Thailand

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีความสนใจที่จะสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศไทย เพื่อที่จะรองรับการใช้งานบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด ในการเปิดใ้ห้ประชาชนใช้บริการ e-Services ต่าง ๆ ของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่เสียที โดยก่อนหน้านี้ผู้ที่ริเริ่มไอเดียบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดขึ้นมาก็คืออดีตนายกทักษิณ ชินวัตรนั่นเอง

นอกจากเรื่องการเปิดดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว รัฐบาลยังต้องการเริ่มโครงการทางด้าน ICT ต่าง ๆ อีกมากมาย ที่นอกเหนือไปจากนโยบายที่ได้เปิดเผยมาก่อนหน้านี้แล้วอย่างเช่น One Tablet Per Child (OTPC) หรือ Wi-Fi สาธารณะทั่วประเทศ​

ส่วนนาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมาตรีกระทรวงไอซีทีคนใหม่ ก็ได้รับหน้าที่ให้ "จัดการระบบการบริหารภายใน" ขององค์กรด้านการสื่อสารของรัฐ ซึ่งก็คือ CAT Telecom และ TOT และมีความเป็นไปได้สูง ว่า CAT Telecom จะเป็นองค์กรที่รับหน้าที่บริหารดาต้าเซ็นเตอร์ของรัฐบาลในอนาคต

ที่มา - Bangkok Post

Hiring! บริษัทที่น่าสนใจ

Carmen Software company cover
Carmen Software
Hotel Financial Solutions
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd. company cover
Next Innovation (Thailand) Co., Ltd.
We are web design with consulting & engineering services driven the future stronger and flexibility.
KKP Dime company cover
KKP Dime
KKP Dime บริษัทในเครือเกียรตินาคินภัทร
Kiatnakin Phatra Financial Group company cover
Kiatnakin Phatra Financial Group
Financial Service
Fastwork Technologies company cover
Fastwork Technologies
Fastwork.co เว็บไซต์ที่รวบรวม ฟรีแลนซ์ มืออาชีพจากหลากหลายสายงานไว้ในที่เดียวกัน
Thoughtworks Thailand company cover
Thoughtworks Thailand
Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่คว้า Great Place to Work 3 ปีซ้อน
Iron Software company cover
Iron Software
Iron Software is an American company providing a suite of .NET libraries by engineer for engineers.
CLEVERSE company cover
CLEVERSE
Cleverse is a Venture Builder. Our team builds several tech companies.
Nipa Cloud company cover
Nipa Cloud
#1 OpenStack cloud provider in Thailand with our own data center and software platform.
Bangmod Enterprise company cover
Bangmod Enterprise
The leader in Cloud Server and Hosting in Thailand.
CIMB THAI Bank company cover
CIMB THAI Bank
MOVING FORWARD WITH YOU - CIMB is the leading ASEAN Bank
Bangkok Bank company cover
Bangkok Bank
Bangkok Bank is one of Southeast Asia's largest regional banks, a market leader in business banking
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.) company cover
MuvMi (Urban Mobility Tech Co.,Ltd.)
Shape the future of urban mobility towards affordable, clean, and safe solutions
T.N. Digital Solution Co., Ltd. company cover
T.N. Digital Solution Co., Ltd.
TNDS has been involving in every first move of banking’s major digital transformation.
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group company cover
KBTG - KASIKORN Business-Technology Group
KBTG - "The Technology Company for Digital Business Innovation"
Siam Commercial Bank Public Company Limited company cover
Siam Commercial Bank Public Company Limited
"Let's start a brighter career future together"
Icon Framework co.,Ltd. company cover
Icon Framework co.,Ltd.
Global Standard Platform for Real Estate แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มาตรฐานระดับโลก
REFINITIV company cover
REFINITIV
The Financial and Risk business of Thomson Reuters is now Refinitiv
H LAB company cover
H LAB
Re-engineering healthcare systems through intelligent platforms and system design.
The Gang Technology Co., Ltd. company cover
The Gang Technology Co., Ltd.
We're a Digital Agency that helps our customers transform their business into digital with ease.
LTMH company cover
LTMH
LTMH มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยพันธมิตรของเราให้บรรลุเป้าหมาย
Seven Peaks company cover
Seven Peaks
We Drive Digital Transformation
Wisesight (Thailand) Co., Ltd. company cover
Wisesight (Thailand) Co., Ltd.
The Best Choice For Handling Social Media · High Expertise in Social Data · Most Advanced and Secure
MOLOG Tech company cover
MOLOG Tech
We are Modern Logistic Platform, Specialize in WMS, OMS and TMS.
Data Wow Co.,Ltd company cover
Data Wow Co.,Ltd
We enable our clients to realize increased productivity by solving their most complex issues by Data
LINE Company Thailand company cover
LINE Company Thailand
LINE, the world's hottest mobile messaging platform, offers free text and voice messaging + Call
LINE MAN Wongnai company cover
LINE MAN Wongnai
Join our journey to becoming No.1 food platform in Thailand

ทำไมถึงชอบทำ hardware ก่อน software น้า...

hardware พอถึงวันนึงมันก็หมดอายุ ถ้ามี hardware ไม่มี software มันก็ไม่ได้ใช้ กรณีนี้กว่าจะทำ Data Center เสร็จ กว่าจะเอาข้อมูลลงครบ ประชาชนทำบัตรใหม่รอบ 2 กันหมดแล้ว รอบแรกก็ทิ้งฟรีไป

คาดว่า Tablet น่าจะอีหรอบเดียวกัน

ผมคิดว่าเขาคงจะทำทั้งสองอย่างพร้อมกันละครับแต่โดน...ไปก่อนเลยไม่ได้ทำ
พอน้องสาวมาเป็นเลยได้มาทำใหม่

อย่าออกนอกประเด็นที่เป็นไอทีดีกว่าครับ เน้นเรื่องที่เกี่ยวกับหัวข้อกระทู้เป็นหลักดีกว่า

ช่วยหยุดได้ไหมครับ ผมรู้ว่าคุณไม่ได้เริ่ม แต่อย่าต่อได้ไหมครับ เราจะได้ไม่เข้าไปในประเด็นความขัดแย้งเรื่องการเมือง

ถ้าไม่ไปหยุดคนที่เริ่ม ก็อย่ามารอหยุดคนที่สวนดีกว่าครับ มันจะทำให้เกิดความรู้สึกว่า "คุณเข้าข้างใคร คนนึงพูดก่อนคุณไม่มาหยุด แปลว่าคุณเข้าข้างนั้นใช่มั้ย?"

