลายประเทศก็มีแนวคิดการเก็บภาษีตามระยะทาง (ขับมากจ่ายมาก) กันอยู่แล้วครับไม่ต้องแบบอาเจนตินาแต่ประเทศที่เจริญแล้วจำนวนหนึ่งก้มีแนวคิดหรือการบังคับใช้แบบนี้ครับ ในสหรัฐฯ กฏหมายแบบบังคับทั้งประเทศตกไปเมื่อต้นปี แต่บางรัฐก็ยังใช้งานกันอยู่

ในไทยเองภาษีน้ำมันที่สูง จะมองว่าเป็นค่าธรรมเนียมการใช้ถนนก็ได้ครับ มันก็ค่าใช้จ่ายตามระยะทางเหมือนกัน โดยส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยกับการเก็บค่าใช้ถนนตามระยะทางจริงเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นการแยกค่าใช้จ่ายออกมาให้ประชาชนเห็น และสนับสนุนการลดการเดินทางโดยไม่จำเป็น พร้อมกับแสดงให้เห็นเลยว่าเงินตรงไหนเอาไปซ่อมแซมถนน

กรณีอาร์เจนตินาที่มีการเปิดให้เอกชนเข้าบริหารจัดการถนน แม้จะมีปัญหาในช่วงแรก (สัญญามีปัญหา, ปัญหาค่าเงิน ฯลฯ) แต่สภาพถนนดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงการระยะที่สองถูกจัดการปัญหาออกไป กระบวนการประมูลโปร่งใสขึ้น - รายงานธนาคารโลก

ผมก็คนตจว.ครับ แต่ไม่เห็นด้วยเลยราคารถถูกแต่ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมันกลับแพง ถ้าคุณไม่มีเงินก็เหมือนซื้อเศษเหล็กมากองไว้ที่บ้าน สู้ให้มีรถสาธารณะเยอะๆจำนวนมากมาแข่งกัน คนที่ได้ประโยชน์คือคนทั่วไป แต่ละเจ้าแข่งกันลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า

ยิ่งรถเยอะน้ำมันยิ่งแพงครับ น้ำมันมีแต่จะลดลงทุกวันระยะสั้นอาจจะมีแกว่งตามราคาตลาดโลก แต่อนาคตแพงขึ้นเรื่อยๆของมีน้อยราคาย่อมสูงขึ้น

figgaro Sat, 17/09/2011 - 20:47

จริงๆ นโยบายนี้มันมีผลดีและเสียในตัวครับ หลักๆระบบมลชน ประเทศเราห่วยเนื่องจาก

1.ระบบขนส่งพื้นฐานไม่รองรับ ผู้โดยสาร

2.การออกแบบระบบผังเมืองห่วยแตก

3.ไม่เคารพกฏจราจร ไม่เคารพกฏหมาย มีทั้งหาบเร่ริมทางแผงลอย ทั้งรถจอดริมทาง ต่างประเทศเค้าทำที่จอดคิดเงินหยอดเหรียญ คุมไว้หมด

4.นิสัยคนไทยขี้เกียจและรักความสบาย บางที เดินเอาก็ได้ ในที่ที่เป็นซอยเล็กๆ ก็เอารถเข้าไปวิ่งกัน แทนที่จะสนับสนุนคนออกกำลังกาย และก็ทำให้เกิดปัญหาตรอกซอกซอยเยอะ รถเข้าออกที เสียจังหวะ และความเร็ว

5.รถเมล์ มาตรฐานห่วยมาก และไอรถเมล์เล็กเนี่ย ยกเลิกได้ยกเลิกไปเถอะ ขับรถ "เฮีย มากๆ" รถเถื่อนขจัดไม่หมดซักที รถผีเยอะ จอดริมฟุตบาท คาไม่ไปไหนมาไหน แย่มาก คันอื่นก็พาลติดกันไปด้วย

6.สุดท้าย นักการเมืองไทยนี่มัน สุดยอดอัพปรี จรรไร แดกมหาแดก เฮียที่สุดในสามโลกแล้วครับ

ps.ความเห็นของคนไม่มีรถ และก็ไม่อยากมีรถ

เออ... ก็สงสัยมานานหลายปีแล้ว ว่ามันผิดที่นักการเมืองบ้านเรามัน @#$% เกินไป
หรือผิดที่เราเสพข้อมูลเยอะเกินไป รู้มากกลุ้มมาก ทำมึนๆ ซื่อๆ เซ่อๆ อาจจะมีความสุขมากกว่าก็ได้ XD

นโยบายบ้านเราหาเสียงมากกว่า
1.หลายๆประเทศเริ่มสนใจสิ่งแวดล้อมบ้านเราสนับสนุนให้ใช้รถ ยิ่งใช้น้ำมัน ก็ยิ่งแพงไปเรื่อยๆ ใช้สมองส่วนไหนคิดก็ไม่รู้ กระตุ้นเศรษฐกิจ ทางอื่นมีเยอะแยะ อยากให้ตรวจสอบมีรัฐมนตรีฯ หรือผุ้เกี่ยวข้องได้เสียในทางลึกหรือเปล่า ที่ลดคือลดภาษี ไม่ได้ลกราคาของรถ ยิ่งยอดขายดีใครถือหุ้นอยู่รวยเละ

