เดอริค แมนคี หัวหน้า หน่วยข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามและพันธมิตรด้านความปลอดภัยระดับโลก แห่งฟอร์ติการ์ตแล็ปส์ อันเป็นส่วนหนึ่งของฟอร์ติเน็ต Fortinet® (NASDAQ: FTNT) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติและครบวงจรประกาศวันนี้ถึงรายงานภูมิทัศน์ภัยคุกคามทั่วโลกของฟอร์ติการ์ดแล็บส์ (FortiGuard Labs Global Threat Landscape Report – Q4 2019) ว่า “ในการต่อสู้ทางไซเบอร์นั้น กลุ่มอาชญากรมักมีข้อได้เปรียบมากกว่ากลุ่มองค์กร เนื่องจากองค์กรยังขาดความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากกว่าเดิม ในขณะที่พื้นผิวที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบดิจิทัลขยายตัวกว้างมากขึ้น อาชญากรประสบความสำเร็จในการโจมตีโดยใช้ศิลปะการหลอกหลวงประเภทวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ที่ต้องการ โดยอาศัยจุดอ่อนในความไม่รู้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ในการก้าวออกจากวงจรของภัยคุกคามที่ซับซ้อนและทำงานได้เองแบบอัตโนมัติมากขึ้นนั้น องค์กรจะต้องใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ประเภทเดียวกันกับที่อาชญากรใช้เพื่อปกป้องเครือข่ายของตนเอง ซึ่งหมายถึงการใช้แพลตฟอร์มแบบผสมผสานที่ใช้ข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามและเพลย์บุ๊กที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเอไอมาใช้ในการป้องกันภัยและให้มองเห็นได้ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สามารถตอบสนองเหตุการณ์ภัยคุกคามที่เกิดได้โดยอัตโนมัติ และลดการดูแลจากเจ้าหน้าที่”

การเก็บข้อมูลและค้นพบกิจกรรมที่น่าสงสัยและภัยคุกคามที่ใช้ในรายงานนี้ได้มาจากการรวบรวมเซ็นเซอร์เครือข่ายที่หลากหลายของฟอร์ติเน็ต โดยไอดีซีองค์กรวิจัยอิสระ พบว่า ฟอร์ติเน็ตติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเป็นจำนวนมากที่สุดในอุตสาหกรรม (อ้างอิง IDC Worldwide Security Appliances Tracker, March 2019 based on annual unit shipments) ส่งให้ภูมิทัศน์ภัยคุกคามทางไซเบอร์จากฟอร์ติการ์ดแล็บส์มีความน่าเชื่อถือสูง สามารถแสดงได้หลายมุมมองและครบถ้วน

ทั้งนี้ สามารถสรุปภาพรวมจากรายงานภูมิทัศน์ภัยคุกคามทั่วโลกประจำไตรมาส 4 ปีพ.ศ. 2562 ของฟอร์ติการ์ดแล็บส์ได้ดังนี้

  • การวิจัยตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปีพ.ศ. 2562 พบว่าอาชญากรไซเบอร์ยังคงพยายามใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เปิดทั้งหมดเข้ามาคุกคามทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และยังอาศัยเนื้อหาทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตนต้องการ
  • ความหนาแน่นและการพบภัยคุกคามอาจแตกต่างกันตามภูมิศาสตร์ แต่พบว่า ทุกแห่งนั้น ภัยคุกคามมีความซับซ้อนและมีระบบการโจมตีแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ พบว่า ภัยคุกคามกำลังขยายตัวเร็วกว่าที่เคยเป็นมา องค์กรทั่วโลกจึงจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญของความปลอดภัยไซเบอร์อย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ สาระสำคัญในรายงานมีดังต่อไปนี้

1)ภัยคุกคาม Charming Kitten (aka APT35): งานวิจัยได้เห็นกิจกรรมคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ Charming Kitten อันเป็นหนึ่งในกลุ่มภัยคุกคามขั้นสูง (Advanced Persistent Threat: APT) ที่พบว่าเชื่อมโยงกลับไปที่ประเทศอิหร่านไปทั่วภูมิภาคในไตรมาสที่ 4 นี้ โดยอันที่จริงแล้ว เราพบกิจกรรมแคมเปญมากมายจากภัยนี้มาตั้งแต่ราวปีค.ศ. 2014 โดยพบว่าแอคเตอร์ (ภัยที่กระทำกิจกรรมคุกคาม) นี้ขยายการคุกคามเข้าไปในธุรกิจที่เป็นปรปักษ์กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการโจมตีไปที่บัญชีอีเมลเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญการเลือกตั้ง นอกจากนี้ Charming Kitten ใช้วิธีหลอกลวงใหม่ 4 วิธีกับเหยื่อเพื่อลวงเหยื่อให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ ได้แก่

