ขยายทางเลือกในการปรับใช้แอพพลิเคชั่นธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าและรักษาความยืดหยุ่น
โดยณัฐศักดิ์ โรจนพิเชฐ หัวหน้าทีมพัฒนาพันธมิตรสำหรรับธุรกิจแอพพลิเคชั่นส์ ภูมิภาคอาเซียน
แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจรุ่นอนาคตให้คุณประโยชน์ที่สำคัญๆ เช่น สถาปัตยกรรมที่รองรับบริการอย่างครบวงจร และระบบธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence) ที่รวมอยู่ในแอพพลิเคชั่น อย่างไรก็ดี ในการปรับใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้ องค์กรต่างๆ ไม่จำเป็นที่จะต้อง ‘รื้อระบบเก่าทิ้ง แล้วติดตั้งระบบใหม่เข้าแทนที่’ เหมือนแนวทางแบบเดิมๆ ณัฐศักดิ์ โรจนพิเชฐ, หัวหน้าทีมพัฒนาพันธมิตรสำหรรับธุรกิจแอพพลิเคชั่นส์ ภูมิภาคอาเซียน, ออราเคิล ยืนยันว่าองค์กรต่างๆ ควรจะสามารถใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจที่มีอยู่เดิม ควบคู่ไปกับการติดตั้งโมดูลใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่ออัดฉีดความทันสมัย ความยืดหยุ่น และคุณประโยชน์ที่เหนือกว่าให้กับแพลตฟอร์มที่มีอยู่ ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้สถาปัตยกรรมไอทีระดับองค์กรและพันธมิตรทางด้านไอทีที่เหมาะสมจึงนับเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง
เนื้อความ:
ปัจจุบัน เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากภาวะถดถอยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และองค์กรธุรกิจในประเทศไทยก็กำลังมองหาหนทางที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอที เพื่อรองรับและผลักดันการขยายตัวและการพัฒนาธุรกิจในอีกระดับขั้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่กำลังเติบโตต้องเผชิญกับปัญหาท้าทายมากมายในการพัฒนาปรับปรุงองค์กรโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานรุ่นเก่าที่มีอยู่
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ ตัดสินใจที่จะใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มประมวลผลธุรกิจที่มีอยู่ แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไป องค์กรเหล่านี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมากสำหรับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ รวมถึงการผนวกรวมเข้ากับระบบอื่นๆ การปรับปรุงแก้ไข การอัพเกรด การติดตั้งแอพพลิเคชั่นธุรกิจหรือโมดูลเพิ่มเติม หรือการรันระบบอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับแพลตฟอร์มรุ่นเก่า
แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจรุ่นอนาคตให้คุณประโยชน์ที่สำคัญๆ เช่น สถาปัตยกรรมที่รองรับบริการอย่างครบวงจร อินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่เหนือกว่า พร้อมความสามารถในการประสานงานร่วมกัน และฟีเจอร์ทางด้านระบบธุรกิจอัจฉริยะ แต่หลายๆ องค์กรตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อต้องตัดสินใจเปลี่ยนย้ายระบบจากแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่และหันไปใช้แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจรุ่นใหม่แทน ที่จริงแล้ว แนวทางแบบเดิมๆ ที่ใช้วิธี ‘รื้อระบบเก่าทิ้ง แล้วติดตั้งระบบใหม่เข้าแทนที่’ มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ทั้งยังมีความเสี่ยงมากกว่าการใช้แพลตฟอร์มที่มีอยู่ต่อไป ยิ่งกว่านั้น องค์กรธุรกิจบางแห่งอาจไม่สามารถเลือกที่จะรื้อระบบเก่าและติดตั้งระบบใหม่ได้ เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องนโยบายและลักษณะเฉพาะของธุรกิจ
ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการรื้อระบบเก่า
อันที่จริง ลูกค้าจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบประมวลผลทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาขีดความสามารถด้านการแข่งขัน แต่ขณะเดียวกัน ลูกค้าก็ต้องการที่จะให้ธุรกิจได้รับประโยชน์เพิ่มเติมโดยไม่ต้องประสบปัญหายุ่งยากในการเปลี่ยนทดแทนระบบ ERP หรือ CRM ที่มีอยู่ และหากเป็นไปได้ ลูกค้าก็อยากที่จะให้การปรับปรุงระบบดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถเพิ่มเติมขีดความสามารถใหม่ๆ ให้กับระบบอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามระดับและจังหวะเวลาที่ลูกค้าต้องการ
ที่ออราเคิล เรานำเสนอ Oracle Fusion Applications ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจรุ่นใหม่ล่าสุดที่ยกระดับมาตรฐานสำหรับสถาปัตยกรรมแอพพลิเคชั่น รวมถึงการออกแบบและติดตั้ง แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องผูกติดอยู่กับทางเลือกเดิมๆ ในการรื้อระบบเก่าและแทนที่ด้วยระบบใหม่ ออราเคิลได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจเหล่านี้บนสถาปัตยกรรมการบริการ (Services-Oriented Architecture หรือ SOA) จึงสามารถติดตั้งทีละโมดูลตามที่ลูกค้าต้องการ
นั่นหมายความว่า แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจใหม่ๆ ของออราเคิลสามารถทำงานบนแพลตฟอร์มที่ลูกค้ามีอยู่ได้อย่างกลมกลืน ดังนั้น ไม่ว่าลูกค้าจะต้องการใช้ระบบ ERP และ CRM ทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ในองค์กร หรือบนระบบคลาวด์ หรือในแบบผสมผสาน ลูกค้าก็จะมีทางเลือกที่หลากหลายและสอดรับกับความต้องการ
ออราเคิลมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้ารักษา ‘จุดสมดุล’ ที่มีอยู่ โดยใช้ทรัพยากรด้านไอทีที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้านี้ และปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเติมตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งนับว่าสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้จัดหาแอพพลิเคชั่นธุรกิจดำเนินการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาและสนับสนุนแอพพลิเคชั่นและโซลูชั่นของตนเอง พร้อมทั้งช่วยเหลือลูกค้าในการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว ตัวอย่างเช่น ออราเคิลรักษาคำมั่นสัญญาในการลงทุนในเทคโนโลยีของ PeopleSoft, JD Edwards, Hyperion, Siebel รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ออราเคิลได้เข้าซื้อกิจการของบริษัทเหล่านี้ (รวมถึงการพัฒนาปรับปรุง Oracle E-Business Suite อย่างไม่หยุดยั้ง)
เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาปรับปรุงแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ให้ก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น โดยเรามีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญสำหรับการดำเนินการในเรื่องนี้ และเราจะช่วยปกป้องเงินลงทุนของลูกค้าในระยะยาวต่อไป Oracle Fusion Applications เป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นดังกล่าวภายใต้กลยุทธ์ Applications Unlimited และออราเคิลจะยังคงยึดมั่นในนโยบายการให้บริการสนับสนุนตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลายในการอัพเกรดเทคโนโลยีตามความจำเป็นขององค์กร
การใช้แอพพลิเคชั่นรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ควบคู่กัน
Eaton Corporation คือลูกค้ารายหนึ่งของออราเคิล เป็นบริษัทด้านการจัดการพลังงานที่หลากหลาย โดยดำเนินการผลิตชิ้นส่วนและระบบไฟฟ้าเพื่อปรับปรุงคุณภาพในการจ่ายกระแสไฟ ทั้งยังดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน ระบบลมและไฮดรอลิกสำหรับการใช้งานด้านการพาณิชย์และการทหาร รวมถึงธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย บริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัทอื่นๆ หลายแห่ง และแต่ละแห่งก็มีระบบการผลิตที่แตกต่างหลากหลาย โดยบางส่วนเป็นระบบ ERP ที่เก่ามาก ดังนั้นบริษัทฯ จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างระบบส่วนกลางที่รวบรวมและจัดการดูแลคำสั่งซื้อทั้งหมด
แทนที่จะรื้อระบบ ERP รุ่นเก่าออกไป บริษัทฯ ตัดสินใจให้สองหน่วยงานเริ่มต้นสร้างระบบส่วนกลางสำหรับจัดการคำสั่งซื้อ แล้วเชื่อมต่อระบบดังกล่าวเข้ากับระบบการผลิตหลายๆ ระบบที่มีอยู่ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Distributed Order Orchestration การใช้งานระบบเก่าหลายๆ ระบบร่วมกันช่วยให้บริษัทฯ สามารถรับมือกับปัญหาท้าทายทางด้านธุรกิจได้อย่างปลอดภัย และได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการผลิตและส่งมอบสินค้า รวมทั้งบริหารจัดการระบบงานต่างๆ ทั่วทั้งองค์กรได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
ปรับใช้มาตรฐาน
ลูกค้าควรจะมีแพลตฟอร์มมาตรฐานเพื่อลดความซับซ้อนขององค์ประกอบต่างๆ ในสภาพแวดล้อมไอที เราแนะนำให้ลูกค้าปรับใช้เทคโนโลยีมิดเดิลแวร์ของออราเคิลในจุดที่เหมาะสม และหากลูกค้าต้องการที่จะติดตั้งโซลูชั่นเพิ่มเติมอย่างเช่น Identity Management หรือ Oracle SOA Suite ก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างง่ายดาย
องค์กรธุรกิจต้องการความช่วยเหลือในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอที รวมถึงส่วนงานธุรกิจ เพื่อให้ส่วนต่างๆ ของระบบไอทีสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืน พร้อมทั้งรักษาทางเลือกที่หลากหลายในแง่ของโซลูชั่นที่จะติดตั้งเพิ่มเติม รวมถึงจังหวะเวลาและวิธีการปรับใช้โซลูชั่นดังกล่าว
ลูกค้ามักจะมองหาพันธมิตรด้านไอทีที่นำเสนอโซลูชั่นทั้งแบบออนดีมานด์และแบบติดตั้งภายในองค์กร ซึ่งจะช่วยส่งเสริม ผลักดัน และขยายธุรกิจอย่างเหมาะสม ออราเคิลเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกทางด้านซอฟต์แวร์ธุรกิจและฮาร์ดแวร์แบบครบวงจร โดยผลิตภัณฑ์ของออราเคิลทั้งในส่วนของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ได้รับการออกแบบและปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
กล่าวโดยสรุปก็คือ องค์กรธุรกิจไม่จำเป็นที่จะต้องรื้อระบบเก่าออกและติดตั้งระบบใหม่แทนที่ หากต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นและความทันสมัยให้กับสภาพแวดล้อมไอทีที่มีอยู่ และถ้าหากลูกค้าได้ลงทุนในแพลตฟอร์มมาตรฐานและแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและได้รับการพัฒนาปรับปรุงและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ก็จะสามารถรักษาจุดสมดุลได้อย่างเหมาะสมโดยใช้แอพพลิเคชั่นที่มีอยู่
ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่
ในการเตรียมพร้อมรองรับแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจรุ่นอนาคต ลูกค้าควรจะอัพเกรดแอพพลิเคชั่นธุรกิจที่มีอยู่ให้เป็นรุ่นล่าสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ใช้สอย นอกจากนี้เราแนะนำให้ลูกค้าปรับใช้มาตรฐานทางด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และพยายามหาโอกาสที่จะใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ร่วมกับแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่เพื่อให้ได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากระบบโครงสร้างพื้นฐาน
แพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่ใช้มาตรฐานเปิดจะช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับใช้เทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและเพิ่มความสะดวกในการสร้างสรรค์นวัตกรรม
ทางเลือกที่หลากหลายจะช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุน การปรับใช้เทคโนโลยีรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ร่วมกันนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะลูกค้าจะสามารถใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Oracle Fusion Applications หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านธุรกิจที่เฉพาะเจาะจง โดยไม่ทำให้ระบบโครงสร้างหลักหยุดชะงักในกรณีที่มีการเปลี่ยนย้ายแอพพลิเคชั่นหรือเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์ม และระบบต่างๆ ก็จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนมากยิ่งขึ้น