หนึ่งในปัญหาสำคัญของผู้ที่ถือบัตรเครดิตและบัตรสะสมแต้มหลายใบ คือแต้มหรือคะแนนในบัตรที่มีจะกระจาย บางใบน้อยบางใบเยอะ แต่ก็อาจยังเยอะไม่พอจะนำไปใช้แลกของรางวัลได้เป็นชิ้นเป็นอัน
ChomCHOB (ชมชอบ) เป็นสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยการเป็นแพลตฟอร์มรวมคะแนนบัตรเครดิตและบัตรสะสมคะแนนเอาไว้ทั้งหมดในที่เดียว ช่วยให้ผู้ถือบัตรสามารถแลกคะแนนก้อนใหญ่ได้ง่ายมากขึ้น

###ที่มาที่ไปก่อนมาเป็น ChomCHOB
หากคุณมีบัตรเครดิตแบงก์ A อยู่ 3,000 แต้ม แบงก์ B 4,500 แต้ม แบงก์ C อีก 5,000 แต้ม คงไม่สามารถนำแต้มไปแลกอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันมากนัก เพราะด้วยจำนวนที่น้อยและกระจาย แต่คุณสามารถนำแต้มดังกล่าวจากทั้ง 3 แบงก์มาแลกเป็น CCP (ChomCHOB Point) ในแอป ChomCHOB เพื่อนำไปแลกของรางวัลได้หลากหลายตามความชอบ ตั้งแต่สินค้าเล็กๆ น้อยๆ อย่าง ไอศครีม, แฮมเบอร์เกอร์, ตั๋วภาพยนตร์ ไปจนถึงส่วนลดโรงแรม, แลกซื้อสินค้าหรือแม้กระทั่งซื้อประกัน
ไอเดียนี้มาจากคุณนท ชุติโสวรรณ, คุณธัญวรัตม์ ชัยเลิศ และคุณประกิต สหรัตนชัยวงศ์ ที่ประสบปัญหาแต้มบัตรเครดิตกระจายจนไม่สามารถแลกของที่ต้องการได้ จึงก่อตั้งบริษัท ChomCHOB ขึ้นมาเป็นตัวกลางในการรวบรวมแต้มจากบัตรเครดิตและบัตรสะสมคะแนน

ปัจจุบัน ChomCHOB กำลังเติบโตได้ดี มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 20 เท่า มีพาร์ทเนอร์ที่เป็นสถาบันแต้มกว่า 20 สถาบันและสามารถแลกสินค้าบริการได้กว่า 5 แสนอย่างในระบบ แต่ทว่ากว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ ก็ไม่ง่ายเลย
ผู้ก่อตั้งทั้ง 3 คนใช้เวลาราว 2 ปีก่อนเริ่มก่อตั้งบริษัทในปี 2015 เพื่อหาข้อมูล ความรู้และทำความเข้าใจอุตสาหกรรมการเงิน เพราะแบ็คกราวด์เดิมของทั้ง 3 คนมาจากสายการตลาดดิจิทัลและไม่มีความรู้ความเข้าใจอุตสาหกรรมการเงินเลย ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตัวเองจะทำมันเรียกว่าฟินเทคในยุคนี้

ปัญหาสำคัญในช่วงก่อตั้งบริษัท คือการนำเสนอไอเดียกับธนาคารต่างๆ เพื่อเอาแต้มบัตรเครดิตมาแลกเป็นเรื่องยากมากๆ ในแง่ของเหตุผลทางธุรกิจ จนกระทั่งได้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นธนาคารแรกที่ยอมรับในไอเดียนี้และเซ็นสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์เจ้าแรก ทำให้ได้รับโอกาสจากธนาคารและเจ้าของแพลตฟอร์มบัตรสะสมคะแนนอื่นๆ ตามมา

คุณนท ชุติโสวรรณ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง
ช่วงสองปีแรกของ ChomCHOB เป็นเหมือนการคลำทาง ต้องวิ่งหาพาร์ทเนอร์บัตรเครดิต ลองผิดลองถูก ไปจนถึงรื้อระบบหลังบ้านใหม่หลายครั้ง สินค้าและบริการที่เอามาให้แลกก็ยังไม่ค่อยเยอะ ฐานผู้ใช้และ transanction ในช่วงนี้เติบโตแค่ 5% เท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะลงตัวจนบริษัทโตแบบก้าวกระโดดในปีนี้
###โมเดลการหารายได้ของ ChomCHOB
รายได้ของ ChomCHOB มีอยู่ 3 ทางคือ
- กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนแต้ม เมื่อธนาคารตัดแต้มจากบัตรเครดิตผู้ใช้ เช่น 1,000 แต้ม (ที่ผู้ใช้นำไปแลกเป็น CCP) ธนาคารจะให้เงิน ChomCHOB มา 110 บาท ChomCHOB อาจให้ลูกค้าใช้จริงที่ 100 บาท
- ค่าคอมมิชชันจากร้านที่ซื้อของ/บริการ เมื่อลูกค้านำ CCP (มูลค่า 100 บาท) ไปซื้อของจากร้านที่ดีลมา ChomCHOB จะได้ค่าคอมมิชชันจากร้านตามที่ตกลงกันไว้
- ค่าบริการ Platform-as-a-Service ทาง ChomCHOB นำเอาแพลตฟอร์มหลังบ้านของตัวเองที่ทำเรื่องการแลกแต้มและแลกของ มาให้บริการในรูปแบบ subscription ร่วมกับค่าคอมมิชชันจากการแลกของบนแพลตฟอร์ม

###เป้าหมายระยะยาวกับการบุกตลาดต่างประเทศ
คุณนทบอกว่าตอนนี้ ChomCHOB ถึงหลักไมล์แรกแล้ว คือการเป็นแพลตฟอร์มแลกแต้ม หลักไมล์ถัดไปคือจะขยายตลาดไปนอกประเทศด้วยการแลกแต้มจากบัตรเครดิตหรือสถาบันการเงินในต่างประเทศ สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่หรือทำงานในไทย ไปจนถึงการนำแต้มไปแลกเป็นสินค้าและบริการในต่างประเทศ สำหรับคนไทยที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในไทย นอกจากนี้ยังมีแผนจะนำข้อมูลการใช้งานของลูกค้าบนแพลตฟอร์ม (ที่ลูกค้ายินยอมหรือ opt-in) ไปต่อยอดทางธุรกิจด้วย โดยตอนนี้อยู่ในขั้น proof of concept


###รูปแบบการทำงานและวัฒนธรรมองค์กร
ChomCHOB เป็นองค์กรขนาดเล็ก ในส่วนนักพัฒนาก็มีแค่หลังบ้านที่ใช้ Node.js, หน้าบ้านเป็น React และโมบายล์ iOS, Android มีพนักงานทั้งหมดอยู่ 12 คนเท่านั้น การทำงานไม่มีกระบวนการให้ยุ่งยาก เน้นที่เป้าหมายเป็นหลัก นักพัฒนาสามารถออกแบบกระบวนการทำงานได้เอง รวมถึงกระบวนการต่างๆ จะไม่ยุ่งยากและค่อนข้างยืดหยุ่น (lean and flat)

###สวัสดิการ
มีสวัสดิการพื้นฐานอย่างประกันกลุ่ม ประกันสังคม ส่วนปีหน้ามีแผนจะทำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ เวลาทำงานไม่กำหนด (flexible time) เพราะเน้นที่ผลลัพธ์ มีเลี้ยงข้าวเที่ยงทุกวันและเย็นเป็นบางวัน นอกจากนี้ยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาตัวเองของพนักงาน อย่างคอร์สออนไลน์, เวิร์คช็อปหรือเทรนนิ่งต่างๆ ด้วย
ที่บริษัทมี Play Zone ทั้งเกมคอนโซลและบอร์ดเกม มีพาไปเอ้าติ้งทุกปีโดยปีนี้เป็นปีแรกที่ไปต่างประเทศและหลังจากนี้คุณนทบอกว่าจะพาไปต่างประเทศทุกปี


ส่วนของโบนัสนอกจากโบนัสประจำปีแล้ว ยังมีโบนัสพิเศษที่อิงจาก performance เพิ่มเติม โดยจะให้ในรูปแบบทั้งเงินและหุ้นด้วย
###อยากได้นักพัฒนาแบบไหน
อยากได้คนที่ proactive สามารถคิดเองทำเองและจบได้ด้วยตัวเอง มีภาวะผู้นำรวมถึงสามารถทำงานเป็นทีมได้ มีทัศนคติที่ดี เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย

###ที่ตั้งออฟฟิศ
ออฟฟิศ ChomCHOB ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 อาคารตั้งฮั่วปัก ในซอยสาทร 10 ห่างจากรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีช่องนนทรีราว 10 นาที

###เสียงสะท้อนจากพนักงาน

คุณอธิษฐ์ ศรอารา
ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ตำแหน่ง Software Engineer (Android), UX Designer
- ทำที่นี่มาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ที่เลือกเพราะสนใจไอเดียของทีมผู้ก่อตั้ง
- ชอบรูปแบบการทำงานที่อิสระ ได้คิดได้ลงมือทำเอง ถ้ามีไอเดียแค่ไปบอกกล่าว หรือทำไปก่อนแล้วค่อยบอกก็ได้
- ประทับใจบรรยากาศในออฟฟิศและเพื่อนร่วมงาน ที่มีความเป็นครอบครัว อบอุ่นและสนุก
- คนที่จะเหมาะกับการทำที่นี่ ต้องชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ชอบอิสระในการทำงาน

คุณจรัญชัย ทองคำ
ปรัญญาตรี สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ตำแหน่ง Software Engineer (Front-End)
- เพื่อนชวนมาทำงานที่นี่ตั้งแต่เปิดบริษัทแรกๆ ที่เลือกทำเพราะเห็นว่าไอเดียน่าจะทำได้จริง
- ชอบในกระบวนการทำงานที่รวบรัด เร็ว เวลาคุยงานกันคือทุกคนต่างมีไอเดียแล้วจะมาช่วยกันพรูฟ ช่วยกันระดมสมอง หาโซลูชันที่ดีที่สุด
- ทุกคนต่างมองเพื่อนร่วมงานเป็นคนระดับเดียวกัน เลยรับฟังความเห็นและสามารถเสนอความคิดเห็นได้ตลอดเวลา
- Quote ที่ทุกคนมักยึดถือและถูกยกมาพูดบ่อยคือ “no stupid question” ไม่ใช่ว่าห้ามถามคำถามโง่ๆ แต่คือไม่มีคำถามไหนโง่ หากสงสัยหรือมีปัญหา ไม่ต้องเขิน ถามหรือแสดงออกออกมาได้เลย
- บรรยากาศเหมือนนั่งทำงานกับเพื่อน
- คนที่เหมาะจะทำที่นี่ต้องมีทัศนคติที่อยากเติบโต (growth mindset) อยากพัฒนาตัวเอง เพราะคนในทีมจะชอบหาอะไรใหม่ๆ มาพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

คุณนรุตม์ ชัยวงศ์โรจน์
ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Software Engineer (Front-End, iOS)
- เพื่อนชวนมาทำงานตั้งแต่เปิดบริษัทเหมือนกัน เพราะอยากทำสตาร์ทอัพอยู่แล้ว และเห็นว่าตัวผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจ และเป็นไปได้จริง
- ทุกโปรเจ็คได้เริ่มเองจากศูนย์ ได้ออกไอเดีย ได้คิดกระบวนการทำงาน ไม่ใช่แค่เขียนโค้ดแล้วจบ
- ทุกคนทำงานกันแบบ flexible พร้อมและยินดีช่วยแก้ปัญหาของเพื่อนร่วมงานอีกคน ที่อาจจะยังไม่ถึงออฟฟิศหรือไม่สะดวก
- เวลามีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ทุกคนจะพร้อมเป็นที่ปรึกษาหรือยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
- คนที่เหมาะกับที่นี่คือต้องจริงจังกับงานและรับผิดชอบ แต่ก็ต้องเข้าสังคมเป็นด้วย เพราะบรรยากาศการทำงานที่นี่จะเฮอา สนุกสนานกันได้ตลอดเวลา

คุณสิทธิพงศ์ ศรีไพศาลมงคล
ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Software Engineer (Back-End)
- เพื่อนชวนมาเพราะเคยทำที่เดียวกัน เลือกเพราะอยากทำสตาร์ทอัพ เห็นว่าน่าจะได้ทำอะไรเยอะ ประกอบกับไอเดียของผู้ก่อตั้งน่าสนใจ
- กระบวนการทำงานไม่เยอะ ไม่ซ้ำซ้อน ทุกคนในทีมเปิดรับซึ่งกันและกันในการพูดคุยและตัดสินใจ
- รู้สึกเหมือนเป็นอีกครอบครัว มีปัญหาแล้วจะช่วยๆ กัน เวลาเดือดร้อนเรื่องส่วนตัวก็มีคนช่วยมีคนให้คำปรึกษา
- คนที่เหมาะจะทำที่นี่อาจเป็นคนสบายๆ ได้ ไม่เครียด แต่ต้องมีความรับผิดชอบ กระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม เพราะที่นี่วัดกันแค่ performance และผลงานเท่านั้น ระหว่างทางต้องจัดการและรับผิดชอบตัวเองทั้งหมด