Working

ตั้งแต่เกิดโควิด-19 การทำงานที่บ้านก็กลายเป็นไฟล์ทบังคับของการทำงาน เมื่อโควิดซาลง พนักงานก็เริ่มชินกับการทำงานที่บ้านจนหลายบริษัทต้องปรับการทำงานมาเป็นแบบ hybrid ที่ผสมระหว่างการทำงานในออฟฟิศและการทำงานที่บ้าน รูปแบบการทำงานที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้เทรนด์การทำงานเปลี่ยนไปด้วย สิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในองค์กรก็ได้เห็นคราวนี้

เมื่อบริษัทต้องประนีประนอมกับความต้องการของพนักงานเพื่อแข่งขันกันดึงดูดคนเก่ง ๆ และมีทักษะเข้ามาทำงาน วัฒนธรรมการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง พามาดู 10 เทรนด์การทำงานยุคใหม่ รู้ไว้ก่อนจะได้ปรับตัวได้ทัน

ความเป็นธรรมและความเท่าเทียมเป็นประเด็นสำคัญในที่ทำงาน

การถกเถียงเรื่องความเป็นธรรมธรรมและความเท่าเทียมในด้านต่าง ๆ ทั้งชาติพันธุ์ การศึกษา ศาสนา และด้านอื่น ๆ กลายเป็นเรื่องสำคัญในองค์กรไปแล้ว จากการวิเคราะห์ของ Harvard Business Review ในการประชุมพนักงานของกลุ่มบริษัท S&P 500 พบว่าซีอีโอพูดเรื่องความเท่าเทียม ความเป็นธรรมและความครอบคลุมคนทุกกลุ่มมากขึ้นถึง 658% มาตั้งแต่ปี 2018

ประเด็นความเท่าเทียมทำให้เกิดการตั้งคำถามที่ถกเถียงกันได้ไม่จบ เช่น

  • ในบริษัทเดียวกัน ทำไมผู้จัดการบางคนให้พนักงานทำงานได้ยืดหยุ่นกว่า แต่ทำไมบางคนต้องเข้าและออกงานตรงเวลาที่กำหนดเท่านั้น
  • ถ้าพนักงานย้ายมาอยู่ที่ที่ค่าครองชีพถูกลงบริษัทควรจะลดเงินเดือนหรือไม่หากพนักงานยังทำงานได้ดีเท่าเดิม
  • โดยปกติในตลาดแรงงาน แรงงานใหม่จะได้รับค่าจ้างมากกว่าแรงงานที่ทำงานอยู่แล้ว 20% แล้วแบบนี้ยังถือว่ายุติธรรมอยู่ไหม
  • คำถามเรื่องสิทธิบางอย่างก็เช่นกัน อย่างกรณีในไทย บางส่วนเรียกร้องให้บริษัทให้วันลาคลอด 180 วัน แต่บางส่วนตั้งคำถามว่าแบบนี้ถือว่าไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ไม่มีบุตรหรือไม่

Harvard Business Review มองว่าคำถามเรื่องความเท่าเทียมอาจกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกในปีหน้า

ลดวันทำงานแทนการเพิ่มเงินเดือน

เป็นธรรมดาที่บริษัทจะต้องแข่งกันดึงคนเก่งเข้ามาในที่ทำงานโดยการให้เงินเดือนหรือค่าจ้างสูง ๆ แต่บางบริษัทที่ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น การแข่งขันโดยการลดจำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงานก็เป็นตัวเลือกที่ดี และวิธีนี้ยังตอบรับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่คนต้องการเวลาพักผ่อนมากขึ้นด้วย

ในสหรัฐฯ บริษัทบางแห่งเปลี่ยนเป็นการทำงาน 32 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือเทียบเท่ากับการทำงาน 4 วันเท่านั้นโดยจ่ายค่าจ้างเท่าเดิมเพื่อแข่งขันกันดึงดูดแรงงานที่มีความสามารถและไม่ต้องการทำงานหนักเกินไป

พนักงานลาออกจากงานมากขึ้นเมื่อการทำงานแบบไฮบริด (hybrid work) และการทำงานนอกออฟฟิศ (remote work) กลายเป็นมาตรฐานใหม่

แน่นอนว่าปัจจุบันการทำงานแบบ hybrid และการทำงานที่บ้านเป็นมาตรฐานใหม่หลังจากมีโควิด-19 บริษัทใดที่บังคับให้พนักงานต้องเข้าไปทำงานในออฟฟิศอาจจะพบว่าพนักงานลาออกมากขึ้น

แต่ในทางกลับกัน การทำงานนอกสถานที่ก็ทำให้พนักงานลาออกได้เช่นกัน เหตุผลแรก คือ พนักงานทำงานที่บ้านและไม่ได้พบเจอเพื่อนร่วมงาน ทำให้พนักงานไม่สนิทกัน เหตุผลที่ว่าไม่ยอมลาออกจากที่ทำงานเพราะมีเพื่อนร่วมงานที่ดีจึงไม่ใช่เหตุผลที่ดีในการทำงานที่บริษัทหนึ่งเป็นระยะเวลานานอีกต่อไป