ผมเกลียดการกระทำประเภท คนนึงต่อยก่อน อีกคนต่อยสวน แล้วมาสรุปว่าทะเลาะกัน ต้องลงโทษเท่ากัน อย่าง มาก

การกระทำของคุณยิ่งกว่านั้นอีก คือมาเล่นงานคนที่สวน ส่วนที่เริ่มก่อน คุณไม่ทำอะไรเลย

ถ้า 2 คนต่อยกันย่อมมีคนหนึ่งต่อยก่อนแล้วอีกคนหนึ่งค่อยต่อยสวนเสมอครับ ไม่มีทางที่จะต่อยพร้อมกันไปได้

อนึ่งถ้าไม่ลงโทษทั้ง 2 คนให้เท่ากันในข้อหาทะเลาะวิวาท (ซึ่งกฎหมายก็ระบุไว้แบบนี้) แล้วคุณคิดว่าควรลงโทษทั้ง 2 นี้อย่างไรครับ คนไหนมากกว่าน้อยกว่า?

ถ้าคุณบอกว่าควรลงโทษคนต่อยก่อนมากกว่า แล้วคนต่อยก่อนกลับบอกว่าที่ต่อยเพราะโดนดูถูกเหยียดหยามด้วยสีหน้าวาจาการกระทำก่อน คุณจะยังคิดว่าควรลงโทษคนที่ต่อยก่อนมากกว่าอยู่หรือเปล่า? หรือเปลี่ยนไปลงโทษคนที่ "หาเรื่อง" ก่อนมากกว่า

แล้วถ้าคนต่อยก่อนโกหกหรือวิตกจริตคิดมากไปเองทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไร คราวนี้จะลงโทษอย่างไร?

สรุปว่าใครผิดมากกว่ากันครับ?

คนที่ใช้กำลังก่อนผิดเสมอครับ

การที่คนอื่นยียวนกวนประสาทหรือดูหมิ่นเหยียดหยาม คุณมีวิธีปัญญาชนในการจัดการ ฟ้องหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือไม่ก็ตอบโต้ไปตามสมควร

หรือถ้าบรรลุไปแล้ว ก็คงไม่ตอบโต้อะไรทั้งนั้น

คุณพูดเหมือนไม่รู้จักกฏหมายป้องกันตัวงั้นแหละ ต่อให้ยิงคนตาย แต่ถ้าอีกฝ่ายจะใช้กำลังอาวุธประทุษร้ายก่อน คนยิงไม่ผิดนะครับ

ผมเห็นปกติที่ต้องมีกฏหมายทะเลาะวิวาท เพราะแต่ละฝ่ายก็โทษกันไปโทษกันมาว่าใครเริ่มก่อน หลักฐานก็ไม่มี พยานก็ไม่รู้เข้าข้างใครรึเปล่า ถึงต้องจับลงโทษเท่ากัน (ซึ่งจริงๆมันผิดมาก แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องทำแบบนี้)
หรือบางทีมันนัดกันมาอยู่แล้วว่าจะมาต่อยกัน อันนี้สิ ใครต่อยก่อนไม่สำคัญเพราะมันตั้งใจมาทะเลาะกัน

แต่กับคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อยู่ดีๆก็โดนชก แถมพอป้องกันตัวด้วยการสู้กลับ ดันต้องมาโดนโทษเท่ากัน แบบนี้ไม่ยุติธรรมครับ

กับเรื่องนี้ก็เหมือนกัน

สงสัยไม่ค่อยได้ดูฟุตบอลสินะครับ เวลาโดนเล่นหนักๆ หรือเล่นนอกเกมใส่ แล้วเราไปตอบโต้ก็โดนแดงเหมือนกันนะครับ

อันนั้นมันเป็นกติกาครับว่า "มีกรรมการที่จะจัดการอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าสวน ให้กรรมการจัดการเอง"

แล้วที่บล็อกนอนนี่ล่ะ? Founder บอกเองเลยครับว่าไม่ขัดแย้งการโต้เถียงกันถ้าหากว่ามีประเด็นที่เกี่ยวข้อง

คุณมีสิทธิ์ไปหยุดคนอื่นเพราะมันคือการตอบโต้กันประเภทหนึ่ง คือการขอให้คนอื่นหยุด แต่คุณไม่มีอำนาจที่จะบังคับให้เขาหยุดตามที่คุณร้องขอ

และผมก็ขอพูดว่าผมไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรม ไม่ไปหยุดคนที่เริ่ม แต่กลับมาหยุดคนที่สวน มันไม่เข้าท่า ที่ตลกที่สุดคือคนพูดรู้อยู่แล้วว่าผมไม่ได้เริ่มก่อน แต่มาบอกให้ผมหยุด
บ้า ผมสวนไปแล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่มาต่อผมก็หยุดแค่นั้นอยู่แล้ว ถ้าไม่ต้องการต้องไปหยุดอีกฝ่ายไม่ให้มาต่ออะไรอีกต่างหาก

เมื่อมีคนอยู่ร่วมกัน คนนึงอยู่ๆก็โผล่เข้ามาเผยแพร่ความคิดที่ผมไม่เห็นด้วย ผมก็ต้องค้าน สังคมนี้ไม่มีกติกาให้รอกรรมการเหมือนฟุตบอล
การห้ามไม่ให้คนเถียงกันก็เท่ากับปล่อยให้คนนึงเผยแพร่ความคิดของตัวเองฝ่ายเดียว แล้วมีการลงโทษอะไรเหมือนฟุตบอลมั้ย? ก็ไม่มี พวกคุณก็ทำได้แค่พูดว่า "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระทู้นะครับ" จบแค่นั้น ไม่มีการลงโทษอะไรทั้งสิ้น

แล้วคนที่ถูกโจมตีควรจะยอม?

