ในงาน Tech World ’26 Hong Kong Lenovo ได้จัดแสดงศักยภาพด้าน AI ระดับโลกเพื่อสนับสนุนลำดับความสำคัญในการพัฒนา AI ของเมือง ทั้งในด้านการสร้างอุตสาหกรรม การเสริมสร้างทักษะบุคลากร และความร่วมมือในระบบนิเวศนวัตกรรม

ในขณะที่ฮ่องกงกำลังผลักดันวิสัยทัศน์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี องค์กรต่างๆ ในปัจจุบันกำลังก้าวข้ามผ่านช่วงการทดลอง AI ไปสู่การใช้งานระบบ Agentic AI ที่ปฏิบัติงานได้จริง มีความสามารถในการใช้เหตุผล วางแผน และลงมือทำในสภาพแวดล้อมโลกแห่งความเป็นจริง
โดยภายในงาน Lenovo ได้นำเสนอแนวทาง Hybrid AI ที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถติดตั้ง กำกับดูแล และขยายผลการใช้ AI ได้อย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งในระดับอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน
นายพอล ชาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้เข้าร่วมกับเหล่าผู้นำอุตสาหกรรมในงานนี้เพื่อหารือถึงบทบาทของ AI ในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และการส่งเสริมสถานะของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก

โดยพอล ชาน ระบุว่า “ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจหลักทั่วโลกต่างตระหนักถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ AI ซึ่งฮ่องกงเองกำลังพัฒนา AI ให้เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ และใช้ AI เป็นตัวขับเคลื่อนอันทรงพลังในทุกภาคส่วนเศรษฐกิจที่เราเรียกว่า AI+”
“ทั้งนี้ นวัตกรรมจะมีการพัฒนาที่รุดหน้าได้ก็ต่อเมื่อมีระบบนิเวศที่ภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรมทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งจุดแข็งที่ลึกซึ้งของ Lenovo และประสบการณ์ในการนำโซลูชัน AI ไปใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรม จะเป็นแรงสนับสนุนที่มีค่าอย่างยิ่งต่อความพยายามของฮ่องกงในครั้งนี้”
นายเคน หว่อง รองประธานบริหารและประธานกลุ่มธุรกิจ Solutions & Services Group ของ Lenovo กล่าวว่า “AI กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการลงมือทำและสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง เมื่อฮ่องกงเร่งการนำ AI มาใช้ในทุกภาคส่วน ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ การกำกับดูแลที่เข้มแข็ง และความร่วมมือในระบบนิเวศ ซึ่งแนวทาง Hybrid AI ของ Lenovo จะช่วยให้องค์กรขยายขอบเขตการใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีความรับผิดชอบ”

ความท้าทายของการนำ AI มาใช้
การจัดแสดงของ Lenovo ในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความก้าวหน้าด้าน AI ที่ได้เปิดตัวในงาน Tech World ณ งาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม จากการทำโครงการนำร่อง (Pilots) ไปสู่การใช้งานจริงในระดับที่กว้างขึ้น (Scaled Deployment)
ข้อมูลจากรายงาน CIO Playbook 2026 ของ Lenovo ที่จัดทำร่วมกับ IDC ระบุว่า แม้การลงทุนด้าน AI จะเพิ่มขึ้นทั่วโลกและในฮ่องกง แต่หลายองค์กรยังเผชิญกับความท้าทายด้านความพร้อมและการกำกับดูแล
โดยในฮ่องกง 50% ขององค์กรที่ทำแบบสำรวจคาดว่าอาจต้องใช้เวลามากกว่า 12 เดือนจึงจะมีความพร้อมด้าน AI ขณะที่ 47% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงอยู่ในขั้นตอนการพัฒนานโยบาย AI แต่ยังไม่ได้เริ่มบังคับใช้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความท้าทายหลักอยู่ที่การลงมือปฏิบัติ การธรรมาภิบาล และการบูรณาการ มากกว่าเรื่องการเข้าถึงตัวเทคโนโลยี
เมื่อ Lenovo นำ AI มาอยู่ใน ‘โลกจริง’
Lenovo ตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ผ่านกรอบการทำงาน Hybrid AI ซึ่งประกอบด้วย:
- Personal AI: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานรายบุคคล
- Enterprise AI: เพื่อจัดการและกำกับดูแลระบบ Multi-agent ภายในองค์กร
- Public AI: เพื่อสร้างความร่วมมือในระดับระบบนิเวศและระดับเมือง
ภายในงาน Tech World ’26 Hong Kong ทาง Lenovo ยังได้สาธิตการประยุกต์ใช้กรอบการทำงานนี้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬา ความบันเทิง หุ่นยนต์ และยานยนต์อัจฉริยะ

ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่ ความร่วมมือกับ FIFA, การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 15 (เขตฮ่องกง), และ DreamWorks รวมถึงพันธมิตรกับบริษัทหุ่นยนต์อย่าง Yunji Technology และบริษัทเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับอย่าง WeRide ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการทำงานของ AI ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและมีการตอบสนองแบบเรียลไทม์
ด้วยการนำประสบการณ์ระดับโลกมาผสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในท้องถิ่น Lenovo ตั้งเป้าที่จะสนับสนุนให้องค์กรในฮ่องกงเร่งการติดตั้งใช้งาน AI เสริมสร้างกรอบการกำกับดูแลให้แข็งแกร่ง และสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนจากการใช้เทคโนโลยี AI ในระดับขยายได้อย่างเต็มศักยภาพ