ส่วนเหตุผลข้อ 2 การไม่ต้องไปทำงานที่ออฟฟิศทำให้พนักงานสามารถเลือกทำงานกับบริษัทได้หลายแห่งขึ้น เพราะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำงานในบริษัทที่ใกล้บ้านหรือใช้เวลาเดินทางไม่นานอีกต่อไป หรือแม้ว่าจะต้องทำงานแบบ hybrid การเดินทางไกลแต่เข้าออฟฟิศแค่ 1 วันต่อสัปดาห์ก็เป็นทางเลือกที่พนักงานมองว่าคุ้มอยู่ดี

การที่พนักงานลาออกจากงานมากขึ้นจะไม่ได้กระทบกับการขาดแคลนแรงงานแบบ The Great Resignation อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น “sustained resignation” ที่พนักงานต่างโยกย้ายเข้า-ออกในแต่ละบริษัทสลับสับเปลี่ยนกันไป

งานด้านการจัดการจะหายไปเพราะใช้เทคโนโลยีแทน ผู้จัดการจะใกล้ชิดกับพนักงานมากขึ้น

งานวิจัยของ Harvard Business Review พบว่างานปัจจุบันของตำแหน่งผู้จัดการถึง 65% จะหายไปเพราะสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแทนภายในปี 2025 เช่น การจัดตารางงาน การอนุมัติรายงานค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้จัดการจะมีเวลาพูดคุยและเข้าถึงพนักงานมากขึ้น

ฝ่ายบริษัทมี 2 ทางเลือก คือ ลดจำนวนพนักงานในตำแหน่งผู้จัดการลงหรือเปลี่ยนหน้าที่ของผู้จัดการแทนซึ่งต้องอาศัยการเปลี่ยนทัศนคติและทักษะของผู้จัดการจากการทำงานด้านการจัดการมาเป็นการทำงานด้านการสร้างประสบการณ์ทำงานที่ดีให้กับพนักงานแทน

เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานนอกสถานที่จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยวัดและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน

การทำงานนอกสถานที่ทำให้หัวหน้าหรือผู้บริหารไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วพนักงานกำลังทำอะไรอยู่ ทำให้อาจจะเกิดอคติหรือความเข้าใจผิดขึ้นมาได้ ผลสำรวจจากบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษา Gartner ในช่วงปลายปี 2020 ที่สำรวจผู้จัดการเกือบ 3,000 คนเผยว่า ผู้จัดการและผู้บริหาร 64% เชื่อว่าพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศทำงานได้ดีกว่าคนที่ทำงานนอกสถานที่ และ 76% เชื่อว่าผู้ที่ทำงานในออฟฟิศมีความเป็นไปได้ที่จะได้เลื่อนตำแหน่งมากกว่า

เครื่องมือการทำงานจะช่วยประเมินและวัดประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน และช่วยให้หัวหน้างานกระตุ้นการทำงานของพนักงานด้วย ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ในอนาคตเทคโนโลยีวิดีโอคอลทางไกลที่ใช้ในการประชุมอาจจะช่วยแสดงข้อมูลของผู้เข้าร่วมประชุมได้ หรืออาจผู้จัดการสามารถกระตุ้นให้ผู้ที่ไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมในการประชุมได้มีส่วนร่วมมากขึ้น

บริษัทอาจให้พนักงานเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศเพราะการทำงานแบบ hybrid จัดการได้ยาก

แม้ว่าบริษัทในสหรัฐ 90% ตั้งเป้าว่าจะปรับเปลี่ยนไปสู่การทำงานแบบ hybrid ในปีนี้ แต่ในภายหลังอาจจะมีบริษัทที่เปลี่ยนมาเป็นการให้พนักงานเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ 100% เหตุผลหลัก ๆ ก็เพราะว่าประสิทธิภาพการทำงานลดลงวมทั้งทำให้มีผู้ลาออกมากดังที่กล่าวไปแล้วในข้อ 3 นอกจากนี้ พนักงานยังอาจทำงานในบริษัทหลายแห่งไปพร้อมกัน ส่วนวัฒนธรรมองค์กรก็เข้มแข็งน้อยลงเพราะพนักงานไม่ได้เจอหน้ากัน

ทั้งนี้ บริษัทก็ต้องระมัดระวังในการปรับเปลี่ยนนโยบายการทำงานเพราะการบังคับให้พนักงานต้องเข้าออฟฟิศทุกวันก็อาจทำให้พนักงานลาออกกันมากขึ้นก็ได้

บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงาน

บริษัทอาจทำความเข้าใจพนักงานและให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมถึงสถานะทางการเงินของพนักงาน บริษัท Gartner เผยผลการสำรวจผู้บริหารฝ่ายทรัพยากร 52 คนในปี 2020 พบว่าบริษัท 94% ลงทุนจำนวนมากในการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ผลการวิเคราะห์ของ Gartner พบว่าพนักงานที่ใช้ประโยชน์จากโครงการพัฒนาความเป็นอยู่ 23% สุขภาพจิตดีขึ้น 17% สุขภาพกายแข็งแรงขึ้น ซึ่งเมื่อพนักงานมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานก็มากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ พอระยะเวลาผ่านไป ผลการสำรวจพบว่ามีพนักงานแค่ 40% ที่เข้าร่วมรับข้อเสนอและสวัสดิการที่บริษัทจัดหาให้

