Special Report

note: วันนี้ผมมาร่วมงาน NBTC Public Forum ที่รับฟังความคาดหวังของภาคประชาสังคมต่อกสทช. ผมและ mk จึงร่างจดหมายเพื่อแสดงความคาดหวังของเราในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อแสดงต่อกสทช. ในงานนี้ครับ

ถึง กสทช. ทุกท่าน

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา บริการโทรคมนาคมมีความสำคัญต่อชีวิตประชาชนขึ้นอย่างมาก คนจำนวนมากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการเข้ามาของเทคโนโลยีโทรคมนาคม คนจำนวนมากมีชีวิตโดยต้องพึ่งพิงโทรคมนาคมเพื่อการดำรงค์ชีวิต ทั้งการอาชีพและการปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคมตามอัตภาพ

เป็นเรื่องน่ายินดีที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้กำหนดให้จัดตั้งสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) โดยที่ผ่านมาหน่วยงานแห่งนี้ก็ได้มีบทบาทในการเรียกร้องสิทธิผู้บริโภคในประเด็นต่างๆ เรื่อยมา

แต่ความเปลี่ยนแปลงของสังคมในช่วงหลัง โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อสิทธิของผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมของไทยเป็นวงกว้าง แม้สบท. และกสทช. จะออกมาแถลงการเตือนผู้บริโภคต่อเหตุการณ์เหล่านั้น แต่กลับไม่ได้ออกแสดงถึงเจตน์จำนงค์ที่จะยืนยันสิทธิแห่งผู้บริโภค การออกแถลงการณ์เตือนให้ผู้บริโภคต้องระวังตัวเองนั้นแม้จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้บริโภคแต่ในทางหนึ่งกลับเป็นการยอมรับให้ผู้บริโภคถูกกระทำ

ทีมงาน Blognone ขอเสนอสิทธิแห่งผู้บริโภค ที่หน่วยงานต่างๆ ทั้งกสทช. และสบท. ควรต้องยืนยันสิทธิเหล่านี้ให้กับผู้บริโภคทุกคน และเรียกร้องให้มีการสร้างกฏเกณฑ์เพื่อบังคับใช้ในการคุ้มครองสิทธิเหล่านี้ให้กับผู้บริโภคทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