  1. ในความต้องการรวบรวมข้อมูลลับในบัญชีกูเกิ้ลของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเป้าหมายนั้น Charming Kitten ใช้อีเมลฟิชชิงที่ล่อลวงให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเป้าหมายติดตาม คลิกลิงก์ไปยังหน้ากูเกิ้ลและหลงกลดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นอันตราย
  2. ส่งข้อความ SMS ไปยังเป้าหมาย แจ้งเตือน (ปลอม) เกี่ยวกับความปลอดภัยของบัญชีอีเมลและขอให้เหยื่อคลิกลิงค์อันตราย เพื่อหลอกให้ตรวจสอบสิทธิตัวตนของตนเอง
  3. การแจ้งเตือนปลอม ซึ่งครั้งนี้จะอ้างว่าเกี่ยวกับกลุ่มโจมตีจากเกาหลีเหนือว่ามีการทำลายบัญชีของเหยื่อเป้าหมายและกระตุ้นให้เหยื่อคลิกลิงค์ที่เป็นอันตรายเพื่อเข้าไปป้องกันบัญชีที่ถูกบุกรุกนั้น
  4. กลเม็ดใหม่ประเภทสุดท้ายจะเกี่ยวข้องกับผู้โจมตีที่ปลอมตัวเป็นทีมรักษาความปลอดภัยบัญชีที่เฟสบุ๊ค อินสตาแกรมและเครือข่ายสังคมอื่น เพื่อลองและดึงข้อมูลในสิทธิ์เข้าใช้งานของเหยื่อเป้าหมาย

ภาพที่ 1 : การคุกคามทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับ Charming Kitten

2)ความเสี่ยงในอุปกรณ์ไอโอทีมีมากยิ่งขึ้น: อุปกรณ์ไอโอทียังคงตกเป็นเหยื่อเป้าหมายเนื่องจากจุดอ่อนที่ซอฟต์แวร์ ซึ่งรวมถึง กล้องไอพีไร้สายที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนและซอฟต์แวร์นานาประเภทภายใต้ชื่อแบรนด์ที่หลากหลายซึ่งบางครั้งจัดจำหน่ายโดยผู้ประกอบการรายที่ 3 โดยชิ้นส่วนและบริการจำนวนมากเหล่านี้มักตั้งโปรแกรมโดยใช้โค้ดสำเร็จรูปที่เขียนไว้ล่วงหน้าจากแหล่งทั่วไปอันหลากหลาย จึงทำให้บางครั้งมีช่องโหว่เสี่ยงต่อภัยคุกคาม ซึ่งเป็นเหตุให้ภัยคุกคามสามารถขยายไปยังช่องโหว่ประเภทเดียวกันในอุปกรณ์หลากหลายประเภทได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อยังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ที่อุปกรณ์อันมีจำนวนมากมายเหล่านี้ติดเชื้ออย่างง่ายๆ ยิ่งส่งให้เป็นปัญหาขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังการขาดข้อมูลแพ็ตช์ที่อัปเดตและบางครั้งยังไม่มีแพ็ตช์ออกมาป้องกันภัยในอุปกรณ์ไอโอทีบางประเภท จึงทำให้ภัย IoT botnets เป็นภัยที่สูงเป็นอันดับ 3 ในประเภท IPS เลยทีเดียว

3)ภัยที่มีอยู่เดิมส่งให้เกิดภัยในอนาคต: บางครั้ง องค์กรอาจลืมไปว่าภัยคุกคามและช่องโหว่เดิมๆ นั้นยังมีอยู่ และแอคเตอร์ยังต้องการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเหล่านี้ กรณีในประเด็นนี้คือ มัลแวร์ EternalBlue ที่มุ่งใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทั่วไปและช่องโหว่ที่สำคัญในการคุกคาม ถูกใช้ในแคมเปญมากมากมาระยะหนึ่งแล้ว รวมถึงใช้การโจมตีของแรนซัมแวร์ชื่อดัง WannaCry และ NotPetya ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่า มีการออกแพ็ตช์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาสำหรับ BlueKeep ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่หากคุกคามเข้ามาได้อาจทำให้มัลแวร์นี้กลายจะเป็นภัยประเภทเวิร์มซึ่งมีพิษสงในการแพร่กระจายด้วยความเร็วและขนาดเดียวกันกับ WannaCry และ NotPetya แล้วก็ตาม ในไตรมาสที่แล้ว ได้เกิดโทรจัน EternalBlue Downloader Trojan เวอร์ชั่นใหม่ที่มีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ BlueKeep นั้นขึ้นมาอีก แต่โชคดีที่เวอร์ชันปัจจุบันอยู่ในสภาพดี จึงบังคับให้อุปกรณ์เป้าหมายเสียใช้งานไม่ได้ก่อนจะโหลดเสร็จ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงวัฏจักรการพัฒนาของมัลแวร์ดั้งเดิม พบว่าอาชญากรไซเบอร์ที่มีความมุ่งมั่นในการคุกคามมักมีแนวโน้มที่จะมีเวอร์ชันการทำงานของกลุ่มมัลแวร์ที่อาจสามารถทำการคุกคามต่อไปในอนาคตอีกได้ และถึงแม้ว่า แพ็ตช์สำหรับ BlueKeep ออกมาให้ใช้งานตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้วก็ตาม ยังมีองค์กรจำนวนมากยังไม่ได้อัปเดตระบบให้เรียบร้อย ดังนั้น องค์กรควรตระหนักว่า แอคเตอร์ยังให้ความสนใจใช้ประโยชน์จาก EternalBlue และ BlueKeep อยู่ องค์กรจึงควรแน่ใจว่าระบบของพวกเขาได้รับการติดตั้งและป้องกันภัยคุกคามทั้งสองอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว

4)เห็นถึงมุมมองใหม่เกี่ยวกับการส่งสแปมระหว่างประเทศ: จดหมายขยะหรือสแปมยังคงเป็นปัญหาสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับองค์กรและบุคคลทั่วไป ในรายงานประจำไตรมาส 4 นี้ได้รวบรวมปริมาณการส่งสแปมระหว่างประเทศ พร้อมข้อมูลที่แสดงอัตราส่วนของสแปมที่ส่งไป (Spam sent) และสแปมที่ได้รับ (Spam received) ซึ่งจะเผยให้เห็นมุมมองใหม่ของปัญหาเก่านี้ ทั้งนี้ พบว่าปริมาณสแปมส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเกิดไปในทิศทางเดียวกันกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเมือง เช่น สแปมที่เกิดกับประเทศคู่ค้ากับสหรัฐอเมริกาที่หนักมากที่สุด ได้แก่ โปแลนด์ รัสเซีย เยอรมัน ญี่ปุ่นและบราซิล นอกจากนี้ ในแง่ของปริมาณสแปมที่ส่งออกจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ พบว่ายุโรปตะวันออกเป็นกลุ่มผู้ที่ส่งสแปมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภูมิภาคเอเชียเป็นผู้ส่งอีเมลขยะขาออกเป็นขนาดใหญ่ ภูมิภาคย่อยในยุโรปที่เหลือมีอัตราส่วนสแปมเชิงลบสุทธิ (Net negative spam ratio) คือรับสแปมมากกว่าที่พวกเขาส่งออกไป ตามด้วยอเมริกาและแอฟริกา

ภาพที่ 2 : ปริมาณสแปมที่ส่งออกและรับเข้าจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์

5) การตามรอยอาชญากรไซเบอร์เพื่อดูว่าจะทำอะไรต่อไปในอนาคต: เมื่อพิจารณาการเตือนของ IPS Trigger ในภูมิภาคต่างๆ ไม่เพียงที่จะแสดงให้เห็นว่าอาชญากรกำลังคุกคามหรือใช้ทรัพยากรใดในทางที่ผิดอยู่ แต่ยังอาจบ่งบอกถึงเป้าหมายอาชญากรไซเบอร์ที่อาจมุ่งเน้นในอนาคต อาจเป็นเพราะการคุกคามจำนวนมากมายสามารถกระทำได้สำเร็จหรืออาชญากรได้ใช้เทคนิคมากมายในภูมิภาคนั้นๆ ทั้งนี้ ไม่เป็นจริงเสมอไป ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ชื่อดัง shodan.io แสดงให้เห็นว่า ประเทศจีนนิยมใช้เฟรมเวิร์คชื่อดังในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่น ThinkPHP เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการติดตั้งใช้งานมากกว่าใช้ในสหรัฐอเมริกาเกือบ 10 เท่า สมมติว่าบริษัทต่างๆ ติดตั้งแพ็ตช์ลงในซอฟต์แวร์ในอัตราเดียวกันในแต่ละภูมิภาค และถ้าบอตเน็ตกำลังหาช่องโหว่บน ThinkPHP ก่อนติดตั้งแพ็ตช์ จะทำให้จำนวนการแจ้งเตือนที่ตรวจพบจะสูงมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม พบการแจ้งเตือน IPS Triggers ในเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด จำนวนเพียง 6% มากกว่าในอเมริกาเหนือ หมายความว่า บอตเน็ตเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่บน ThinkPHP ที่ตนเองพบเพียงเท่านั้น นอกจากนั้น เมื่อดูผลการตรวจจับมัลแวร์ พบว่าภัยคุกคามส่วนใหญ่ที่พุ่งเป้าหมายไปที่เหยื่อองค์กรกลับเป็นพวก Visual Basic for Applications (VBA) Macros ซึ่งอาจเป็นเพราะภัยประเภทนี้ยังคงให้ผลงานการคุกคามได้ดีอยู่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การพบภัยที่ไม่ทำงาน จะไม่แสดงสถานะจำนวนสูงไปได้นาน แต่หากมีสถิติพบสูงในภัยใดก็ตาม แสดงว่าบางคนกำลังตกเป็นเหยื่อของการโจมตีเหล่านี้

ภาพที่ 3 : 25 อันดับแรกจากการตรวจจับภัย IPS ในไตรมาสที่ 4 ปี 2019 ตามความชุกของภูมิภาค

รายงานภัยคุกคามในประเทศไทย

นายชาญวิทย์ อิทธิวัฒนะ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต เปิดเผยว่าสำหรับในประเทศไทยนั้น ในไตรมาส 4 – 2562 พบมัลแวร์มากสุดคือ ประเภท Adware/AdblockPlus (48%) ตามด้วย HTML/Agent.PIYH!tr (15%) และ W32/Agent.OAY!tr (14%)

Adware/AdblockPlus จัดเป็นแอดแวร์ประเภทหนึ่ง แอดแวร์คือชุดซอฟต์แวร์ใดๆ ที่แสดงโฆษณาโดยอัตโนมัติขณะที่โปรแกรมกำลังทำงาน แอดแวร์มักจะไม่เป็นอันตราย แต่ไม่พึงประสงค์และผู้ใช้มักไม่รู้ว่ามีการติดตั้งในเครื่องของตน

W32/Agent.OAY! จัดเป็นภัยประเภทโทรจัน โทรจันมีความสามารถในคุกคามเครื่องของเหยื่อจากระยะไกล สามารถก่อกวนให้เกิดการปฏิเสธการให้บริการทั้งประเภท DoS และ DDoS ลบไฟล์ ลบวัตถุ หรือขัดขวางการทำงานของเครื่องได้

ภาพที่ 4 : ภัยมัลแวร์ 5 อันดับแรกที่พบในประเทศไทย

พบภัยที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่มากสุดคือ WebRTC.Local.IP.Addresses.Disclosure (27% ตามด้วย HTTP.Unix.Shell.IFS.Remote.Code.Execution (19%) และ ThinkPHP.Controller.Parameter.Remote.Cod.Execution (18%)

WebRTC.Local.IP.Addresses.Disclosure พยายามขโมยไอพีของผู้ใช้ผ่านเว็บ WebRTC ในเบราว์เซอร์ต่างๆ
HTTP.Unix.Shell.IFS.Remote.Code.Execution ตรวจพบ HTTP ที่น่าสงสัยเกิดบน Shell ของระบบปฏิบัติการ Unix

ThinkPHP.Controller.Parameter.Remote.Cod.Execution ภัยที่พยายามหาช่องโหว่ใน ThinkPHP และจะส่งคำสั่ง HTTP อันตรายจากระยะไกล ที่สร้างขึ้นเพื่อรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่

ภาพที่ 5 : ภัยที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่มากสุด 5 อันดับแรกในประเทศไทย

พบภัยบอตเน็ตมากสุดคือ กลุ่ม GhOst.Rat.Botnet (25%) ตามด้วย Bladabindi.Botnet (24%) และ Andromeda.Botnet (23%)

GhOst.Rat.Botnet เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์สอดแนมยอดนิยมที่ผู้โจมตีใช้เพื่อแฮกเข้าสู่คอมพิวเตอร์ที่ขาดการป้องกันที่ดี เพื่อเข้าไปควบคุมการใช้งานเหยื่ออุปกรณ์ปลายทาง "RAT" ย่อมาจาก Remote Administration Tool อันเป็นความสามารถของซอฟต์แวร์ในการทำงานเป็น "เครื่องมือการดูแลระบบระยะไกล" ทั้งนี้ ระบบ GhostNet เผยแพร่มัลแวร์ไปยังเหยื่อที่ต้องการ ผ่านรหัสคอมพิวเตอร์ที่แนบไปกับอีเมลและที่อยู่ที่ได้ขโมยเอาไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อติดตั้งแล้ว แฮกเกอร์จะใช้ Gh0st เข้าควบคุมอุปกรณ์ที่ติดเชื้อนั้น รวมถึงแอบบันทึกการกดแป้นพิมพ์ แอบใช้เว็บแคมและไมโครโฟน แอบดาวน์โหลดและอัปโหลดไฟล์เอง นอกจากนี้ Gh0st RAT ยังก่อกวนทำให้การสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าสับสนได้โดยใช้โปรโตคอลเครือข่ายที่เป็นกรรมสิทธิ์ (Proprietary network protocol)

Bladabindi.Botnet (หรือเรียกว่า njRAT, njWorm) เป็นหนอนที่เกิดมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 นักวิจัยสามารถบันทึกจำนวนเหยื่อที่ติดเชื้อนับล้านคนในจุดเดียวกัน มัลแวร์นี้รู้จักกันดีในการควบคุมเครื่องที่ติดไวรัส สามารถบันทึกการกดแป้น บันทึกภาพจากเว็บแคมและขโมยข้อมูลประจำตัวได้เช่นกัน ทั้งนี้ Bladabindi แพร่กระจายผ่านทางการดาวน์โหลด ทางสังคมวิศวกรรม (Social Engineering) หรือการใช้ไดรฟ์ USB

Andromeda.Botnet พบว่าองค์กรยังติดเชื้อบอตเน็ตของแอนโดรเมดาซึ่งอาจไม่แพร่กระจายอีกต่อไป แต่ดูเหมือนว่าพวกเขายังเผชิญกับภัยบอตเน็ตอื่นๆ อยู่เกือบ 3 เท่า อาจเป็นไปได้ว่าการติดเชื้อแอนโดรเมดานี้แสดงถึงการเป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยและ / หรือมีการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ยังไม่ดีพอ

ภาพที่ 6 : ภัยบอตเน็ตที่พบมากสุด 5 อันดับแรกในประเทศไทย

ความต้องการแพลทฟอร์มความปลอดภัยแบบอัตโนมัติและครบวงจร

ในขณะที่มีการแอปพลิเคชั่นมากมายอย่างแพร่หลาย และจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมีมากยิ่งขึ้น ส่งให้เกิดส่วนขอบของเครือข่าย (Edge) ใหม่นับพันล้านแห่งที่ที่ต้องจัดการและป้องกันอย่างรัดกุม นอกจากนี้ องค์กรต่างๆ ยังกำลังเผชิญกับความซับซ้อนการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กำลังขยายตัวกว้างออกไป รวมถึงบางส่วนของโครงสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเอไอและแมชชีนเลิร์นนิ่ง ทำให้มีความซับซ้อนในเครือข่ายเป็นทวีคูณ ดังนั้น ในการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายที่กระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนจากประเภทปกป้องเพียงพารามิเตอร์ด้านความปลอดภัย ไปยังกระบวนการที่สามารถปกป้องข้อมูลที่มีลักษณะแพร่กระจาย ผ่านขอบเครือข่ายส่วนเอจใหม่ๆ มีผู้ใช้งาน ระบบ อุปกรณ์และแอปพลิเคชันที่สำคัญใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ แพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ที่ออกแบบมาเพื่อให้การมองเห็นและการป้องกันที่ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นผิวการโจมตีทั้งหมด อันรวมถึงอุปกรณ์ ผู้ใช้ อุปกรณ์เคลื่อนที่ปลายทาง สภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐาน SaaS เท่านั้นที่มีศักยภาพสูง สามารถรักษาความปลอดภัยเครือข่ายได้อย่างสมบูรณ์

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand