ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งจะเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2557
อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น (NYSE:EMC) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดของไอดีซีที่มีชื่อว่า “A Digital Universe Decade – Are You Ready? [1]” (ทศวรรษแห่งจักรวาลข้อมูลดิจิตอล – คุณพร้อมแล้วหรือยัง?) ผลการศึกษาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากอีเอ็มซี โดยเป็นอัพเดตครั้งที่ 4 สำหรับการศึกษาอัตราการเพิ่มขึ้นของข้อมูลภายใต้ชื่อ ดิจิตอล ยูนิเวิร์ส (Digital Universe) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจวัดและคาดการณ์เกี่ยวกับข้อมูลดิจิตอลที่มีจำนวนมหาศาล ซึ่งถูกสร้างและคัดลอกในแต่ละปี รวมถึงผลกระทบต่อผู้ใช้และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วโลก
ข้อมูลในปี 2553 รวมกันเท่ากับข้อมูลจากการทวีต 100 ปี, และจาก iPad 75,000 ล้านเครื่อง
ในช่วงปี 2552 ท่ามกลาง “ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่” ข้อมูลดิจิตอลเพิ่มขึ้น 62% จากช่วงปี 2551 จนมีปริมาณ 800,000 ล้านกิกะไบต์ (0.8 เซตตาไบต์) หนึ่งเซตตาไบต์เท่ากับหนึ่งล้านล้านกิกะไบต์ ปริมาณข้อมูลดิจิตอลที่สร้างขึ้นในช่วงปี 2553 (1.2 เซตตาไบต์) จะเท่ากับ:
· ข้อมูลดิจิตอลที่สร้างขึ้นโดยประชากรทุกคนบนโลกใบนี้ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผ่านการ “ทวีต” (Tweeting) อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 100 ปี
· แอปเปิล ไอแพด ขนาด 16 GB ที่โหลดข้อมูลไว้จนเต็มจำนวน 75,000 ล้านเครื่อง ซึ่งจะเติมเต็มสนามกีฬาเวมบลีย์ สเตเดียม ได้ 41 ครั้ง, อุโมงค์ลอดผ่านยอดเขามงต์บลองค์ 84 ครั้ง, อุโมงค์ Large Hadron Collider ของ CERN 151 ครั้ง, สนามกีฬาแห่งชาติกรุงปักกิ่ง 15.5 ครั้ง หรือตึกระฟ้า ไทเป 101 ทาวเวอร์ 23 ครั้ง
· ละครชุดยอดนิยมเรื่อง "24" ทางฟ็อกซ์ ทีวี หนึ่งตอน ที่ฉายซ้ำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 125 ล้านปี
· สำเนา 707 ล้านล้านชุดของกฎหมาย U.S. Patient Protection and Affordable Care Act ความยาวกว่า 2,000 หน้า ซึ่งประกาศใช้เมื่อเดือนมีนาคม 2553 และเมื่อนำมาเรียงซ้อนกัน เอกสารดังกล่าวจะกินระยะทางจากโลกถึงดาวพลูโต ไป-กลับ 16 รอบ หรือทำให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วในสหรัฐฯ ปกคลุมไปด้วยกองกระดาษที่มีความสูงถึง 3 ฟุต
ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนไฟล์ รูปภาพ เรคคอร์ดข้อมูล และคอนเทนเนอร์ข้อมูลดิจิตอลอื่นๆ จะเพิ่มขึ้น 67 เท่า โดยที่แต่ละส่วนจำเป็นที่จะต้องได้รับการจัดการ คุ้มครอง และปกป้อง กระนั้น ถึงแม้ว่าข้อมูลจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนบุคลากรด้านไอทีทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.4 เท่า และผลกระทบที่ตามมาก็คือ ซีไอโอจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และการควบคุม ด้วยการปรับเปลี่ยนไปใช้สภาพแวดล้อมการประมวลผลคลาวด์คอมพิวติ้งแบบส่วนตัว (Private Cloud Computing)
หนึ่งในสามของข้อมูลดิจิตอลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและส่งผ่านระบบคลาวด์
· ปริมาณข้อมูลดิจิตอลที่สร้างขึ้นในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้น 44 เท่าจากปี 2552 ถึง 2563 เนื่องจากสื่อรูปแบบหลักๆ ทั้งหมด เช่น เสียง โทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ได้ปรับเปลี่ยนจากอนาล็อกไปสู่ดิจิตอล
· ภายในปี 2563 กว่า 1 ใน 3 ของข้อมูลดิจิตอลทั้งหมดที่สร้างขึ้นในแต่ละปีจะถูกจัดเก็บหรือส่งผ่านระบบคลาวด์
· ในขณะที่บริษัทต่างๆ ใช้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งเพื่อประหยัดงบประมาณไอทีที่ใช้ในการบำรุงรักษาระบบรุ่นเก่า ไอดีซีประเมินว่าการลงทุนด้านไอทีในนวัตกรรมใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ธุรกิจได้มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงระหว่างปัจจุบันจนถึงปลายปี 2557
· ภายในปี 2563 เปอร์เซ็นต์ของข้อมูลดิจิตอลที่จำเป็นต้องมีการรักษาความปลอดภัยมากกว่าระดับพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 50%
· ปัจจุบัน มีการสร้างข้อมูลดิจิตอลมากกว่าพื้นที่จัดเก็บที่มีอยู่ 35% ตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็นกว่า 60% ในช่วงหลายปีข้างหน้า
· กว่า 70% ของข้อมูลดิจิตอลสร้างขึ้นโดยผู้ใช้ทั่วไป ส่วนองค์กรต่างๆ ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดเก็บ การปกป้อง และการจัดการข้อมูลดิจิตอล 80% หน้าที่ความรับผิดชอบดังกล่าวขององค์กรจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากเทคโนโลยีสังคมออนไลน์และเว็บ 2.0 ได้รับการใช้งานภายในองค์กรเพิ่มมากขึ้น
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดผลการศึกษาเกี่ยวกับอัตราการเพิ่มขึ้นของข้อมูล นอกจากนี้ เว็บเพจ EMC Digital Universe มีผลการศึกษาฉบับก่อนหน้านี้ รวมถึงรายงานการเพิ่มขึ้นของข้อมูลทั่วโลก ซึ่งได้รับการอัพเดตอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของข้อมูลในช่วงปีนี้ และยังมีเครื่องคำนวณปริมาณข้อมูล (Digital Footprint Calculator) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้อมูลดิจิตอลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นรวดเร็วเพียงใดในแบบนาทีต่อนาที
คำกล่าวของอีเอ็มซี
โจ ทุซซี่ ประธานและซีอีโอ อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น
“ผลการศึกษา Digital Universe ของปีนี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่สำคัญที่สุดทั้งในระยะสั้นและระยะยาวซึ่งผู้บริหารซีไอโอจะต้องเผชิญในระหว่างที่กำหนดกลยุทธ์และตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนด้านไอที ผู้บริหารเหล่านี้ค้นพบอย่างรวดเร็วว่า เพื่อให้อยู่รอดในแวดวงธุรกิจ พวกเขาจะต้องทำสิ่งที่แตกต่างออกไป ด้วยการปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างพื้นฐานแบบเก่าไปสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ระบบคลาวด์ส่วนตัว และนำเสนอระบบไอทีให้แก่ลูกค้าภายในและภายนอกองค์กรในรูปแบบของบริการ ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งส่วนตัว ซึ่งเป็นพัฒนาการขั้นถัดไปของไอที จะช่วยให้องค์กรและผู้ใช้ทั่วไปสามารถจัดการและคุ้มครองข้อมูลจำนวนมหาศาลได้โดยอัตโนมัติ”
ข้อมูลเกี่ยวกับอีเอ็มซี
อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น (NYSE: EMC) เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาและจัดหาโซลูชั่นและเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งช่วยให้องค์กรทุกขนาดปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันและใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากข้อมูลที่มีอยู่ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของอีเอ็มซี คลิกไปที่ www.thailand.emc.com