คิดว่าการทำ beta version สำหรับ app ดีไหมครับ คือที่บริษัทผมเป็นบริษัทเล็กๆ เจ้าของอยากทำ app จัดการร้านอาหาร(ประเภทสั่ง เช็คบิล ออกรายงาน) บน android ที่นี้บน google play สร้างกลุ่มทดสอบเป็น beta หรือ alpha ก่อนที่จะปล่อยออกไปได้ (บริษัทผมไม่มี tester นะ programmer ทำเองหมดเลย) ผมก็คิดว่าจะทำ beta version สำหรับให้ test กันในบริษัท แต่พอคุยกับคนในบริษัท เค้ากลับคิดว่าควรปล่อยเป็น version ปกติไปเลย มา test กันในกลุ่มแคบๆ ก็ไม่รู้อยู่ดีว่ามันเป็นยังไง ให้user feedback กลับมาดีกว่า แต่จากแอพอันก่อนหน้า(จริงๆก็เป็นอันเดียวกันแหละ แต่ตอนนั้นเพิ่งเริ่มหัดทำ ไม่ได้เก็บ keystore ไว้ เลยต้องแยกมาเป็นอีกอันนึง) มีคนเข้ามาโหลด ไม่มีใครมาcomment สักคน แล้วคนที่โหลดเราไป เราก็ไม่ได้รู้ว่าเค้าใช้งานได้หรือป่าว มี error ไหม
ผมเลยอยากถามความเห็นน่ะครับว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับ beta version หรือมีใครทำแล้วมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ
ผมว่าถ้าไม่ได้เป็นแอพลึกลับทา
soginal Thu, 24/10/2013 - 22:50
ผมว่าถ้าไม่ได้เป็นแอพลึกลับทางการค้า หรือแอพที่มีโหลดต่อ server (เลยไม่พร้อมจะให้คนใช้เยอะๆ) ก็ปล่อยตามปกติก็ได้นะ ไม่จำเป็นต้องจำกัดวงทดสอบ แต่แปะป้ายเตือนไว้หน่อยว่า
VLC ใช่ไหม
wichate Fri, 25/10/2013 - 12:17
In reply to ผมว่าถ้าไม่ได้เป็นแอพลึกลับทา by soginal
VLC ใช่ไหม (อยากรู้ใครเป็นคนแปล)
devleop5 ครับ
itpcc Sat, 26/10/2013 - 23:12
In reply to VLC ใช่ไหม by wichate
devleop5 ครับ
1.ไม่มีใครมาcomment
naiaong Fri, 25/10/2013 - 08:42
1.ไม่มีใครมาcomment สักคน
ตรงกันข้าม ถ้า App เราทำมันน่าสนใจใช้ง่าย คนใช้รู้สึกว่าเป้นประโยชน์กับเขา ถ้า App มี Bug หรือ user รู้สึกแบบไหน ต้องการอะไรเขาจะ Comment หรือ Feedback มาเองครับเยอะด้วยครับ บางครั้งต้องตอบเขาไปว่าเราทำอะไรได้ทำไม่ได้ด้วยซ้ำครับ
2.แล้วคนที่โหลดเราไป เราก็ไม่ได้รู้ว่าเค้าใช้งานได้หรือป่าว มี error ไหม
3.ปล่อยเป็น version ปกติไปเลย มา test กันในกลุ่มแคบๆ ก็ไม่รู้อยู่ดีว่ามันเป็นยังไง ให้user feedback กลับมาดีกว่า
สุดท้าย
ออก version ที่ใช้งานได้แต่ยังไม่สมบูรณ์ดีกว่ารอออกตัวที่สมบูรณ์(ซึ่งก็ไม่รู้สมบูรณ์จริงไหม) มันอาจจะรู้สึกแปลกนะครับ ทำบ่อยๆจะชินครับ บริษัทเล็กมักจะทำแบบนี้กันครับเร็วกว่า จริงๆพวก Facebook Twiter ก็ทำแบบนี้ตอนเริ่มครับไปหาอ่านได้ครับ ยกตัวอย่างนะครับ
http://faceblog.in.th/2011/05/the-evolution-of-twitter-homepage-design/
นี่ขนาด Jack Dorsey เขารวยนะครับ :)
บริษัทใหญ่ที่ผมเคยทำมาด้วยเขาจะทำจนสมบูรณ์แล้วค่อยออกครับ เหตุผลงบเยอะครับเขาไม่ได้ออกเขาก็ไม่เจ๊งหรอกครับ
ปล. ผมเคยทำให้บริษัททั้งเล็กบ้างใหญ่ใหญ่บ้าง แชร์ประสบการณ์กันนะครับไม่รู้ถูกไหมนะครับ :)
ยาวไปหน่อย โชคดีครับ
ออกเวอร์ชั่นจริงไปเลยครับ
Similanblu Fri, 25/10/2013 - 10:19
ออกเวอร์ชั่นจริงไปเลยครับ ถ้าตลาดของคุณใหญ่พอ ต่อให้คนเขาใช้ Beta แล้วไม่พอใจ ยังไงพอดังแล้วก็มีลูกค้าคนอื่นอยู่ดี
เรื่อง feedback บนแอ็พ คนปกติเขาไม่ค่อยเรตหรือคอมเมนท์อยู่แล้วครับ มันพิมพ์ยาก เขาจะคอมเมนท์กันเฉพาะเวลาแอพเจ๊ง โวยวาย ด่า ดราม่าเท่านั้น
คุณสามารถดู feedback เบื้องต้นได้จาก active install (คนที่ยังไม่ Uninstall) ถ้าคนลงแอ็พคุณแล้วเอาออกเยอะ แสดงว่าอาจมีปัญหาอะไรสักอย่าง หรือแอ็พอาจไม่มีประโยชน์สำหรับเขาก็เป็นได้
แต่ถ้าอยากดูให้ละเอียดกว่านั้น ให้ลง google analytics ในแอ็พครับ (เวอร์ชั่นแอ็พนะ) แล้วคุณสามารถสร้าง event ตามต้องการได้เป็นราย activity เลย หรือเข้าเงื่อนไข if เมื่อไหร่ก็ให้มันส่งรายข้อมูลกลับให้เราเมื่อนั้น (อาจเปลืองแบตคนใช้หน่อย แต่เอาเถอะให้เขาแลกแบตแลกเน็ตกับแอพฟรีบ้าง) ทีนี้คุณก็วัดได้เลยว่า คนใช้หน้า activity ไหนบ้าง กดปุ่มไหนบ้าง ได้ข้อมูลวงกว้างกว่าทดสอบกันเองอีก
(แต่ระวังหน่อยนะ เวลาโพสต์ blognone แล้วคนแห่เข้าไปโหลด หลอกให้ดีใจ แต่ส่วนมากมักจะเอาออก อาจเป็นเพราะคนกลุ่มที่ตามข่าวเข้าไปโหลด อาจอยากรู้เฉยๆ ก็ได้ ไม่ได้กลุ่มลูกค้าคุณจริงๆ อย่าเพิ่งไปตกใจกับ bounce rate)