2.ปริมาณน้ำมันที่ต้องเอาเงินมาอุดหนุนปีนึงเท่าไหร่ มาลดราคาเอาหน้าปีนึงเท่าไหร่ เงินที่เอามาลดก็เงินใครก็เงินภาษี ไม่รู้จะดีใจทำไม เอาเงินเราๆท่านๆมาใช้แต่ นักการเมืองได้หน้าว่าทำเพื่อประชาชน

3.เอาเงินไปช่วยลดค่าตั๋วบริการสาธารณะต่างๆปรับปรุงให้ดีขึ้น อย่างขสมก.ห่วยนักก็ยุบไปตั้งใหม่หามือดีๆมาทำ มัวแต่ให้พวกเก่าๆมาคุมกินกันจนองค์กรไม่พัฒนา แต่เงินเดือนสูง สวัสดิการเพียบ

4.จับปรับไอ้พวกเห็นแก่ตัวมีรถสักแต่ว่าขับแล้วจอดที่ไหนก็ได้ อยากจอดก็จอดอยากแซงก็แซง และยิ่งรถติดๆ พวกรถเก่าก็ปล่อยควันเสียเยอะ กฎหมายก็ไม่มีว่ารถเก่าเกินกี่ปีให้โละทิ้ง พวกโทรศัพท์ขณะขับรถก็เยอะขับแล้วชนก็แยะ ขับช้ามัวแต่คุย

wirachat Mon, 19/09/2011 - 01:29

นโยบาย นี้ไม่เหมาะกับคนกรุงเทพ
แต่ต่างจังหวัดรถมันไม่ติดนิครับ
มันก็ติดแค่จังหวัดเดียวเอง
ผมว่ามันก็เป็นนโยบายหนึ่งที่ดี และก็ไม่ดีบ้าง กับคนบ้างกลุ่มครับ
คน 76 จังหวัดบอกดี
คน 1 จังหวัดบอกไม่ดี

ในความคิดส่วนตัวผมว่า นโยบายดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าทำควบคู่กับ

- จำกัดจำนวนรถเท็กซี่/มอไซต์รับจ้าง ในแต่ละเขตไม่ให้เกินตามที่กำหนด ทุกวันนี้ผมว่ามันเพิ่มอย่างเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีการกำหนด จำนวนรถในท้องถนนผมว่า เป็นเท็กซี่ซะเกิน 30% และที่สำคัญ คนขับต้องได้รับการอบรม การสอบ สอบไม่ผ่านก็หมดสิทธิ์ และสภาพรถต้องพร้อม เพราะมันมีผลกระทบหลายด้าน เช่น การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเจอเท็กซี่แย่ ๆ ก็เสียความรู้สึกกลับไป ผมว่ามันเป็นผลดีซะอีกกับคนขับเอง เมื่อจำกัดจำนวนให้พอเหมาะ คนขับก็จะรับผู้โดยสารได้มากขึ้น อันนี้จะเห็นผลได้ชัดเจนในเขตกรุงเทพ

- จำกัดการครอบครองรถแต่ละคนเพียง 1 คันเท่านั้น ถ้าต้องการคันใหม่ให้เอาคันเก่าไปแลก จะเป็นการจำกัดจำนวนรถไม่ให้เพิ่มขึัน อันนี้น่าจะส่งผลได้กับเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศที่ตอนนี้ปัญหารถติดกำลังเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ

จำกัดการครอบครองรถแต่ละคนเพียง 1 คัน

ผมว่าไม่มีประโยชน์หรอกครับ มีหลายคันไป ยังไงก็ขับได้ทีละคันอยู่ดี

ผมว่าน่าจะลดภาษีเฉพาะพวกรถขนส่งที่เกี่ยวกับ logistic ดูจะเข้าท่ากว่านะ
พวก กระบะ บรรทุก อะไรแบบนี้ ดูจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่า เน้นไปที่รถยนต์ส่วนบุคคล -_-"

ผมก็เห็นด้วยครับ

นโยบายนี้ ถ้ารองวิเคราะห์ดีๆ มันช่วยสำหรับคนที่มีรายได้เยอะที่ต้องเสียถาษีเยอะ
สำหรับคนรายได้น้อย แถบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย
มันเป็นนโยบายที่ยังเกาไม่ถูกจุด

ผมคิดว่าน่าจะมีนโยบายที่ช่วย คนกลุ่มที่มีรายได้น้อง
ให้เขาสามารถมีรถเอาไปทำมาหากินได้
น่าจะดีกว่า มีประโยชน์กว่า

สำหรับต่างจังหวด รถเป็นสิ่งจำเป็นมากครับ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีมอเตอร์ไซค์ ไม่งั้นแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นนโยบายนี้น่าจะดีสำหรับคนต่างจังหวัดที่รายได้ไม่มาก แต่อยากมีรถคันแรกนะครับ

ขอบคุณครับ วันหลังจะไม่ลืมว่าประเทศไทยไม่ได้มีแค่ตัวเองคนเดียว

หลายทีก็นึกถึงแต่เรื่องของตัวเอง จนลืมนึกไปว่าคนอื่นยังมี

ผมอยู่ กรุงเทพผมไปไหนได้ ทั่วเลย เพราะกรุงเทพมีรถเมล์
แต่เวลาอยู่บ้านนอกผม ไปไหน ไม่ได้เลย เพราะไม่มีรถ เลยได้แต่ นอนอยู่บ้าน