ตามข่าวในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์วันที่ 9/09/2554 มีสองประเด็นที่น่าสนใจ

  1. ต่อไปโรงเรียนชื่อดังที่ผู้ปกครองมีฐานะ สามารถเปิดทางให้โรงเรียนดังขึ้นค่าเรียนได้โดยไม่มีเพดานกำหนด เป็นการเริ่มต้นการแบ่งชนชั้นโรงเรียน/นักเรียน/ผู้ปกครอง ???

  2. หลักสูตรการศึกษาที่จัดทำแล้วบังคับสอนทั่วประเทศต่อไปจะไม่มีแล้ว โรงเรียนไหนอยากจะสอนแบบไหนไปคุยกับมหาวิทยาลัยที่ดูแลอยู่ แล้วทำหลักสูตรกันเองเลย เป็นการเริ่มการศึกษาแบบหลายมาตรฐาน??

ผมว่าคนมีลูกหลานวัยใกล้เข้าเรียนต้องสนใจอย่างยิ่ง

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=42&contentID=162405

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ก็ต้องหาเงินเยอะๆเพื่อส่งลูกหลานเข้า รร ดีๆแพง พอเด็กโตมากก็จะเกิดการเหยียดกันเองว่าแกจบ รร ไหนมา ความเท่าเทียมมันก็จะหายไปชัดเจนเลย นิสัยคนไทยส่วนมาก ชอบเล่นสี เล่นพรรคเล่นพวกกันอยู่แล้ว

เรื่องนี้มีส่วนจริงครับ .. ใครว่าแค่เฉพาะไปเข้าเรียน MBA เพื่อเข้าไปหา connection ไปด้วยเท่านั้น.. เค้าทำกันตั้งแต่ระดับประถมแล้วด้วยครับ .. ส่งลูกไปเรียนกับลูกคนรวย เผื่อจะได้รู้จักกันไว้

ทุกวันนี้เขาก็ทำกันได้อยู่แล้วนี่ครับ .. โรงเรียนดังๆ บางโรง ก็เก็บเงินนอกระบบก็มากหลายอยู่โดยเฉพาะตอนฝากเข้า.. แต่เอ.. คงอยากเก็บได้ทุกเทอมเลยละมั๊ง.. อีกแบบหนึ่งก็คือโรงเรียน inter ตามตัวเมืองใหญ่ๆ เขาก็เก็บค่าเทอมสำหรับเด็กประถมเทอมละเป็นแสนอยู่นะ

ข้อ 1 นี่จริงๆ ไม่เห็นด้วยนัก แต่ที่ผ่านมาระบบการชดเชยค่าเล่าเรียนมีปัญหามาก โรงเรียนดีๆ พาลจะอยู่ไม่ได้ และสุดท้ายโรงเรียนก็ต้องหาช่องทางลัดเลาะกันเก็บค่าใช้จ่ายบางอย่างอยู่ดี

ถ้าจะทำระบบประกันการศึกษา (ซึ่งผมเห็นด้วยว่าควรทำ) ต้องทำดีกว่าที่ผ่านมาครับ ไม่ใช่ไปบีบคอให้โรงเรียนรับเงินแบบจำกัดจำเขี่ยแล้วบอกเค้าให้อยู่ให้ได้

ข้อหนึ่งที่เราต้องยอมรับคือโรงเรียนของรัฐมีมาตรฐานไม่เท่ากััน การหลับหูหลับตาบอกว่าโรงเรียนไหนๆ ก็เหมือนกันแล้วให้งบประมาณเท่ากัน มันทำให้มีเงินในรูปแบบแปลกประหลาดขึ้นมา เพราะตัวพ่อแม่ก็ยินดีจ่ายให้โรงเรียนที่ดีกว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะบอกว่าเท่ากันแค่ไหน

ข้อ 2 นี่เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยทั่วไปแล้วหน่วยงานส่วนกลางควรกำหนดวิชาแกน (แบบแกนจริงๆ) ซึ่งไม่น่าจะถึงครึ่งของเวลาเรียนรวมเท่านั้น วิชาเรียนอื่นๆ ควรให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม รวมถึงเพิ่มความหลากหลายให้กับตัวเด็กในระดับสูงมากๆ การศึกษาควรเปิดกว้างให้ทั้งเด็กที่อยากมีแนวทางของตัวเอง อยากทำไร่ทำนาสามารถไปเรียนทำนาอย่างเป็นระบบแล้วเอามาเทียบหน่วยวิชา หรืออยากเป็นนักวิชาการแล้วไปนั่งเรียนในมหาวิทยาลัยบางวิชาแล้วเทียบหน่วยได้

ผมเห็นด้วยเรื่องการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดหลักสูตร การเรียนในสายสามัญโดยไม่คำนึงถึงสภาพความเป็นจริงของท้องถิ่นทำให้เด็กมองไม่เห็นความจำเป็นในการศึกษา รัฐบาลน่าจะเป็นตัวกำหนดขอบข่ายกว้างๆ แต่ให้ชุมชนและโรงเรียน รวมถึงตัวนักเรียนเอง ช่วยกันออกแบบหลักสูตรที่เป็นประโยชน์จริงๆ

ข้อ 2 ความเห็นท่าน lew น่าสนใจครับ ต่อไปเราอาจจะได้เห็นโรงเรียนที่มีจุดเด่นแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อย่างโรงเรียนในสุพรรณบุรีอาจจะมีชื่อด้านสร้างนักเกษตรกรรม ฯลฯ

นอกจากเรื่องการจัดการศึกษาให้มีหลักสูตรแตกต่างกัน ผมคิดว่าการที่ให้มหาวิทยาลัยมาดูแลหลักสูตรอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะให้ทุกมหาวิทยาลัยรับนักศึกษาตรงกันเองโดยไม่มีระบบสอบ Entrance อีกต่อไป แล้วให้สิทธิ์เด็กในโรงเรียนที่ดูแลอยู่ได้สอบโควต้าก่อน เพราะจะได้นักศึกษาที่มีพื้นฐานเหมาะสมกับหลักสูตรและแนวนโยบายการพัฒนาการศึกษาของตัวเองมากกว่า

ไม่ต้องห่วงเรื่อง แบ่งชนชั้น เพราะมันแบ่งอยู่แล้ว (หมายถึงโรงเรียนสำหรับเด็กมีตังค์กับเด็กที่ไม่มีตังค์)

ถ้าเปิดเสรีแป๊ะเจี๊ยะจริง ชนชั้นกลางนั่นแหละจะกระอัก

เพราะคนรวยจริงๆ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ส่วนคนจนก็ไม่เคยสนใจจะเรียนโรงเรียนดังๆ เท่าไหร่

แต่ชนชั้นกลางจะมีค่าแป๊ะเจี๊ยะเพิ่มขึ้น เพราะต้องแข่งกันประมูลที่นั่งอันจำกัด

ผมว่าน่าจะเลิก ศศ.บ. ที่เรียนกันทุกวันนี้ออกเหอะ แล้วเอาพวกที่เรียนแขนงตรงๆมาเรียนเอาวุฒิไปสอนเด็กจะดีกว่าเยอะ

เหตุผลก็ต้องขออ้างวิชาเลือกที่ผมไปเรียนกับ อ.คณะแนวนี้ล่ะ สอนเนื้อหาออกมาได้มั่วมาก ขัดกับเนื้อหาของสาขาวิชาคอมของผมอย่างแรง และสำหรับอ.บางคนที่จบสาขาอื่นแต่ไปต่อวุฒิครูก็สอนได้ดีมีประสิทธิภาพกว่าเยอะ

อุ๊บะอันตะอู้ Thu, 22/09/2011 - 15:10

สรุปว่าอยากให้ประเทศไทยเป็นคอมิวนิสหรือ ครับ ?

คนมันมีฐานะ มีโอกาส ทำบุญมาดี ขยันดี มันก็ได้เรียนที่ดีๆ ไม่เห็นจะแปลกเลย...

แต่พวกทำบุญมาไม่ดี กลับจะขี้โกงไปดึงให้เขาต้องมาทนกับระบบห่วยๆในฐานะของตัวเองด้วย.

ผมว่าไม่แฟร์เลย ทำไมคนหัวดี บุญดี ฐานะดี ต้องใช้หลักสูตรเดียวกับคนหัวไม่ดี บุญไม่ดี สันหลังยาว บารมีไม่ถึงด้วย.

ทุนก็มีเยอะแยะ ถ้าคุณตั้งใจเรียนจริง โรงเรียนแพงๆ มันก็ขอทุนได้... คนรวยใจดีก็มีเยอะแยะไป ...

ว่าแต่ลูกๆ เราๆ นั่นหน่ะ ขยันพอที่จะได้ทุนฟรีๆ หรือเปล่า ครับ ??? หรือมัวแต่เล่นเกมส์ไปวันๆเท่านั้นเอง ???

ทำไมขี้อิจฉา เห็นแก่ได้่ เห็นแก่ตัวกันขนาดนี้ ?

ปล บ้านผมก็จนนะ แต่ผมโพสต์แบบประชาธิปไตยอ่ะ, ผมไม่ชอบแบบเอียงๆ ไม่ชอบที่จะเห็นคนดีกว่าแล้วอิจฉา ไม่ชอบคนเห็นแก่ตัว.

บุญใครบุญมัน ทำบุญมาเท่าไหร่ ก็มีบุญอยู่เท่านั้น พยายามควักบุญมาใช้เท่าไหร่ ก็ใช้ไปเท่านั้น.

หัวใครหัวมัน ทำบุญด้านการเรียนมาเท่าไหร่ ก็มีบุญได้เรียนเท่านั้น แล้วจะพยายามควักบุญด้านเล่าเรียนมาพัฒนาเท่าไหร่ มันก็จะได้เท่าที่พยายาม.

แต่พยายามผิดๆ ประเภทถ่วงชาวบ้านอื่นๆ นี้ ขอเถอะ เสื่อมมากๆเลย ครับ.

เด็กที่ขี้เกียจเรียน มันจะสอบได้เหรอครับ โรงเรียนดังอัตราแข่งขัน สัดส่วนเท่าไรคุณรู้หรือเปล่า?

เรื่องทุนนี่พอมีข้อมูลไหมครับ หรือเดาเอาเอง คุณรู้หรือเปล่าว่าเค้ามีเกณฑ์ยังไง แจกให้เข้าไปเรียนฟรีๆ เลยหรือให้เป็นบางส่วน เด็กที่เรียนดีทุกคนจะได้ทุนหรือได้เป็นบางคน คนที่ขอไม่ได้ทำยังไง? ถ้าเด็กมีฐานะปานกลางไม่รวยขนาดจ่ายค่าเทอมละสามสี่หมื่นไม่ไหว แต่เรียนดีพอๆ กันหรือดีกว่าเด็กบ้านรวยมากๆ ในโรงเรียนดังมีเด็กอย่างนี้สามสี่พันคนคุณมีทุนให้สำหรับทุกคน?

วิธีคิดว่าใครรวยก็ได้สิทธิ์เรียนที่ดีกว่า ใครจนก็เรียนโรงเรียนที่ด้อยกว่าตามลำดับ ในความคิดคุณนี่คือประชาธิปไตยแล้ว?

คุณสนับสนุนเรื่องการขอทุนการศึกษา ที่จริงเรื่องทุนการศึกษานี่มันก็สนับสนุนโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาให้ทั่วถึงอยู่แล้ว ถ้าหากคิดว่าใครมีบุญเท่าไรก็เรียนไปตามที่มี จะมีทุนการศึกษาไปเพื่อ?

บ้านผมก็จน

แต่ผมตั้งใจเรียน หาโอกาสสอบ ผมก็สอบได้โรงเรียนดีๆ

ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร

แต่ยอมรับว่า ถ้ามีการแบ่งหลักสูตรต่างกันมากๆ ต่อไปประเทศอาจแตกเป็นเสี่ยงๆได้ ถ้าจัดการไม่ดีนะ

แต่ถ้ามาอธิบายแนวว่า ทุกคนต้องได้โอกาสเท่าเทียมกัน อันนี้รับไม่ได้จริงๆ มันผิดความเป็นจริง ความจริง คือ คนทุกคน มีความแตกต่าง แต่คนที่อยู่ใกล้ๆกัน ก็จะมีอะไรหลายอย่างร่วมกัน และยิ่งห่างก็ยิ่งต่างกัน

เช่น เกษตรกร ก็ต้องติดดินคล้ายๆกัน แต่เกหษตรกรเงาะ ก็ต่างจากเกษตรกรกล้วย และยิ่งเกษตรกรภาคเหนือ ยิ่งต่างจากเกษตรกรภาคใต้ ยิ่งคนละประเทศยิ่งแล้วใหญ่ ยิ่งคนละอาชีพยิ่งห่างไกล เช่น พวกพนักงานออฟฟิศ กับ ชาวนา หรือ ธุรกิจของพ่อแม่คนรวย กับคนจน ก็ต่างกัน เป็นต้น

เพราะคนทำบุญมาต่างกัน แล้วยังมีพฤติกรรม ความขยัน ความอดทนต่างกัน สภาพแวดล้อมต่างกันอีก ไม่มีทางที่หลักสูตรเดียวจะเหมาะสมำทุกที่แน่นอน

ที่ว่าต้องหลักสูตรเดียวกัน รวยต้องเท่ากับจน คนต้องเสมอกันนี่ ผมจึงรับไม่ได้เลยอ่ะ

ไอ้ที่เกษตรกรลดจำนวนลง ก็เพราะหลักสูตรเดียวกันนี่แหละ มันพาคนโง่ ไม่รู้จักดินดีๆที่มี น้ำดีๆที่อาบ ทุ่งหญ้า สายลมแสงแดดที่มี

ไอ้เราไม่มีอิจฉาแทบตาย ไอ้คนมีมันดันขายทิ้งไปเป็นขี้ข้า เช่าตึกเขาอาศัยอยู่

นั่นแหละ หลักสูตรทิ้งบ้านเกิดของเมืองไทย

นี้ตัวอย่างข้อดีข้อเสีย ที่ทำให้วิจาร เช่นนั้น ครับ.

(ขอโทษนะครับ หากใช้คำรุนแรงปลุกเร้าอารมณ์เกินไป ครับ)

ข้อ 1 นี่ผมเฉยๆ คิดว่าคงไม่มีผลอะไรมาก เพราะทุกวันนี้เรียนที่ดีๆ ก็ต้องจ่ายแพงกว่าอยู่แล้ว ใช่ว่าทุกที่เสียเท่ากันที่ไหน

ส่วนข้อ 2 นี่ผมว่าเข้าท่ามาก แต่ละโรงเรียนจะได้มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ผู้เรียนจะได้เลือกเรียนตามความสนใจได้ จะว่าไปก็มีหลายอย่างที่เราเรียนกันไปแล้วก็ไม่เคยได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ถ้าเน้นเฉพาะด้านที่สนใจจริงๆ น่าจะดีกว่า

ข้อ 2 นี่ผมว่าดีมากเลยนะ คือรัฐอาจจัด core มาตัวนึงว่าจบแล้วเด็กต้องรู้สิ่งนี่ๆ แล้วอาจจัดสอบวัดผลมาก็ได้ ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่โรงเรียน ต่อไปก็อาจมีโรงเรียนเฉพาะทางเช่น โรงเรียนหมอ โรงเรียนวิศวะ โรงเรียนศิลปะ ถ้าระบบนี้มัน work ผมก็อยากเห็นระบบต่อไปเป็นการสอบใบประกาศเฉพาะทางแบบที่ญี่ปุ่น (เมืองไทยก็มีแต่ของญี่ปุ่นมันยิบย่อยกว่ามาก) เช่นใบประกาศความรู้ด้านปุ๋ย ใบประกาศความรู้ด้านแหล่งท่องเที่ยว ใบประกาศความรู้ด้านการติดตั้งระบบไฟฟ้า ไรงี้ โดยมีจัดสอบโดยรัฐ จะได้เพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญทางสาขาอาชีพต่างๆมากขึ้น เพราะตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญทางสาขาอาชีพหลายๆคนมีรายได้น้อยกว่าความรู้มากๆ

จำได้ว่าสมัยม.ปลาย โรงเรียนผมเก็บค่าเล่าเรียนถูกมาก เทอมหนึ่งๆ ถ้าจำไม่ผิดประมาณสองพันกว่าบาท (โรงเรียนดังแถวสยาม) แต่ก็ทราบว่ามีช่องทางในการบริจาคเยอะอยู่ แต่ส่วนตัวไม่เคยไปเกี่ยวข้องกับระบบการบริจาคนั้น ซึ่งถ้านับเฉพาะกรณีผม (และเพื่อนๆอีกมาก) ถือว่าเรียนโรงเรียนดัง ในราคาถูกจริง ๆ

ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าให้ลอยตัวไปขนาดนั้น น่าจะเหลือที่ให้คนเก่ง แต่ขาดทุนทรัพย์บ้าง หรือไม่ก็แยกระบบกันเลย โรงเรียนไหนเก็บได้ หรือเก็บไม่ได้ หรือในโรงเรียนเดียวกัน เก็บได้กี่ % ของจำนวนนักเรียน