อย่าทำตัวเฉลิมไทยครับ ถ้าเป็นฝั่งที่ตัวเองชอบ ใครเริ่มก็ปล่อยผ่าน แต่ถ้าเป็นฝั่งที่ตัวเองเกลียดต้องรีบมาห้ามว่า "ไม่เกี่ยวกับกระทู้นะครับ" "ห้องนี้ไม่การเมืองครับ"

ไปหยุดคนที่เริ่มครับ ไม่ใช่มาหยุดคนที่สวน

แค่มีคนพูด "อย่าออกนอกประเด็นที่เป็นดีกว่าครับ" ก็ถือว่าจบเรื่อง ปล่อยผ่านไปได้ ไม่มีการต่อต้าน การประนามพฤติกรรมคนที่ "เริ่ม" แต่อย่างใด แล้วจะให้คนที่ขัดใจยอมรับ?
การกระทำของพวกคุณตอนนี้คือเฉลิมไทยชัดๆ แล้วอย่างงี้จะไม่ให้คนหาโอกาสพูดนอกลู่นอกทางได้ยังไง เมื่อพูดไปเสร็จ ก็จบแค่ มีคนนึงออกมาบอกว่า "นอกประเด็นนะครับ" แค่นั้น ไม่ได้โดนอะไรอีก พูดเรื่องที่อยากพูดไปแล้ว ทิ้งขี้ไว้แค่มีคนเอาทิชชู่มาปิด จบ

ผมถึงได้บอกว่าผมเกลียดมาก เวลาคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่โดนทำร้าย ก็สู้เพื่อป้องกันตัว
ดันโดนลงโทษว่าทะเลาะวิวาทด้วยกัน รับโทษเท่ากัน

ที่ไหนมีกฏหมายนี้ ยังจะมีคนคิดว่ายุติธรรมแล้วอีก ไร้สาระสิ้นดี

เพิ่งได้มาเห็นแล้วอดตอบไม่ได้ครับ

  1. ทำไมคุณถึงบอกว่าเวลาโดนยียวนกวนประสาทให้ตอบโต้ด้วยวิถีปัญญาชนได้ แล้วตอนถูกทำร้ายรางกายชกต่อยคุณไม่สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีเหรอครับ มันอ่านแล้ว 2 มาตรฐานมาก
  2. การเปรียบเทียบวิธีการบังคับใช้กฎหมายระหว่างการป้องกันตัวรักษาชีวิตกับการชกต่อยทะเลาะวิวาทนี่ดูตลกมากครับ การที่คุณถูกต่อยแล้วเลือกต่อยกลับแทนที่จะใช้แรงวิ่งหนีแล้วเอาไปแจ้งความมันเท่ากับว่าคุณใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่นเหมือนกันครับ แต่เรื่องยิงปืนป้องกันตัวนี่คุณได้คิดแล้วว่าเหตุการณ์มีความคับขันมากจึงจำเป็นต้องลงมือก่อนหรือตอบโต้ทันที ความรุนแรงของสถานการณ์มันคนละระดับเลยครับ นี่ยังไม่นับว่าถ้ายิงปืนป้องกันตัวจริงนี่ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ภายหลังด้วยนะครับว่าป้องกันตัวจริงๆ ไม่ใช่ยิงเข้าไปที่กลางหลังอีกฝ่ายแล้วบอกว่าป้องกันตัว
  3. 2 คนที่เถียงกันข้างบนมันเปรียบเทียบได้กับการป้องกันตัวอย่างไรเหรอครับ เห็นเถียงกันไปมาสวนกันตลอดไม่ได้จะป้องกันอะไรของตัวเองเลยนี่ครับ

ไม่ไหวจะเคลียร์

ตอนนี้คุณ Thaina อยู่ในช่วงถูกแบน 1 เดือนนะครับ อาจจะนานหน่อยกว่าที่เค้าจะมาตอบ

น่าจะเป็นคนที่โดนแบนบ่อยสุดในบล็อกนันแล้วมั้ง

1 เพราะการยียวนกวนประสาท เป็นวิธีการปัญญาชนรูปแบบหนึ่งครับ เราจึงควรตอบโต้ด้วยวิธีปัญญาชน คุณจะยียวนกวนประสาทคืนก็ได้ หรือจะใช้วิธีอื่นที่จะตอบโต้ได้เจ็บแสบมากกว่าก็ได้

ผมยึดหลักการตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในเมื่อมันทำอยู่ในระดับกวนประสาท คุณก็ควรตอบโต้ด้วยวิธีการในระดับเดียวกัน

และที่สำคัญคือมันไม่ได้สร้างความเสียหายจนทำให้คุณทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้ มันต่างกันมากกับการทำร้ายร่างกาย ที่คุณต้องป้องกันตัว และ เช่น มีคนเอามีดปาดคอคุณ ปาดตาคุณ คุณเสียในสิ่งที่กู้คืนไม่ได้ คุณจะป้องกันตัวให้ได้ก่อนรึเปล่า

การที่คุณไม่คิดเรื่องนี้นี่ผมก็ไม่ทราบว่าคุณคิดอะไรอยู่

2 ในหลายสถาณการณ์ที่การวิ่งหนีอันตรายกว่าการป้องกันตัวตรงนั้น เช่นมีคนร้ายถือมีดฟันโดนขาคุณ คุณเลยชักปืนมาจ่ออีกฝ่าย และถ้าทำท่าขยับตุกติก คุณก็ยิง นี่ก็คือป้องกันตัว
คุณคงไม่เคยโดนคนกลั่นแกล้งถึงได้พูดไม่คิด บางครั้งมันก็มาปิดทางประตู บางครั้งมันเล่นพวกล้อมไว้แต่ให้เราต่อยกันเดี่ยวๆ คุณจะหนีไปจากตรงนั้นยังไงถ้าไม่ใช่กำลังบ้าง

ที่สำคัญหว่านั้นคือคุณคิดว่าจะไปพึ่งตำรวจได้จริงรึเปล่า? ตำรวจหรือแม้แต่อาจารย์ที่เช้าชามเย็นชามก็เยอะ บางครั้งเราก็ต้องใช้กำลังของตัวเองจัดการปัญหา ขอย้ำว่าผมถือหลักการตาต่อตา ฟันต่อฟัน ถ้าไม่มีใครทำอะไร ผมก็จะอยู่ของผม ถ้าใช้ปากทะเลาะกันผมก็ใช้แต่ปาก แต่ถ้าใช้กำลังมา ผมก็ต้องใช้ได้เหมือนกัน

3 แล้วคุณคิดว่าการป้องกันตัวคืออะไรล่ะ? การป้องกันตัวคือการทำอะไรก็ได้ไม่ให้อีกฝ่ายมาทำร้ายเราครับ ไม่วั้นจะมีคำว่าการโจมตีคือการป้องกันรูปแบบหนึ่งเหรอ

การเถียงกันมันก็มีการรุกรับด้วยข้อความข้อเท็จจริง การโต้วาทีมันก็เพื่อปกป้องความคิดอย่างหนึ่ง ทำลายความถูกต้องของฝ่ายตรงข้าม การที่คุณมาโจมตีผม ผมก็แก้ แล้วผมก็โจมตีกลับเพื่อไม่ให้คุณโจมตีต่อ หรืออาจจะล่อให้คุณโจมตีต่อเพื่อที่จะให้คุณปล่อยจุดอ่อนออกมาให้ผมซัดตรงนั้น ก็เพื่อให้คุณไม่สามารถโจมตีผมได้อีก แล้วผมก็จะปลอดภัย

คุณคิดว่าอะไรคือการป้องกันตัวล่ะ? ยูโดเป็นมั้ย? คาราเต้เป็นมั้ย? ทำไมกฏหมายถึงนับว่าการใช้ปืนยิงคนที่จะเข้ามาทำร้าย เป็นการป้องกันตัวล่ะ?

ชีวิตคุณรู้จักคำว่า ศิลปะการป้องกันตัว รึเปล่า?

btxxxx Fri, 14/10/2011 - 09:43

In reply to by zerocool

edit: reply By: zerocool on 15/08/11 23:51 #322406 Reply to:322107 toggle

เพิ่งกลับมาอ่านอีกรอบ ขอโต้แย้งนิดหน่อยว่า คุณกำลังบิดเบือนข้อมูลบางอย่างไป จากที่คุณยกตัวอย่างมา มันมี "ข้อเท็จจริง" กับ "เหตุผลของแต่ละฝ่าย" ข้อเท็จจริงนั้น ใครเป็นคนหาเรื่องมันมีจริงอยู่แล้ว แม้ต่างฝ่ายจะบอกความคิดของฝ่ายตัวเอง แต่ข้อเท็จจริงนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลง มันอยู่แค่ว่า ถ้าจะมาตัดสินถูกผิดแล้วเราจะค้นหาข้อเท็จจริงนั้นได้ถูกต้องมากน้อยแค่ไหนต่างหาก

แต่ในทางปฏิบัติเรื่องบางอย่างการหาข้อเท็จจริงมันลำบาก เค้าเลยตัดปัญหาด้วยการปัดไปเลยว่า "ผิดทั้งคู่" เช่นกรณีใบเหลืองใบแดงที่ยก ๆ ตัวอย่างกันมานั่นแหล่ะ แต่ยังไงจาก "ข้อเท็จจริง" มันก็ยังมีคน "คนเริ่มก่อน" อยู่ดี ซึ่งในมุมมองของผมคิดว่าการตัดสินแบบนี้ไม่เป็นธรรมเหมือนกัน มันไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงเสมอไป ลองคิดดูว่าถ้ามีคนมาต่อยคุณ คุณไปแจ้งความ แต่ตำรวจก็ไม่ทำอะไร เค้ายังเดินผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านคุณอีก วันถัดมาเค้าเดินมาเตะคุณ คุณไปแจ้งความอีก ตำรวจก็ยังไม่ทำอะไร สุดท้ายเค้าหมั่นไส้ที่คุณไปแจ้งความ เอาปืนมายิงคุณเลย ครั้งนี้คุณอาจไม่ต้องแจ้งความ (เพราะตายไปแล้ว) และเค้าก็โดนจับจนได้ (หรืออาจจะรอดหนีไปได้ด้วยซ้ำ) แบบนี้... มันยุติธรรมหรือเปล่า? เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นทั่วไป ตราบใดคุณไม่เป็นฝ่ายที่โดนกระทำ คุณจะไม่เข้าใจหรอก

แล้ว ทำซอฟท์แวร์มาแล้วเซิร์ฟล่มบ่อยๆ จะทำซอฟท์แวร์ไปทำไมอะครับ

เหมือนโรงเรียนไม่มีที่นั่ง มีแต่ครูกับนักเรียนนั่นแหละ

อันนี้เจอมากับตัวครับ จะไปทำบัตรปชช. เจอเจ้าหน้าที่ปุ๊บ

"เซิฟล่มค่ะ" แล้ววันนั้นก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ไปรีเซ็ตเครื่องส่วนกลางด้วยนะ -*-

ตัวเก่าที่ความจุต่ำกว่า คงนำมาใช้ไม่ได้ พอระบบเสร็จก็คงได้รอบปีบัตรหมดอายุทำเป็นบัตรใหม่กันหมดแล้ว(ทิ้งฟรีก็ไม่เสียหน้า) ยกเว้นคนเฒ่า(คนแก่)ที่ไม่เปลี่ยนบัตร

เอาใจช่วยจริงๆ กับโครงการนี้ แต่อยากจะรู้เหมือนกันว่าบ้านเรามีหน่วยงานด้านความปลอดภัยด้านสารสนเทศเหมือนเมืองนอกเขามั๊ย หาก e-services เกิดขึ้นมาจริงๆ ความปลอดภัยคงต้องดูแลกันอย่างรัดกุมหน่อย

ข่าวต่อไป สมาชิกสมาคมร้านซีร็อกซ์แห่งประเทศไทยรวมตัวประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาล อ้างรัฐทำสูญกว่า 30 ลบ. ต่อปี!!!

โรงงานผลิตกระดาษ ผู้ผลิตเครื่องถ่ายเอกสาร ผู้ผลิตหมึกพิมพ์ คนรับซื้อกระดาษ โรงงานรีไซเคิลกระดาษ คนพับถุงกล้วยแขกด้วยครับ แต่ทรูจะดีใจที่อนาคตจะไม่มีกระดาษหลุดไปทำถุงกล้วยแขก

ถ้าร้านปกติ ถ่ายบัตรประชาชนรายได้ไม่เยอะเท่าไร ถ่ายเอกสารหนังสือทีละหลายเล่มยังเยอะกว่า ถ่ายง่ายกว่าเพราะถ่ายมือแค่เล่มแรกที่เหลือใช้เครื่อง

เว้นแต่ไอ้ร้านถ่ายเอกสารที่อยู่หน้าโรงงาน หลายคนมาสมัครงาน บางร้านโขกแผ่นละ 5 บาท -*-

พึ่งเข้าใจวันนี้เองว่าทำไมถึงพัฒนาแต่ตัวบัตร แต่ไม่พัฒนาด้านซอฟท์แวร์รองรับเลย แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร

ตอนแรกนึกว่าเป็นเพราะตัวบัตรมันน่าจะชำระเงินนอกระบบได้ง่ายกว่า จบง่ายกว่า ได้เร็วกว่า

สนับสนุนเต็มที่ครับ

ต่อไปเวลาติดต่อราชกาาร ก็ใช้วิธีอ่านลายนิ้วมือเอาได้เลย ไม่งั้นก็ scan ม่านตา ปื๊ดๆๆ เสร็จ

หรือมีเครื่องอ่าน smart card อยู่ที่บ้าน อยากจะเปลี่ยนชื่อ อยากจะโอนรถ อยากจะต่อทะเบียนรถ ก็เสียบบัตร แล้วเข้าเว็บ กดจึ๊กๆๆ เสร็จ..

โอ.. ควรจะทำต้ังนานแล้ว ตั้งแต่บัตรมันมีชิปแล้วล่ะ น่าจะทำอะไรได้มากว่านี้
ที่อยากให้เกิดมาที่สุดคือ การรวมบัตรทุกอย่างให้เป็นใบเดียว อย่างน้อยก็น่าจะเริ่มที่ใบขับขี่รวมเข้ากับบัตรประชาชนก่อน ไม่น่าจะยาก

เสริมนิดนึง WiFi สาธารณะ ผมไม่ขออะไรมาก

ผมขอแค่ สถานที่ราชการทุกเห่ง มี WiFi สาธารณะก็พอ
ไม่ต้องบ้าไปติดตามป้ายรถเมล์ เพราะเอาเข้าจริง มันก็แทบจะใช้ไม่ได้

ติดตามสถานที่ราชการ ลงทุนน้อยกว่าเยอะ อย่างน้อยหลายๆ ที่น่าจะมี internet ใช้อยู่แล้ว แค่เอาอุปกรณ์ WiFi ไปติด ไม่ต้องลากสาย Data ไปตามเสาไฟฟ้า

ข่าวล่าสุดที่ผมจำได้คือ... ประชาชนหลายคนที่ไปทำบัตรประชาชน ต้องทนทุกข์จากการใช้บัตรเหลือง และต้องไปเปลี่ยนบัตรเหลืองอยู่หลายรอบ เพราะว่าบัตรที่ใช้ทำบัตรประชาชนมันหมดสต๊อก

ผมไม่รู้ว่าอันไหนสำคัญกว่ากัน และที่สำคัญคือข่าวที่ผมบอก ผมได้ยินมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วครับ ตอนนี้ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง

ในรัฐบาล คุณอภิสิทธ์ บัตรประชาชน Lot ใหม่ ไม่ตรงกับ Spec ที่รัฐบาล ออก

เป็นเหตุให้บัตรหมด สต๊อก เพราะ บัตรใหม่ ไม่มีใครกล้า ตรวจรับ

ผมว่าแล้วถ้าผมบ่น ปชป. ก็ต้องมีชาว ปชป. มาบ่นถึง "คนทางโน้น"

กรณีนี้ผมพูดถึง "ผลงานการบริหารประเทศ" น่ะครับ ส่วนเรื่องที่ท่านกล่าวมาคงหาโอกาสพูดถึงในโอกาสอันเหมาะสมต่อไปครับ

แต่ถ้าพูดกันจริงๆ "หนีภาษี/ซุกหุ้น/corruption" เนี่ย ปชป. ก็เป็นนะครับ ถ้าทางจะหนักด้วยเพราะว่า พท.นี่สมมติว่าโกงจริงๆ ตามที่กล่าวหา แต่ผลงานก้มีให้เห็นเยอะนะครับ ส่วน ปชป. นี่สงสัยกินหนักไปหน่อย ผลงานเลยไม่ค่อยมีครับ

ปล.กรุณาอย่ามองผมว่าเป็นเสื้อแดง/เสื้อเหลืองนะครับ เพราะผมเป็นสลิ่มครับ ^ ^ ผมคอยเสพผลประโยชน์จากการบริหารประเทศ และคอยวิจารณ์ชาวบ้านอย่างเดียว ใครทำได้ดีที่สุดในเวลานั้น ผมก็สนับสนุนพรรคนั้นครับ ใครทำไม่ดี/ไม่เหมาะสม ผมก็ด่าตามสภาพครับ

ก็คนที่เค้ามีฝั่งมีพวกเค้าเรียกผมว่าสลิ่มครับ ผมก็... สลิ่มก็สลิ่ม เรียกอะไรก็ได้แล้วแต่จะพอใจ

ยังไงเราก็ไม่ได้เปลี่ยนเป็นไอ้นั่นไอ้นี่ตามที่เค้าเรียกอยู่แล้วครับ :)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ตอนนี้ผมว่าเค้าคงต้องสต๊อกบัตรดิบเพิ่มขึ้นด้วย เพราะเด็ก 7 ขวบก็ต้องทำบัตรฯ เหมือนกัน

ดีใจกับคนที่บัตรใกล้หมดอายุด้วยครับ

อย่างน้อยก็ทำ แต่คงมีปัญหาแน่ดีกว่าตั้งแค่คณะกรรมการศึกษา ได้แต่ศึกษาไม่ทำสักที ศึกษามาก็บอกไม่มีงบ เวลาก็ผ่านไป ผ่านไป

+1 ตั้งคณะกรรมการศึกษาไม่พอ ยังต้องตั้งคณะอนุกรรมการ คณะอนุของอนุกรรมการ ฯลฯ แล้วพอได้ผลการวิจัยมา มันก็ตกยุคเรียบร้อย

ผมหมดมาสองเดือนนิดๆครับ เพิ่งไปทำตะกี๊นี้เอง

อยากจะบ่นว่าทำไมบัตรมันอ่อนอย่างนี้เนี่ย กลัวหักนะวุ้ย -*-

sevenseconds Mon, 15/08/2011 - 12:32

จริงๆ รัฐบาลไหนเป็นคนคิดไม่รู้นะครับ แต่ว่ามันมีการดำเนินงานมานานแล้วครับ แล้วก็ทำกันมาตลอด ปัญหาก็เจอกันมาตลอด เพียงแต่ไม่เห็นมีสื่อมาสนใจครับ ประเด็นเรื่องเทคนิคนี้คิดว่าไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่ด้านนโยบายนี่ยากที่สุด

ค่าของคนอยู่ที่ผลของงานครับ และในประเทศไทยคนที่ทำได้สำเร็จชัดเจนที่สุดคือคุณทักษิณ

ทำต่อไปถ้าดีประชาชนก็จะเห็นเองครับ ไม่ต้องพูดมากด้วย

เอาใจช่วยให้ ทำสำเร็จครับ ไม่เข้าข้างรัฐบาลไหน เพราะมันกินกันทั้งนั้น สุดท้าย ขอให้ประโยชน์ตกสู่ประชาชน ชาบู!!!

บางทีการที่กว่าจะผ่านพ้นความโง่เขลาไปสู่ความฉลาด อาจะต้องแลกด้วยประสบการณ์และความชีช้ำที่เป็นตราบาปไปชั่วชีวิต

skillfulll Mon, 15/08/2011 - 13:13

ดีครับ ดีกว่าบัตรเหลืองมากมาย

แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคนละชั้นกัน

อะไรๆๆที่มันยิ่งง่ายๆๆ ยิ่งอันตราย (ฝากออกแบบระบบความปลอดภัยให้ดี ด้วย) ข้อมูลของประชากรทั้งประเทศไทยร่วมอยู่ในจุดเดี่ยว (แค่คิดว่า หากมันถูกแฮกขึ้น หล่ะ "พระเจ้าได้เรียก จอส์ด แน่ๆๆๆ")

ทุกวันนี้เดินไปสำนักงานไหนก่อนเวลาทำงาน ไปหยิบเอกสารอะไรก็ได้อยู่แล้วนี่ครับ

วันนั้นจะไปรับจดหมายเลือกตั้งล่วงหน้า ไปตอนเก้าโมง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบไม่มา เจ้าหน้าที่อีกคนบอกให้ผมไปค้นดูเองเลย O_O

โครงการที่ดี แต่กลัวอย่างเดียวเรื่องความปลอดภัย สามารถแฮคขโมยตัวตนได้โดยแก้จากศูนย์กลางแบบในหนังละแย่เลย
ความปลอดภัยโดยระบบไม่ค่อยกลัว กลัวโดยคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงแต่หย่อนยานนี่แหละน่ากลัวสุด

LuvStry Mon, 15/08/2011 - 15:14

ดีครับ ยกระดับการทำงานราชการไทยอีกเยอะเลย เบื่อจริงๆกับระบบเอกสารราชการไทยไปขอคัดลอกทีเป็นวันๆ แถมไม่รู้จะหาได้หรือเปล่า

แต่การดูแลคงต้องเข้มงวดมากๆ เพราะข้อมูลพวกนี้ค่อนข้างสำคัญ

อยากน้อยกินเข้าไปแล้วก็ได้เห็น ขี้ ดีกว่ามีแต่ตดที่จบต้องไม่ได้

ไม่สุภาพขออภัย แต่จงใจพิมแบบนี้ครับ

อย่าซีเรียสกันเล่า....

คนริเริ่มทำสมาร์ทการ์ดคงไม่ใช่ทักสิน แถมทักสินเป็นคนโอนงานจัดซื้อประมูลบัตรไปให้ไอซีทีทั้งที่คนออกบัตรและทำโครงการนี้มาตลอดคือกระทรวงมหาดไทย ผลคือบัตรไม่ตรงสเปคของคนที่ใช้ สร้างปัญหาความขัดแย้งมากมาย
ถามว่าทำไมถึงโอน ไม่รู้สิงงเหมือนกัน

ผมมองว่าถ้ามหาดไทย ทำมันคงออกมาดีกว่า บัตรแบบเดิม ตรงมีระบบ ยืนยันบัตร และ ยืนยันตัวบุคคลที่ดีขึ้น

แต่ถ้าโอนไปให้ ICT น่าจะมีดีกว่านั้น เช่นกลายร่างเป็น บัตรDebit หรือ ระบบ NFC

เสริมไหนๆจะแก้ทั้งที เพิ่มเรื่องระยะเวลาไว้หลังบัตรด้วยก็ดีไหนๆก็ได้จากภาษีไปแล้วจะได้ลดจำนวนเสียค่าปรับ(จากกฎหมายอาญาที่หลายคนไม่ทราบโดนกันไปเหมือนแพะ)

เคยไปทำธุระที่เขต ตัวเราไปเอง แต่ต้องกลับไปเอาหลักฐานมายืนยันตัว
อันที่จริง ลายนิ้วมือเรา น่าจะแทนการยืนยันตัวตนได้ระดับหนึ่งนะ

เคยไปทำธุระที่เขต ตัวเราไปเอง แต่ต้องกลับไปเอาหลักฐานมายืนยันตัว
อันที่จริง ลายนิ้วมือเรา น่าจะแทนการยืนยันตัวตนได้ระดับหนึ่งนะ

เรื่องบัตรประชาชนขาดปีก่อน มันงี่เ่ง่ามากๆและบ่งบอกถึงแนวคิดผู้บริหารที่มีแนวคิดยาวยืดเป็น red tape

เรื่องของเรื่องก็คือบัตรแบบใหม่ที่ออกมา ไม่ได้มีกฎหมายรองรับโดยตรง ซึ่งจริงๆก็แก้ง่ายนิดเดียว ด้วยการออกกฎกระทรวงมารองรับ แต่ไม่กล้ากัน เพราะเพิ่งมีคนออกกฎกระทรวงไปแล้วโดนคดีอา่ญาฯ(เรื่องหวยบนดิน)ทั้งๆที่ทำตามถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง

ยื้อกันอยู่ครึ่งปี ถึงตกลงผลประโยชน์รับรองกันได้ว่า จะไม่มีการฟ้องทีหลัง ก็เลยออกกฎกระทรวงมารับรอง

จบข่าว เสียเวลาไปครึ่งปี เพราะกลัวโดนสิ่งที่ตัวเองทำ(คือที่ไปฟ้องว่าการออกกฎกระทรวงเรื่องหวยเป็นประพฤติโดยมิชอบ)แต่สุึดท้ายก็กลืนน้ำลายทำแบบเดิมอยู่นั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องกลัวทุจริตจัดซื้ออะไรเลย เพราะสุดท้ายมันก็เหมือนเดิม

ส่วนเรื่อง smart card จริงๆตอนนั้นของมาเร็วกว่าเทคโนโลยี คือคนยังไม่พร้อม ก็เลยไม่ได้สานต่อ ทั้งๆที่เตรียมการแจกเครื่องอ่านให้ทุกหน่วยงานไปแล้ว แต่โดนรปห.ก่อน ก็ยิ่งโดนดองต่อไป พร้อมด้วยการรื้อฟื้นระบบโบราณแบบบัตรเหลืองกลับมา

ไม่ต้องลากไปถึงเรื่องคอรัปชั่น พูดถึงระบบการบริหารล้วนๆนี่แหละ มันเห็นได้ชัดเจนเลยครับ

ผมสงสัยเรื่องการใช้บัตรฯ แทนการถ่ายเอกสารบัตรฯ
จะพิสูจน์ได้ยังไง ว่าเจ้าตัวได้มาใช้บัตรเองจริง
ไม่ได้โดนสวมสิทธิ์ หรืออย่างอื่น

ถ้าไปใช้สิทธิ์ แล้วอ้างว่าไม่ได้ใช้สิทธิ์ จะเกิดอะไรขึ้น
กฎหมายเรื่องใบรับรองดิจิตัลก็ยังไม่มี
Public Key Infrastructure (PKI) มีพร้อมแล้วหรือยัง

และการใช้งานควรมี PIN หรือ Scan ลายนิ้วมือประกอบในกรณีสำคัญด้วย

ช่วงก่อนเลือกตั้งเคยไปทำบัตรใหม่ เค้าให้ scan นิ้วครับ
scan ไม่ตรงเกือบจะได้เรื่องยาว โชคดีที่คุณแม่ตามไปด้วย

กฏหมายใบรับรองดิจิตอลมีมาสิบปีแล้วครับ มีคณะกรรมการกลางให้การรับรอง ส่วน PKI ผมว่าก็ในข่าวนี่ล่ะครับ

ระบบ PKI เป็นวาระรอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติพรก. ประกอบเพื่อให้ CA ของคณะกรรมการมีสภาพบังคับทางกฏหมาย ส่วนการตั้ง CA นั้นซื้อเอาได้ครับ มีมาตรฐาน ISO ระบุชัดว่ากระบวนการรักษาความปลอดภัยของ CA เป็นอย่างไร ในเมืองไทยเองบริษัทอย่าง CAT ก็มีความรู้ความสามารถในการตั้ง CA ของตัวเองอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถผลักดันเข้าเป็น root CA ที่เบราเซอร์ต่างๆ รองรับได้

กฏหมายตอนนี้ไม่ "บังคับ" การทำ double/triple token แต่หลายประเทศบังคับ แต่กฏหมายมักไม่ระบุตรงๆ ว่าต้องใช้อะไรกับอะไร แค่บอกกว้างๆ ว่าบัตรใบเดียวผ่านเลยไม่ได้ อันนี้อาจจะส่งเรื่องเข้าไปยังคณะกรรมการเพือขอเพิ่มข้อบังคับได้

ที่ว่ามาทั้งหมด ดีกว่าการถ่ายบัตรประชาชนมากครับ อันนั้นทั้งปลอมง่าย, ใช้ซ้ำได้, ปฎิเสธว่าไม่ได้ใช้งานได้ ไม่ได้มีคุณสมบัติอะไรในด้านความปลอดภัยเลย

คงต้องมองเรื่องการยืนยันตัวบุคคล เช่นกับบัตรเครดิตครับ

ทำไมเราถึงยอมรับการใช้บัตรเครดิตได้ โดยไม่เห็นต้องตรวจสอบอะไรมาก ทั้งๆที่มูลค่าความเสียหาย ก็เป็นหลักหมื่นยันหลักแสนบาทได้เช่นกัน?

แต่เห็นด้วยว่าอนาคต จนท.และหน่วยงานรัฐจะต้องมี เครื่องมืออ่าน smart card แล้วอาจจะต้องยืนยันด้วยลายนิ้วมืออีกชั้นนึง หรือไหนๆก็ถูกลงแล้ว ให้ถ่ายรูปดิจิตอลตัวเล็กๆบันทึกด้วยเลย เพื่อเป็นหลักฐานว่าจนท.ก็ดูดีแล้ว ว่าหน้าตาคนใช้ก็คล้ายๆกับในรุปติดบัตร แต่ถ้าแบบหน้าตาต่างกันสุดๆ อันนี้จนท.ต้องสงสัยแล้วล่ะว่าตัวจริงหรือเปล่า ถ้ายังยอมให้ง่ายๆแสดงว่าจนท.ประพฤติโดยมิชอบ(เลียนแบบเรื่องการตรวจสอบลายเซ็น บนslip กับหลังบัตรเครดิต ถ้าคนขายไม่สนใจลายเซ็นที่แตกต่างกันมากๆ ก็ต้องรับผิดชอบกันเอาเอง บ.บัตรเครดิตปฎิเสธการจ่ายได้)

อันนี้เคยเจอกับจนท.รัฐในตปท. ที่จะเข้มงวดกับรูปติดบัตรในเอกสารต่างๆมากกว่า ที่เคยเจอในเมืองไทยครับ อยากให้เอาอย่างเขา(ในด้านดีๆ)

เห็นด้วย อย่างมากเรื่อง บัตรเครดิต

เตือนคน เติมน้ำมันด้วยบัตรเครดิตนะ ใช้เงินสดดีกว่า แค่จดเลข 3 4 ตัวหลังบัตร (เลขหน้าบัตรเขามีชัดเจนจดทีหลังได้) คุณก้อส้มหล่นแล้ว ซื้อของสบายแล้ว(เขามี WEB หน้าร้านรับบัตรได้สบายๆ ไม่ต้องส่งของ) กฎหมายก้อแสนดี ว่า ยังไงคุณก้อต้องจ่าย

(อย่าว่า แต่ปั๊มเลย ร้านอาหารก้อไม่อยากให้ ที่ไหนที่เรามองไม่เห้น cashier เสี่ยงหมด)

แค่ทำให้มี Pin เปลี่ยนได้ แบบ ATM แค่เนี่ย ไม่ยอมทำให้ ฝาก รัฐบาลใหม่ ดูแลเรื่องนี้ด้วยครับ

แต่เท่าที่ผมรู้มา ถ้าเป็นกรณีที่ลูกค้าโดนขโมยข้อมูลบัตรเครดิต ทั้งการขโมยเลขบัตร ไปจนถึงการขโมยข้อมูลในแถบแม่เหล็ก แล้วถูกลักลอบใช้โดยมิชอบ ลูกค้าสามารถปฏิเสธการจ่ายยอดที่ลูกค้าไม่ได้ใช้ได้ครับ เสร็จแล้วธนาคารจะไปบี้กับร้านค้าเองว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งในบางกรณีมันสามารถตรวจสอบถึงต้นตอผู้ร้ายได้ ส่วนลูกค้า ถ้าตรวจสอบว่าโดนลักลอบใช้โดยมิชอบ ธนาคารจะยกยอดให้ และเปลี่ยนบัตรใหม่ให้ครับ ใครโดนแบบนี้ ธนาคารปกป้องลูกค้าทุกรายครับ (บางกรณี ธนาคารจะรับภาระหนี้ไว้เอง และในอีกหลายกรณี ธนาคารก็จะโยนภาระให้ร้านค้ารับผิดชอบแล้วแต่กรณีไป เช่นเดี๋ยวนี้การซื้อตั๋วเครื่องบิน เจ้าของบัตรเครดิตต้องบินเองด้วย ก็มาจาเหตุนี้นี่เอง)

ถามว่า จริงหรือ แบบนี้แสดงธนาคารโครตโอ๋ลูกค้าเลย เป็นไปได้หรือ.... ใช่แน่นอนครับ ธนาคารโอ๋ลูกค้าบัตรเครดิตมากเลยล่ะ เพราะตลาดบัตรเครดิตมีมูลค่ามหาศาล รวมถึงการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตด้วย ธนาคารจึงยอมรับความเสี่ยงตรงนี้ไว้ เพราะคุ้มกับมูลค่าของตลาด เกิดทำให้ลูกค้าเสียความมั่นใจในการใช้บัตรไป มันไม่คุ้มกันนั่นเองครับ

แต่...มีกรณียกเว้นที่ต้องระวัง คือแม้ไม่ว่าลูกค้าจะโดนขโมยข้อมูลเลขบัตร หรือข้อมูลในแถบแม่เหล็กอะไรก็ตาม ลูกค้าต้องรักษา "บัตรเครดิตตัวจริง" ของตัวเองไว้ยิ่งชีพครับ ไม่ว่าคุณจะโดนขโมยข้อมูลบัตรเอาไปซื้ออะไรแค่ไหน ธนาคารยกยอดให้หมด ขอให้คุณรักษาบัตรตัวจริงมาแสดงต่อธนาคารได้ก็พอ เพราะธนาคารจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อทุกกรณีหากบัตรเครดิตตัวจริงของลูกค้าหายครับ ถ้าเป็นกรณีการขโมยตัวบัตรเลย ต้องแจ้งอายัดทันที เพราะถ้าถูกลักลอบใช้จากบัตรตัวจริงที่หายไป ยอดที่เกิดขึ้นจะเป็นภาระความรับผิดชอบของลูกค้าในทุกๆ กรณีครับ

ข้อมูลจากห้องสินธรครับ

รอดูผลงานครับ ถ้าทำเสร็จได้ไม่ช้าเกินไป และไม่ใช้งบเกินตัวไปก็ขอ ชาปูๆคับ

ถึงจะจับงานทำซอฟต์แวร์ราชการมาไม่เท่าไหร่ แต่ก็เห็นถึงความเน่าแฟะมากมาย
ระบบที่ใช้งบประมาณหลายพันล้านบาท รับผิดชอบเงินของคุณๆมูลค่าร่วมครึ่งล้านล้าน แต่ขอบอกว่าเละมากมาย กินกันจนอิ่มหนำสำราน
เงินเกือบ 95% ตกเป็นค่า ฮาร์ดแวร์ และส่งมอบกันไปก่อนเป็นปีๆ กว่าซอฟต์แวร์จะเสร็จ บางทีกว่าจะเสร็จแทบตายกันไปข้างหนึ่ง กรรมตกอยู่ที่ใคร ก็ กรรมกรเมอร์ตัวน้อยๆ กินเงินเดือนหลีกหมื่นต้นๆ ต้องรับผิดชอบจากเกมการเมืองของผู้ใหญ่

รู้ไหม โครงการทำระบบให้องค์กรหนึ่งที่หารายได้ให้รัฐบาล ทำให้คนเครียดล้มตายหลายคนด้วยนะ โครงการหลักพันล้าน ออกมาให้ทุนคนใช้กัน

เฮ่อ..

ไม่อยากให้โครงการนี้เป็นแบบนั้นเลย ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนทั้งนั้น ขอให้ทำออกมาดีๆนะครับ

เท่าที่ผมมองภาพรวมๆ ของอุตสาหกรรม แนวทางแบบนี้กำลังเปลี่ยนแปลงครับ เด็กรุ่นใหม่ๆ เป็นโปรแกรมเมอร์กันน้อยลงมาก ไปทำ System/Network กันเยอะขึ้นเรื่อยเพราะงานเครียดน้อยกว่าแม้จะงานหนัก และเงินดี

ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ งานฝั่งซอฟต์แวร์จะหาโปรแกรมเมอร์คุณภาพมาลงไม่ได้ หรือลงได้ก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆ ปี

ก็คือ เงินเดือนในสายโปรแกรมเมอร์ก็จะค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงระดับที่เงินดีมากพอที่เด็กรุ่นใหม่จะสนใจมาทำ แล้วพอถึงจุดนั้นค่าตัวก็จะนิ่ง ค่อยๆต่ำลงจากอัตราเงินเฟ้อ เข้าลูปใหม่ วนไปเรื่อยๆ (๑_๑;)

สุดท้ายจบที่ outsource ไปประเทศเพื่อนบ้าน ฮา

ตอนนี้ผมอายุ 29 ปี ผมยังเหลือเวลาอีกประมาณ 31 ปีที่จะรอดูวันที่คุณ lew ว่าครับ (ถ้าไม่โดนเสียบตายไปซะก่อน)

ความตั้งใจผมคือจะเป็นโปรแกรมเมอร์ไปตลอดนี่แหละ ถ้าถึงวันที่คุณ lew ว่าจริงๆ วันนั้นก็น่าจะยังพอมีคนต้องการโปรแกรมเมอร์ที่ "แก่แต่เก่าเก๋า" อยู่บ้างครับ