อาจมีตำแหน่ง Chief Purpose Officer ในระดับ C-Level

เมื่อสังคมเปลี่ยนไป ที่ทำงานก็ไม่ได้พูดคุยกันแค่เรื่องงาน แต่ยังพูดคุยถึงประเด็นทางสังคม การเมืองและวัฒนธรรมด้วย การทำงานจึงมีเรื่องทัศนคติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผลวิเคราะห์ของ Gartner เผยว่า 3 ใน 4 ของพนักงานคาดหวังให้ผู้บริหารแสดงทัศนคติของตนเองในประเด็นต่าง ๆ ด้วย

การที่ทัศนคติเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน ผลสำรวจแรงงานกว่า 500 คนที่ทำโดย Gartner เผยว่าพนักงานมากกว่า 44% หลีกเลี่ยงเพื่อนร่วมงานเพราะมีมุมมองด้านการเมืองไม่ตรงกัน นอกจากนี้ ยังพบว่าการมีส่วนร่วมของพนักงานลดลง 1 ใน 3 เมื่อพนักงานรู้สึกผิดหวังในทัศนคติของผู้บริหาร

เพราะสังคมการทำงานเปลี่ยนไป ในอนาคตอาจจะมีตำแหน่ง Chief Purpose Officer เกิดขึ้นมาเพื่อบริหารและดูแลด้านทัศนคติขององค์กร การสื่อสารและความสัมพันธ์ของพนักงาน

การนั่งโดยไม่ขยับ แทบจะกลายเป็นการสูบบุหรี่

การเปลี่ยนไปทำงานที่บ้านเป็นส่วนใหญ่หลังจากเกิดโควิด-19 ทำให้พนักงานจำนวนมากนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ได้ขยับร่างกาย ส่งผลให้น้ำหนักขึ้น การไม่ได้ขยับตัวทำให้เกิดความเสี่ยงเรื่องปัญหาสุขภาพมากขึ้น การนั่งเลยเป็นเรื่องอันตรายเหมือนกับว่าเราสูบบุหรี่

เป็นไปได้ว่าบริษัทจะจัดหาแผน สิทธิประโยชน์ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นให้พนักงานขยับร่างกาย ที่น่าสนใจคือ การที่บริษัทมีนโยบายสนับสนุนการออกกำลังกายก็อาจจะทำให้พนักงานมีความคิดแง่ลบต่อบริษัทว่าบริษัทไม่ควรเข้ามายุ่งกับสุขภาพกายของตน นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ผู้มีความบกพร่องทางร่างกายไม่อยากมีส่วนร่วมกับกิจกรรมขององค์กรด้วย

การทำงานแบบ hybrid ทำให้แนวคิด DE&I ขององค์กรแย่ลง ถ้าไม่มีการจัดการเพิ่มเติม

หลัก DE&I ย่อมาจาก Diversity, Equity และ Inclusion ที่หมายถึงความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความครอบคลุมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หลักนี้กลายมาเป็นกระแสในวัฒนธรรมองค์กร

การที่หัวหน้างานหรือผู้บริหารมักจะเชื่อว่าพนักงานที่ทำงานที่ออฟฟิศจะทำงานได้ดีกว่าและมีโอกาสได้การเลื่อนขั้นมากกว่าแบบที่กล่าวไปในข้อ 5 ทำให้แนวคิด DE&I ไม่ประสบความสำเร็จในที่ทำงาน

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าผู้หญิงและคนผิวสี (People of Color) ชอบทำงานที่บ้านมากกว่าที่ออฟฟิศเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชายผิวขาว ดังนั้น ถ้าบริษัทไม่เข้ามาจัดการอะไรเพิ่มเติม ช่องว่างความต่างระหว่างค่าแรงของผู้ชายและผู้หญิงก็จะยิ่งห่างกันมากขึ้นและความหลากหลายในที่ทำงานก็จะน้อยลง กลุ่มคนส่วนน้อยในที่ทำงานก็อาจถูกกีดกันออกจากบทสนทนา โอกาสในอาชีพและคอนเนคชันที่ทำให้เติบโตในหน้าที่การงานได้

ในโลกที่แข่งขันกันหาคนเก่งมาทำงาน เทรนด์การทำงานจะเปลี่ยนไปในแง่ที่ใส่ใจกับพนักงานมากขึ้น ทั้งในเรื่องการให้เวลาส่วนตัวมากขึ้น ใส่ใจความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงสนับสนุนการแสดงความคิดเห็นและทัศนคติของพนักงาน ส่วนเรื่องรูปแบบการทำงาน การประนีประนอมกับความต้องการของพนักงานก็เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่บริษัทควรต้องใส่ใจ

เมื่อพอมองออกแล้วว่าเทรนด์การทำงานในอนาคตจะเป็นยังไง หางานสายเทคและสายไอทีที่เหมาะกับเราได้ที่ Blognone Jobs

ที่มา: Harvard Business Review

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand