Tags:
Node Thumbnail

ประเทศจีนมีการใช้งานระบบสแกนใบหน้าตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้มือถือ การสแกนใบหน้าชำระเงิน, สแกนใบหน้าเข้าที่พักอาศัย

ชาวเน็ตจีนโพสต์บ่นใน Weibo กันว่า ตั้งแต่ต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกวันก็เข้าใช้งานมือถือได้ยาก, Face ID ไม่มีประโยชน์เลยในเวลานี้ แต่ก็มีผู้ใช้งานหลายคนแนะนำให้สแกนนิ้วแทน

การสแกนใบหน้าสำคัญกับการดำรงชีวิตประจำวันชาวจีนมากกว่าประเทศอื่นๆ สนามบิน 200 แห่งทั่วประเทศจีน ติดตั้งระบบสแกนใบหน้า, แม้แต่การสั่งอาหาร การเข้าห้องน้ำก็ใช้ด้วย โดยในห้องน้ำที่จีนติดตั้งสแกนใบหน้าไว้เพราะป้องกันคนดึงทิชชู่เช็ดมือออกมาใช้มากเกินไป

ภาครัฐเองก็ใช้ระบบจดจำใบหน้า เดือนธันวาคมที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกกฎหมายใหม่ซึ่งบังคับให้ทุกคนที่ลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือใหม่ได้รับการสแกนใบหน้าเพื่อปกป้อง "สิทธิตามกฎหมายและผลประโยชน์ของประชาชนในไซเบอร์สเปซ" ในบางโรงเรียนยังใช้ระบบจดจำใบหน้าควบคุมและประเมินพฤติกรรมนักเรียนด้วย

No Description
ภาพจาก Shutterstock

ที่มา - QUARTZ

Get latest news from Blognone

Comments

By: gosol
AndroidWindows
on 6 February 2020 - 19:00 #1146717
gosol's picture

เทคโนโลยีประเทศจีนละเมิดความเปนส่วนตัวจนมาถึงในจุดที่เป็นสิ่งจำเป็นจนขาดไม่ได้เสียแล้ว ขณะที่ทางฝั่งยุโรปอเมริกาออกกฏห้ามติดตามตัวตน ลบข้อมูลส่วนบุคคล แจ้งเตือนถ้าเก็บข้อมุล อะไรมากมาย ส่วนเราประเทศผู้ใช้เทคโนโลยีก็เลือกเอาละกันว่าชอบแบบไหน

By: jokerxsi on 6 February 2020 - 19:41 #1146727 Reply to:1146717

เทคโนโลยีจีนที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวไม่ใช่ทำสิ่งจำเป็น
และสิ่งที่จำเป็นสามารถทำได้โดยไม่ต้องละเมิดข้อมูลส่วนตัว

By: Noblesse
AndroidRed HatUbuntuWindows
on 7 February 2020 - 04:15 #1146774 Reply to:1146727
Noblesse's picture

อาชญากร: Yes 😏

By: wichate
Android
on 7 February 2020 - 10:13 #1146815 Reply to:1146727

ถ้าพูดอย่างนั้น กล้องหน้ารถก็ไม่ควรติดด้วยแหละ

By: A_Hawkins on 7 February 2020 - 16:26 #1146867 Reply to:1146815

ในยุโรปติดกล้องหน้ารถกันหมดแต่ใช้ในกรณีมีคดีความเท่านั้น แต่ถ้าเอาไปเผยแพร่ เช่นโพสต์ขึ้นโซเชียลเมื่อไหร่ ต้องลบหรือเบลอใบหน้า ทะเบียน และอะไรก็ตามที่ระบุตัวตนของคนอื่นทั้งหมดครับ มีหลายคดีที่คนทำผิดฟ้องกลับคนโพสต์กรณีนี้และชนะทุกครั้งด้วย กฎหมายความเป็นส่วนตัวของเขาแรงมากๆ

By: tom789
Windows Phone
on 8 February 2020 - 09:33 #1146927 Reply to:1146867

ในจีน นี้ เห็น ดารา ไปถ่ายรุปตาม ที่สาธารณะ นี้ ติดหน้า คนอื่นมา ก็ เบลอหน้าหมดเลยนะ ในไทย ติด มา ก้ปล่อย ผ่าน

By: lancaster
ContributorUbuntuWindows
on 6 February 2020 - 20:09 #1146737

ช้ำใจเรื่อง Face ID เช่นกัน Fingerprint Sensor ก็ดันเอาออกไปแล้วด้วย แอปเปิลคงไม่ทันคิดเรื่องโรคระบาด

By: Alios
iPhoneAndroidWindows
on 7 February 2020 - 00:12 #1146765 Reply to:1146737

ผมชอบสแกนนิ้วมากกว่าซะอีก แต่ก็ดี ทำให้แอปเปิ้ลมัแนวโน้มกลับมาใช้สแกนนิ้วอีกครั้ง

By: Hoo
AndroidWindows
on 7 February 2020 - 00:23 #1146767

ใครจะคาดคิดว่าจะมี outbreak ขนาดใส่หน้ากากกันทั่วเมือง
เดากันว่าจะพัฒนาไปทางไหนต่อ
-กลับไปใช้ QRCode, NFC
-กลับไปใช้สแกนนิ้ว
-พัฒนาสแกนม่านตาในระยะไกลขึ้น
-ฝัง RFID ที่มือแบบยุโรป

..ดูเหมือนสแกนม่านตาจะดีสุดในกรณีโรคระบาด แต่น่าจะพัฒนายากสุด 🤔

By: zerost
AndroidWindows
on 7 February 2020 - 10:07 #1146814 Reply to:1146767
zerost's picture

ผมว่าสแกนม่านตานี่มันยากในเชิงเทคนิคนะครับ คุณจะใช้อะไรสแกนม่านตาได้จากระยะห่างกับมุมองศาที่คนปกติใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแค่ขนตาและเงาสะท้อนบนกระจกตาหรือคอนแทค/แว่น(สำหรับคนที่ใช้) ก็มีปัญหามากๆต่อการสแกนแล้ว เครื่องสแกนจึงมักต้องมีการใช้งานในระยะที่ใกล้ระดับนึงและอยู่ในองศาที่ถูกต้อง ตัวอย่างการสแกนม่านตาที่ล้มเหลวก็คือ S8 นั่นไง

By: iamfalan
iPhoneAndroidWindows
on 7 February 2020 - 20:23 #1146888 Reply to:1146767

แสกนนิ้วใต้จอน่าจะสะดวกสุดแล้ว

ถ้าถึงขนาดต้องใส่ทั้งหน้ากาก และถุงมือ ก็ password เหอะ

By: zipper
ContributorAndroid
on 10 February 2020 - 08:56 #1147081

สแกนนิ้วก็ไม่สะดวกเวลาอากาศหนาวมากๆ แล้วต้องใส่ถุงมืออีก