  1. ผู้บริโภคพึงสามารถใช้งานตามปรกติสุขได้โดยไม่ต้องมีกังวล: กรณีคดีอากง SMS เป็นคดีที่สร้างความกังวลต่อผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก การเตือนให้ผู้บริโภคพกเครื่องไม่ห่างตัวไม่ใช่การใช้งานอย่างเป็นปรกติสุขโดยทั่วไป หากการใช้งานโดยทั่วไปมีความเป็นไปได้ที่การกระทำจากตัวเครื่อง กระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคต้องให้ความคุ้มครอง และเรียกร้องต่อสิทธิการใช้งานอย่างเป็นปรกติต่อไปโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ
  2. ผู้บริโภคมีสิทธิกำหนดขอบเขตการรับผิดชอบค่าใช้จ่าย: ปัญหาค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ผู้บริโภคคาดคิด ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตจากในประเทศ หรือการใช้งานจากต่างประเทศ สร้างปัญหาและเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่องตามประวัติของสบท. และในอนาคตก็คาดว่าจะมีปัญหาในรูปแบบอื่นๆ ในแนวทางเดียวกันอีก จากความซับซ้อนของระบบการคิดค่าบริการของบริการโทรคมนาคม ผู้บริโภคควรมีสิทธิกำหนดขอบเขตการรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง เช่นหากผู้บริโภคกำหนดความรับผิดชอบไว้ที่ 15,000 บาท เป็นหนัาที่ของผู้ให้บริการ ที่จะต้องไม่ปล่อยให้มีการใช้งานเกินกว่า 15,000 บาท โดยที่ผู้บริโภคยังไม่ได้รับแจ้งและมีการยินยอมเพิ่มขอบเขตความรับผิดชอบนี้ หากผู้ให้บริการให้บริการเกินกว่าขอบเขต ต้องถือเป็นความผิดของผู้ให้บริการและผู้บริโภคไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกิน
  3. ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะรับรู้เงื่อนไขและข้อจำกัดอย่างชัดเจน: เงื่อนไขของการใช้งานบริการต่างๆ ทางโทรคมนาคมนั้นมักมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนหลากหลาย หลายครั้งผู้ให้บริการเลือกที่จะนำข้อดีของบริการในเงื่อนไขหนึ่งๆ มาโฆษณาร่วมกับข้อดีในเงื่อนไขอื่นๆ ผู้บริโภคควรได้รับข้อมูลอย่างถูกต้อง และต้องมีการคุ้มครองให้ข้อความในโฆษณานั้นอยู่ภายในเงื่อนไขเดียวกัน เช่นโฆษณา "อินเทอร์เน็ตความเร็ว 7.2Mbps ไม่จำกัด" ที่จริงแล้วกลับเป็น "อินเทอร์เน็ตความเร็ว 7.2Mbps ในปริมาณ 5GB แรก และความเร็ว 512kbps ไม่จำกัด" หากการโฆษณาจำเป็นต้องรวบรัดเพื่อให้เหมาะกับพื้นที่โฆษณา ผู้บริโภคควรได้รับความคุ้มครองที่จะเห็นโฆษณาในเงื่อนไขเดียวกันเช่น "อินเทอร์เน็ต 7.2Mbps ปริมาณ 5GB" หรือ "อินเทอร์เน็ตไม่จำกัด 512kbps" โดยข้อความทั้งหมดต้องเด่นชัดในระดับเดียวกัน
  4. ผู้บริโภคต้องได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: บริการต่างๆ ทางด้านโทรคมนาคมนั้น เป็นผู้ให้บริการที่รับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ทั้งข้อมูลทั่วไปเข่น ข้อมูลที่อยู่อาศัย หมายเลขโทรศัพท์ ตลอดจนถึงข้อมูลการสื่อสารระหว่างกัน กสทช. ต้องให้ความคุ้มครองผู้บริโภคที่จะไม่ถูกนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งานอย่างไม่เป็นธรรม เช่นการส่งต่อข้อมูลไปยังบริษัทในเครือหรือคู่ค้าเพื่อใช้ส่งโฆษณา จนถึงการส่งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง
  5. ผู้บริโภคมีสิทธิในการเลือกประเภทบริการที่ต้องการใช้งาน: บริการโทรคมนาคมหลายประเภทในตอนนี้มักผูกติดกันหลายต่อหลายประเภทบริการ เช่นบริการเสียงเพลงรอสายที่ผูกมากับบริการโทรศัพท์, หรือบริการอินเทอร์เน็ต ขณะที่มันอำนวยความสะดวกให้คนจำนวนมากเข้าถึงบริการต่างๆ ได้โดยง่าย ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งกลับไม่ได้ใช้บริการเหล่านั้น และไม่ต้องการให้บริการเหล่านั้นมารบกวนการทำงานประจำวัน ผู้บริโภคพึงสิทธิในการตัดบริการใดๆ ออกจากการรับบริการ เช่น บริการโทรศัพท์, บริการ SMS, บริการข่าวสาร, บริการโทรระยะไกล, หรือบริการอื่นๆ ผู้บริโภคทุกคนพึงมีสิทธิในการเลือกรับหรือไม่รับบริการเหล่านี้ตามความต้องการของตนเอง เช่น ผู้ใช้บางรายที่ต้องการใช้งานเฉพาะการโทรศัพท์ พึงมีสิทธิที่จะตัดบริการอื่นออกทั้งหมดเพื่อไม่ให้มีความกังวลกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

ทีมงาน Blognone เชื่อว่าการคุ้มครองผู้บริโภคในสิทธิที่เสนอมาเหล่านี้จะทำให้ปัญหาร้องเรียนต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับกสทช. และสบท. น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว จากการคุ้มครองสิทธิอย่างสมเหตุผลให้กับผู้บริโภคก่อนที่จะเกิดกรณีพิพาทระหว่างผู้บริโภคกับผู้ให้บริการ ผู้บริโภคจะสามารถมั่นใจที่จะใช้บริการต่างๆ และสามารถวางใจที่จะใช้บริการโทรคมนาคมได้สืบไป

เราหวังว่ากสทช., สบท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะรับพิจารณาข้อเสนอนี้ และมีการดำเนินการให้ออกมาเป็นข้อบังคับในส่วนที่อยู่ในอำนาจกสทช. และข้อเรียกร้องหรือการดำเนินการอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือไปจากอำนาจของกสทช. เพื่อให้มีผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองตามที่สมควรได้รับต่อไป

วสันต์ ลิ่วลมไพศาล

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์

ผู้ดูแลเว็บไซต์ Blognone.com

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

"แต่ความเปลี่ยนแปลงของสังคมในช่วงหลัก" = ในช่วงหลังหรือป่าวครับ

ปล.โดนใจข้อ 3 ครับ ส่วนดีๆ ลงประกาศซะตัวใหญ่เวอร์ ส่วนเสียหมกเม็ดทำเป็น * เล็กๆ แถมหลบอยู่ข้างล่างอีก

ใช่ครับ ข้อ 3 ถูกใจสุดๆ ถึงมันจะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด แต่ช่วยทำให้มันดีกว่านี้หน่อยครับ
จะได้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค

เห็นด้วยทุกประการกับจดหมายฉบับนี้ครับ ผมเองก็คิดว่าการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคนั้นหละหลวมมาก โดยเฉพาะในภาคโทรคมนาคมซึ่งนับวันจะมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กลไกการคุ้มครองสิทธิฯ ตรงนี้กลับตามไม่ทัน เงื่อนไขซ่อนเร้นของผู้ประกอบการก็ไม่ได้รับการจัดการอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ผู้บริโภคเสียผลประโยชน์

ศรวิษ เสียงแจ้ว

nunt Fri, 23/12/2011 - 16:20

ชอบข้อ 2 กับ 5 มากครับ
ผมเคยโดนสมัครรับ sms เองด้วย
http://inunt.blogspot.com/2010/10/blog-post_1883.html

คนจำนวนมากมีชีวิตโดยต้องพึ่งพิงโทรคมนาคมเพื่อการดำรงค์ชีวิต

ดำรงค์ชีวิต => ดำรงชีวิต

แต่กลับไม่ได้ออกแสดงถึงเจตน์จำนงค์ที่จะยืนยันสิทธิแห่งผู้บริโภค

เจตน์จำนงค์ => เจตจำนง

jack8855 Fri, 23/12/2011 - 17:27

ข้อ 3 จิงครับทุกวันนี้ทุกค่ายกั๊กได้ทุเรศมาก...ข้อ4 นี่ใช่เลยครับ เบื่อสัญญาผูกมัดแบบมักมือชกเดิมๆมาก

"ข้อมูลเหล่านี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ โดยมิต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า" << -*- มีทุกสัญญา เบื่อมันมาก

เห็นด้วยทุกข้อ โดยเฉพาะข้อ 4

ชอบมีโฆษณามากวนใจ เป็น sms ที่ไม่ได้สมัคร

หลังๆ ไม่ใช่ sms แล้ว เป็นข้อความที่ส่งแล้วต้องกดเพื่อให้ข้อความหายไป

กับโทรศัพท์บางรุ่น ข้อความประเภทนี้มัน bypass lock keyboard ได้ด้วย

narasak Fri, 23/12/2011 - 18:09

คุณ mk คุณ lew ทำข่าวเก็บประสบการณ์อีกซัก 10 ปี แล้วลงสมัคร ส.ส. นะครับ
ผมจะเลือกพวกคุณไปเป็นรัฐมนตรีของประเทศนี้อีก 1 เสียง

  • ข้อ 1 ไม่เห็นด้วยครับ
  • ข้อ 2 ผมใช้ AIS สามารถกำหนดค่าโทรได้ว่าจะกี่บาท หรือกำหนดเป็นช่วงวันก็ยังได้ เช่นไปต่างประเทศ 5 วันจำกัดไว้ที่ 20k พูดง่ายๆ คือมันเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว (คิดว่า DTAC กับ True ก็น่าจะมี)
  • ข้อ 3 เห็นด้วยครับ ถึงแม้จะเป็นความคิดแบบ idealism มากไปหน่อย แต่ผู้ใช้งานได้ผลประโยชน์
  • ข้อ 5 ก็มีอยู่แล้วครับ ผมเคยใช้ DTAC และ AIS ถ้าไม่ต้องการใช้อินเตอร์เน็ตก็โทรไป call center หรือกดเบอร์อะไรแล้วโทรออกนี่แหละ (ผมจำไม่ได้) มันจะตัดสัญญาณให้เลยโดยไม่ต้องปิดเครื่อง (ตัว e จะหายไปจากหน้าจอ) แต่ถ้าปิดแล้วเปิดขอใช้อินเตอร์เน็ตต้องปิดแล้วเปิดใหม่ โทรออกต่างประเทศโดยปกติถูกปิดไว้อยู่แล้วครับ ถ้าอยากใช้ต้องโทรไปขอใช้บริการเอง

(ข้อ 2) มีอยู่ แต่มีปัญหากับกรณี roaming ครับ ซึ่งเป็นปัญหาทางเทคนิคของผู้ให้บริการ ซึ่งผู้บริโภคไม่รับรู้และไม่สามารถแก้ไขได้ จึงไม่ควรเป็นความรับผิดชอบของผู้บริโภค

จากหัวข้อข่าวเขียนไว้ว่าโรมมิ่งอันลิมิท การเปิดโรมมิ่งแบบนี้คือการเปิดแบบไม่จำกัดค่าโทรครับ

ถ้าผู้ใช้ต้องการจำกัดค่าใช้บริการก็บอก call center ตอนเปิดโรมมิ่งว่าต้องการจำกัดค่าใช้บริการที่ 5,000 บาท (ตัวเลขสมมติ) เราก็สามารถใช้ได้ถึง 5,000 บาทครับ พอครบ 5,000 บาทเราจะโทรออกรับสาย ส่งข้อความไม่ได้ ถ้าอยากเพิ่มวงเงินก็โทรขอเพิ่มวงเงินได้ครับ :)

ผมไม่ได้เข้าไปอ่านเนื้อข่าวตอนตอบด้านบนเลยทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเค้าสมัครแบบไม่จำกัดค่าบริการ พอไปอ่านแล้วเข้าใจว่าเป็นการสมัคร internet unlimited

ทีนี้กลับมาที่ internet unlimited แบบเลือกประเทศ ถ้าใครเคยใช้งานจะรู้ว่าเราต้องเลือกเครือข่ายที่ใช้งานด้วย เช่น สมัครบริการ internet unlimited ที่ประเทศอังกฤษ เครือข่าย ABC

สมมติคุณ lew สมัครบริการ internet unlimited ที่ประเทศอังกฤษของเครือข่าย ABC แต่คุณไปใช้บริการ internet ผ่านเครือข่าย DEF คุณก็ต้องจ่ายเงินค่าบริเพิ่มไปต่างหากเพราะคุณไม่ได้สมัครบริการของเครือข่าย DEF ไว้ครับ ตรงนี้คิดว่าคงเข้าใจ :)

ถ้าคุณ lew ไม่รู้วิธีการเลือกใช้งานเครือข่าย คุณก็สามารถให้พนักงานสอนให้ได้อีกเช่นกัน

นอกจากนี้ถ้าคุณ lew ยังกังวลว่าใครจะเอามือถือคุณ lew ไปเล่นอินเตอร์เน็ตของเครือข่ายอื่นๆ คุณ lew สามารถบอกพนักงานได้ด้วยว่าจำกัดวงเงินไว้ที่ 100 บาท ถ้ามีคนเอามือถือคุณ lew ไปเล่นคุณ lew จะเสียเงินมากที่สุดแค่ 100 บาท :D

หวังว่าคุณ lew จะรู้และเข้าใจใน "สิทธิ" ของตัวเองสำหรับเรื่องนี้นะครับ

ผมเจอหลายคนบนอินเตอร์เน็ต "อ่าน" ข่าวแล้วก็เชื่อเลยโดยไม่ได้"คิด"ว่ามันเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า เวลาผมเจอปัญหาแบบนี้ผมก็พยายามช่วยอธิบายเพื่อให้พวกเค้าเข้าใจมากขึ้น :)

ผมทราบครับว่าคุณไม่ได้อ่าน ผมถึงบอกให้คุณอ่าน และจากพฤติกรรมที่ผ่านๆ มาของคุณ ผมมองว่าคุณควรเรียนรู้ที่จะอ่านก่อนแสดงความเห็นนะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะชวนให้บทสนทนาเป็นอย่างนี้ร่ำไป

ปัญหาในรายละเอียดนั่นเรื่องหนึ่ง แต่ที่ผมเรีียกร้องให้สิทธิการจำกัดวงเงินมีสภาพบังคับ ผู้ให้บริการไม่สามารถอ้างข้อจำกัดของตัวเองว่าตัดเงินไม่ทัน ทำให้สามารถให้บริการเกินวงเงินได้

การเรียกร้องวงเงินจำกัด ไม่จำกัดเฉพาะกรณีนี้ครับ ถ้าผมลงชื่อสัญญาใช้งานไว้ 500 บาทต่อเดือน แล้วญาติผมเอาเครื่องไปเล่น สมัคร ring tone, ดาวน์โหลดเพลง, เปิด roaming ฯลฯ ก็ต้องจำกัดความรับผิดชอบของผมเช่นกัน

มันเป็นการเรียกร้องสิทธิ ว่าผู้ให้บริการต้องมีช่องทางให้ ไม่ใช่เรื่องว่าบริการไหน ค่ายไหนจำกัดได้หรือไม่ ไม่ว่าผมจะใช้บริการค่ายไหนๆ ภายใต้ใบอนุญาตของกสทช. ผมเชื่อว่าผู้บริโภคควรได้รับสิทธิเช่นนี้ ผ่านกลไกบังคับของกสทช. ไม่ใช่ว่ามีช่องทางจากบางค่าย ในบางบริการ

คือผมไม่เข้าใจว่าคุณ lew จะเรียกร้องกับสิทธิที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่ออะไร เพราะการจำกัดวงเงินต่อเดือน เช่น 500 บาทต่อเดือนคุณก็สามารถทำได้อยู่แล้ว อยากจำกัดวงเงินเวลาเปิดโรมมิ่งคุณก็ทำได้อยู่แล้ว และทำได้ทุกค่ายในประเทศไทยครับ

ผมเห็นคนไม่รู้ผมก็อยากช่วย แต่ถ้ารู้ว่ามีสิทธินั้นอยู่แล้วแต่ดันทุรังจะเรียกร้องก็ถือว่าเป็นแนวทางของคุณ lew ครับ :D

ข้อ 5 ผมกำลังพูดถึงการ "รับประกันสิทธิ" ใน "บริการใดๆ" ครับ นั่นหมายถึงผู้ให้บริการต้องมีช่องทางให้ผู้บริโภคเลือก ไม่รับบริการได้ทุกตัว โดยขอรับบริการอย่างน้อยเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

ถ้าผมมีเบอร์อยู่แล้ว อยากใช้รับ voice อย่างเดียว โดยไม่รับ SMS ก็ต้องทำได้ ไม่รับ internet ก็ต้องทำได้ ไม่รับบริการ payment ก็ต้องทำได้ ฯลฯ

มันไม่ใช่เรื่องของการ "ใจดี" ว่าผู้ให้บริการไหนจะให้เปิดอันไหน ปิดอันไหนได้ แต่ผมมองว่ามันเป็นสิทธิที่จะเลือกเปิดปิดบริการใดๆ

เท่าที่อ่านดูผมคิดว่าคุณ lew คงไม่รู้สิทธิของตัวเองแน่เลย

  • ถ้าคุณ lew ไม่ต้องการใช้งาน internet คุณ lew สามารถโทรไปที่ call center แล้วบอกว่าไม่ต้องการใช้งาน internet ทางผู้ให้บริการก็จะทำให้โดยไม่ปล่อยสัญญาณ internet เข้ามาที่เบอร์โทรของคุณ lew
  • เรื่องบริการ payment ถ้าคุณ lew ไม่ต้องการใช้บริการ คุณ lew ก็ไม่ต้องสมัครครับ คุณ lew มีสิทธิที่จะสมัครใช้บริการหรือไม่ก็ได้

ส่วนการใช้งานแบบอื่นๆ เช่น ซื้อซิมมาโทรอย่างเดียว ไม่อยากรับส่ง sms เท่าที่ผมทราบทำไม่ได้เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันไม่รองรับครับ (พูดถึงเฉพาะที่ไทยและอเมริกานะครับ ประเทศอื่นอาจจะใช้เทคโนโลยีคนละตัว และสามารถทำได้) แต่ถ้าหมายถึง sms โฆษณาสามารถโทรไปปิดบริการได้เช่นกัน

ย้ำอีกครั้งครับว่าคุณ lew มีสิทธิทุกอย่างที่คุณเรียกร้องในข้อ 5 (ถ้าเทคโนโลยีรองรับ) เพียงแค่คุณไม่รู้เท่านั้นเอง

(ตามความรู้เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว) เทคโนโลยีปัจจุบันไม่สามารถ disable sms แบบระบุเบอร์ต้นทางได้ ถ้า disable คือ disable ทั้งหมด ไม่รับจากเพื่อนและระบบเลย ซึ่งพอมันรับ sms จากระบบไม่ได้มันจะเกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น การ reset password เข้าใช้บริการออนไลน์, ไม่ได้รับ sms ตอบกลับเวลาเราใช้สิทธิพิเศษต่างๆ ไม่ได้รับ sms เงินคงเหลือในมือถือหรือค่าบริการค้างชำระ ฯลฯ

cavaji Sat, 24/12/2011 - 17:34

เห็นด้วย (ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว..) ให้มันได้จิงๆจังๆ

ผมไม่เห็นด้วยกับ "คนจำนวนมากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการเข้ามาของเทคโนโลยีโทรคมนาคม"
ผมรู้สึกว่าชิวิตมันวุ่นวายมากขึ้น

อยากให้องค์กรใดๆ หรือใครก็ได้ช่วยทำให้มันใช้งานได้งายๆ เหมือนการใช้ไฟฟ้าได้หรือเปล่าครับ
ไม่มีรายเดือน ไม่มีระยะเวลาจำกัดว่าต้องใข้ในเวลาเท่านี้เท่านั้น เท่านี้

มือถือแพงแล้วค่าบริการยังแพงอีก

แจก Internet ฟรีทั่วประเทศ โทรหากันผ่าน Wi-Fi

หรือทำให้ PC + Internet โทรหา 2G หรือ 3G ได้ในราคาต่ำ
ผมคิดว่านี้คือสื่งที่ข้าม 4G ไปมากกว่าที่เราๆท่านๆ จะวิ่งตามนายทุนครับ

ขอบคุณครับ

ไม่เห็นด้วยกับข้อหนึ่งครับ ยังแคลงใจเรื่องการแก้ต่างของอากง กับ ทนายอยู่ (เอามือถือไปซ่อมที่ไหน บอกจำไม่ได้, เอาวิกิมาใช้อ้างอิง) มันเหมือนเป็นการจุดประเด็นเพื่อแก้กฎหมายหมิ่นมากกว่า

ส่วน 2-5 เห็นด้วยตามนั้นครับ

อันนี้ชี้แจงสักหน่อยว่า ผมใส่ข้อ 1 เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อจดหมายข่าวของกสทช. ที่ออกมาบอกให้ประชาชนไม่วางโทรศัพท์ไว้ห่างตัวนะครับ

คดีจะเป็นอย่างไรอีกเรื่องหนึ่ง แต่กสทช. ควรพยายามทำให้ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างเป็นปรกติสุขอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่มาบอกว่าถ้าจะใช้ก็อย่าเอาเครื่องทิ้งไว้ห่างตัว

ส่วนตัวผมยังใช้ชีวิตปรกติสุขดี ไม่ได้รู้สึกว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับเนื่องจากคดีของอากง น่าเห็นใจคุณ lew กับคุณ mk นะครับ ที่คดีอากงมีผลกระทบต่อจิตใจอย่างมากและทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปรกติสุขได้ :)

คุณ lew มีวิธีการแก้ปัญหาแนะนำสำหรับกรณีนี้หรือเปล่าครับ เผื่อทาง กสทช. ได้อ่านแล้วจะได้แนวคิดและวิธีการแก้ปัญหาที่ดีขึ้นครับ

ผมไม่คิดว่าคุณปรกติสุขดีครับ ผมเห็นคุณพยายามอย่างมากเพื่อจะแสดงให้เห็นว่าคดีนี้ไม่ได้สร้างมาตรฐานอะไรที่มีปัญหา คุณก็กำลังกลัวอะไรบางอย่าง แค่คนละอย่างกับที่ผมกลัวเท่านั้นล่ะครับ

แนวทางมีครับ เคยคุยกับคนทำงานข้างในอยู่บ้าง เมื่อตกผลึกแล้วคงออกมาเป็นบทความแถวๆ นี้ล่ะครับ ของพวกนี้ตอนอ่านดูง่าย แต่ตอนเขียนจริงๆ ใช้เวลาพอสมควรครับ มีใส่เข้าตัดออกกันหลายรอบ

คุณลิ่วจะคิดว่าผมกลัวหรืออะไรก็ได้ครับ เพราะโดยพื้นฐานแนวคิดของผมต่างกับคุณ lew อยู่แล้ว :)

ผมขอแนะนำว่าถ้าจะเขียนบทความใหม่ๆ หรือจดหมายเปิดผนึกอะไรก็ตาม คุณ lew และคุณ mk ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนว่าคุณ lew และคุณ mk ขาดความรู้ในสิ่งที่ตัวเองพยายามเรียกร้องและไม่ได้ศึกษาข้อมูลก็คือจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้นี่แหละครับ คุณ lew และคุณ mk เรียกร้องในสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดวงเงินค่าโทรในข้อ 2 หรือการปิดการใช้บริการอินเตอร์เน็ต ปิดการใช้งานโทรออก-รับสายจากต่างประเทศในข้อ 5

ผมจะรออ่านบทความอันใหม่ของคุณลิ่วครับ

อ่านแค่ผ่านๆ ยังไงครับ? ผมอ่านบทความนี้อีกรอบก็ยังเข้าใจว่าคนเขียนทั้งสองคนพยายามเรียกร้องสิ่งที่มีอยู่แล้ว ตรงไหนที่ผมเข้าใจผิด แนะนำได้เลยครับ ถ้าผมเข้าใจผิดจริงแล้วคุณแนะนำผมจะได้เข้าใจมุมมองของคุณด้วย :)

ถ้าคุณไม่กลัวอะไรเลย คุณคงไม่ต้องพยายามออกมาบอกคนอื่นว่า คุณไม่มีปัญหา คุณใช้ชีวิตสงบสุข ณ เวลาที่คนอื่นกำลังบอกว่าสิ่งนี้คือปัญหา

คุณกลัวว่าสิทธิเสรีภาพของคนอื่น จะมาทำลายหลักการหรือจุดยืน หรือฐานคิดบางอย่างที่คุณเชื่อมั่น

และการที่คนอื่นออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ มันก็จุดกระแสมาจากคดีอากง นี่คือสิ่งที่เป็นลูกโซ่ ว่า A ทำให้เกิด B และ B อาจจะทำให้เกิด C ที่คุณกลัว คุณจึงต้องรี่ออกมาโวยวายตลอดเวลาว่า "ผมไม่เห็นมีปัญหา พวกคุณคิดไปเอง กลับไปอยู่สงบๆซะ" ในขณะที่คนอื่นเห็นปัญหา

ถ้าคุณไม่กลัวอะไรเลย ก็คงปล่อยผ่าน ไม่สนใจ ไม่พูดอะไรเลย เพราะไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณ

นี่คือสิ่งที่ผมถอดความได้จากข้อความคุณลิ่ว (และส่วนตัว ผมเห็นด้วย)

โดยปกติ ผมจะอ่านเว็บนี้อยู่เงียบๆ ไม่ค่อยอยากแสดงตัว
แต่หลังจากอ่านความเห็นของคุณ qute ทำให้ผมรู้สึกค่อนข้างกังวล
ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงเหตุผลที่ว่าทำไมคดีอากงจึงเป็นข้อกังวลใจของนักเทคนิคนักหนา
ถึงขั้นนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว ถ้าเราตัดเรื่องตัว"อากง"ออกไป ไม่สนว่าอากงแกจะสีอะไร
พิจารณาเฉพาะข้อมูลทางเทคนิคที่อ้างอิงในการตัดสินนั้น เพราะผมเห็นว่าหลักฐานที่ใช้นั้นปลอมแปลงได้
ถ้าผมไม่ค่อยชอบคุณ qute อย่างหนัก แล้ววันหนึ่งคิดอุตริขึ้นมา
ผมอาจจะปลอมแปลง IMEI ของคุณ qute
แล้วส่งข้อความไปในทางเสียๆหายๆ ให้กับคนที่ปักใจว่าคุณ qute จงเกลียดจงชัง
แล้ว เค้าไปตรวจสอบข้อมูลการใช้งานเครือข่าย ยืนยันว่า IMEI นี้คุณ qute แน่นอน
ซึ่ง ณ ตรงนี้ เรารู้อยู่แก่ใจกันดีว่ามันปลอมแปลงได้
ตามที่ผมเข้าใจแล้ว สิ่งที่คุณ lew ต้องการจะสื่อคือ
แล้วอะไรคือสิ่งที่ กสทช. จะมีมาตรการมาป้องกันไม่ให้กรณี อากง ซ้ำรอยขึ้นมาอีก
ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการพิสูจน์ทางเทคนิคที่มีข้อมูลมากกว่านี้
หรือ แม้แต่การเปลี่ยน IMEI /ปลอมแปลง IMEI ที่ทำกันเกลื่อนทั่วไปตามห้าง นั้นถือว่าเป็นการกระทำผิด หรือไม่
เพราะ ถ้ามีคนมาใช้เลข IMEI ของคุณที่อาจจะถือเป็นสินทรัพย์ของคุณ โดยที่คุณไม่รู้ได้นั้น มันไม่น่าจะถูกนะครับ
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเฉพาะความเห็นส่วนตัวนะครับ อย่าถือโทษโกรธกัน คิดซะว่า แลกเปี่ยนความคิดเห็นนะครับ

เรื่องอากงถ้าเค้าเรียกร้องเรื่องการพิสูจน์หลักฐานในกระบวนการยุติธรรมดาผมก็ว่าดีครับ

แต่ส่วนใหญ่เท่าที่ผมเห็นจะมุ่งไปที่ประเด็นเรื่องเสรีภาพเพื่อยกเลิกกฎหมายหมิ่นซะมากกว่า อย่างเช่น คห. ของคุณ Thaina ข้างบน เป็นต้น

ถ้าคดีอากงเกิดจากการปลอม IMEI ใส่ร้ายอากงจริง ผมก็มองว่ามันคงเป็นการทำเพื่อจุดกระแสยกเลิกกฎหมายหมิ่นมากกว่า ไม่งั้นจะทำไปเพื่ออะไร

ข้อหนึ่งเห็นด้วยที่หัวข้อแต่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา ก็เขาผิดนี่หว่า จะต้องให้คนทำผิดใช้งานได้ไม่มีกังวลทำไม.... (มุขอีมี่ปลอมแปลงได้ สาม สอง หนึ่ง)

ปล. ถ้าเชื่อว่าสิ่งที่ทำนี่ดีจริงๆแล้วส่วนใหญ่เขาไม่อายที่จะบอกจุดประสงค์ตรงหรอกครับ มีแต่พวกชั่วๆนี่แหละที่พยายามตีพุ่มไม้ไม่ยอมเข้าประเด็น....

ผมว่าบทความนี้ก็แค่เอาคำร้องเรียนผู้บริโภคมาเรียนเรียงให้สละสรวยอ่านเข้าใจง่าย ซึ่งโดยรวมๆแล้วทาง providerก็ทำแล้ว(คู่แข่งมันเพียบนี่) ทาง สคบ.ก็ทำแล้ว(บ้าง)บล็อกนี้มี it expert มากมายน่าจะนำเสนอการคุ้มครองโดยอิงเทคนิคที่ยังคงมีแฝงมากมาย(เช่น number portability ทำไมเสียค่าใช้จ่ายเยาะจัง หรือNGOที่ไม่รู้เรื่องIT ยังคิดได้เรื่องการยึดเงินในระบบเติมเงิน) เราน่าจะหาข้อมูลสนับสนุนด้านเทคนิคให้เขาอ้างอิง ดีกว่าเอาซีรีย์ดรามา มาอ้างอิง